Archive | ข่าว

“เชนการ์ด” ผู้นำตลาดแชมพูสุนัข ส่ง “เชนการ์ด คอมพลีท” 3 สูตรใหม่! ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาทลุยกิจกรรมตลาดต่อเนื่อง

Posted on 21 มีนาคม 2019 by admin

KV_CG Complete_Superbrand

          “เชนการ์ด” ผู้นำตลาดแชมพูสุนัขของเมืองไทย ส่ง “เชนการ์ด คอมพลีท” 3 สูตรใหม่! ลุยตลาดกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงเอาใจคนรักสุนัข ด้วยคอนเซปต์ “หอมนุ่ม ไร้เห็บ..หมัด” น้องหมากดไลค์ คนใช้กดเลิฟ เพิ่มประสิทธิภาพกำจัดเห็บหมัดได้อย่างมั่นใจ ด้วยกลิ่นหอมสดชื่นเหมาะกับสุนัข-ลูกสุนัขทุกสายพันธุ์ พร้อมบุกตลาด จัดกิจกรรมครบสูตรต่อเนื่องตลอดปี เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น วางสื่อครบวงจรทุกช่องทางทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ และสื่อออนไลน์ พร้อมทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท

          นายสิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดแชมพูสำหรับสุนัข ภายใต้แบรนด์ “เชนการ์ด” เปิดเผยว่า เชนการ์ด” เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง จากแนวโน้มปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบและนิยมเลี้ยงกันมากมากขึ้นโดยเฉพาะสุนัขและแมว จากการใช้ชีวิตของคนไทยและทั่วโลกที่มีจำนวนคนโสดมากขึ้น และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ที่อายุยืนมากขึ้น จึงทำให้สัตว์เลี้ยงกลายมาเป็นเสมือนลูกหรือเพื่อน ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆปี “เชนการ์ด” ในฐานะผู้นำตลาดแชมพูสำหรับสุนัขในเมืองไทย พร้อมบุกตลาด จัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2562  โดยครึ่งปีแรกส่ง 3 สูตรใหม่! “เชนการ์ด คอมพลีท” ด้วยคอนเซปต์ “หอมนุ่ม ไร้เห็บ..หมัด”  น้องหมากดไลค์ คนใช้กดเลิฟ…

ลงตลาด 3 สูตรใหม่ “เชนการ์ด คอมพลีท” ทุกช่องทางทั่วประเทศ

เชนการ์ด ลงตลาด 3 สูตรใหม่ ทุกช่องทางทั่วประเทศ คือ

  1. เชนการ์ด คอมพลีท สเมลลี่แฮร์ สูตรกำจัดเห็บหมัด สำหรับสุนัขมีกลิ่นสาบ(สีแดง): สูตรกำจัดเห็บหมัดอย่างได้ผล หอมสดชื่นทุกครั้งที่อาบ ช่วยลดกลิ่นสาบ อ่อนโยนต่อผิว รักษาสมดุล และความชุ่มชื่นของผิว ไม่ระคายเคือง ช่วยให้ขนนุ่ม น่าสัมผัส
  2. เชนการ์ด คอมพลีท ลองแฮร์ สูตรกำจัดเห็บหมัด สำหรับสุนัขขนยาว (สีม่วง): สูตรกำจัดเห็บหมัดอย่างได้ผล หอมสดชื่นทุกครั้งที่อาบ ช่วยให้ขนนุ่มสลวย ลดการพันกันของเส้นขน อ่อนโยนต่อผิว รักษาสมดุล และความชุ่มชื่นของผิว ไม่ระคายเคือง
  3. เชนการ์ด คอมพลีท ชอตแฮร์ สูตรกำจัดเห็บหมัด สำหรับสุนัขขนสั้น (สีเขียว): สูตรกำจัดเห็บหมัดอย่างได้ผล หอมสดชื่นทุกครั้งที่อาบ บรรเทาอาการคัน อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย รักษาสมดุล และความชุ่มชื่นของผิว ไม่ระคายเคือง ช่วยให้ขนนุ่ม น่าสัมผัส

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ เชนการ์ด คอมพลีท 3 สูตรใหม่ มีวางจำหน่ายแล้ว ในทุกช่องทางต่างๆ ทั้ง Traditional Trade และ Modern Trade เช่น ท็อปส์  บิ๊กซี เทสโก้โลตัส แม็กซ์แวลู แม็คโคร แฟมิลี่ มาร์ท ฟูดส์แลนด์ วิลล่ามาร์เก็ต 7-11  และห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ เป็นต้น โดยมีจำหน่ายในราคา 89 บาท เท่านั้น

