Archive | ข่าว

ครูนิวซีแลนด์ผู้เชี่ยวชาญแนะเทคนิคสอนภาษาอังกฤษ Online อย่างไรให้ได้ผล

Posted on 14 กันยายน 2021 by admin

ช่วงนี้น้องๆนักเรียนต้องเรียนออนไลน์กันทั้งวันยาวๆกันไปอีกระยะ เพราะด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แพร่อย่างรวดเร็วมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเรียนการสอนสามารถทำได้เฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์เท่านั้น อาจทำให้หลายคนเบื่อไม่อยากเรียนทีจะต้องนั่งเรียนอยู่กับหน้าจอทั้งวัน ในช่วงแรกๆ อาจต้องมีการปรับตัวกันอยู่บ้าง เพื่อให้การเรียนการสอนออนไลน์ประสบความสำเร็จและไม่น่าเบื่อ ส่งผลให้การเรียนได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดี

          อาจารย์เอริน่า ฮันท์ (Ms. Erina Hunt) ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบผสมผสานผ่านระบบออนไลน์ (Online Blended English Language Programmes Coordinator) จากมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ ให้คำแนะนำว่า การสอนออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป หากครูสอนภาษาอังกฤษได้มีโอกาสเปิดสอนชั้นเรียนออนไลน์ การควบคุมระยะเวลาในการสอนชั้นเรียนออนไลน์ควรไม่เกิน 50 นาที เพราะช่วงระยะเวลาเท่านี้ ผู้เรียนยังมีสมาธิจดจ่อกับการเรียนภาษาอยู่ และต้องมีมาตรการที่ชัดเจน เช่น ปิดเสียงไมโครโฟนเสมอตลอดการเรียนการสอน ยกเว้นต้องการจะพูด เปิดวิดีโอ นั่ง และแต่งตัวเหมือนอยู่ในห้องเรียน (ไม่ได้อยู่บนเตียง) เปิดหน้าจอให้เห็นหน้าของผู้พูด ฯลฯ สำหรับตัวครูผู้สอนควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พูดคุย และมีโอกาสที่ได้ถาม-ตอบอย่างเท่าเทียมกันทุกคน หากครูท่านใดใช้แอปพลิเคชั่น “Zoom” ฟังก์ชั่น “การสำรวจ (Poll)” มีประโยชน์มาก ในการครูจะสามารถประเมินว่านักเรียนสามารถจัดการกับเนื้อหา ได้อย่างไรหรือรับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่จากกลุ่มผู้เรียนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การเปลี่ยนวิธีการนำเสนอบทเรียนบนชั้นเรียนออนไลน์ด้วยการใช้คลิปวิดีโอแทน หรือการทำงานกลุ่ม ทำแบบทดสอบร่วมกันทั้งชั้นเรียนจะช่วยให้ชั้นเรียนมีการเคลื่อนไหว ไม่นั่งนิ่งน่าเบื่อ

อย่างไรก็ตาม อ.ฮันท์ ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า จากการเก็บข้อมูล ค้นคว้า และศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมสอนภาษาอังกฤษออนไลน์แบบผสมผสาน เธอพบว่า ระยะเวลาเหมาะสมในการเรียนภาษาอังกฤษ โดยผู้เรียนมีความกระตือรือร้นเสมอในการเรียนรู้และไม่ลืมบทเรียนเก่า คือ การเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง โดยมีอาจารย์หนึ่งท่านให้ความคิดเห็นแนะนำข้อควรปรับปรุงทักษะภาษาอังกฤษด้านต่าง ๆ สัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการเรียนออนไลน์แบบเห็นหน้าผู้สอนและผู้เรียน (ไม่นับเวลาที่คุยกันนอกชั้นเรียนออนไลน์) สัปดาห์ละ 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทำเช่นนี้นานมากกว่า 16 สัปดาห์ พบว่า ผู้เรียนภาษาอังกฤษมีพัฒนาการทางด้านภาษาในทุกทักษะ ตลอดจนระดับความมั่นใจในการใช้ภาษาที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของแต่ละคน ที่แตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับแรงจูงใจที่ทำให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ภาษานั้นๆ ความมีวินัยต่อตนเองของนักเรียน และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วย

นอกจากนี้ อ.ฮันท์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทำงานและอยากเก่งภาษาอังกฤษนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะอายุเป็นเพียงตัวเลข ตัวเลขที่มากขึ้น ไม่ได้ส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแต่อย่างใด แต่ที่ทุกคนรู้สึกว่า คนที่อายุน้อยยังเด็กหรือวัยหนุ่มสาว สามารถเรียนรู้ได้ดีกว่า นั่นก็เพราะว่า พวกเขามีแรงจูงใจมากกว่า ขณะที่ผู้เรียนภาษาที่โตแล้วจะเข้าใจกระบวนการการเรียนรู้และมีทักษะการจัดการเวลาที่มากกว่า และด้วยประสบการณ์ชีวิตที่มากกว่า ก็ทำให้ผู้เรียนที่โตกว่า มีความมั่นใจในการพูด กล้าคิด กล้าถาม หากผู้เรียนทั้งสองวัยได้มาเรียนด้วยกัน จะสามารถแบ่งปันข้อดีของกันและกันได้

ทั้งนี้ นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง และได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมการศึกษาและเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเรียนรู้ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการเสริมสร้างนักเรียนสู่ทักษะในอนาคต โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในด้านการจัดการศึกษาได้ดีที่สุดในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษานิวซีแลนด์ดูได้ที่ www.studyinnewzealand.govt.nz

Comments (0)

เซเลปสายบุญ ชวนร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีพระราชทาน เพื่อการศึกษาของเด็กพิการ

Posted on 06 กันยายน 2021 by admin

ช่วงสถานการณ์ระบาดโควิด 19 ระลอกใหม่นี้ทุกคนต่างลำบากโดยเฉพาะผู้พิการเซเลบริตี้อย่าง ยุ้ย – ณพอาภา เทวกุล ณ อยุธยา พร้อมมิ้งค์ – ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ ชวนเพื่อนๆสายบุญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อการศึกษาเด็กพิการ ของวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ในวันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 เวลา 08.08 น.

ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นสถานศึกษาสำหรับคนพิการแห่งแรก! ของภาคอีสาน เป็นสถานฝึกอบรมวิชาชีพสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกายทั้งระดับ ปวช. ปวส. สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และหลักสูตรระยะสั้นคือหลักสูตรเบเกอรี่ และ หลักสูตรช่างวีลแชร์ โดยทุนการศึกษานี้จะช่วยให้เยาวชนผู้พิการได้ศึกษาจนจบระดับ ปวช. – ปวส. และช่วยให้มีงานทำ ช่วยเหลือตัวเอง-ครอบครัวได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาให้คนพิการมีวุฒิการศึกษา รวมทั้งฝึกวิชาชีพให้แก่คนพิการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศเพื่อนบ้านในแถบลุ่มแม่น้ำโขง วิทยาลัยฯ เป็นโรงเรียนประจำ มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ พร้อมอาหาร 3 มื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เป็นสื่อทันสมัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ…

ท่านสามารถร่วมบริจาคโดยโอนเงินเข้าชื่อบัญชี มูลนิธิพระมาหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง เลขที่บัญชี 342-3-04294-8 ใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ 081 -723- 5949  อีเมล์ ajima@mahatai.org

Comments (0)

ดีป้า สานต่อหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร รุ่นที่ 3 เชิญผู้บริหารเก็บเกี่ยวความรู้-ประสบการณ์ พาธุรกิจเกษตรไทยก้าวไกลระดับโลก

Posted on 02 กันยายน 2021 by admin

           ดีป้า สานต่อ หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรม รุ่นที่ 3 มุ่งเสริมทักษะ องค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเกษตรสมัยใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้แก่ผู้บริหารระดับสูงในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำไปปรับใช้กับองค์กร สังคม ประเทศชาติ พร้อมก้าวข้ามผลกระทบจากโควิด-19 รองรับยุคเศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัล ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมอบรมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 กันยายนนี้ที่ www.depa.or.th/th/cda

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์_resize

           ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ดีป้า ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลแก่ประชาชนในทุกระดับ รวมถึงการเสริมทักษะดิจิทัลแก่บุคลากรระดับผู้นำ ดังนั้น ดีป้า จึงได้สานต่อการจัดอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมรุ่นที่ 3 (Chief of Digital Agro Business: CDA#3) โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเสริมสร้างทักษะ องค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเกษตรสมัยใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้แก่ผู้บริหารระดับสูงในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และธุรกิจที่เกี่ยวข้องจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนำไปปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลแก่องค์กร สังคม และประเทศ

0AW_CDA_3 Poster CS6

“เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลด้านการเกษตรจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหา ตั้งแต่กระบวนการผลิต แปรรูป การตลาดและการขาย ทำให้เกษตรกรและคนทำงานในสายงานที่เกี่ยวข้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่งเสริมให้ประเทศไทยคงความเป็นฐานการผลิตทางการเกษตรและเกษตรแปรรูปสำคัญของโลก พร้อมก้าวข้ามผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รองรับยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลในอนาคต” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

Speaker CS6 Final_Update

ทั้งนี้ ผู้เข้าอบรมจะได้รับความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 50 คน ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) ระบบเครื่องรับรู้ เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง (Big Data Management) เครื่องจักรกลอัตโนมัติ (Robot) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ระบบคลาวด์ AR/VR เทคโนโลยีบล็อกเชน การตลาดดิจิทัล การวิจัยทางเทคโนโลยีชีวภาพ การบริหารจัดการผลิตผลการเกษตรแบบครบวงจร กัญชาทางการแพทย์ กัญชงพืชเศรษฐกิจใหม่ของไทย ฯลฯ รวมถึงกิจกรรมศึกษาดูงาน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกรณีศึกษา พร้อมถอดบทเรียนจากองค์กรต่าง ๆทั้งในประเทศและประเทศอิสราเอล

