Archive | ข่าว

ชลิต อินดัสทรี เดินหน้าทำตลาด “POP”อะไหล่รถยนต์คุณภาพสูงระดับสากล ฝีมือคนไทย

Posted on 29 กันยายน 2022 by admin

“POP” แบรนด์อะไหล่ยานยนต์คุณภาพสูงมาตรฐานสากล จากฝีมือคนไทย ผลิตโดยบริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตและจำหน่ายอะไหล่ทดแทนและอะไหล่ยางสำหรับใช้ในรถยนต์ทุกชนิดแบบครบวงจร ที่มีประสบการณ์มานานมากกว่า 30 ปี ทั้งชิ้นส่วนอะไหล่ประเภททดแทน หรือ REM (Replacement Equipment Manufacturers) ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการทดแทนชิ้นส่วนที่เสียหรือสึกหรอ รวมถึงการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนเพื่อป้อนโรงงานรถยนต์โดยตรง หรือ OEM (Original Equipment Manufacturers) รองรับความต้องการของผู้ใช้งานมากกว่า 4,000 รายการ ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถกระบะ รถเพื่อการพาณิชย์ รถบรรทุก รถญี่ปุ่น รถยุโรป รวมทั้งการผลิตตามความต้องการของลูกค้าโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าที่ตอบโจทย์ต่อการใช้งานและพึงพอใจลูกค้ามากที่สุด อาทิ ยางแท่นเครื่อง, ยางแท่นเกียร์, ยางกันกระแทก,ยางเพลากลาง, บู๊ชปีกนก  และ บูชโช๊คอัพล่าง เป็นต้น

              นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “หัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจของเราคือ “คุณภาพระดับสากล” โดยอะไหล่ทุกชิ้นของ REM ของเราจะมีความแตกต่างที่เหนือกว่าสินค้าทั่วไปคือ “คุณภาพของ REM เป็นมาตรฐานเดียวกับ OEM ซึ่งมีการปรับปรุงพัฒนามาตรฐานให้ดีขึ้นและทันสมัยอยู่ตลอด และมีแนวทางชัดเจนในการศึกษาและวิจัยนวัตกรรมสู่ตลาด โดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้อะไหล่ “POP” เป็นผลิตภัณฑ์ไทยคุณภาพที่ได้รับตราสัญลักษณ์  Thailand Trust  Mark (T MARK) ระบบบริหารงานด้านคุณภาพสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (IATF 16949: 2016 Automotive Quality Management System Standard) การรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO9001) และใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว เป็นต้น

“นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญในเรื่องการบริการที่รวดเร็วและบริการหลังการขาย สินค้าของเรามีสต๊อกไว้ตลอด เรียกว่า Ready To Ship พร้อมส่ง มีความรวดเร็วในการส่งของ และพร้อมซัพพอร์ตลูกค้าเมื่อมีปัญหา”

ปัจจุบันชลิต อินดัสทรีฯ ได้ขยายกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค ด้วยการสร้างโรงงานแห่งใหม่ ยกระดับกระบวนการผลิตที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งมีการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสูง มีความทันสมัย รองรับกำลังการผลิตและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น

รู้จัก “POP” อะไหล่รถยนต์คุณภาพสูงระดับสากล ฝีมือคนไทย 

@เบ้าโชคอัพบน-ล่าง (SHOCK ABSORBER MOUNTING)

เบ้าโช๊คอัพมักจะเป็นอะไหล่ที่ถูกมองข้ามเสมอเมื่อเทียบกับอะไหล่รถยนต์ทั่วไป แต่ในทางกลับกันหากปล่อยให้เบ้าโช๊คอัพเสื่อมสภาพ จะส่งผลทำให้รถยนต์เกิดความเสียหายอย่างหนักได้ โดยเฉพาะการขับขี่ในช่วงหน้าฝน เพราะละอองน้ำฝนอาจทำให้เบ้าโช๊คอัพและอะไหล่อื่นๆ เป็นสนิมและที่สำคัญหากขับรถที่เบ้าโช๊คอัพมีการชำรุด จะส่งผลให้ช่วงล่างรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นและอาจส่งผลต่ออะไหล่ชิ้นอื่นๆ ทำให้ได้รับความเสียหายตามไปด้วย ส่งผลให้รถยนต์เสียสมดุลได้ เวลาขับน้ำหนักจะเทไปข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

@บูชยางแท่นเครื่องแบบสอดไส้น้ำมันไฮดรอลิก (ENGINE INSULATOR)

ด้วยจุดเด่นที่เหนือกว่ายางแท่นเครื่องประเภทอะไหล่ทดแทนทั่วไป “POP” ถือเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในกลุ่มสินค้าประเภทอะไหล่ทดแทนที่สอดไส้น้ำมันไฮดรอลิก โดยมีความนุ่มและยืดหยุ่นสูง สามารถลดการสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ไปยังช่วงล่างห้องโดยสารได้อย่างยอดเยี่ยม และมีประสิทธิภาพการดูดซับแรงสั่นสะเทือน มีทั้งแบบยางกลวง ยางซ้อน ยางนุ่มอีกชั้น และแบบสอดไส้น้ำมันไฮดรอลิก ซึ่งได้นำมาใช้กับรถชั้นนำอย่างรถญี่ปุ่นรวมถึงรถยนต์ส่วนบุคคล และรถเพื่อการพาณิชย์ เช่น รถกระบะ รถบรรทุกอีกด้วย

@ยางแท่นเกียร์ (REAR ENGINE MOUNTING)

ส่วนสำคัญที่เป็นตัวกลางช่วยซึมซับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์สู่ตัวถังให้น้อยที่สุด ยางแท่นเกียร์จึงจำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่แข็งแรงพอต่อการรับน้ำหนักเครื่องยนต์กับเกียร์ได้ และยังต้องมีความยืดหยุ่นที่จะช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการทำงานของเครื่องยนต์ เพราะหากยางแท่นเกียร์แข็งเกินไปก็จะทำให้ตัวรถสั่นได้ ในขณะเดียวกันต้องระวังไม่ให้นิ่มจนเกินไปเพราะจะทำให้เกิดการทรุดระหว่างการใช้งาน แต่ยางแท่นเกียร์ของ POP มีความชำนาญและมีข้อได้เปรียบในการพัฒนามาตรฐานที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมด้วยการผลิต Compound เอง จึงสามารถควบคุมคุณภาพและรักษามาตรฐานที่กำหนดได้เป็นอย่างดี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.chalitindustry.com โทร 02 8026400  Email: info@chalitindustry.com

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ ช่วยเหลือผู้ประสบอุกภัย

Posted on 27 กันยายน 2022 by admin

DSC_0057_resize

          นายฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ผู้จัดการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ สภากาชาดไทย รับมอบเงินบริจาคจาก นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ นางสาววิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ กรรมการ บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” และ ผศ.(พิเศษ)ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ เพื่อร่วมสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากฯ ในการช่วยเหลือและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัย  ณ สำนักงานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ ถนนเพชรบุรี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

ร่วมรำลึก 19 ปีคุณพ่อเรย์ กับ4 ทศวรรษ สู่วิสัยทัศน์ด้านอาชีพคนพิการ ผู้สานฝัน สร้างงาน สร้างอาชีพแก่ผู้พิการ…โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

Posted on 26 กันยายน 2022 by admin

          19  ปี คุณพ่อเรย์ สู่ 4 ทศวรรษ  พ่อพระของผู้พิการ กับวิสัยทัศน์ด้านอาชีพคนพิการ สานฝันสร้างงานสร้างอาชีพแก่ผู้พิการ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527  สู่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ องค์กรสาธารณกุศลด้านคนพิการระดับสากล ช่วยเหลือคนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เผยดำเนินการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการสู่การมีงานทำมาอย่างยาวนานนับ หมื่นคน เพื่อให้คนพิการได้พึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งด้านการศึกษา การฝึกอาชีพ การจัดหางาน  เพื่อรำลึก 19 ปี กับ 4 ทศวรรษคุณพ่อเรย์ จึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือคนพิการได้ โดยโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 342-3-04066-0  นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้…

          ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ กล่าวว่าในปีนี้ (2565)  ทางมูลนิธิได้จัดกิจกรรมรำลึก 19 ปี คุณพ่อเรย์ 4 ทศวรรษ  กับวิสัยทัศน์ด้านอาชีพคนพิการ เพื่อร่วมสดุดีคุณงามความดีที่คุณพ่อเรย์ มีแก่ผู้พิการทั่วประเทศ จนได้รับการย่องย่องให้เป็นพ่อพระของผู้พิการ  ซึ่ง “คุณพ่อเรย์” หรือ บาทหลวงเรย์มอนด์ เบรนเนน ท่านผู้ก่อตั้งโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 โดยเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีหน่วยงานที่เป็นนิติบุคคลมาเป็นเจ้าของและดำเนินงานของโรงเรียน เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำเนินงาน ดังที่คุณพ่อเรย์ได้ย้ำเสมอว่า “พ่อต้องการช่วยเหลือคนพิการทุกคนทั้งโลก….ให้มีอาชีพและช่วยเหลือตัวเองได้ตลอดชีวิต”

ปัจจุบัน “มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ”   เป็นองค์กรสาธารณกุศลด้านคนพิการระดับสากล ที่ให้ความช่วยเหลือเยาวชนคนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โดยที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ให้ความช่วยเหลือคนพิการเป็นจำนวนมากทั้งด้านการศึกษา การฝึกอาชีพ การจัดหางาน ฯลฯรวมทั้งเพื่อริเริ่มการดำเนินงานหรือสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ที่เน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพและให้คนพิการมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน มากกว่า 10,000 คน

“ความยิ่งใหญ่ที่คุณพ่อเรย์ ทำไว้คือการแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณที่เข็มแข็ง แล้วส่งต่อไปยังคนพิการ คนด้อยโอกาส เมื่ออดีตทีผ่านมา คนพิการ หรือคนด้อยโอกาสจะไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีอาชีพ ไม่มีงานทำ ไม่สามารถเข้าสังคมได้แต่เมื่อคุณพ่อเรย์ ได้เข้ามาเมืองไทยจึงได้พยายามต่อสู้ สร้างทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้คนพิการ คนด้อยโอกาส ให้มีทุกอย่างเฉกเช่นคนปกติ ทั้งมีอาชีพการงาน มีวิชาความรู้  และมีจิตใจที่เข็มแข็ง พร้อมที่จะต่อสู้กับชีวิตสามารถสร้างครอบครัวได้อย่างแข็งแรง มีชีวิตอยุ่ได้เช่นเดียวกับคนปกติ  นอกจากนี้ คุณพ่อเรย์ ได้สร้างสถานศึกษาต่างๆ เพื่อให้คนพิการ และคนด้อยโอกาส ได้มีชีวิตที่ดี  ได้มีชีวิตใหม่และประสบความสำเร็จ อีกทั้งลูกๆ ของคุณพ่อเรย์ ได้มีอาชีพที่มั่นคงอยู่ในองค์กรที่มีชื่อเสียงทั้งระดับภูมิภาคระดับประเทศและระดับโลก”

“บาทหลวงเรย์มอนด์ อัลลีน เบรนนัน หรือ คุณพ่อเรย์มอนล์ แอลลีน เบร็นนัน เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายไอริซ  ได้เดินทางมาประเทศไทย เมื่อปี 2504 และได้รับมอบหมายงานครั้งแรกในภาคอีสาน สภาพความเป็นอยู่ทั่วไปของประชาชนมีความยากไร้การคมนาคมไม่สะดวก สภาพปัญหาด้านสาธารณสุข มีความตรึงเครียดตามเขตชายแดนจากสงคราม ภารกิจคือ การช่วยเหลือผู้อพยพชาวกันพูชา พม่า และเวียดนาม ซึ่งเป็นงานที่หนัก ทั้งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและชาวบ้านผู้ยากจน และต่อมาเมื่อปี 2515 คุณพ่อเรย์ได้ไปช่วยงานที่วัดเซนต์นิโคลัส พัทยา พร้อมทั้งได้ก่อตั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หรือ มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา ขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ทำทุกอย่างโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น ตลอดระยะเวลา 40 กว่าปีในประเทศไทย ท่านอุทิตตนเพื่อผู้อื่นมาโดยตลอดไม่เว้นแม้แต่เดือนสุดท้ายชีวิต จึงเป็นชีวิตตามแบบอย่างพระคัมภีร์ที่ว่า “ไม่มีความรักใดที่ยิ่งใหญ่กว่า ผู้ที่ยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อผู้อื่น”

โอกาสนี้ขอร่วมรำลึก 19 ปี คุณพ่อเรย์ 4 ทศวรรษ  กับวิสัยทัศน์ด้านอาชีพคนพิการ จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาช่วยกันบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือคนพิการได้ โดยโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี 342-3-04066-0  สามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้  สามารถสอบถามรายละเอียดที่โทรศัพท์ 02-572 4042 ต่อ 8100, 8102 มือถือ 099-394-4795  หรือข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.mahatai.org

Comments (0)

ต่อลมหายใจผู้พิการ “ชลิต อินดัสทรี” มอบทุนการศึกษาฯ ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย สู่การมีงานทำช่วยตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

Posted on 18 กันยายน 2022 by admin

“การศึกษา” นับเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาสังคมในรูปแบบต่างๆ การศึกษาช่วยสร้างให้เรา มีองค์ความรู้ในเรื่องต่างๆ และทำให้เราเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ ดังนั้น… การศึกษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทุกคน ทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ผู้พิการก็ยังต้องให้ความสำคัญกับการศึกษา เรียนรู้ โดยเฉพาะสายอาชีพ เพราะหากเรียนจบ ฝึกฝนจนมีความชำนาญก็จะสามารถนำไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเอง และครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

ด้วยความสำคัญดังกล่าว นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วย นางสาววิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ กรรมการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” จึงมอบเงินร่วมสมทบทุนเพื่อการศึกษาและการดำเนินงานของวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท เพื่อให้มูลนิธิฯ นำไปใช้ในการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพผู้พิการอย่างยั่งยืน สำหรับน้องๆ ผู้พิการซึ่งเป็นนักเรียนประจำและเจ้าหน้าที่ผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของวิทยาลัยฯ กว่า 60 คน โดยมี นางสาวสัมฤทธิ์ ศิริรัมย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ เป็นผู้รับมอบ  ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย พร้อมกันนี้ทางบริษัท ชลิตฯ ยังได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องๆ ผู้พิการอีกด้วย

          นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  “ปัจจุบันระบบการศึกษามีความแตกต่างจากในอดีตมาก โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้นทั้งในด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร สังคม  การศึกษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมาก ๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำทักษะ ความรู้ที่ได้เรียนมานำไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้ในอนาคตได้   การมอบเงินร่วมสมทบทุนเพื่อการศึกษาและการดำเนินงานของวิทยาลัยฯในครั้งนี้ บริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชน์แก่วิทยาลัยฯ เพื่อที่จะนำไปทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเหมาะสม ด้วยการเป็นทุนการศึกษาพัฒนาศักยภาพ นักเรียน นักศึกษา ให้ทุกคนได้กินอิ่มนอนอุ่น เนื่องจากวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ฯ นี้ดำเนินการแก่ผู้พิการที่อยู่ในความดูแลทั้งหมดฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้น้องๆได้เรียนจนจบ ปวช. และปวส. 3-5 ปี แล้วมีงานทำ ช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืนครับ”

ด้าน นางสาวสัมฤทธิ์ ศิริรัมย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคายฯ  “ขอบคุณ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ที่มอบเงินร่วมสมทบทุนเพื่อการศึกษาและการดำเนินงานของวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในครั้งนี้ นับว่าเป็นองค์กรที่น่ายกย่องในการทำกิจกรรมตอบแทนสังคม เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตและการศึกษาของน้องๆผู้พิการฯ ที่กำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย เป็นสถานศึกษาสำหรับคนพิการแห่งแรกของภาคอีสาน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้คนพิการมีวุฒิการศึกษา ก่อตั้งขึ้นเพื่อจัดฝึกอบรมวิชาชีพสำหรับคนพิการ มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ อาหาร 3 มื้อ อุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ปัจจุบันมีนักศึกษาพิการที่อยู่ในความดูแลกว่า 60 คน ดำเนินการมาแล้วกว่า 11 ปี สามารถผลิตแรงงานคนพิการไปเป็นบุคลากรระดับมืออาชีพเพื่อทำงานรับใช้สังคมมาแล้วเกือบ 1000 คน”