ทุ่มงบกว่า 30 ล้าน กิจกรรมการตลาดครบวงจร สร้างความมั่นใจให้กลุ่มเป้าหมาย

ในปีนี้ “เชนการ์ด คอมพลีท”  ได้วางแผนกิจกรรมการตลาดที่หลากหลายและต่อเนื่องให้กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในกระแสตลาดตลอดเวลา  โดยครอบคลุมทั้งการจัดโปรโมชั่น การชิงโชค การส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อซ้ำ – สร้างการรับรู้และสร้างการจดจำ จัดโรดโชว์และแจกสินค้าตัวอย่าง (Sampling) กับกลุ่มเป้าหมายทั้งในกลุ่มลูกค้า  พร้อมทั้งมีแคมเปญใหญ่ๆ  สำหรับกลุ่มลูกค้าอีกด้วย อาทิ การร่วมออกบูธ ในงานแฟร์  เช่น เพ็ท เอ็กซ์โป ไทยแลนด์ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคม  (CSR)  เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเมืองไทยที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องทั้งการปรับภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัย และออกสูตรใหม่ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางการค้าเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของสินค้า กระตุ้นยอดขาย รวมถึงขยายและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญในปีนี้เราจะเร่งทำยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมขยายฐานให้กว้างขึ้นและสร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับลูกค้าด้วย โดยปีนี้เราทุ่มงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท สำหรับกิจกรรมทางการตลาดปูพรมสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ครบทุกช่องทางทั้ง วิทยุ สื่อสิงพิมพ์ ออนไลน์ เพื่อให้ครอบคลุมและครบวงจร ทั้งแบบ Below the line และ Above the line

“ปัจจุบันตลาดรวมฯ เมืองไทยมีมูลค่าประมาณ 7,500 ล้านบาท และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องขึ้นทุกปีประมาณ 20% โดยเชนการ์ดมีการเติบโตจากปีที่ผ่านมา (2561) ประมาณ 35% และ ปีนี้ได้ตั้งเป้าฯ การเติบโตไว้ประมาณ 40% และมั่นใจว่าจะเติบโตตามเป้าฯ ที่วางไว้อย่างแน่นอน จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนจัดกิจกรรมทางการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง” นายสิริณัฏฐ์ กล่าวในท้ายสุด

Comments (0)

รพ.ราชวิถี เปิดงาน “ต้อหินโลก” World glaucoma day 2019

Posted on 21 มีนาคม 2019 by admin

DSC_4700-1

นพ.บุญส่ง วนิชเวชารุ่งเรือง นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านจักษุวิทยาฯ พญ.สุภาพร ศรีธวัชพงศ์  นพ.เกษม เสรีศิริขจร  พญ.ชุติมา สุภาวเวช และทีมแพทย์ประจำบ้าน ภาควิชาจักษุวิทยา โรงพยาบาล
ราชวิถี ร่วมเปิดงาน “ต้อหินโลก World glaucoma day 2019” เพื่อกระตุ้นเตือนให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพดวงตา ซึ่งพบว่าต้อหินเป็นสาเหตุการตาบอดอันดับสองของโลก พร้อมได้รับเกียรติจาก “เบนซ์ – ดริณทร์รัฏ มีนะวาณิชย์” (เบนซ์ วงพริกไทย) มาร่วมรณรงค์เชิญชวนด้วย

โดยภายในงาน มีเสวนาให้ความรู้ถึงความสำคัญการดูแล-ป้องกัน รักษาดวงตา และบริการตรวจสุขภาพดวงตา รวมทั้งการตรวจคัดกรองความเสี่ยงการเกิดโรคตา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ OPD  ชั้น 10อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลราชวิถี

Comments (0)

แบรนด์ซุปไก่ส่งความห่วงใย ร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์

Posted on 20 มีนาคม 2019 by admin

แบรนด์ซุปไก่ และ ตำรวจทางหลวง ส่งความห่วงใยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน กับกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ “ง่วงไม่ขับ พักดื่มแบรนด์” ด้วยการจัดจุดรณรงค์ให้ผู้ขับขี่แวะพักรับแบรนด์ ซุปไก่สกัด ให้ดื่มฟรี รวม 45,000   ขวด ในเส้นทางที่มีการสัญจรหนาแน่นจำนวน 6 จุด
ทั่วประเทศ
คือที่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ
จ.สุราษฎร์ธานี
 