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมรุ่นที่ 3 (Chief of Digital Agro Business: CDA#3) ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 กันยายนนี้ที่ www.depa.or.th/th/cda  และเริ่มเปิดการอบรม วันที่ 28 ตุลาคม2564 – 12 มีนาคม 2565 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ผู้ประสานงานหลักสูตรฯ 089-203-0183 , 083-116-6581 และ cda3.depa@gmail.com

CDA Israel

นานาทัศนะจากผู้บริหารภาครัฐและเอกชน ที่เคยเข้ารับการอบรมในหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมรุ่นที่ 1 และ 2 อาทิ ม.ร.ว. จัตุมงคล โสณกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า “ได้ความรู้จากวิทยากรหลากหลายที่เกี่ยวกับ การเกษตร และพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ที่ เข้าร่วมอบรมด้วยกัน พอใจมากที่ได้มาเรียนหลักสูตรนี้” นายนราพัฒน์ แก้วทอง  ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “วันนี้เกษตรต้องเปลี่ยนไป เทคโนโลยีจะเข้ามาแทน เกษตรดั่งเดิม การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทางการเกษตรจำเป็น ต้องใช้เปลี่ยนเกษตรของเราให้เป็นเกษตรสมัยใหม่ ก็เชิญชวนให้อบรมดิจิทัลการเกษตรหลักสูตรนี้”  ส่วนดร.วัฒนา พุฒิชาติ  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า“ได้รับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งภาคราชการและเอกชน การอบรมและดูงานทำให้ได้ประโยชน์ ความรู้ในมิติ ต่างๆไปใช้ประโยชน์ในการทำงานและชีวิตประจำวัน อยากเชิญชวนทุกท่านเข้าอบรมหลักสูตรนี้ครับ” นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และนายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา กล่าวว่า  “เครือข่ายผู้นำและความรู้ประสบประการณ์ที่ได้รับ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รับมือในช่วงโควิดนี้ ถ้าผู้นำภาครัฐและเอกชนได้มาศึกษาในหลักสูตรนี้ จะเป็นประโยชน์กับหน่วยงานและประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง” นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์  รองประธานกรรมการ บริษัท อัครา กรุ๊ป จำกัด “หลักสูตร CDA นี้สามารถให้ความรู้ที่จะนำไปปฎิบัติได้จริงและเป็นหลักสูตรที่มีวิทยากรตัวจริงที่มีความรู้ความสามารถด้านนั้นๆ มาส่งต่อความรู้ให้หลักสูตรนี้ ยังแถมด้วยกลุ่มผู้เรียนที่ทำให้เกิดเครือข่ายที่สมบูรณ์แบบมาก” นายสุวิทัศท์ สุรสิงห์โตทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ. ลีโอ เทคโนโลยี แอนด์ มาร์เกตติ้ง และ ร้านสามเสนวิลล่า กล่าวว่า “ได้รับความรู้มากมายจากวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถมากทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงผู้เข้าร่วมหลักสูตรที่เป็นระดับผู้นำและผู้บริหารองค์กร  ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่สำคัญมากๆ คือความสัมพันธ์ที่ดีฉันพี่น้องของผู้ร่วมหลักสูตรที่สนิทสนมกันมาก”  และนางสาวบุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พิทักษ์ปาล์มออยล์ จำกัด กล่าวว่า “ได้ความรู้ด้านเทคโนโลยีทางเกษตรที่ทันสมัยวิทยากรและที่ดูงานดีมาก รวมทั้งเพื่อนๆ ในรุ่นที่สามารถแลกเปลี่ยนและต่อยอดความรู้กันได้ ไม่ผิดหวังที่ได้มาเรียน” กล่าวในท้ายสุด

Comments (0)

BCC จับมือพันธมิตร ฉีดวัคซีนให้ ปชช.ช่วยป้องกันโควิท-19

Posted on 23 สิงหาคม 2021 by admin

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC) ร่วมกับ เขตบางรัก ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มูลนิธิไทยเศรษฐ์และ รพ.ปิยะเวท ช่วยป้องกันโควิท-19 ด้วยการออกหน่วยเพื่อฉีดวัคซีนชิโนฟาร์ม ให้กับประชาชนในเขตบางรักและประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงการจองวัคซีนของรัฐบาล จำนวน 3,000 คน โดยไม่คิดมูลค่า ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2564 ณ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ถนน ประมวญ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ ผู้ผลิตจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบ-อะไหล่รถยนต์ ทุ่มกว่า 200ล้าน เตรียมผุดโรงงานแห่งที่ 2 ด้วยนวัตกรรม เดินหน้าบุกตลาดทั้งในและส่งออก

Posted on 17 สิงหาคม 2021 by admin

             “ชลิต อินดัสทรี” ผู้ผลิตและและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางชั้นนำของไทยและผู้ส่งออกรายสำคัญของประเทศ ภายใต้แบรนด์ “POP” เผยผลกระทบโควิค19 ทำภาคอุสาหกรรมยายนต์หดตัว แต่ในครึ่งปีแรกความต้องการด้านชิ้นส่วนและอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์เพื่อการทดแทน (REM) กลับเพิ่มมากขึ้น ชลิตฯ สบช่อง ทุ่มงบกว่า 200 ล้าน เตรียมผุดโรงงานใหม่แห่งที่ 2 สวนกระแสเศรษฐกิจ รองรับตลาดส่งออกเติบโต ปัจจุบันโรงงานใหม่สร้างเสร็จไปแล้วกว่า 80% และคาดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2564 นี้ พร้อมนำวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตใหม่เข้ามาใช้ ด้วยระบบ Software อัจฉริยะควบคุม ตรวจสอบคุณภาพระดับสากล มองแนวโน้มตลาดโตทั้งในประเทศและส่งออก เพราะผู้บริโภคปัจจุบันต้องการซ่อมบำรุงและรักษามากกว่าซื้อยานยนต์ใหม่

DSC_2471-2_resize_resize

             นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี หนึ่งในผู้นำตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ และอะไหล่ทดแทน (Aftermarket Parts) ของไทยและผู้ส่งออกรายสำคัญของประเทศ เปิดเผยว่า แม้ว่าการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังซื้อเริ่มหดตัวลงตั้งแต่ครึ่งปีแรกของปี 2563 แต่ทั้งนี้ความต้องการด้านชิ้นส่วนและอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์เพื่อการทดแทน (REM; Replacement Equipment Manufacturer) ยังคงมีการขยายตัวได้ตามยอดจำนวนยานยนต์สะสม เนื่องจากผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะซ่อมบำรุงและรักษายานยนต์เก่ามากขึ้น เพื่อยืดเวลาการซื้อยานยนต์ใหม่ออกไป

“ตลาดส่งออกยังมีแนวโน้มดี โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศยังสามารถขยายฐานลูกค้าไปได้อีกมาก เพราะความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของเรา ปัจจุบันบริษัทฯมีสินค้าส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ อาทิ  เวียดนาม ลาว ดูไบ ญี่ปุ่น ตุรกี เคนย่า และเเอฟริกาใต้ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด และยกระดับมาตรฐานสินค้าให้ทันสมัยและเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ ที่ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วโดยกำหนดแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2564 นี้ ซึ่งจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกกว่าเดิมอีกเท่าตัว โดยใช้งบประมาณการลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆเข้ามาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงการใช้ระบบ Software อัจฉริยะเข้ามาช่วยดูแลด้านการควบคุม ตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ในระดับสากล”  นายชวิศ กล่าว

CL_002_resize_resize

ปัจจุบัน ชลิต อินดัสทรี ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพสูงระดับโลกหลากหลายประเภท ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทางโรงงานผลิต ผู้ประกอบการ และผู้ใช้รถในทุกภูมิภาคของโลก ทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล จำพวกรถเก๋งและรถกระบะ ไปจนถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ (สิบล้อ) โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 5,000 รายการ  อาทิ ยางแท่นเครื่อง (Engine Mounting) ลูกปืนรองรับเพลากลาง (Center Bearing) บูชปีกนก (Arm Bushing) ยางแท่นเกียร์, ยางกันกระแทก, ยางกันสะเทือน,ยางเพลากลาง และ บูชโช๊คอัพล่าง เป็นต้น และการรับจ้างผลิตอะไหล่ OEM (Original Equipment Manufacturer) ตามคำสั่งของผู้ซื้อให้กับผู้ประกอบการและบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำอีกหลายแห่ง

ทั้งนี้การผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ชลิต อินดัสทรี เป็นไปตามมาตรฐานสากลและได้รับความไว้วางใจให้ผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์เพื่อเป็นอะไหล่ทดแทนให้กับหลากหลายแบรนด์ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของโลก พร้อมการรับรองคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 ใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวและตราสัญลักษณ์ Thailand Trust  Mark (T MARK) จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่น ในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการในด้านกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ และการใช้แรงงานอย่างเป็นธรรมอีกด้วย โดยได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (มรท.8001) จากสำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน

CL_005_resize_resize

ผู้ประกอบการและลูกค้าที่สนใจชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพ ภายใต้แบรนด์ “POP” สามารถสอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ https://chalitindustry.com  หรือโทร. 02 8026400  หรือ Email: info@chalitindustry.com

Comments (0)

ขอเชิญชม! มหกรรมดนตรีคนพิการ “มหาไถ่…ช่วยคนพิการไทยพ้นภัยโควิด” งานรำลึก18 ปี “คุณพ่อเรย์” เพื่อการศึกษา – พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