ขอเชิญร่วมบริจาคได้ตามกำลังศรัทธาที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ หรือโอนเงินเข้าบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ธ.กรุงเทพ สาขาบางละมุง บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 342-3-04294-8 นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ หรือสอบถามที่ โทรศัพท์ 081 723 5949  หรืออีเมล์ ajima@mahatai.org  เพื่อช่วยคนพิการไทยได้รับการศึกษาที่ดีต่อไป…

Comments (0)

ENZ เชิญประชุมและอบรมออนไลน์ฟรี งานประชุมอบรมอาชีวศึกษาแห่งเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2022 “ยกระดับทักษะการทำงานคนรุ่นใหม่ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง”

Posted on 13 กันยายน 2022 by admin

การศึกษานิวซีแลนด์ขอเชิญผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนภาคอุตสาหกรรม และผู้สนใจเข้าร่วมงานงานประชุมด้านการศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (The Asia Pacific Vocational Education and Training Forum ; APAC TVET Forum 2022) ในรูปแบบออนไลน์ฟรี  งานเดียวที่รวบรวมความคิดในการแก้ปัญหาช่องว่างด้านทักษะและการวางแผนแรงงานในอนาคตอย่างยั่งยืน โดยการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลนิวซีแลนด์ ร่วมกับ “Skills Consulting Group” และ “Te Pūkenga” องค์กรสถาบันวิชาชีพและเทคโนโลยีของนิวซีแลนด์ ได้ร่วมกันจัดการประชุมนี้ขึ้นเพื่อบูรณาการความรู้และทักษะอันจำเป็น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับทักษะการทำงานคนรุ่นใหม่ให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง และเตรียมทักษะที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตและการก้าวเป็นผู้นำในโลกที่มีความหลากหลาย โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน 2565 นี้

APAC-Photo-03_With_LogoLockup copy-1_resize_resize

          “การศึกษาสายอาชีพและการฝึกฝนพัฒนาทักษะตลอดชีวิตเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกองค์กรในการเตรียมงานต่างๆในอนาคต” เป็นหนึ่งในประเด็นที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาเสวนาภายในงาน โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้นำด้านการศึกษาทั้งจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมนานาชาติกว่า 30 คน จาก 12 ประเทศ อาทิ

ดร. ดี ฮาลิล (Dr. Dee Halil)” ผู้จัดการโปรแกรมData Centre ระดับภูมิภาคในการพัฒนาทักษะจากบริษัทไมโครซอฟต์ (Microsoft) ที่จะพูดถึงประเด็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนทักษะและเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก รวมถึงวิทยากรจากประเทศไทย นายพรวิทย์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการอาวุโสจาก ซีพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) ที่จะบรรยายถึงการจัดระบบ สถาบันการศึกษาในแบบ work-based education เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สำเร็จการศึกษามีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการทำงาน ทั้งทักษะทางวิชาการและภาคปฏิบัติ ตลอดถึงทักษะการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

การอบรมนี้ดำเนินในรูปแบบออนไลน์เสมือนจริง  (บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ) โดยผู้ร่วมงานสามารถเข้าร่วมช่วงถาม-ตอบ และจองคิวปรึกษาแบบส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อการประชุมต่างๆ อาทิ การออกแบบโครงสร้างหลักสูตร, micro-credentials และ work-based learning policy เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนคำถาม ประสบการณ์และความคิดแบบตัวต่อตัวในช่วงการประชุมผ่านทางวิดีโอ รวมถึงการเข้าถึงงานวิจัยภาคอุตสาหกรรมล่าสุดที่มีให้อ่านมากกว่า 1,000 หน้า

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมประชุมทางออนไลน์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อมุ่งหวังให้ผู้ที่เข้าร่วมงานการประชุมมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเพื่อสร้างทักษะให้กับแรงงานในปัจจุบันและในอนาคต

ลงทะเบียนฟรี https://scg.6connex.com/event/Skills/apactvet2022/register หรือรายละเอียดเพิ่มเติม www.apactvetforum.com

Comments (0)

มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ เจ้าภาพงาน Workability Asia Conference 2022 ในโครงการ “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการเพื่อเท่าทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง”

Posted on 05 กันยายน 2022 by admin

            มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ในฐานะสมาชิก Workability Asia (WAsia)   องค์กรเครือข่ายระดับเอเชียที่ดำเนินงานด้านการส่งเสริมอาชีพคนพิการ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดสัมมนา Workability Asia Conference 2022 ในหัวข้อ “อาชีพและการจ้างงานคนพิการในโลกที่ปั่นป่วน” 25 – 27 ส.ค.นี้ ณ ศูนย์ประชุมมหาไถ่ พัทยา เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และหาแนวทางในการประกอบอาชีพและมีงานทำของคนพิการ รวมถึงแสดงผลงานด้านอาชีพของคนพิการ ในงานจะมีกิจกรรมที่สนใจ อาทิ การสัมมนาระหว่างประเทศ เรื่อง “อาชีพและการจ้างงานคนพิการในโลกที่ปั่นป่วน”  บูธแสดงผลงานและจำหน่ายสินค้าคนพิการ กิจกรรมเปิดตลาดของดีเมืองพัทยา คาดมีผู้ร่วมงาน กว่า 1,500 คน

S__129630210-1_resize

            ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ (ประธาน Workability Asia )  เปิดเผยว่า Workability Asia (WAsia) ได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 เพื่อรวบรวมเป็นองค์กรเครือข่ายระดับเอเชียที่ดำเนินงานด้านการส่งเสริมอาชีพคนพิการ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 52 องค์กร จาก 13 ประเทศ โดยมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ พ.ศ. 2559  ซึ่งมีภารกิจสำคัญ 3 อย่าง คือ 1.การจัดสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานด้านคนพิการในเอเชีย การแลกเปลี่ยนบุคลากร 2.เพื่อศึกษาดูงานเรียนรู้วัฒนธรรมและการดำเนินงานระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย และ3. รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพและการจ้างงานคนพิการให้แก่ประเทศในภูมิภาคเอเชีย

จากการระบาดของโควิด-19  ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ภัยพิบัติ สงคราม ล้วนส่งผลกระทบต่อคนพิการทั้งในด้านความเป็นอยู่และรายได้  ซึ่งทาง WAsia เองก็ตระหนักดีถึงความสำคัญของวิกฤติดังกล่าว จึงมีการขับเคลื่อนงานและมีการประชุมติดตามงานอย่างต่อเนื่องตลอดมา และปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดสัมมนา Workability Asia Conference 2022 ในหัวข้อ “อาชีพและการจ้างงานคนพิการในโลกที่ปั่นป่วน” (Jobs and Employment of People with Disabilities in a Disruptive World) โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน เมืองพัทยา ภาคธุรกิจเอกชน องค์กรคนพิการ และ Workability Asia เห็นควรดำเนินโครงการ “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการเพื่อเท่าทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง” ขึ้นเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ในการส่งเสริมอาชีพและการจ้างงานคนพิการ นอกจากนั้นยังเป็นการแสดงความสามารถและการประกอบอาชีพของคนพิการ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการส่งเสริมอาชีพคนพิการในภาพรวมต่อไป

            ทั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมอาชีพและจ้างงานคนพิการในสถานการณ์ของโลกที่ปั่นป่วนต่างๆ ทั้งจากโรคระบาด เทคโนโลยี ฯลฯ เพื่อนำเสนอประเด็นเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะต่อการส่งเสริมอาชีพและจ้างงานคนพิการทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคเอเชีย เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางอาชีพของคนพิการ และนำไปสู่ความร่วมมือในการส่งเสริมการประกอบอาชีพและการจ้างงานคนพิการต่อไป

163995 - ok_resize

            การสัมมนาในครั้งนี้เป็นรูปแบบผสมผสานโดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคคนพิการ ซึ่งเป็นผู้แทนจากองค์กรในประเทศ และ ผู้แทนองค์กรสมาชิกจากต่างประเทศ กลุ่มอาชีพคนพิการ พ่อค้าแม่ค้า คนพิการ และประชาชนทั่วไป รวมทั้งหมดประมาณ 1,500 คน ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้น ที่ ศูนย์ประชุมมหาไถ่ พัทยา ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 25 – 27 สิงหาคม พ.ศ. 2565 นี้  โดยมีกิจกรรม อาทิ…

กิจกรรมที่ 1 การสัมมนาระหว่างประเทศ เรื่อง “อาชีพและการจ้างงานคนพิการในโลกที่ปั่นป่วน”

