ในการนี้ คุณพิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด (PwC Thailand)
ได้มาต้อนรับผู้อบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลรุ่นที่ 9
พร้อมบรรยายพิเศษเรื่อง “29th Global CEO Survey : Leading through
uncertainty in the age of AI” ต่อด้วยการบรรยาย
“กลยุทธ์การพัฒนาคนในองค์กรรองรับยุคดิจิทัล” โดย ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์
หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง
(ประเทศไทย) จำกัด ในหัวข้อ “Navigating Global and Thailand
Sustainability and Climate Opportunities” โดย คุณชยาธร ฉันท์เรืองวณิชย์ หุ้นส่วน PwC Thailand
หนึ่งในประเด็นสำคัญของรายงานคือ การเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้งาน
Generative AI ในที่ทำงาน แรงงานไทยที่ใช้ GenAI
เป็นประจำทุกวันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่กลุ่มที่ใช้งานเพียงเป็นครั้งคราวลดลง สะท้อนให้เห็นว่า AI
กำลังเปลี่ยนสถานะจากเทคโนโลยีทดลอง มาเป็นเครื่องมือทำงานหลักในหลายองค์กร
แรงงานจำนวนมากยอมรับว่า AI ช่วยยกระดับคุณภาพของงาน เพิ่มประสิทธิภาพ
ลดเวลาในการทำงานซ้ำซ้อน และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้งาน AI เป็นประจำทุกวัน
ซึ่งเกือบทั้งหมดระบุว่าเห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างชัดเจน
นี่คือสัญญาณว่าคนทำงานไทยไม่ได้เพียง “ตามทัน” เทคโนโลยี
แต่กำลังเรียนรู้ที่จะใช้มันเป็นแต้มต่อในการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม การใช้งาน AI ในรูปแบบที่ก้าวหน้ากว่านั้น เช่น AI agents
ซึ่งสามารถตัดสินใจและทำงานได้อย่างอิสระ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
องค์กรจำนวนมากยังคงทดลองและประเมินความเสี่ยง
ทำให้การนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบยังไม่แพร่หลาย
แม้แรงงานไทยส่วนใหญ่จะรู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ AI มากกว่ารู้สึกกังวลหรือสับสน แต่รายงานก็ชี้ให้เห็นความแตกต่างที่สำคัญระหว่างกลุ่มแรงงาน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาตามระดับตำแหน่งงาน
แรงงานระดับเริ่มต้นจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกกังวลว่า AI
อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพ
ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากเชื่อว่า AI
จะลดจำนวนงานในระดับเริ่มต้นในอนาคต
ช่องว่างทางมุมมองนี้สะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานไทย
กล่าวคือ แม้เทคโนโลยีจะสร้างโอกาสใหม่
แต่หากไม่มีการเตรียมความพร้อมอย่างทั่วถึง
ก็อาจขยายความเหลื่อมล้ำในที่ทำงานให้รุนแรงขึ้น
ในการนำเสนอผลงาน ผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้นำองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลที่ได้รับจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือน มาต่อยอดเป็นแนวคิดโครงการเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในหลากหลายมิติ โดยแบ่งการนำเสนอออกเป็น 4 กลุ่มตามแกนเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก Digital Big Data นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านการใช้ Big Data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการบริหารจัดการพื้นที่ สร้างแพลตฟอร์มกลางเชื่อมโยงข้อมูล และใช้ AI คำนวณและจัดสรรคิวการเข้าจอดรถให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น กลุ่มที่สอง Digital Automation นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาขยะอินทรีย์ที่ล้นเมืองและต้นทุนการขนส่งขยะที่สูงเกินความจำเป็น ด้วยเครื่องย่อยสลายขยะอัตโนมัติที่ใช้ AI และเซนเซอร์ตรวจจับสภาพการย่อยสลาย เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ยและสร้างมูลค่าทางสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยลดภาระการขนส่งไปยังบ่อฝังกลบและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อมาคือกลุ่ม Digital Access นำเสนอแนวทางยกระดับความปลอดภัยในการสื่อสารของกองทัพในภาวะวิกฤต ผ่านแอปพลิเคชัน SAP (Security and Personnel Application) ที่ผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสรุปและวิเคราะห์สถานการณ์แบบเรียลไทม์บนเซิร์ฟเวอร์ของหน่วยงาน ช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ และสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการของผู้บังคับบัญชาให้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ขณะที่กลุ่มสุดท้าย Digital Connect นำเสนอแนวทางรับมือปัญหาการขาดแคลนพยาบาลและภาระงานเอกสารที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ด้วยการใช้ AI Smartwatch ตรวจวัดสัญญาณชีพแบบเรียลไทม์ ร่วมกับกล้อง AI เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง และระบบประมวลผลอัตโนมัติที่บันทึกข้อมูลสุขภาพเข้าสู่ฐานข้อมูลดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
3.) Service Operation
Transformation เป็นแพลตฟอร์มเกี่ยวกับการจัดการต่างๆของบุคลากร เช่น
ระบบ Doctor Attendant Time Stamp ระบบการบริการของหมอ Power
App เป็นการ coaching หมอเพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนไข้ และระบบ QR
Visitor Security เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงในโรงพยาบาล
4.) Analytic
Transformation เป็นระบบการทำงานของ AI ที่ช่วยค้นข้อมูลจากคนไข้
สามารถค้นหาราคา Package ต่างๆของโรงพยาบาล
และสามารถจ่ายงานในนักกายภาพบำบัดได้
พร้อมทั้งศึกษาดูงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในโรงพยาบาลเวชธานี ซึ่งมี
5 ฐาน คือ Mobile-Enable EMR, Ai Robotic Powered Pharmacy Workflow, Smart
Patient Logistics, Robotic Assisted Human Movement Rehabilitation และ
Digital Imaging for Diagnostic Support
พร้อมกันนี้ ฟังการบรรยาย “Data Discovery to new Business Industry” โดย
คุณณัฐกรณ์ รัตนชัยสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีดิกทิฟ
จำกัด เป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล
(Data Analytics) เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ
ใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าทางธุรกิจ
ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน Digital Analytics และ Customer
Experience ในไทย และเป็นพันธมิตรทางเทคนิคกับ Google Marketing
Platform และ Google Cloud
ต่อด้วยการบรรยาย “Cybersecurity in 2026 : Trends shaping the future
digital security” โดย คุณณิชาภัทร บุญนัดดา
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด
และสุดท้ายเป็นการบรรยาย “Challenges and Future Directions of Big Data
and AI in Digital Economy” โดย คุณโชค วิศวโยธิน
ผู้ร่วมเขียนหนังสือ ChatGPT : AI ปฏิวัติโลก ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital
Media Big Data และ AI เป็นหัวใจของ Digital
Economy เพราะช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง
สามารถสร้างนวัตกรรมสินค้าหรือบริการได้ ฯลฯ