Posted on 13 สิงหาคม 2021 by admin

          มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เดินหน้าฝ่าวิกฤติ จัดมหกรรมดนตรีคนพิการ “มหาไถ่…ช่วยคนพิการไทยพ้นภัยโควิด” ในงานรำลึก 18 ปี “คุณพ่อเรย์” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ชมดนตรีการกุศลของน้องๆ ผู้พิการตาบอด  และร่วมประมูลงานฝีมือจากคนพิการเพื่อหารายได้สนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษา ส่งเสริม-พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พบกันวันที่ 14 สค.นี้ 17.00-19.00 ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ และสื่อออนไลน์เครือข่าย หวังช่วยคนพิการไทยพ้นภัยโควิดไปด้วยกัน…

          ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ กล่าวว่า ในเดือนสิงหาคมของทุกปี จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงคุณพ่อเรย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ แต่ปีนี้เกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ จึงจะจัดกิจกรรมเพื่อแสดงศักยภาพของคนพิการทั้งทางด้านอาชีพ กีฬา ดนตรี และอื่นๆ โดยถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความช่วยเหลือที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนพิการ และหารายได้สนับสนุนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมชมความสามารถของน้องๆ ในงานมหกรรมดนตรีคนพิการ  “มหาไถ่…ช่วยคนพิการไทยพ้นภัยโควิด” รำลึก 18 ปี “คุณพ่อเรย์”  ได้ในวันเสาร์ที่  14 สิงหาคม 2564 นี้ เวลา 17.00-19.00 น. ภายในงานจะได้พบกับการแสดงความสามารถในด้านดนตรีของคนพิการ ร่วมแสดงโดยน้องๆ คนพิการตาบอด พิการร่างกาย และเด็กพิเศษ นับเป็นการแสดงดนตรีเพื่อการกุศลหารายได้ช่วยสนับสนุนทุนการศึกษาของคนพิการ  อีกทั้งยังมีงานประดิษฐ์ งานฝีมือของคนพิการ เช่น การนำลูกปัดมาทำกล่องกระดาษทิชชู เพื่อนำออกประมูลหารายได้สำหรับคนพิการ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากดาราศิลปินคุณภาพ อย่าง คุณบุ๋ม ปนัดดา วงค์ผู้ดี และ คุณไก่ กะละมัง (ศิลปินคันทรี) ที่จะมาร่วมส่งกำลังใจผ่านคลิปวิดีโอให้น้องๆ  และน้องสีน้ำ ผกามาศ จากรายการไมค์หมดหนี้ อีกด้วย

          โดยติดตามร่วมชมฯได้ทาง Facebook ของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ และผ่านสื่อออนไลน์ของหน่วยงานภายใต้การดำเนินงานและเครือข่าย โดยมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 ตามที่ราชการกำหนด จึงขอเชิญชวนทุกท่านรับชมความสามารถของน้องๆ ได้ตามวันและเวลาดังกล่าว พร้อมร่วมบริจาคเงินเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้พิการผ่านผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ เพื่อช่วยคนพิการไทยพ้นภัยโควิดไปด้วยกัน…

Comments (0)

Kingdoms Reborn กวาด 4 รางวัลใหญ่และ Game of the Year จากเวที Thai Game Awards 2021

Posted on 10 สิงหาคม 2021 by admin

ยินดีกับผู้บริหารรุ่นใหม่คนเก่งอย่าง ดร.อิทธินพ ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดการEarthshine นำทีม Kingdoms Reborn กวาด 4 รางวัลใหญ่  คือ Game of the Year, The Best of Game Design, The Best of Sound และ Developer Choice Award จากเวที Thai Game Awards 2021 ในงาน Bangkok International Digital Content Event (BIDC) 2021 ซึ่งเป็นงานรวมตัวของบริษัทผู้ผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ในประเทศไทย

Kingdoms Reborn คือเกมแนวบริหารจัดการการสร้างอาณาจักรที่ต้องฟื้นตัวจากยุคน้ำแข็ง โดยเป็นผลงานการพัฒนาเกมของชาวไทยเพียงคนเดียวที่ใช้เวลาในการทำมานานถึง 3 ปี (แต่ปัจจุบันมีทีมงานช่วยเหลือในการพัฒนาแล้ว) โดยวางจำหน่ายบน Steam ในรูปแบบ Early Access มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2020

Comments (0)

ใครเสียงดีรีบเลย… “มหาไถ่ช่วยคนพิการไทยต้านภัยโควิด” จัดประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งออนไลน์ ครั้งแรก! รำลึก 18 ปี คุณพ่อเรย์

Posted on 05 สิงหาคม 2021 by admin

ในเดือนสิงหาคมของทุกปี…  จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงบาทหลวงเรย์มอนด์ อัลลีน เบรนนัน หรือ คุณพ่อเรย์ บาทหลวงชาวอเมริกันไอริช ผู้ใช้เวลากว่า ๕๒ ปี ในเมืองไทย ทำงานอย่างเสียสละและอุทิศตนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสด้วยความรักทั้งผู้สูงอายุ เด็กกำพร้า และคนพิการให้อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี…

เพื่อเป็นการน้อมรำลึก 18ปี คุณพ่อเรย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการซึ่งปีนี้อยู่ระหว่างการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อแสดงศักยภาพของคนพิการทั้งทางด้านอาชีพ กีฬา ดนตรีและอื่นๆ ปีนี้ก็เช่นกัน…  ทางมูลนิธิฯ จึงได้จัดโครงการ “มหาไถ่ช่วยคนพิการไทยต้านภัยโควิด” ขึ้น โดยการประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งออนไลน์ นับเป็นครั้งแรกของคนไทย โดยขอเชิญชวนคนพิการที่มีอายุตั้งแต่15 ปีขึ้นไป เข้าร่วมสร้างประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ กับการประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งออนไลน์ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 12,000  บาท  ซึ่งจะเปิดรอบออดิชั่นขึ้นในวันที่  9-10 สิงหาคม 2564  และรอบชิงชนะเลิศ 10 คนสุดท้าย 13 สิงหาคม 2564  โดยการประกวดผ่าน Line meeting  (video call)  สนใจสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 8 สิงหาคม 2564 นี้เท่านั้น หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คุณครูประทีป 087 833 4198 ด่วน! รับจำนวนจำกัด

Comments (0)

“ดีป้า” ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 4

Posted on 02 สิงหาคม 2021 by admin

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สานต่อภารกิจพัฒนา “ซีอีโอ ยุคดิจิทัล” หลังจากเปิดการอบรม “หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital CEO) ทั้ง 3 รุ่น ล่าสุดเตรียมเปิดหลักสูตร “ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital CEO) รุ่นที่ 4 จำนวน 92 คน แบ่งเป็นภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน 37 คนและภาคเอกชน จำนวน 55 คน เนื้อหาหลักสูตรมุ่งพัฒนาทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการเปลี่ยนองค์ประกอบทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในมิติต่างๆครอบคลุมทั้ง Digital Transformation, Digital Innovation , Digital Economy , Digital Society , Smart City รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทั้ง Blockchain, IoT , AI , Cyber Security , Data Analytic , 5G , Cloud ฯลฯ ที่จะมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการนโยบายและแผนงานในยุคสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล  และสามารถนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้ได้จริง รวมถึงเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารเพื่อเป็นเครือข่ายในการพัฒนาอนาคตของประเทศชาติ เพื่อเสริมศักยภาพผู้บริหารภาครัฐและเอกชนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในช่วงวิกฤตโควิด-19 ทั้งนี้ Digital CEO รุ่น 4 จะเปิดการเรียนการสอนแบบไฮบริด ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2564 ถึง 22 มกราคม 2565 นี้ โดยจะเริ่มการเรียนแบบออนไลน์ในช่วงต้นและจะมีการเรียนออนไซด์เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น

ดร.ณัฐพล-นิมมานพัชรินทร์

          ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดเผยว่า สำหรับการดำเนินการอบรมหลักสูตร “ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital CEO) เริ่มดำเนินการในปี 2561 ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว ได้รับความสนใจและมีผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนให้การตอบรับเข้าร่วมการอบรมรวม 230 คนแล้ว โดยผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันและอนาคต เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          รายชื่อผู้มีสิทธิ์อบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 4 ดีป้า ในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน จำนวน 37 คน ได้แก่ นายกนิษฐ์ สัญชาตวิรุฬห์ ที่ปรึกษารองประธานกสทช. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, นายกัลย์ แสงเรือง ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, นายขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดี กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด, นายชัยวุฒิ เลิศวนสิริวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายชาตรี เวทสรณสุธี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, พล.อ.ชูชาติ บัวขาว รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พ.อ.(พ) นพ.โชคชัย ขวัญพิชิต ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดน ภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักนายกรัฐมนตรี, รศ.นพ.ณัฐพล ธรรมโชติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากายภาพ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, พล.ต.เทวมิตร พลภักดี ผู้อำนวยการสำนัก กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก กระทรวงกลาโหม, นายธฤต ศรีอรุโณทัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด, นายธีรวุฒิ เจริญสุข ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นายนิมิต สุขประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวในประเทศ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดินกระทรวงมหาดไทย, นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นางพรทิพย์ ถาวงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดี กรมการแพทย์, นางรังสิมา ประดิษฐพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน), นายวิชัย ดีเจริญกุลผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน), นายวิโรจน์ บัวคลี่ ผู้ช่วยผู้ว่าการดิจิทัล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, นายศัจธร วัฒนะมงคล รักษาการในตำแหน่งศึกษาธิการภาค ๒  สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายศุภกร สิทธิไชย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, นายสมศักดิ์ วรวิจักษณ์ กรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม, นายสราวุธ เอี่ยมสงคราม ผู้ช่วยผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค, นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการโครงการธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, นายสุพร โสฬศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย, นายสุุทธิรักษ์ บูชากุล รองผู้ว่าการ (แผนและพัฒนา) การประปานครหลวง, น.พ.อนุแสง จิตสมเกษม       รองคณบดี คณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล, นายอภิสิทธิ์ สุขสาคร ผู้อำนวยการเทคโนโลยนีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์,
นางสาวอรนุช ศรีนนท์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตร, นางสาวอัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ. ธนาคารกรุงไทย, นางอาณดา นิรันตรายกุล ผู้อำนวยการอุทยานหลวงราชพฤกษ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และ  นางสาวอายุศรี คำบรรลือ ผู้ช่วยเลขาธิการสายตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