กิจกรรมที่ 2 การจัดบูธแสดงผลงานด้านอาชีพ และการจำหน่ายสินค้าคนพิการ

กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมเปิดตลาดของดีเมืองพัทยา ภายในมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ

โดยคาดว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมอาชีพและการจ้างงานคนพิการในสถานการณ์ปัจจุบันอย่างสร้างสรรค์  – นำไปประยุกต์ได้ และมีแนวทางในการส่งเสริมอาชีพและจ้างงานคนพิการในหน่วยงานในสถานปัจจุบันอย่างเหมาะสม  ที่สำคัญคนพิการหรือกลุ่มอาชีพคนพิการที่เข้าร่วมสัมมนามีช่องทางในการเข้าถึงแหล่งทุนและการจำหน่ายสินค้าหรือบริการอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

            นอกจากนี้ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ยังได้มีกิจกรรมออกบูธจำหน่ายแสดงสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินค้าโอทอป 5 ดาวและสินค้าคนพิการ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม – วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน  ณ ลานห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช อีกด้วย  ต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.mahatai.org

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ มอบหลอดไฟโซล่าเซลล์ ชุมชนดินแดง

Posted on 29 สิงหาคม 2022 by admin

          บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” มอบหลอดไฟโซล่าเซลล์ติดไฟถนนส่องสว่างให้ชุมชนดินแดง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนและสังคมไทยให้น่าอยู่  โดยมี นายรัตนมงคล เลิศทวีวิทย์ ตัวแทนกลุ่มดินแดงไม่ทิ้งกัน เป็นผู้รับมอบ  เมื่อเร็วๆ นี้

Comments (0)

มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ เปิดอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 1 ส่งเสริมคนพิการมีงานทำอย่างยั่งยืน ชวนภาคเอกชนจ้างงานตามมาตรา 35

Posted on 25 สิงหาคม 2022 by admin

          มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 1  พร้อมเปิดศูนย์เทคโนโลยีการเกษตรคนพิการนานาชาติ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรคนพิการ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันทันสมัย พร้อมส่งเสริมคนพิการมีงานทำ จึงขอเชิญชวนให้ภาคเอกชนจ้างงานผู้พิการมาตรา 35 ไม่เพียงเป็นการสร้างโอกาสให้คนพิการเท่านั้น แต่ยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนแบบให้ยั่งยืนต่อไป…

          บาทหลวงภัทรพงศ์ ศรีวรกุล ประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดเผยว่ากว่า 35 ปี ที่มูลนิธิฯได้ดำเนินงานด้านคนพิการ เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริม ยกระดับ ขยายโอกาสการมีงานทำของคนพิการทุกประเภทจากทั่วประเทศ ให้ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้านคุณภาพ ทักษะฝีมือ ความรู้และมีรายได้ที่เหมาะสมปรับเปลี่ยนสอดคล้องกับสถานการณ์ และเศรษฐกิจในปัจจุบัน ล่าสุดได้เปิดอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 1  พร้อมเปิดศูนย์ เทคโนโลยีการเกษตรคนพิการนานาชาติ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

          บาทหลวงภัทรพงศ์ ศรีวรกุล ประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดเผยว่ากว่า 35 ปี ที่มูลนิธิฯได้ดำเนินงานด้านคนพิการ เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริม ยกระดับ ขยายโอกาสการมีงานทำของคนพิการทุกประเภทจากทั่วประเทศ ให้ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งด้านคุณภาพ ทักษะฝีมือ ความรู้และมีรายได้ที่เหมาะสมปรับเปลี่ยนสอดคล้องกับสถานการณ์ และเศรษฐกิจในปัจจุบัน ล่าสุดได้เปิดอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 1  พร้อมเปิดศูนย์ เทคโนโลยีการเกษตรคนพิการนานาชาติ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

นับเป็นความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ กับ  You Like Farm จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับผู้พิการ อีกทั้งโครงการนี้ยังช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ต่อยอดความร่วมมือ โยงใยสืบสานงานการส่งเสริมอาชีพคนพิการในอนาคต พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งๆ ขึ้นให้แก่คนพิการทั่วประเทศ โดยในงานได้รับเกียรติจากนายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลหนอง นายสุชาติ อิ่มบัญชร ที่ปรึกษามูลนิธิฯ คณะผู้บริหาร ตัวแทนจากภาคเอกชน และผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 1 ร่วมพิธีเปิดศูนย์เทคโนโลยีการเกษตรคนพิการนานาชาติ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

สำหรับศูนย์เทคโนโลยีการเกษตรคนพิการนานาชาติ แห่งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรคนพิการ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน รักษาสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ทำเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์ เป้าหมายคือให้ความรู้ พัฒนาทักษะแก่คนพิการและผู้ที่สนใจทั่วไปนำความรู้กลับไปใช้ประกอบอาชีพ หรือปลูกพืชผักสำหรับบริโภคในครัวเรือนได้ เป็นการขยายโอกาสการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยจัดตั้งแบรนด์สำหรับการทำการตลาด ขายผลผลิตด้านการเกษตรของผู้พิการในชื่อว่า 20 ไร่ ออร์กานิคฟาร์ม

“โดยมีผู้พิการที่เข้าอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 1 จำนวน 35 คน ระยะเวลาการฝึกอบรม 6 เดือน ซึ่งผู้เข้ารับการการอบรมจะได้เรียนทฤษฎีการเกษตรจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทางด้านเกษตรอินทรีย์ จากนั้นลงพื้นที่ปฏิบัติจริงในพื้นที่ 20 ไร่ ที่ประกอบไปด้วยแปลงปลูก และเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้จึงอยากขอเชิญชวนให้ภาคเอกชนได้ว่าจ้างงานผู้พิการมาตรา 35  ในการอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมให้ผู้พิการมีงานทำ มีรายได้สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน” บาทหลวงภัทรพงศ์ ศรีวรกุลกล่าวในท้ายสุด

Comments (0)

คณะผู้บริหาร ดิจิทัล ซีอีโอ รุ่นที่5 ศึกษาดูงาน บจ.เครดิตแห่งชาติ

Posted on 18 สิงหาคม 2022 by admin

          นายเผด็จ เจริญศิวกรณ รองผู้จัดการใหญ่ และ นางวีระนงค์ ฉ่ำทรัพย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บจ.ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ให้การต้อนรับ คณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่5 กว่า 90 คน นำโดย ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ คุณธนียา นัยพินิจ นางสาวอรภัทร รังสีวงศ์ ดร.จรวยพรภัทร ลีสมสิริ  ดร.ปนัสนันท์ ปารมีถาวรวงศ์ เป็นต้น เพื่อศึกษาดูงาน บจ.ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กร ณ ห้องปะชุม MS Siam Tower ถนนพระราม3 เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

การศึกษานิวซีแลนด์ เปิดแคมเปญใหม่รุกตลาดระดับโลก ตอกย้ำความพร้อมต้อนรับนักเรียนต่างชาติ หลังเปิดประเทศ

Posted on 16 สิงหาคม 2022 by admin

          การศึกษานิวซีแลนด์ Education New Zealand (ENZ)   เปิดแคมเปญใหม่ “I AM NEW 2022” ต้อนรับการเปิดประเทศครั้งแรกในรอบ 2 ปี หลังโควิด 19  รุกการตลาดระดับโลก ดึงตัวแทนนักเรียนต่างชาติจาก 8 ประเทศ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ (Brand Ambassador) เล่าเรื่องราวการศึกษาในนิวซีแลนด์ผ่านมุมมองของตัวเอง พร้อมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ มุ่งให้นักเรียนต่างชาติมีประสบการณ์ตรงและบรรลุเป้าหมายของตัวเอง ควบคู่ไปกับการค้นหาและค้นความเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพ ความยั่งยืน และนวัตกรรม โดยได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ครั้งแรกในงานมหกรรมและการประชุมด้านการศึกษาระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก “NAFSA” ณ เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโดของสหรัฐฯ

การเปิดตัวแคมเปญการตลาดระดับโลกของการศึกษานิวซีแลนด์ครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำว่านิวซีแลนด์พร้อมต้อนรับนักเรียนต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อเป็นครั้งแรก หลังรัฐบาลมีกำหนดการเปิดประเทศและรับสมัครวีซ่าเข้าประเทศอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2565  หลังปิดประเทศมานาน 2 ปี โดยแคมเปญดังกล่าว Education New Zealand (ENZ)  ได้คัดเลือกตัวแทนนักเรียนต่างชาติจาก 8 ประเทศ ได้แก่ จีน, โคลอมเบีย, เยอรมนี, อินเดีย, ญี่ปุ่น, ไทย, สหรัฐฯ และเวียดนาม ร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ (Brand Ambassador) มาร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การศึกษาต่อในประเทศนิวซีแลนด์ รวมทั้งเล่าประโยชน์ที่พวกเขาได้รับจากการผสมผสานวัฒนธรรมบ้านเกิดกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของนิวซีแลนด์

อีกทั้ง แคมเปญดังกล่าว ยังได้ “คีรี นาธาน” นักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นระดับโลกชาวเมารีร่วมออกแบบการศึกษารูปแบบใหม่ที่รวมเอาคุณค่าทางวัฒนธรรมท้องถิ่นมาทำให้การศึกษาของนิวซีแลนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น และเป็นมากกว่าการศึกษาทั่วไป อันประกอบด้วยหลักการสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่ การใส่ใจคนอื่น, การใส่ใจสถานที่ และจิตวิญญาณแห่งคนหนุ่มสาวที่มุ่งมั่นหาทางพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยมุ่งให้นักเรียนต่างชาติมีประสบการณ์ตรงและบรรลุเป้าหมายของตัวเอง ควบคู่ไปกับการค้นหาและค้นความเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพ ความยั่งยืน และนวัตกรรม

          นายกรานท์ แมคเฟอร์สัน (Mr. Grant McPherson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Education New Zealand (ENZ) กล่าวว่า “สิ่งที่เรามอบให้กับนักเรียนจากทั่วโลกคือโอกาสและประสบการณ์ใหม่ๆ ความหลากหลาย และอีกมากมาย นี่ถือว่าเป็นมุมมองใหม่ในการนิยามความสำเร็จด้านการศึกษา ที่เป็นมากกว่าการเรียนรู้เพียงเพื่อผ่านไป แต่กลับกันเราทำให้นักเรียนเข้าใจคุณค่าของการเรียนรู้และเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

สำหรับแคมเปญการตลาดระดับโลกของการศึกษานิวซีแลนด์ครั้งนี้ มีนักเรียนไทยได้รับคัดเลือกให้ร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ร่วมกับตัวแทนนักเรียนต่างชาติจากประเทศอื่นๆ ได้แก่ “น้องเชน-อทิศ สุขสิงห์” ซึ่งกำลังศึกษาต่ออยู่ในระดับปริญญาตรี คณะพานิชยศาสตร์ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยโอตาโก ประเทศนิวซีแลนด์ เส้นทางการศึกษาในนิวซีแลนด์ของเขาเริ่มต้นขึ้นที่โรงเรียนสอนภาษาในเมืองเทาโปเมื่อปี 2558 จากการได้เรียนภาษาอังกฤษในระบบการศึกษานิวซีแลนด์ทำให้เขาได้สัมผัสการเรียนการสอนที่เน้นความต้องการหรือเป้าหมายของผู้เรียนเป็นหลัก ทำให้ตัดสินใจเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่นิวซีแลนด์จนจบม. 6 และเมื่อขึ้นมหาวิทยาลัย เขาก็ได้เลือกเรียนตามความชอบของตัวเอง สาขาวิชาที่เขาเลือกเรียนคือ “การบริหารจัดการโรงแรม” ที่ควีนส์ทาวน์ รีสอร์ต คอลเลจ เป็นเวลา 2 ปี และในปี 2564 จึงมาศึกษาต่อในคณะพาณิชยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโอตาโกจนถึงปัจจุบันนี้

“น้องเชน” เผยว่า เป็นคนชอบด้านธุรกิจ เพราะได้เรียนรู้งานกับคนในครอบครัวที่ประกอบธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก และนั่นทำให้เขามีเป้าหมายในชีวิตที่ต้องการจะช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้มากที่สุด ซึ่งลำดับแรกก็คือ “ครอบครัวของเขา” และด้วยระบบการศึกษานิวซีแลนด์ที่มีตัวเลือกมากมายให้กับนักเรียนต่างชาติได้เลือกเรียนตามชอบ โดยมีผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชานั้น ๆ มาเป็นครูผู้สอน ก็ทำให้เขาได้มีโอกาสเลือกเรียนสิ่งที่ชอบและจำเป็นจริงๆ ในการบรรลุเป้าหมายในชีวิตของตัวเองได้ โดยไม่ต้องไปเสียเวลากับวิชาที่ไม่มีความจำเป็นกับสายอาชีพของเขาในอนาคต

นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ “น้องเชน” ได้เรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ทำให้เขาได้ซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ใส่ใจคนรอบตัวและสังคม ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะทำตามฝันของตัวเองที่สักวันจะมีธุรกิจของตัวเองให้สำเร็จไม่เพียงแต่มีเม็ดเงินกำไรอย่างเดียว แต่ยังต้องสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับคนรอบตัว สังคม และสิ่งแวดล้อมเช่นกัน และด้วยความคิด ประสบการณ์ชีวิต และประสบการณ์การเรียนรู้ในนิวซีแลนด์ของ “น้องเชน” ที่สั่งสมมานาน ทำให้เขาสามารถนำความรู้และวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์ไปปรับใช้กับสิ่งรอบตัวและเพื่อบรรลุเป้าหมายชีวิตของตัวเองในอนาคต ซึ่ง Education New Zealand (ENZ)  เล็งเห็นว่า เขาคือนักเรียนต่างชาติชาวไทยที่มีศักยภาพและผลของความสำเร็จด้านการศึกษานิวซีแลนด์ จึงทำให้เขาได้รับเลือกเป็นตัวแทน 1 ใน 8 นักเรียนต่างชาติที่มาร่วมบอกเล่าการศึกษานิวซีแลนด์ว่าเหมาะกับนักเรียนต่างชาติมากที่สุดอย่างไร

ทั้งนี้ ระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ มุ่งเน้นสอนนักเรียนให้เป็นนักคิดเชิงวิพากษ์ นักแก้ปัญหา และผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในอาชีพการงานในอนาคต นิวซีแลนด์ได้รับการยอมรับด้านระบบการศึกษาที่เหมาะแก่การเรียนรู้สู่อนาคต (future-focused education) โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1  ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวการศึกษานิวซีแลนด์ได้ที่ www.studywithnewzealand.govt.com หรือ Line@nzenglish

Comments (0)

คณะผู้บริหาร ดิจิทัล ซีอีโอ รุ่นที่5 ศึกษาดูงาน ซีดีจี

Posted on 15 สิงหาคม 2022 by admin

นางสาวธนพร ฐิติสวัสดิ์ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 5  อาทิ  พ.ญ.ลลิตยา กองคำ ศ.นพ.ก้องเกียรติ กูณฑ์กันทรากร  นางวงดาว ถนอมบูรณ์เจริญ  ดร.โชคชัย เอียมฤทธิไกร   นายณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล  ร้อยโท ดร.ธนกฤษฏ์ เอกโยคยะ น.ส.ธนียา นัยพินิจ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล นพ.นพพร อนุกูลการกุศล เป็นต้น เพื่อศึกษาดูงาน บริษัท ซีดีจี ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับองค์กร ออกแบบรองรับการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เข้ากับระบบการทำงานเดิม ซึ่งคณะผู้บริหารต่างให้ความสนใจการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กรฯ ณ อาคาร CDG House ถนนนางลิ้นจี่ เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

รวมพลังจิตอาสาบริจาคโลหิต เนื่องในเดือนวันแม่แห่งชาติ

Posted on 11 สิงหาคม 2022 by admin

          “การบริจาคโลหิตของท่าน คือ ทานอันบริสุทธิ์ ด้วยท่านพร้อมที่จะให้โดยไม่คำนึงว่าผู้รับจะเป็นใคร และให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ นอกจากท่านจะเสียสละโลหิตในกาย และเสียสละเวลาในการประกอบงานแล้ว หลายท่านยังต้องอุตสาหะเดินทางไปยังหน่วยรับบริจาคโลหิตต่างๆ ด้วยความยากลำบาก เพื่อจะได้บำเพ็ญทานอันบริสุทธิ์นี้ ด้วยศรัทธาที่แรงกล้ายิ่ง” พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ที่ทรงขอบคุณผู้บริจาคโลหิต เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึก ผู้บริจาคโลหิต ในพิธีเปิดงาน “ดุจสายทิพย์ธารา” เพื่อผู้บริจาคโลหิต ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2536

