อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือพิธีมอบรางวัล
“7 Friends for 7 Decades” เพื่อเชิดชูบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ 7
ท่านที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและนิวซีแลนด์
เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมการประกาศรางวัล
Alumni Hall of Fame 2026
พิเศษสุด
สำหรับผู้สมัครเรียนภายในงานกับสถาบันที่ร่วมรายการ
รับฟรีตั๋วเครื่องบินไป–กลับนิวซีแลนด์ และผู้ลงทะเบียนร่วมงาน
ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินจาก Air New Zealand อีกด้วย
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล เดินหน้าหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 9 โดยได้รับเกียรติจาก ผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรชั้นนำร่วมถ่ายทอดความรู้เพื่อเสริมศักยภาพผู้บริหารระดับสูงในยุคดิจิทัล ครอบคลุมหลากหลายประเด็น ทั้งด้าน AI, Big Data, Chatbot, Cryptocurrency, Digital Transformation และ New Space Economy ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้สำคัญต่อการพัฒนาองค์กร สังคม รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศในยุคดิจิทัล
โดย คุณกนกวิภา วิริยประไพกิจประธานกรรมการ บริษัท สตรีม ไอ.ที. คอนซัลติ้ง จำกัด ต้อนรับคณะผู้บริหารจากหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 9 อย่างอบอุ่นพร้อมแชร์แนวคิดและเทรนด์สำหรับผู้บริหารยุคดิจิทัล ก่อนนำเข้าสู่การบรรยายพิเศษจากวิทยากรชั้นนำจากหลากหลายองค์กร ได้แก่ คุณประหยัด รุ่งสมัยทอง CTO Storage & AI บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ในหัวข้อ “10 Mega AI Trends and Business Impact” ถัดมาเป็นการบรรยายหัวข้อ “The AI Implementation Blueprint: Mapping Strategy to Solution at Scale” โดย คุณธันว์ เหลียงไพบูลย์ และคุณพชร เจนวิทยะเวชกุล จาก บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด นอกจากนี้ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ “การนำ Chatbot AI ไปใช้ในองค์กร” จากคุณชนกานต์ ชินชัชวาล Founder & CEO บริษัท โรโบลิงโก้ จำกัด (ZWIZ.AI) ต่อด้วย “กรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ Big Data เครื่องมือดิจิทัล เพื่อการทำงาน” โดย คุณธีรพล ไทยหิรัญ Head of Data & Insights, The 1 Central Limited – Central Group ก่อนปิดท้ายวันด้วยหัวข้อ “Six Network: Thailand Cryptocurrency” โดย คุณวัชระ เอมวัฒน์ Co-Founder และ Co-CEO ของ Six Network
ในการนี้ คุณพิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด (PwC Thailand)
ได้มาต้อนรับผู้อบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลรุ่นที่ 9
พร้อมบรรยายพิเศษเรื่อง “29th Global CEO Survey : Leading through
uncertainty in the age of AI” ต่อด้วยการบรรยาย
“กลยุทธ์การพัฒนาคนในองค์กรรองรับยุคดิจิทัล” โดย ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์
หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง
(ประเทศไทย) จำกัด ในหัวข้อ “Navigating Global and Thailand
Sustainability and Climate Opportunities” โดย คุณชยาธร ฉันท์เรืองวณิชย์ หุ้นส่วน PwC Thailand
หนึ่งในประเด็นสำคัญของรายงานคือ การเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้งาน
Generative AI ในที่ทำงาน แรงงานไทยที่ใช้ GenAI
เป็นประจำทุกวันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่กลุ่มที่ใช้งานเพียงเป็นครั้งคราวลดลง สะท้อนให้เห็นว่า AI
กำลังเปลี่ยนสถานะจากเทคโนโลยีทดลอง มาเป็นเครื่องมือทำงานหลักในหลายองค์กร
แรงงานจำนวนมากยอมรับว่า AI ช่วยยกระดับคุณภาพของงาน เพิ่มประสิทธิภาพ
ลดเวลาในการทำงานซ้ำซ้อน และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้งาน AI เป็นประจำทุกวัน
ซึ่งเกือบทั้งหมดระบุว่าเห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างชัดเจน
นี่คือสัญญาณว่าคนทำงานไทยไม่ได้เพียง “ตามทัน” เทคโนโลยี
แต่กำลังเรียนรู้ที่จะใช้มันเป็นแต้มต่อในการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม การใช้งาน AI ในรูปแบบที่ก้าวหน้ากว่านั้น เช่น AI agents
ซึ่งสามารถตัดสินใจและทำงานได้อย่างอิสระ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
องค์กรจำนวนมากยังคงทดลองและประเมินความเสี่ยง
ทำให้การนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบยังไม่แพร่หลาย
แม้แรงงานไทยส่วนใหญ่จะรู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ AI มากกว่ารู้สึกกังวลหรือสับสน แต่รายงานก็ชี้ให้เห็นความแตกต่างที่สำคัญระหว่างกลุ่มแรงงาน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาตามระดับตำแหน่งงาน
แรงงานระดับเริ่มต้นจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกกังวลว่า AI
อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพ
ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากเชื่อว่า AI
จะลดจำนวนงานในระดับเริ่มต้นในอนาคต
ช่องว่างทางมุมมองนี้สะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานไทย
กล่าวคือ แม้เทคโนโลยีจะสร้างโอกาสใหม่
แต่หากไม่มีการเตรียมความพร้อมอย่างทั่วถึง
ก็อาจขยายความเหลื่อมล้ำในที่ทำงานให้รุนแรงขึ้น
ในการนำเสนอผลงาน ผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้นำองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลที่ได้รับจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือน มาต่อยอดเป็นแนวคิดโครงการเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในหลากหลายมิติ โดยแบ่งการนำเสนอออกเป็น 4 กลุ่มตามแกนเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก Digital Big Data นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านการใช้ Big Data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการบริหารจัดการพื้นที่ สร้างแพลตฟอร์มกลางเชื่อมโยงข้อมูล และใช้ AI คำนวณและจัดสรรคิวการเข้าจอดรถให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น กลุ่มที่สอง Digital Automation นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาขยะอินทรีย์ที่ล้นเมืองและต้นทุนการขนส่งขยะที่สูงเกินความจำเป็น ด้วยเครื่องย่อยสลายขยะอัตโนมัติที่ใช้ AI และเซนเซอร์ตรวจจับสภาพการย่อยสลาย เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ยและสร้างมูลค่าทางสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยลดภาระการขนส่งไปยังบ่อฝังกลบและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อมาคือกลุ่ม Digital Access นำเสนอแนวทางยกระดับความปลอดภัยในการสื่อสารของกองทัพในภาวะวิกฤต ผ่านแอปพลิเคชัน SAP (Security and Personnel Application) ที่ผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสรุปและวิเคราะห์สถานการณ์แบบเรียลไทม์บนเซิร์ฟเวอร์ของหน่วยงาน ช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ และสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการของผู้บังคับบัญชาให้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ขณะที่กลุ่มสุดท้าย Digital Connect นำเสนอแนวทางรับมือปัญหาการขาดแคลนพยาบาลและภาระงานเอกสารที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ด้วยการใช้ AI Smartwatch ตรวจวัดสัญญาณชีพแบบเรียลไทม์ ร่วมกับกล้อง AI เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง และระบบประมวลผลอัตโนมัติที่บันทึกข้อมูลสุขภาพเข้าสู่ฐานข้อมูลดิจิทัลอย่างเป็นระบบ