AW_CDA_2 Poster_Print_Update

          ส่วนรายชื่อผู้มีสิทธิ์อบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 4 ดีป้า ในภาคเอกชน จำนวน  55 คน ได้แก่ นางสาวกนกนารถ รัตนสุวรรณชาติ กรรมการบริษัท บางกอก เดค-คอม จำกัด (มหาชน), นายกรธัช พิรัญเจริญ กรรมการผู้จัดการ แกรนด์ พี. ซี. จำกัด, นางสาวกรรธิมา สาริกา ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน), นายกรัณย์พล อัศวสุวรรณ ประธากรรมการบริหาร บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน), นายกัมปนาท วิมลโนท FAVP, Head of Investment and Strategic Partnership บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด, นายเกียรติศักดิ์ ตั้งรุ่งเรืองอยู่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชจ แมเนอร์ จำกัด, นายโกเมนทร์ ทีฆธนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนานนท์ คอนสตรัคชั่น โปรดักส์ จำกัด, นางสาวเจน กิตติรัตนไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีนสไปร์ จำกัด, นายชวการ ศิริบัญชาวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีทีซี แมเนจ เซอร์วิสเซส จำกัด, นายฐัช หัชลีฬหา ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร   บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, นายณชพล สองทิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ ที เอส (2003) จำกัด, นายณรงค์ฤทธิ์  กาละพุฒ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน), นางสาวณัฐฐินี บุญธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเอสอาร์ บีเอสที อิลาสโตเมอร์ จำกัด, นายดี จันทร์ศุภฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวัตกรรมเพื่อสังคมและเทคโนโลยีเกษตร จำกัด, นพ.เทิดศักดิ์  เชิดชู ผู้อำนวยการแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี, นายธนธรรศ สนธีระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม เนเชอรัล โปรดักซ์ จำกัด, นายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอนเวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด, นายธนาศักดิ์ ทรัพย์หิรัญกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นจีจี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด, นายนภัทร นภินธากร ผู้จัดการฝ่่าย เทรดดิ้ง บิซิเนส อินเทลลิเจนซ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), นางนุชนาถ วสุรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด, นายปกรณ์ ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟินีม่า จำกัด, นางสาวปวิตรา ทัศวิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊ก วัน อินเตอร์เทรด จำกัด, นางปาจรีย์  บุณยัษฐิติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด, นางสาวปิติพร พนาภัทร์ Chief Business and Financial Officerบริษัท เอสซีบี เท็กเอกซ์ จำกัด, นางสาวปิยะลักษณ์ ศุกลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธาร์ณัส จำกัด, นางพรพนิต รัตนกุล กรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, นางพัชรินทร์ ไทยบัณฑิตย์ ช็อพทาห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีเดีย พ้อยท์ กรุ๊ป จำกัด, นายพัฒนา วงศ์นิรันดร์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, นายพิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน, นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไปสายงานขายการตลาดและบริการ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด, นายพีรวิชญ์ วรรณวิทยาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคโนโลยี อินฟราสตรัคเจอร์ จำกัด, นางพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท Sea (ประเทศไทย), นางสาวแพร พันธุมวนิช กรรมการ บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด, นายภัทรพร โพธิสุวรรณ์ นายกสมาคม สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่, นายมนตรี หล่อกอบกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์ชั่น แคปิตอล จำกัด, นายรณน ตันธุวนิตย์ ผู้ช่วยประธานบริหารบริษัท บริษัท โงวฮก จำกัด, นายระวี พัวพรพงษ์ Head of The 1 Business (SVP) บริษัท เซ็นทรัลรีเทลคอร์ปอเรชั่น จำกัด, นายราเกส ซิงห์ ประธานบริหาร บริษัท ดับเบิ้ลพ้อยท์ส จำกัด, นางสาววรนัดดา อนาวิล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี.เอ.ไลท์ จำกัด, นายวัชระ จิระเจริญสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกลุ่มธุรกิจลูกค้ากิจการขนาดใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด, นายวิฑิต อาภาพาส ประธานผู้อำนวยการ บริษัท ดี ซูพรีม จำกัด, นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน), นายวิโรจน์ ศิริรัตนรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร อุปนายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, นายวีระศักดิ์ กุลชัยพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด, หม่อมหลวงศสิพร รัชนี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้ ข็อต จำกัด, นางสาวศิริธร ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน), นายศุธี เตรียมวิริยะกุล ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท แอดวานซ์ บิสซิเนส โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด, นายสิทธิคุณ เทียมประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท บริษัท อุบลไบโอเพาเวอร์ จำกัด, นางสาวสิริน ธนศรีวนิชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยวัฒน์วิศวการทาง จำกัด, นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์กรรมการบริหาร    บริษัท เทลสกอร์ จำกัด, สพ.ญ.หทัยรัตน์ พรรณาปยุกต์ กรรมการผู้จัดการ ด็อกเตอร์นก ดิสทริบิวชั่น จำกัด, นางสาวอโณทัย ดลพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ปัญญาอีเล็คโทรนิค, นายอดิศร อนันอนุสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพค ออริจิ้น จำกัด และ นายอุดร คงคาเขตร New Growth Platforms Business Director บริษัท เอสซีจีโลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด

Comments (0)

“ชลิต อินดัสทรี” ร่วมส่งเสริมอาชีพผู้พิการ – สนับสนุนกิจกรรม ต่อลมหายใจให้น้องได้ท้องอิ่ม มอบข้าวสารและอาหารฯช่วงวิกฤติโควิด

Posted on 13 กรกฎาคม 2021 by admin

จากสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 ที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับปี ส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง มีผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก และด้วยน้ำใจของคนไทย ได้มีหน่วยงานต่างๆจัดตั้งระดมและรับบริจาคขึ้นจำนวนมาก ซึ่งบางโครงการก็ผ่านด้วยดี แต่ยังมีหลายโครงการที่ต้องการการสนับสนุนอีกมาก เช่นเดียวกับ “มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการฯ” ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักเข้าขั้นวิกฤติกันเลยทีเดียว เนื่องจากขาดแคลนข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็นต่างๆ ซึ่งบริษัท ชลิต อินดัสทรีฯ มีนโยบายในการช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว จึงได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นต่างๆของมูลนิธิฯ จึงได้ร่วมต่อลมหายใจให้น้องๆผู้พิการเหล่านี้ร่วมฝ่าฟันผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ …

และเมื่อเร็วๆนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้ร่วมส่งเสริมอาชีพผู้พิการและสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พร้อมมอบข้าวสาร อาหาร และของใช้จำเป็นสำหรับน้องๆผู้พิการ ซึ่งเป็นนักเรียนประจำและเจ้าหน้าที่ผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการมากกว่า 800 คน โดยมี นายสัมฤทธิ์ ชาภิรมย์ ผู้จัดการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการฯ เป็นผู้รับมอบ ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา จ.ชลบุรี

โดย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “ที่ผ่านมาบริษัทมีนโยบายอันเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR มาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และล่าสุดหลังทราบข่าวว่ามูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิค 19 เนื่องจากยอดผู้บริจาคลดลง จนส่งผลให้มูลนิธิฯขาดแคลนข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็นต่างๆสำหรับน้องๆนักเรียนประจำซึ่งเป็นผู้พิการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้พิการที่ทางมูลนิธิฯต้องรับผิดชอบดูแลอยู่เป็นจำนวนมาก  ทางบริษัท ชลิต อินดัสทรีฯ จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิฯ ให้ดำเนินต่อไปได้ ในการส่งเสริมอาชีพผู้พิการและสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ   โดยคาดว่าน้องๆนักเรียนจะมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีภาวะโภชนาการที่ดีซึ่งเป็นกำลังที่สำคัญของประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้ ได้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบริษัทฯ  ที่ตระหนักดีถึงความสำคัญในการพัฒนาชุมชนและตอบแทนสังคม โดยที่ผ่านมา ได้เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรต่างๆ รวมทั้งการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่างๆเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่องในทุกๆด้าน  ซึ่งเชื่อว่าพลังจากความมีน้ำใจและการร่วมมือกันจะนำพาให้สังคมดีขึ้นได้ อาทิ โครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง” เพื่อน้องๆโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส และโครงการอื่นๆ เป็นต้น

ส่วนทางด้าน ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ : กล่าวเพิ่มเติมว่า “ ขอขอบคุณ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ที่มอบอาหารและสิ่งของจำเป็นให้กับผู้พิการฯในครั้งนี้ สำหรับเรื่องของอาหาร ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ณ เวลานี้ เนื่องจาก สต๊อกข้าวสารอาหารแห้งและของใช้จำเป็นของมูลนิธิลดลงอย่างมาก เรียกว่าเข้าขั้นวิกฤติก็ว่าได้ จึงวอนขอความเมตตา ผู้มีจิตศรัทธาหรือพอจะมีกำลัง ให้ช่วยบริจาคข้าวสาร อาหารและของใช้จำเป็นต่างๆ อาทิ  นม กระดาษทิชชู่  น้ำมันพืช หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ทั้งแบบเจลและแบบน้ำ เป็นต้น เพื่อต่อลมหายใจให้คนพิการ ให้ท้องอิ่ม มีแรงสู่ชีวิตต่อไป  ที่ผ่านมาเราได้เผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ยอดบริจาคลดลงอย่างหนัก วันนี้เป็นช่วงเวลาที่คนไทยต้องช่วยกันผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้