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ น้อมจิตบริจาคโลหิต ถวายสดุดี 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ตลอดเดือนสิงหาคม 2565

ข้อมูลจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ระบุว่า จากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การจัดหาโลหิตทั่วประเทศในปัจจุบันมีปริมาณลดลงอย่างมาก โดยในสถานการณ์ปกติจะได้รับโลหิตมากกว่า 200,000 ยูนิตต่อเดือน แต่หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ได้รับโลหิตทั้งประเทศเพียง 150,000-160,000 ยูนิต ส่งผลให้ปริมาณโลหิตสำรองลดลงเป็นอย่างมาก โดยจากข้อมูลการเบิกจ่ายโลหิต ย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2565 ในแต่ละวันโรงพยาบาลทั่วประเทศมีการขอเบิกใช้โลหิตเฉลี่ยวันละ 7,000 – 9,000 ยูนิต แต่สามารถจ่ายโลหิตเฉลี่ยได้เพียง 3,000 ยูนิตต่อวัน จนเกิดวิกฤติขาดแคลนโลหิต

เพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “POP”  ได้จัดกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รวมพลังจิตอาสา บริจาคโลหิต” ปี 3  เนื่องในเดือนวันแม่แห่งชาติ โดย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ และ นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการบริษัทฯ นำทีมพนักงานจิตอาสาร่วมบริจาคโลหิต แสดงพลัง 1 ผู้ให้=หลายคนรับ เพื่อส่งต่อโลหิตที่ปลอดภัยให้ผู้ป่วยและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือวิกฤติเลือดขาดแคลน โดยมี นางสาวจุฑารัตน์  แก้วจันทร์เพชร  หัวหน้างานรับบริจาคโลหิตและพลาสมา สถานีกาชาดที่ 11 ให้การต้อนรับ ณ สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม บางแค

          นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กล่าวว่า บริษัทฯได้จัดกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รวมพลังจิตอาสา บริจาคโลหิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับพนักงานในการเป็น “ผู้ให้” และมีความรับผิดชอบต่อสังคม  ซึ่งเป็นนโยบายที่บริษัทฯให้ความสำคัญมาโดยตลอด การบริจาคโลหิตถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ช่วยต่อชีวิตต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยให้ได้มีชีวิตต่อไป ซึ่งทุกคนที่มีสุขภาพดีสามารถทำได้ด้วยตนเอง และในปีนี้ถือเป็นโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ที่พวกเราได้ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงออกถึงความจงรักภักดี และขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ประชาชนคนไทยทั่วประเทศมาร่วมบริจาคโลหิตกันมากขึ้น

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ขอเชิญผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุ 17-70 ปี ร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติใกล้บ้าน และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิต บางแค โทร. 0 2252 1637 (ในวันและเวลาราชการ)

Comments (0)

YOUNG ANIMATORS

Posted on 29 กรกฎาคม 2022 by admin

Melissa Haydon-Clarke, Chargée d’affaires a.i of The New Zealand Embassy, (4th from left), New Zealand Ambassador to Thailand recently presided over the opening ceremony of Meet-Greet-Grasp Knowledge from world-class Animator Nikora Ngaropo hosted by the New Zealand Embassy and New Zealand Thailand Chamber of Commerce to celebrate Matariki, Maori New Year 2022. Meet-Greet-Grasp Knowledge was part of Young Animators in Thailand (24-29 June) designed to motivate and engage Thai students are interested in animation and filming to give them tips and tricks for a pathway to related industries in New Zealand. The event was led by Nikora Ngaropo, a top animator from New Zealand with more than 20 years’ experience in the animation and filming industry. He has been working with Weta Workshop, the award-wining company responsible for producing Avatar, The Hobbit, Planet of the Apes, Tin Tin and any more films.

Comments (0)

นักเรียนไทยคึกคักพร้อมบินเรียนต่อไฮสคูลนิวซีแลนด์ นับถอยหลังนิวซีแลนด์เปิดประเทศ 1 ส.ค. 65 นี้

Posted on 29 กรกฎาคม 2022 by admin

          สิ้นสุดการรอคอยสำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการไปศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ หลังนิวซีแลนด์ปิดประเทศนานกว่า 2 ปี  เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นักเรียนไทยชุดแรกพร้อมบินไปเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา (High School) ตามที่รัฐบาลนิวซีแลนด์ประกาศให้นักเรียนระดับ High school เข้าประเทศเป็นครั้งแรก 1 สิงหาคม 2565 นี้

เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนไทยสู่การกลับไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อเร็วๆนี้หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ Education New Zealand (ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำเทศไทย ร่วมกับ บริษัทตัวแทนที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ และเคทีซี ได้จัดงาน Welcome Back to New Zealand ปฐมนิเทศนักเรียนไทยที่จะบินไปเรียนต่อนิวซีแลนด์ (New Zealand Pre-departure Orientation) เพื่อแนะแนวให้คำแนะนำปรึกษาแก่พ่อแม่ผู้ปกครองและนักเรียนไทยที่จะบินไปเรียนต่อในระดับ High School ที่ประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 60 คน รวมทั้ง คุณสู่ขวัญ และคุณโชค บูลกุล ที่เตรียมความพร้อมให้ “น้องปราบ” ลูกชายคนเก่งไปเรียน High School ที่นิวซีแลนด์ด้วย โดยมี นางสาวจารุวรรณ พงษ์จารุวัฒน์ ผู้อำนวยการด้านการศึกษา หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมให้คำแนะนำ ณ KTC ที่ UBC2

นิวซีแลนด์ เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ส่งลูกๆไปเรียนต่อ เนื่องจากนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่ามีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสูงติดอันดับต้นๆของโลก การศึกษาของนิวซีแลนด์มีความยืดหยุ่นสูง สอนให้เด็กรู้จักการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา  สร้างแรงจูงใจให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ ค้นหาศักยภาพและความชอบของเด็ก เพื่อนำไปสู่อาชีพในอนาคต ได้รู้จักการใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ในทฤษฎี อีกทั้งนิวซีแลนด์ยังเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผู้คนเป็นมิตร ธรรมชาติสวยงาม สภาพแวดล้อมปลอดภัยเหมาะต่อการศึกษา และเป็นประเทศแรกที่มีกฎหมายคุ้มครองสำหรับนักเรียนต่างชาติ

ในแต่ละปีมีนักเรียนนานาชาติจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และในปี 2019 ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด 19 มีนักเรียนต่างชาติกว่า 118,000 คนเรียนในนิวซีแลนด์ รวมถึงนักเรียนไทย ในปี 2019 มีนักเรียนไทยศึกษาอยู่ในนิวซีแลนด์กว่า 3,000 คน  โดยเฉพาะในระดับ High School  ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีนักเรียนไทยในระดับ High School ไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์มากที่สุดใน South East Asia

นิวซีแลนด์ได้รับการยอมรับด้านระบบการศึกษาที่เหมาะแก่การเรียนรู้สู่อนาคต (future-focused education) โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1  ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวการศึกษานิวซีแลนด์ได้ที่ www.studywithnewzealand.govt.com หรือ Line@nzenglish

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ ส่งเสริมพุทธศาสนา รวมพลังจิตอาสาทำความสะอาดวัด

Posted on 27 กรกฎาคม 2022 by admin

             นายชวิศ ยงเห็นเจริญ (ที่3จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยางรถยนต์รายใหญ่ของไทย ภายใต้แบรนด์ “POP”  พร้อมด้วย นางสุชญา-นางสาววิมล ยงเห็นเจริญ (ที่ 2 และที่ 1 จากซ้าย) นำทีมผู้บริหารและพนักงานจัดกิจกรรมส่งเสริมพุทธศาสนาในโครงการ “ชลิต อินดัสทรี ร่วมใจหล่อเทียนพรรษา รวมพลังจิตอาสาทำความสะอาดวัด” พร้อมถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยทาน แด่ พระครูสังฆรักษ์ วันชัย  ธมฺมิโก เจ้าอาวาสวัด วัดวิสุทธิวราวาส (วัดกลางคลอง) ต.พันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร เพื่อใช้ในการดำเนินงานของวัดต่อไป

Comments (0)