สำหรับท่านที่มีจิตศรัทธา สามารถมอบมอบอาหารและสิ่งของจำเป็นให้กับผู้พิการได้ หรือโอนเงินผ่านผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้หรือสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 02-572 4042 ต่อ 8100, 8102 มือถือ 099-394-4795, 094-665-2223

Comments (0)

น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

Posted on 12 กรกฎาคม 2021 by admin

          พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประสูติวันที่ 13 กรกฎาคม 2500 ณ Guy’s Hospital ลอนดอน สหราชอาณาจักร ทรงเป็นธิดาพระองค์ใหญ่ของ หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร กับท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร ทรงเป็นทั้งพระภาติยะและอดีตพระสุณิสาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระธิดาพระองค์เดียว คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาพระเจ้า

วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงทุ่มเทพระหทัยและพระวรกายบำเพ็ญพระกรณียกิจด้านงานการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์โดยมิได้คำนึงถึงความยากลำบากใดๆ ทรงมีความสนพระทัยและทรงทุ่มเทช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความทุกข์ยากลำบากทั่วประเทศในด้านการสาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพและพลานามัยดีถ้วนหน้า ทรงรับโครงการต่างๆของสภากาชาดไทย ไว้ในพระอุปถัมภ์หลายโครงการ รวมทั้งมูลนิธิด้านการแพทย์ อาทิ โครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก สภากาชาดไทย, โครงการคืนชีวิตให้พ่อแม่เพื่อลูกน้อยที่ติดเอดส์, กองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุ สำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ สภากาชาดไทย, กองทุนนมสำหรับเด็กในโครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก, กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก, มูลนิธิศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร, มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย เป็นต้น

โครงการที่ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงมีพระเมตตาต่อผู้ติดเชื้อเอดส์ และต่อการดำเนินงานของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ในปี พ.ศ. 2532 จนถึงปัจจุบัน ได้ประทานข้อแนะนำการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เสด็จเป็นประธานในงานเทียนส่องใจในวันเอดส์โลก วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี พร้อมให้ผู้ติดเชื้อและคนที่ทำงานด้านเอดส์เข้าเฝ้ารับประทานพระดำรัสอย่างใกล้ชิด และยังทรงประทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ตั้งเป็นกองทุนต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์และครอบครัวทั้งด้านการรักษา จัดหายาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งการสังคมสงเคราะห์ อาทิ โครงการ “ช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก” สภากาชาดไทย ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ กองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ สภากาชาดไทย กองทุนนมสำหรับเด็กในโครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก สภากาชาดไทย และ โครงการ “คืนชีวิตให้พ่อแม่เพื่อลูกน้อยที่ติดเอดส์” สภากาชาดไทย เป็นต้น “กองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์” สภากาชาดไทย  ได้ให้การสนับสนุนยาต้านไวรัสสำหรับหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอชไอวีที่มาฝากครรภ์ช้า ยาต้านไวรัส ยาเรียลทิกราเวียร์ จะให้แก่หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ทั้งคนไทยและชาวต่างด้าว ทั้งที่มีสิทธิ์และไร้สิทธิ์สวัสดิการสุขภาพ เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้ได้ผลทั่วถึง โดยยาต้านไวรัสนี้จะช่วยลดปริมาณเชื้อเอชไอวี และยายังสามารถส่งผ่านจากรกแม่ ไปสู่ทารกได้ดี ทำให้สามารถป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ได้ประทานเงินจำนวน 1 ล้านบาทเพื่อก่อตั้งกองทุนและเสด็จมาทรงเปิดกองทุน ซึ่งประทานชื่อว่า “กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก ในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ” เมื่อ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2544  โดยมีพระดำริว่าอยากจะสนับสนุนช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ยากไร้ทั่วประเทศ และทรงรับสั่งเมื่อจัดตั้งว่า “กองทุนนี้มิใช่เพื่อโรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่งแต่จะกระจายไปทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ขอรับความช่วยเหลือให้แก่คนไข้” ในปี 2560 และ 2561 ได้ทรงประทานเงินส่วนพระองค์อีกปีละจำนวน 1 ล้านบาท ล่าสุดเมิ่อ 27 มิถุนายน 2562 ได้ประทานพระอนุญาตแก้ไขชื่อกองทุนฯ เป็น “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ” ปัจจุบันได้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในรพ.กว่า 20 แห่งทั่วประเทศ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษายาเคมีบำบัด ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก ค่าตรวจในห้องปฏิบัติการพิเศษ รวมทั้งการศึกษาวิจัยเพื่อความก้าวหน้าทางการรักษาโรคมะเร็งในเด็กต่อไปในอนาคต นอกจากการรักษาโรคมะเร็งในเด็กให้หายขาดมากขึ้นแล้ว ทางกองทุนฯยังได้ช่วยเหลือให้เด็กมีโอกาสทุพพลภาพน้อยลง เช่น ได้มอบเงินค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์แขนขาโลหะที่ใช้แทนกระดูกที่เป็นมะเร็งที่ถูกตัดออก ทำให้เด็กไม่ต้องถูกตัดแขนขาออกไป

มูลนิธิศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์กิติยากร ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2533 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขัดสน ช่วยเหลือค่ารักษา ช่วยจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ ตลอดจนค่าเดินทางในการไปรักษา รวมทั้งการมอบทุนในการศึกษาต่อของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ด้านโรคหัวใจและทรวงอก ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทรงช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับการรักษาที่ดีมีมาตรฐานสากล

มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแก่ผู้ป่วย ครอบครัว ประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์ รณรงค์ให้อุบัติการณ์ของโรคนี้ลดลงในประชากรไทย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้มีการดูแลรักษาโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียและการป้องกันโรคนี้แก่ผู้ป่วย ครอบครัว และประชาชน รวมทั้งส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย

นอกจากนี้ทรงทรงรับมูลนิธิต่างๆไว้ในพระอุปถัมภ์ รวมทั้งจัดตั้งมูลนิธิและโครงการส่วนพระองค์อีกหลายโครงการ อาทิ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์), มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา (ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์), มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย (ทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ตลอดพระชนม์ชีพ), มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของศาลเยาวชนและครอบครัว, มูลนิธิบ้านบางแค, มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก ของศาลเยาวชนและครอบครัว, มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง, มูลนิธิธรรมจารินีวิทยา, มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของศาลเยาวชนและครอบครัว, สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี, สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย, สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมพัฒนาแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย, สภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ, โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา, วัดหนองน้ำขุ่น อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นต้น

นับได้ว่าทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ ในฐานะสมาชิกพระราชวงศ์ สนองเบื้องพระยุคลบาท มีพระกรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทรงพระคุณแก่บ้านเมืองเป็นที่ประจักษ์แก่ตาแก่ใจของประชาชนทั่วไป

          13 กรกฎาคม นี้ ตรงกับวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานและขอถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

Comments (0)

เชิญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา ให้เยาวชนผู้พิการได้เรียนจนจบระดับ ปวช. และ ปวส.ช่วงโควิดนี้

Posted on 09 กรกฎาคม 2021 by admin

           วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จัดโครงการ “ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล เพื่อหารายได้สมทบทุนการศึกษา” ขึ้นเพื่อให้วิทยาลัยเทคโนโลยีฯ เป็นศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจเพื่อการศึกษา การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เศรษฐกิจพอเพียง สำหรับคนพิการแห่งแรก! ของภาคอีสาน และเพื่อเป็นทุนการศึกษาพัฒนาศักยภาพ นักเรียน นักศึกษาผู้พิการต่อไป…

           นางสาวสัมฤทธิ์ ศิริรัมย์ ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เปิดเผยว่า  วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรถวาย พระราชรัตนาลงกรณ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย ในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลา 09.30 น.โดยมี นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ

สำหรับวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ ฯ เป็นสถานศึกษาสำหรับคนพิการแห่งแรกของภาคอีสาน ก่อตั้งขึ้นปี 2553 เป็นสถานที่จัดฝึกอบรมให้นักศึกษาผู้พิการ ปี 2560 เปิดเป็นสถานฝึกอบรมวิชาชีพสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย และล่าสุดปี 2563 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ

ทั้งนี้ การจัดตั้งวิทยาลัยฯ  เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้คนพิการมีวุฒิการศึกษา รวมทั้งฝึกวิชาชีพให้แก่คนพิการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศเพื่อนบ้านในแถบลุ่มแม่น้ำโขง วิทยาลัยฯ เป็นโรงเรียนประจำ มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ พร้อมอาหาร 3 มื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เป็นสื่อทันสมัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งหลักสูตรการเรียนการสอนคือ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ หลักสูตรการศึกษาชั้นพื้นฐาน และหลักสูตรระยะสั้น คือ หลักสูตรเบเกอรี่ และ หลักสูตรช่างวีลแชร์ โดยทุนการศึกษานี้จะช่วยให้เยาวชนผู้พิการได้ศึกษาจนจบระดับ ปวช. – ปวส. และช่วยให้มีงานทำ ช่วยเหลือตัวเอง-ครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

“ปัจจุบันวิทยาลัยมีนักศึกษาพิการที่อยู่ในความดูแลกว่า 70 คน  คาดว่าปีหน้า(2565)จะมีนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น100 คน ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ฯ สามารถผลิตแรงงานคนพิการไปเป็นบุคลากรระดับมืออาชีพเพื่อทำงานรับใช้สังคมมาแล้วกว่า 628 คน  วิทยาลัยฯเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร งบประมาณหลักมาจากการบริจาค แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤติการแพร่ระบาดโควิด–19 เศรษฐกิจตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริจาคลดลง –การดำเนินชีวิตของคนพิการก็ลำบากมากขึ้น ทั้งนี้วิทยาลัยฯได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ 20% แต่ 80 % ต้องขอการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ โดยเรามีรายจ่ายประมาณ 8 แสน – 1ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้เราได้จัดกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อหารายได้เป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆในการดำเนินการดูแล”  ผู้อำนวยการฯ กล่าวในตอนท้าย

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อการศึกษาตามกำลังศรัทธา สามารถร่วมบริจาคได้ที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ หรือ บริจาคโดยโอนเงินเข้าชื่อบัญชี มูลนิธิพระมาหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 342-3-04294-8 สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ นางอัจจิมา ชวลิตธำรง โทรศัพท์ 081 723 5949  อีเมล์ ajima@mahatai.org

Comments (0)

SIBA เสริมความรู้คนทำงานเปิดคอร์สระยะสั้น Microsoft office camp เรียนจบมีใบประกาศฯกรมพัฒน์ฯ เพิ่มความมั่นใจสู้ภัยยุคโควิด

Posted on 29 มิถุนายน 2021 by admin

          “SIBA” สถาบันการศึกษายุคใหม่ เน้นการเรียนการสอนคุณภาพ ตอบโจทย์ทุกอาชีพในอนาคต สู่ความสำเสร็จในวิชาชีพ ผนึกกำลังกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาความรู้คนทำงานเปิดหลักสูตรระยะสั้น Microsoft  office camp  การศึกษาแนวใหม่ ที่จะเป็นการอบรมโปรแกรมพื้นฐานในการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ กับ 3 โปรแกรมคุณภาพ คือ  โปรแกรม Word,  Excel และ Power point โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รับรองหลักสูตรฯ พร้อมการทดสอบมาตรฐาน จบแล้วได้รับใบประกาศจากกรมพัฒน์ฯ และวิทยาลัยฯ การรันตีคุณภาพระดับสากล ยืนยันความสามารถในการทำงานให้เป็นที่ยอมรับ สร้างความเชื่อถือ เป็นใบเบิกทางในการทำงานได้…

          ดร.เบญจมาภรณ์ คุณะรังษี  ผู้อำนวยการ SIBA (วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี) เปิดเผยว่า SIBA เป็นสถาบันการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างตรงจุด มีหลักสูตรที่หลากหลายสาขาครบทุกด้านของธุรกิจทันสมัย- มีความยืดหยุ่นและเข้ากับยุคปัจจุบัน โดยเน้นการเรียนการสอนที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ตอบโจทย์อาชีพในอนาคตโดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคดิจิทัล ที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ล่าสุด SIBA จึงเปิดหลักสูตรการอบรมระยะสั้น Microsoft  office camp ขึ้น เพื่อให้กลุ่มคนทำงานที่สนใจที่จะพัฒนาตัวเองให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของคุณครู หรือพนักงานบริษัทที่ต้องการพัฒนาตนเองให้มีความชำนาญมากขึ้น

สำหรับหลักสูตรระยะสั้น Microsoft  office  เป็นการอบรมโปรแกรมพื้นฐานในการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ รับรองหลักสูตรโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและจบอบรมจะได้รับใบประกาศจากกรมพัฒน์ฯ และวิทยาลัยฯ ด้วย โดยผู้เข้าอบรมจะมีหลักฐานยืนยันความสามารถในการทำงานให้เป็นที่ยอมรับว่าได้ผ่านการอบรม Microsoft  office และมีทักษะสูงขึ้น-น่าเชื่อถือ เป็นใบเบิกทางสำหรับให้สถานประกอบการหรือนายจ้างได้กำหนดระดับชั้นความสามารถของพนักงาน โดยอาศัยมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่งองค์กรใช้เป็นแนวทางในการวางแผนพัฒนาบุคลากร เข้าทำงานได้ตามเหมาะสมด้วย

E-Poster_HSK

          หลักสูตร Microsoft  office camp  นี้สามารถเรียนได้ทั้งที่วิทยาลัย หรือ ออนไลน์จัดสอนโปรแกรมต่อเนื่อง 3 ชั่วโมงต่อโปรแกรม รวม  9 ชั่วโมง และทดสอบอีก 3 ชั่วโมง ในเวลา 2 วัน ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง แล้วสอบทันทีหลังจบการเรียน โดยแบ่งระดับความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนเพื่อการจัดกลุ่มเรียนที่มีประสิทธิภาพ เป็น 3 ระดับ และแบ่งการเรียนเป็น 3 โปรแกรมเพื่อง่ายต่อการเรียนการสอนให้เข้าใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น  คือ

1.โปรแกรม Word การสร้างเอกสาร แถบเครื่องมือมาตรฐาน การใส่รูปร่างอัตโนมัติกล่องข้อความ การสร้างและจัดตาราง ฯลฯ

2.โปรแกรม Excel การสร้างงาน กำหนดแผ่นงาน การจัดการข้อมูลต่าง ๆ การอ้างอิงเซลล์ข้ามแผ่นงาน การใช้ฟังก์ชั่น อัตโนมัติ ฯลฯ

3.โปรแกรม Power point สร้างงานนำเสนอ ปรับมุมมองนำเสนอ นำเสนอ Workshop ฝึกสร้าง Active Presentation ทุกขั้นตอน

“ทั้งนี้แต่ละโปรแกรมจะได้เรียนพร้อมปฏิบัติจริง ทั้ง 3 โปรแกรม ในราคาพิเศษเพียง! 3,000 บาท เท่านั้น ท่านที่สนใจสามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 9 ก.ค หรือคลิ๊กดูรายละเอียดได้ที่ https://siba.ac.th/ หรือโทร. 02-939-3000 และ 092-290-3572” ผู้อำนวยการSIBA กล่าวในท้ายสุด

Comments (0)

นิวซีแลนด์เร่งฟื้นฟูการศึกษาระหว่างประเทศ ดึง FutureLearn เเพลตฟอร์มใหม่ ดึงดูดนักเรียนทั่วโลก

Posted on 24 มิถุนายน 2021 by admin

          การศึกษานิวซีแลนด์ ทุ่มงบ 51.6 ล้านเหรียญดอลลาร์นิวซีแลนด์ เร่งแผนฟื้นฟูการศึกษาระหว่างประเทศ สร้างเครือข่ายพันธมิตรการศึกษากับนานาชาติ เปิดหลักสูตร Global Pathway พร้อมมุ่งพัฒนารูปแบบการนำเสนอบทเรียนในรูปเเบบใหม่ๆ เสริมความแข็งแกร่งระบบการศึกษาให้มีความหลากหลายและยั่งยืน ล่าสุดประกาศร่วมมือกับ FutureLearn.com  เเพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ผ่านออนไลน์ระดับสากลที่มี รวบรวมเอาหลักสูตรออนไลน์ระยะสั้นจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของนิวซีแลนด์กว่า 15 แห่งไว้ในเเพลตฟอร์มเดียว หวังดึงดูดนักเรียนจากนานาชาติทั่วโลกที่มีมากกว่า 15 ล้านคน มาศึกษาต่อที่นิวซีเเลนด์

          นายกรานท์ แมคเฟอร์สัน (Mr. Grant McPherson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ Education New Zealand (ENZ) เปิดเผยถึง “แผนฟื้นฟูการศึกษาระหว่างประเทศของประเทศนิวซีแลนด์” ภายในงานสัปดาห์วิชาการด้านการศึกษาระดับนานาชาติ New Zealand Partners Workshop Week 2021 (NZPWW) ซึ่ง ENZ ได้จัดขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ด้านการศึกษากับประเทศพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า การศึกษาระหว่างประเทศ ถือเป็นภาคบริการส่งออกรายใหญ่อันดับ 5 ของนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนในภูมิภาคเอเชีย ในปี 2019 จำนวนนักเรียนทั้งหมด 79% ที่มาเรียนที่นิวซีแลนด์มาจากประเทศในภูมิภาคเอเชียสูงถึง 89,862 คน รวมถึงนักเรียนไทยกว่า 3,000 คน

รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้รับสนับสนุนงบประมาณ 51.6 ล้านเหรียญดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับแผนงานอนาคตและขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูการศึกษาระหว่างประเทศ เพื่อช่วยให้ภาคส่วนการศึกษาระหว่างประเทศของนิวซีเเลนด์มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีการเชื่อมโยงพันธมิตรกับสถาบันต่างๆทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการมุ่งพัฒนารูปแบบการนำเสนอบทเรียนในรูปเเบบใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมการศึกษาของนิวซีแลนด์ให้มีความหลากหลายและยั่งยืน

ล่าสุด ENZ ประกาศสร้างความร่วมมือครั้งใหม่กับ FutureLearn.com แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่นำเสนอคอร์สออนไลน์จากพันธมิตรด้านการศึกษาและพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ กว่า 250 ราย ให้แก่ผู้เรียนกว่า 15 ล้านคนทั่วโลก โดยการผนึกกำลังของ ENZ กับ FutureLearn และสถาบันการศึกษาในนิวซีแลนด์ครั้งนี้ เพื่อนำเสนอคอร์สออนไลน์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำกว่า 15 แห่งของนิวซีแลนด์ให้แก่ผู้เรียนทั่วโลก โดยนำเสนอหลักสูตรระยะสั้นที่มีคุณภาพซึ่งส่วนใหญ่เน้นไปที่การศึกษาด้านความยั่งยืน ทั้งสำหรับผู้เรียนและผู้สอนในหลายสาขา เช่น เกษตรกรรมยั่งยืน ภาษาอังกฤษเพื่อความยั่งยืน และการสร้างแรงงานยั่งยืน