ธกส. มอบข้าวสารให้มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ

Posted on 25 กรกฎาคม 2022 by admin

          นายสมชาย คมพงษ์ปภา รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ร่วมสนับสนุนโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ…ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ให้กับมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ โดยมอบข้าวสารรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท เพื่อให้นักเรียนและนักศึกษาพิการได้เพียงพอกับการบริโภคในระหว่างการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และฝึกอาชีพ  โดยมี ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษามูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบฯ ณ ธกส. ถนนพลโยธิน เมื่อเร็วๆนี้

ท่านสามารถดูรายละเอียดมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mahatai.org

Comments (0)

สร้างแรงบันดาลใจสู่ YOUNG ANIMATORS

Posted on 22 กรกฎาคม 2022 by admin

          Animator หรือ นักสร้างแอนิเมชั่น ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพท้าทายของคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานภาพ CG สร้างสรรค์ออกแบบและสื่อภาพเคลื่อนไหว ที่เราสามารถพบเจอผ่านจอภาพในสื่อต่างๆ รวมถึงภาพยนตร์แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar, The BFG และ The Hobbit

นับเป็นโอกาสดีของน้องๆเยาวชนไทย ที่ได้ร่วมเวิร์คช็อปแอนิเมชั่นดิจิทัลอย่างใกล้ชิดกับนิโคราล์ งาโรโป (NIKORA NGAROPO) นักสร้างแอนิเมชั่นชาวนิวซีแลนด์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีที่เคยทำงานกับ Weta Workshop บริษัทดังในภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลก เช่น  Avatar, The Hobbit, Planet of the Apes, The BFG และอีกมากมาย ที่ทางสถานทูตนิวซีแลนด์ และหอการค้าไทย-นิวซีแลนด์ (New Zealand Thai Chamber of Commerce – NZTCC)  จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อเชื่อมโยงทางศิลปะ วัฒนธรรมและการศึกษาของทั้งสองประเทศ เนื่องในปีใหม่ MATARIKI 2022 ของชาวเมารี ผ่านโครงการ YOUNG ANIMATORS เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแนะนำเคล็ดลับให้เยาวชนไทยที่สนใจเรียนและทำงานในสายงานนี้ในการไปสู่อาชีพระดับโลกด้านดิจิตัล การทำหนังและอนิเมชั่นในนิวซีแลนด์

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นางเมลิสซา เฮร์ดอน-คลาร์ก (Ms. Melissa Haydon-Clarke) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครทูต สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน Meet-Greet-Grasp Knowledge from World-class Animator Nikora ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยกล่าวเปิดงานว่า ในโอกาส Martariki ปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่น่ายินดี สอดคล้องกับที่ทางรัฐบาลนิวซีแลนด์จะทำการเปิดประเทศแบบเต็มรูปแบบในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยได้มีการจัดช่วงเวลาในการแบ่งปันความรู้ให้กับเยาวชนไทย ในสาขาที่น่าตื่นเต้นและเป็นที่สนใจของโลกบัจจุบันคือ อนิเมชั่น หนัง และเกมส์ ที่นิโคราล์ ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างของความสำเร็จของการศึกษาที่นิวซีแลนด์ทำให้คนที่เรียนมาด้านนี้ มีทักษะที่เหมาะความต้องการของโลก ของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุด และสามารถใช้ทักษะจนสำเร็จและมีชื่อเสียงได้ทำหนังระดับโลกในหลายๆ เรื่อง ในวันนี้ นิโคราล์ได้มาสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนไทยว่า ไม่ว่าใครก็สามารถไปสู่เส้นทางความสำเร็จแบบนิโคราล์ได้ถ้ามีความมุ่งมั่นพอ

            นางมายา เพียร์สัน ประธานสภาหอการค้าไทยนิวซีแลนด์ เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจการจัดงานว่า อยากให้คนไทยรู้จักกับมาตาริกิ (MATARIKI) ปีใหม่ของชาวนิวซีแลนด์ จึงได้เชิญNIKORA ซึ่งเป็น ANIMATORS ที่มีประสบการณ์มากๆมาสร้างแรงบันดาลใจเป็น Pilot Project ปีแรกและหวังว่าจะมีการจัดในปีต่อๆไป

NIKORA ได้นำเสนอ workshop ให้กับนักเรียนไทย ใน Children of the Forest ที่กาญจนบุรี, นักเรียนจาก ISB International School, และเปิดให้นักเรียนไทยทั่วไปเข้าร่วม Workshop และ เสวนาที่ Bangkok C-ASEAN, ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ระหว่างวันที่ 24-29 มิถุนายน 2565 ใน workshop เป็นการสอนเทคนิคแอนิเมชั่นพื้นฐานให้นักเรียน เข้าใจและสามารถไปเรียนรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากการสร้างภาพนิ่งไปสู่ภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเด็กๆ มีความสนุกสนานในการร่วมงาน และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนไทยไปสู่อาชีพในระดับโลกได้ในอนาคต โดย นิโคราล์ งาโรโป อธิบายถึงกระบวนการคิดการทำงานในสายงานนี้ และพูดถึงแรงกระตุ้นที่ทำให้นักเรียนอยากมาเรียนและทำงานในสายงานนี้ ว่าการที่ได้มี่โอกาสเดินทางไปทั่วโลก และผลตอบแทนที่สูงมาก ตัวอย่างเช่น นิโคราล์ ที่เริ่มต้นงานในสายงานนี้เมื่อ 20 ปีก่อนด้วยเงินเดือนกว่า 2 ล้านบาท เป็นข้อดีในการทำงานสายงานนี้

ทั้งนี้อุตสาหกรรมแอนิเมชั่น การทำภาพยนตร์ หรือสายงานที่เกี่ยวข้องเป็นงานที่ค่อนข้างทำงานหนัก แต่ด้วยการวางแผนที่ดี การให้ความสำคัญกับ Work Life Balance ของประเทศนิวซีแลนด์ ทำให้ชั่วโมงงานที่นิวซีแลนด์ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับที่อื่นคือ ประมาณ 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

            นิโคราล์ ยังได้เปิดเผยถึงคุณสมบัติการเป็น Animators ที่ประสบความสำเร็จ คือ ต้องเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทำงานหนัก สามารถเดินทางได้ รวมถึงความสามารถด้านภาษาอังกฤษถือว่าสำคัญในการสื่อสารเพื่องานด้านนี้ แต่ที่นิวซีแลนด์อย่าง Weta Workshop จะดูที่ความสามารถเป็นหลักมากกว่า ซึ่งนิโคราล์กล่าวว่าหลังจากที่ได้สอนและพูดคุยกับนักเรียนไทยทำให้เห็นว่านักเรียนไทยมีความคิดสร้างสรรมาก และประเทศไทยเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมและเรื่องราวที่นักเรียนสามารถนำไปถ่ายทอดอันจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ อย่างเช่นหนังเรื่อง Avatar ที่มีเรื่องราวจากชนเผ่าท้องถิ่นเมารี ทำให้มีเรื่องราวลึกซึ้งได้ใจผู้ชมทั่วโลกอย่างล้นหลาม

ส่วนการไปเรียนด้านดิจิทัลแอนิเมชั่น การทำหนังหรือภาพยนตร์ที่นิวซีแลนด์ก็มีส่วนช่วย เนื่องจากมีอุตสาหกรรมรองรับ และนักเรียนเห็นตัวอย่างจริง เรียนเป็นแนวปฏิบัติ และเมื่อเรียนจบปริญญาตรี หรือ โท ยังจะสามารถทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ต่อถึงสามปีอีกด้วย

เทคโนโลยีในปัจจุบันปรับเปลี่ยนไปเร็วมาก ซึ่งนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีการศึกษาที่ปรับเปลี่ยนสู่ทักษะในอนาคตตลอดเวลา จึงเหมาะในการศึกษาต่อในด้านที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ดิจิตัล นิวซีแลนด์ได้รับเลือกเป็นที่หนึ่งในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษที่เตรียมทักษะนักเรียนสู่อนาคตได้ดีที่สุดในโลกจาก The Economist Intelligence Unit ถึงสามปีซ้อนจาก 2017-2019 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความพร้อมของนิวซีแลนด์ในการที่เป็นแหล่งศึกษาชั้นนำของโลกในด้านนี้