จากความร่วมมือกับ FutureLearn ครั้งนี้จะช่วยขยายโอกาสให้ผู้เรียนจากทั่วโลกได้สัมผัสกับประสบการณ์การศึกษาระดับนานาชาติของนิวซีแลนด์ได้ง่ายขึ้นในช่วงที่หลายประเทศมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง โดยผู้เรียนจากทั่วโลกสามารถเลือกเรียนหลักสูตรระยะสั้นที่มีคุณภาพเเละเป็นเทรนด์ฮิตของคนรุ่นใหม่ที่ ENZ ได้รวบรวมคอร์สต่าง ๆ จากมหาวิทยาลัย โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ สถาบันเทคโนโลยี สถาบันอาชีวศึกษา ผู้ให้ความรู้เรื่อง EdTech รวมถึงนักพัฒนาเทคโนโลยี VR การสร้างแบบจำลอง 3 มิติแอนิเมชั่น  นักออกแบบเกม การเพิ่มทักษะเทคโนโลยีและความสามารถด้านดิจิทัล และผู้ให้ความรู้เฉพาะทาง เช่น Media Design School มาไว้ในเเพลตฟอร์มเดียวเป็นครั้งเเรก เพื่อให้ผู้เรียนทั่วโลกที่มีมากกว่า 15 ล้านคน ได้เข้ามาเลือกเรียนตามความชอบเเละถนัด หลักสูตร VR หลักสูตร เป็นต้น ซึ่งผู้เรียนสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.futurelearn.com/courses/collections/study-new-zealand

จะเห็นว่านิวซีแลนด์ให้ความสำคัญกับบทบาทการศึกษาระหว่างประเทศในการช่วยแบ่งปันความรู้และสร้างเสริมศักยภาพมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เปิดหลักสูตรระยะสั้น New Zealand Global Competence Certificate (NZGCC) โดยร่วมมือกับพันธมิตรการศึกษาทั่วภูมิภาคเอเชีย เช่น ประเทศไทย, เวียดนาม, ญี่ปุ่นและเกาหลี ที่สอนทักษะแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป เช่น การตระหนักรู้ในตนเองทางวัฒนธรรม การเอาใจใส่ต่อวัฒนธรรมอื่นๆ และการเชื่อมความพันธ์กับสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทางวัฒนธรรม รวมถึงความร่วมมือกับ NCUK ของอังกฤษ เปิดสอน “หลักสูตร Global Pathway to New Zealand” ที่ช่วยให้นักเรียนจากกว่า 30 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย สามารถเริ่มต้นการเดินทางมาศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ได้ ผ่านศูนย์การศึกษาที่ได้รับการรับรองจำนวน 81 แห่งในประเทศของตน

นิวซีแลนด์ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมการศึกษาและเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเรียนรู้ มุ่งส่งเสริมและพัฒนาความสามารถให้นักศึกษาเป็นนักคิดวิเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นนักแก้ปัญหา และผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการเสริมสร้างนักเรียนสู่ทักษะในอนาคต โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในด้านการจัดการศึกษาได้ดีที่สุดในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit

นอกจากจะได้รับการยอมรับเป็นเมืองแห่งการศึกษาแล้ว จากวิกฤตการระบาดโรคโควิด-19 นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับคำชมจากการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมาตรการที่เข้มข้นรวดเร็ว เพื่อดูแลผู้คนในนิวซีแลนด์ ซึ่งรวมถึงนักเรียนต่างชาติ มีการช่วยเหลือด้านการเงิน ด้านสังคม การเพิ่มช่องทางการสื่อสาร และมาตรการด้านสุขภาพ การตรวจ วินิจฉัยและการรักษา รวมถึงการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนต่างชาติ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำให้นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติชั้นนำของโลกโดยในแต่ละปีมีนักเรียนนานาชาติกว่า 125,000 คนจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และล่าสุดเมืองโอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์ ครองอันดับ 1 เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2021จากการสำรวจ The Economist Intelligence Unit อีกเช่นเดียวกัน

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ แนะนำ เบ้าโช้คอัพบน-ล่าง

Posted on 24 มิถุนายน 2021 by admin

          บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ และอะไหล่ยางสำหรับใช้ในรถยนต์ภายใต้แบรนด์ “POP”  แนะนำ “เบ้าโช้คอัพบน-ล่าง”  ผลิตจากยางธรรมชาติ มีความยืดหยุ่นดี เจาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งรถเก๋ง รถกระบะ และรถเพื่อการพาณิชย์ (สิบล้อ) เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวยึดชุดโช้คอัพเข้ากับโครงรถ เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างสปริงโช้คอัพและอะไหล่ช่วงล่างของรถทั้งคัน ปรับทิศทางการหมุนของโช้คอัพ ถ้าขับรถที่เบ้าโช้คอัพมีการชำรุด จะทำให้ช่วงล่างรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นและส่งผลต่ออะไหล่ชิ้นอื่นๆให้ได้รับความเสียหายตามไปด้วย

ผู้ประกอบการและลูกค้าที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียด “POP เบ้าโช้คอัพบน-ล่าง” และชิ้นส่วนอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์  “POP” ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำใกล้บ้าน ตัวแทนจำหน่าย หรือเยี่ยมชมที่เว็บไซต์บริษัท http://www.chalitindustry.com หรือโทร 02 8026400  หรือ Email: info@chalitindustry.com

Comments (0)

Education New Zealand taps into global market of over 15 million learners through new country-branded platform

Posted on 22 มิถุนายน 2021 by admin

As the world moves online, more than 15 quality New Zealand education providers are taking a selection of online courses to global learners.

Education New Zealand Manapou ki te Ao (ENZ) has today announced a new partnership with FutureLearn, which for the first time will provide courses from more than 15 New Zealand education providers on one centralised platform, to reach more than 15 million learners worldwide.

As part of Education New Zealand’s Partners’ Workshop Week, FutureLearn will be launched to nearly 500 international education stakeholders this week as an example of how New Zealand is diversifying its education offering for those who can’t travel here.

FutureLearn is an online learning platform that offers learners and educators online courses. A selection of quality short courses will be offered by a variety of New Zealand education providers, including four leading universities, EdTech providers and blue-chip private training establishments Media Design School and TechFuturesLab. There will also be courses co-branded between New Zealand’s national vocational education body, Te Pūkenga, and several of its ITP subsidiaries including Wintec and NMIT.

The courses include options for both learners and teachers across areas such as sustainable agriculture, Te Reo Māori, English language and growing a sustainable workforce.

Sustainability is increasingly important in students’ study choices. To cater for this, more than half of the courses are themed around sustainability.

ENZ’s General Manager of Partnerships and Marketing Paul Irwin said the short courses will provide global learners with a taste of a New Zealand international education experience, while also giving education providers a new way to reach learners.

“This is a key step in Education New Zealand’s strategy to take a New Zealand education experience to more learners, without the need to get on a plane.

“For the first time, this online platform gives us a New Zealand ‘shop window’ for learners to sample the innovative ways of learning our education sector has to offer. This pilot will enable us to learn and make adjustments as we diversify the way we deliver and make international education more accessible to more global learners, as well as continuing to reshape what international education looks like in a post-COVID world.

“The sustainability-themed courses also enable us to test interest in study relating to global causes where New Zealand has expertise,” Irwin said.

The FutureLearn pilot will showcase some of New Zealand’s burgeoning EdTech sector with VR, 3D-modellling and animation courses from VR Voom, as well as an introductory Te Reo course from Edumaxi.

Tertiary education organisation The Mind Lab aligns digital skills, technology and capabilities with the demands of the contemporary world. Founder Frances Valintine CNZM said ENZ’s partnership with FutureLearn will support New Zealand education providers to reach a global audience and showcase contemporary learning across a diverse range of subject areas.

“Education New Zealand’s investment in this pilot has helped to remove barriers for New Zealand education providers who want to reach a global audience of learners through innovative modes of delivery.

“This is exciting for the New Zealand sector as we broaden our reach from onshore delivery to online,” Valintine said.

The average length of the courses on offer are seven hours of learning. Learners can access the courses for free, choose to pay to upgrade and receive a digital certificate and longer access to course materials, or subscribe to FutureLearn and get unlimited access to content.

See more here: https://www.futurelearn.com/courses/collections/study-new-zealand

  • Education New Zealand is the government agency responsible for building international education to benefit New Zealand socially, culturally and economically. For more information, visit enz.govt.nz
  • FutureLearn is a London-based online education platform [jointly owned by the UK’s Open University and The SEEK Group] with an existing community of approximately 15 million learners globally
  • All universities in New Zealand are ranked within the top three percent (top 500) worldwide according to the QS World University Rankings
  • Participating New Zealand education providers include:

o  University of Canterbury

o  University of Otago

o  University of Waikato

o  Auckland University of Technology (AUT)

o  Nelson Marlborough Institute of Technology

o  The Mind Lab

o  Chasing Time English

o  Tech Futures Lab

o  VR Voom

o  Languages International

o  Wintec

o  International Culinary Studio

o  Intuto / Edumaxi

o  Amy.app

o  Media Design School.