สำหรับน้องๆ ที่แข้าร่วม Workshop ในโครงการ YOUNG ANIMATORS ครั้งนี้ร่วมแชร์ประสบการณ์ เริ่มจาก นางสาว ฐิตาพร คูทองกุล (ป๊อป) เรียนจบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์อินเตอร์ สาขาผลิตสื่อนวัตกรรม กล่าว่า เป็นคนที่ชอบเรียนรู้เบื้องหลังในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในภาพยนตร์ การถ่ายภาพ แอนิเมชั่นฯลฯ การร่วมงานได้เรียนรู้และเห็นมุมมองของคนที่ทำงานสายด้านแอนิเมชั่น วิธีจัดการปัญหาต่างๆ

            นายตติยะ เลิศศรีสัมพันธ์ (ลัคน์) จากมหาลัยกรุงเทพอินเตอร์ กล่าวว่า Animator เป็นความฝันตั้งแต่เรียนอนุบาลครับ อยากสร้างโลกที่อยู่ในจินตนาการให้คนอื่นๆเห็นครับ ดีใจที่ได้เข้าร่วม Workshop กับ NIKORA ได้เรียนรู้เรื่อง pipeline ของอนิเมชั่น และเคล็ดลับการเป็น Animator ที่ยอดเยี่ยม ผมอยากไปเรียนต่อสายงานนี้ที่นิวซีแลนด์ อยากสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และเปิดโลกกว้างให้มากขึ้น

Comments (0)

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เยี่ยมชมการดำเนินงานมูลนิธิฯ

Posted on 22 กรกฎาคม 2022 by admin

2-1_resize

          นางวนิดา วินิจจะกูล ผู้อำนวยการ ฝ่ายสนับสนุนการบริหารงาน สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมคณะ มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นเพื่อสนับสนุนกิจกรรม – การดำเนินงานของมูลนิธิฯ พร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงานของมูลนิธิฯ เพื่อแลกเปลี่ยนการเรียนรู้อีกด้วย โดยมี นายทรงศักดิ์ รีฮุง ผู้จัดการอาวุโส มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ และคณะฯ ให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา จ. ชลบุรี  เมื่อเร็วๆนี้

ท่านสามารถดูรายละเอียดมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ เพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ www.mahatai.org

Comments (0)

“ชลิต อินดัสทรี” ร่วมใจหล่อเทียนพรรษา รวมพลังจิตอาสาทำความสะอาดวัด สืบสานพุทธศาสนา

Posted on 15 กรกฎาคม 2022 by admin

          วันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกวันหนึ่งของประเทศไทย โดยเฉพาะชาวพุทธอย่างเราก็คือ วันเข้าพรรษา” ซึ่งเป็นวันที่พระสงฆ์จะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งตลอดฤดูฝนเป็นระยะเวลา 3 เดือนตามพระธรรมวินัย เราในฐานะพุทธศาสนิกชนจึงถือโอกาสนี้ บำเพ็ญกุศล เข้าวัดทำบุญตักบาตร ฟังธรรม  และประเพณีปฎิบัติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เราจะถือโอกาสเริ่มต้นพรรษานี้ ด้วยการถวายหลอดไฟ  เทียนเข้าพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน แก่พระสงฆ์ เพื่อไว้ใช้ตลอดในช่วงที่อยู่จำพรรษา…

ด้วยความสำคัญดังกล่าว นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยางรถยนต์รายใหญ่ของไทย ภายใต้แบรนด์ “POP”  พร้อมด้วย นางสุชญา-นางสาววิมล ยงเห็นเจริญ  นำทีมผู้บริหารและพนักงานจัดกิจกรรมส่งเสริมพุทธศาสนาในโครงการ “ชลิต อินดัสทรี ร่วมใจหล่อเทียนพรรษา รวมพลังจิตอาสาทำความสะอาดวัด” ขึ้นเพื่อถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร ณ วัดวิสุทธิวราวาส โดยมี พระครูสังฆรักษ์ วันชัย  ธมฺมิโก เจ้าอาวาสวัด วัดวิสุทธิวราวาส (วัดกลางคลอง) ต.พันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร รับมอบเพื่อใช้ในการดำเนินงานของวัดต่อไป พร้อมกับนำพนักงานทั้งหมดได้มีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา รวมพลังจิตอาสาทำความสะอาดวัด นับเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กรอีกด้วย

เข้าพรรษาปีนี้จึงขอเชิญชวนทุกท่านได้ร่วมสืบสานวันสำคัญทางศาสนากันด้วยการทำกิจกรรม อาทิหล่อเทียน ถวายเทียนพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน จตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร  ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีลอธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ เพื่อเป็นสิริมงคลทั้งตัวเอง ครอบครัวและคนที่คุณรัก

สำหรับ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ได้รับรองมาตรฐานระบบบริหารงานด้านคุณภาพสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ การรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO9001) และใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว จนได้รับความไว้วางใจอย่างกว้างขวางจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ ช่วยสร้างงานให้คนในชุมชนมีงานทำ พร้อมตอบแทนสังคม ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรต่างๆ เพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง  อาทิ  โครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง” เพื่อโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส และ โครงการ “ชลิต อินดัสทรี รวมพลังจิตอาสาบริจาคโลหิต” เป็นต้น

Comments (0)

เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 2 เพื่อพัฒนาผู้บริหารรัฐและเอกชนที่ต้องการต่อยอดสร้างเมืองอัจฉริยะ

Posted on 11 กรกฎาคม 2022 by admin

             เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 2 โดยเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่ผู้นำเมืองควรรู้ นำโดยผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คน พร้อมการถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ เปิดรับสมัครแล้วถึง 15 สิงหาคม นี้ ดูรายละเอียดได้ทาง https://www.depa.or.th/th/article-view/annouce-smart-city-leadership-program-2

             ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า เมืองอัจฉริยะ หมายถึง เมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรของเมืองและประชากรเป้าหมาย โดยเน้นการออกแบบที่ดีและการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัย ให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างยั่งยืน และแบ่งประเภทของการพัฒนาครอบคลุม 7 ด้าน ประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance)

เมืองอัจฉริยะเป็นวาระแห่งชาติและอยู่ในหมุดหมายที่ 8 ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566-2570) ซึ่งทุกเมืองในประเทศไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะตามแนวทางของคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีดีป้าเป็นเลขานุการ

Dr Passakorn-1_resize

ทั้งนี้ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และ ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรขององค์กรปกครองท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถนำองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคมและเศรษฐกิจ ตามบริบทของเมืองอัจฉริยะ และเพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี  ในการนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับบริษัท โนเนม ไอเอ็มซี จำกัด ได้ร่วมจัดอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 2 ให้ผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนที่อยู่ในส่วนกลางและภูมิภาค โดยโครงสร้างเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้แก่

– Module 1: ความเข้าใจเบื้องต้น โครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย

– Module 2: การจัดทำแผนเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ด้วยวิธีการคิดเชิงออกแบบ และแผนภาพโครงการธุรกิจ

– Module 3: ความรู้ขั้นสูงเรื่องการออกแบบและพัฒนาเมือง

– Module 4: การส่งเสริม สนับสนุนและให้ความรู้การจัดทำโครงการพัฒนาโครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะในพื้นที่จริง

– Module 5: การศึกษาดูงานโครงการเมืองอัจฉริยะในประเทศ

ที่ผ่านมามีผู้จบการศึกษาสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 1 จำนวน 63 คน เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น, นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน, นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ จ.เชียงใหม่, รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี, รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก, รองนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์, รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ., กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน), ผู้จัดการทั่วไป บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นต้น เป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะต่อไป

ระยะเวลาการอบรมเป็นหลักสูตรระยะสั้น 6 วัน ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 15 กันยายน 2565 สัปดาห์ละ 2 วัน รวม 36 ชั่วโมง มีรูปแบบการอบรม Hybrid ทั้งรูปแบบออนไลน์ และ ออฟไลน์ รวมทั้งการดูงานถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ อาทิ Huawei Thailand, FutureTales Lab (ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา), ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ., The Forestias, Creator Space (NEXT) โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คน เช่น คุณภุชพงค์ โนดไธสง, ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ, ดร.การดี เลียวไพโรจน์, ดร.ภาสกรประถมบุตร, ดร.นนท์ อัครประเสริฐกุล, ดร.รพีสุภา หวังเจริญรุ่ง, ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ เป็นต้น พร้อมการ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ถึง 15 สิงหาคม นี้ ผู้บริหารที่สนใจสามารถดูรายละเอียดทาง  https://www.depa.or.th/th/article-view/annouce-smart-city-leadership-program-2 หรือโทร 083-1166581

Comments (0)

เรื่องล่าสุด