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ ร่วมส่งเสริมอาชีพผู้พิการ

Posted on 21 มิถุนายน 2021 by admin

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ร่วมส่งเสริมอาชีพผู้พิการและสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พร้อมมอบข้าวสาร อาหาร และของใช้จำเป็นสำหรับน้องๆผู้พิการ ซึ่งเป็นนักเรียนประจำและเจ้าหน้าที่ผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการมากกว่า 800 คน โดยมี นายสัมฤทธิ์ ชาภิรมย์ ผู้จัดการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการฯ เป็นผู้รับมอบ
ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

“จอย ศิริลักษณ์” วอนช่วยเหลือผู้พิการ ร่วมบริจาคข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็น ให้มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ขาดแคลนเข้าขั้นวิกฤติ หลังโควิด-19 ระลอก3 ไม่จบ

Posted on 14 มิถุนายน 2021 by admin

เป็นดาราสาวน้ำใจงามอีกคนที่คอยช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ล่าสุด จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ออกมาวอนพี่น้องคนไทยให้ช่วยบริจาคช่วยมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการ ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤติขาดแคลนข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็นอย่างหนัก เพราะต้องดูแลคนพิการที่อยู่ในมูลนิธิฯกว่า 800 ชีวิต ส่งผลกระทบเดือดร้อนกันถ้วนหน้า จึงขอเชิญชวนให้ช่วยกันคนละเล็กคนละน้อยตามกำลังให้แก่มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ เพื่อช่วยเหลือคนพิการให้ผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้…

จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค : “อย่างที่ทราบกันว่าเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทางมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเฉพาะยอดบริจาคลดลงมาก ยิ่งครั้งนี้เป็นการระบาดระลอก 3 ที่รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ขนาดเราเองร่างกายครบ 32 ยังเดือดร้อนขนาดนี้ และนึกถึงผู้พิการเขาย่อมได้รับความเดือดร้อนกว่าเราหลายเท่านัก  วิกฤติโควิดนี้ เราต้องผ่านไปด้วยกันทั้งประเทศ น้ำใจของคนไทยทุกคน เช่น การบริจาคข้าวสาร หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สิ่งของจำเป็น จะช่วยต่อลมหายใจและเป็นกำลังใจสำคัญแก่ผู้พิการให้มีกำลังใจสู้ต่อไป” หรือหากท่านใดสะดวกจะบริจาคเป็นเงินก็ได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามได้ที่โทรศัพท์ 02-572 4042 ต่อ 8100, 8102 หรือ 099-394 4795”

Comments (0)

SIBA Express ร่วมสนับสนุนส่งอาหารถึงมือนักรบเสื้อกาวน์

Posted on 08 มิถุนายน 2021 by admin

ในช่วงภาวการณ์ระบาดของโควิดรอบใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม ทำให้แพทย์-พยาบาลและทีมงานในโรงพยาบาลมีภาระหนักในการรับมือเพื่อดูแลผู้ป่วยและตรวจหาเชิงรุกอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส-19 ให้เร็วที่สุด และทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมได้เพียงสั่งอาหารอร่อยๆส่งเป็นกำลังใจไปให้เหล่าทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์  ที่อยู่รพ.ต่างๆทั้งกรุงเทพ -ปริมณฑล ซึ่งร้าน SIBA Express ขอร่วมสนับสนุนอาหารกล่องราคาพิเศษเพียง 60 บาท และบริการพิเศษ Food delivery  จัดส่งอาหารให้ถึง รพ. ฟรี! เพื่อร่วมต้านภัยโควิด-19” เติมพลังและเป็นกำลังใจให้นักรบเสื้อกาวน์ที่ต้องปฏิบัติงานใกล้ชิดและมีความเสี่ยงอย่างมากได้รับประทานอาหารที่อร่อย มีคุณภาพ ปลอดภัย และจะได้ใช้เวลาไปสู้รบกับโควิดอย่างเต็มที่

โดยเมนูมีให้เลือกมากมายทั้ง อาหารคาว หวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม อร่อย สดใหม่ทุกวัน อาทิ ผัดไทยกุ้ง ข้าวมันไก่ม้วน ข้าวกะเพราทะเล ข้าวผัดต้มยำทะเล ข้าวผัดกุ้ง สปาเก็ตตี้ขี้เมา ราดหน้าหมู เครื่องดื่ม อาทิ ชาเขียว ชาเย็น นมสด กาแฟ นมเย็น สำหรับเบเกอรี่ อาทิ เอแคลร์  บราวนี่นูเทล่า เค้กฝอยทอง  แซนวิชทูน่า Toffee Cake เป็นต้น เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่เวลา 07.00 -16.00 หยุดทุกวันเสาร์ ท่านที่สนใจโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0960268838 หรือ line @sibaexpress มาร่วมกันเป็นกำลังใจสนับสนุนเคียงข้างกันให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันอีกครั้ง

Comments (0)

รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แบบอย่างการทำความดีในสังคมที่น่ายกย่อง

Posted on 27 พฤษภาคม 2021 by admin

ในปี พ.ศ.2535 ขณะที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีประทับ ณ พระตำหนักดอยตุง ได้ทอดพระเนตรข่าวความยากลำบากของครูอาสาสมัคร ชื่อ นส.วิไลลักษณ์ สุขสาย ครูโรงเรียนบ้านใหม่ห้วยหวาย อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จากหนังสือพิมพ์  จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายบุญธันว์ มหาวรรณ์ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ความช่วยเหลือ และยังโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการช่วยเหลือพัฒนา สนับสนุนการศึกษา และการสาธารณสุขแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดารในภาคเหนือ โรงเรียน กศน. (การศึกษานอกโรงเรียน) และโรงเรียน ตชด.ต่างๆตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โปรดให้ดำเนินการต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านการศึกษา สาธารณสุขของประชาชนในถิ่นทุรกันดารและบนพื้นที่สูง และประทานนามว่า “โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า” ในทุนการกุศลสมเด็จย่า และได้ประทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินจาก”ทุนการกุศลสมเด็จย่า” และ “ทุนการกุศล กว.” ให้แก่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า เสมอมา

ทุกครั้งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ โดยเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีออกทรงงาน พร้อมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)  เพื่อให้บริการด้านสาธารณสุข พระองค์ยังทรงสนพระทัยด้านการศึกษา เนื่องจากทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น พระองค์มักจะเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ สอบถามครูถึงแนวทางการเรียนการสอนและพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากร นอกจากนั้นยังทรงให้ความสนพระทัยครู กศน.เป็นพิเศษ มักโปรดเกล้าฯ ให้คณะครู กศน.เข้าเฝ้าเวลาที่ประทับ ณ ตำหนักที่ประทับบริเวณเขื่อนต่างๆ

เมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ในปี 2551  เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงเป็นอาจารย์ภาษาฝรั่งเศสในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการพัฒนาการศึกษาภาษาฝรั่งเศสในประเทศไทย และเพื่อสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ที่ทรงเห็นถึงความเสียสละของครูที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร  โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า จึงก่อตั้งโครงการครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละความสุขส่วนตัว โดยการคัดเลือกครูจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) หน่วยงานละ 3 รางวัล  รวมปีละ 9 รางวัล โดยพิธีการมอบ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” กำหนดเป็นวันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับ 1. โล่รางวัลครูเจ้าฟ้าฯ 2. ใบประกาศนียบัตร 3. เงินรางวัล 4. กองทุนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาชุมชน

นับจากปี 2552 มีครูที่ได้รับรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์มาแล้ว13 รุ่นรวม 114 คน สำหรับการมอบ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี 2563 (รุ่นที่ 12) และ ปี 2564 (รุ่นที่ 13) โครงการพระเมตตาสมเด็จย่าได้พิจารณาคัดเลือกครูผู้มีความเหมาะสม มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แล้ว  แต่เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในสภาวะที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนวันทำพิธีมอบรางวัลออกไปก่อน

               สำหรับครูทั้ง 9 คนที่ได้รับ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี2563 (รุ่นที่ 12) ได้แก่

ครูสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

1.สิบตำรวจเอกชายแดน ภู่นายพล ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายบ้านโกแประตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

2.ดาบตำรวจวิโรจน์ ควรแจ่มดี โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่ลอง ตำบลบ้านทับ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

3.ดาบตำรวจหญิงจำเรียม พรมเพ็ชร โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านประกอบออก ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

ครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

1.นางวราภรณ์ กันธะรักษา ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านซอแข่วาคี ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

2.นางสาวณัฏฐนันท์ สุภาธง ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยปง ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

3.นางศศิมา ไชยเดช ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบันนังสตา ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

1.นายสุพจน์ เรืองแก้ว โรงเรียนนาทวีวิทยาคม ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

2.นางสุชาดา จารงค์ โรงเรียนบ้านตะบิงติงงี ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

3.นายสุกรี แวหะมะ โรงเรียนบ้านท่าสาป ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

สำหรับครูทั้ง 9 คนที่ได้รับ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี 2564 (รุ่นที่ 13) ได้แก่

ครูสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

1.ดาบตำรวจวีรชัย คำแก้ว โรงเรียนตำรวจตระเวนชายเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 4 ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

2.ดาบตำรวจเขตต์ตวัน ยั่งยืนวณิชกุล โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอาชีวศึกษาเชียงราย – พะเยา ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

3.ดาบตำรวจหญิงประพิน มะลิชู ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

ครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

1.นายภัทร แม่หละเจริญพร ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านดูบลอคี ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

2.นายศิริ ถาวรวิจิตร ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านอะบอโด่ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

3.นางพาตีเมาะ ดีรี ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอรามันตำบลเกะรอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา

ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

1.นางมาลี บุญเทพ โรงเรียนบ้านเวียงหวาย ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

2.นางสาวเมธิญา ยะขาว โรงเรียนบ้านผาเดื่อ ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย

3.นายอาดัม ยูโซะ โรงเรียนบ้านชะเอาะ ตำบลมะนังยง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี

               คุณครูที่ได้รับรางวัลครูเจ้าฟ้าฯทุกคนได้ทำงานด้วยความเสียสละ ไม่เพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่ครูสอนหนังสือ แต่ยังได้ให้ความช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส และชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารให้มีการดำรงชีวิตที่ดีขึ้นและช่วยให้ชุมชนมีการพัฒนาตนเอง อย่างยั่งยืน ซึ่งสมควรได้รับการเผยแพร่คุณงามความดีและยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแม่พิมพ์ และแบบอย่างการทำความดีในสังคมต่อไป

Comments (0)

เรื่องล่าสุด