นางสาวนันทนา ขาวปลื้ม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงมักเกิดขึ้นสูงในช่วงเทศกาลสำคัญ และวันหยุดยาว ส่งผลให้มีปริมาณรถมากบนท้องถนน  รถติดเป็นเวลานาน ผู้ขับขี่เองมีอาการเหนื่อยล้าจากการขับต่อเนื่องยาวนาน แต่คิดว่ายังสามารถขับต่อไปได้ อาจทำให้หลับในและเกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด ดังนั้น เพื่อร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุแบรนด์ซุปไก่สกัด จึงร่วมกับ ตำรวจทางหลวง สานต่อแคมเปญ “ง่วงไม่ขับ พักดื่มแบรนด์” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ ด้วยการณรงค์ขับขี่ปลอดภัย พร้อมจัดจุดรณรงค์ให้ผู้ขับขี่แวะพักรับแบรนด์ ซุปไก่สกัด ให้ดื่มเพิ่มความสดชื่นฟรี รวม 45,000   ขวด ในเส้นทางที่มีการสัญจรหนาแน่นจำนวน 6 จุด ทั่วประเทศ คือที่
จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.สุราษฎร์ธานี

พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีอย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั่วประเทศ ให้เป็นสถานที่หลักในการรณรงค์ สำหรับผู้ขับขี่เพื่อหยุดพักระหว่างการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2562 ถึง 23 เมษายน  พ.ศ.2562 รวมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด เพื่อรณรงค์ โครงการฯ ผ่านสื่อต่าง ๆ บริเวณร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ที่ร่วมรายการ

            และที่พิเศษสุดๆ สำหรับลูกค้าที่เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ 700 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ ที่สถานีบริการน้ำมัน จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า PTT Station จะได้รับส่วนลด มูลค่า 20 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อแบรนด์ซุปไก่สกัด รสชาติใดก็ได้ ขนาด 70 มล. ทุก 2 ขวด ทันที ที่ร้าน Jiffy และที่ร้าน 7-Eleven ที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 23 เม.ย. 2562 นี้เท่านั้น”

Comments (0)

“ทีโพล์” รุกหนัก.. ตลาดน้ำยาล้างจานเมืองไทย ส่ง“ ทีโพล์ เพียว”ปลุกกระแสคนรักใส่ใจสุขภาพ ชูจุดเด่น“สะอาดใส ถูกอนามัย ไร้คราบ” ทุ่มงบกว่า 40 ล้านบาท

Posted on 18 มีนาคม 2019 by admin

           “ทีโพล์” บุกหนัก! รุกตลาดน้ำยาล้างจานเมืองไทย ส่ง “ทีโพล์ เพียว” ปลุกกระแสคนรักและใส่ใจสุขภาพ ชูจุดเด่น “ถึงเวลาให้ความอ่อนโยนดูแลผิวมือคุณ  ด้วยน้ำยาล้างจานทีโพล์เพียวที่ผ่านเดอร์มาตอโลจิคอลเทส  ทดสอบแล้วว่าอ่อนโยน สะอาดใส ถูกอนามัย ไร้คราบ” ด้วยคุณสมบัติพิเศษ ช่วยถนอมมือ ผิวไม่แห้งกร้าน ทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ – ความปลอดภัย มีค่า pH เป็นกลาง ปราศจากสี กลิ่นและสารเติมแต่งที่ทำร้ายผิว สร้างความมั่นใจความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค โดยเน้นกลุ่มผู้หญิงที่มีความทันสมัย ฉลาดเลือก ฉลาดใช้ รักและใส่ใจเลือกสิ่งดีๆให้กับตัวเองและครอบครัว พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 40 ล้านบาท ปูพรมด้วยกลยุทธ์การตลาด 360 องศา ทั้ง Above the line และ Below the line สร้างการรับรู้ในตัวผลิตภัณฑ์ทั้ง online และ offline มั่นใจยอดขายโตตามเป้า…

           นายสิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจาน ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ทีโพล์” เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเอนกประสงค์ในเมืองไทยมีการแข่งขันค่อนข้างสูงโดยเฉพาะกลุ่มน้ำยาล้างจาน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการวางตลาดของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น และขณะเดียวกันน้ำยาล้างจานตลาดล่างก็มีการทำตลาดมากขึ้น ทั้งเรื่องราคา ช่องทางจำหน่าย ฯลฯ ดังนั้น “ทีโพล์” ซึ่งเป็นกลุ่มน้ำยาล้างจานในระดับพรีเมี่ยม จึงสบโอกาสปลุกกระแสคนรักและใส่ใจสุขภาพของตนเองและครอบครัวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ “Teepol Pure (ทีโพล์ เพียว)”

@ ส่ง “ทีโพล์ เพียว” รุกตลาดฯ ชูความแตกต่าง

ผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจาน Teepol Pure (ทีโพล์ เพียว)  ด้วยจุดเด่น สะอาดใส ถูกอนามัย
ไร้คราบ
ซึ่งมีความโดดเด่นแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆในท้องตลาดในการทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการขจัดคราบสกปรก คราบไขมันต่างๆ ซึ่งไม่มีสารแต่งเติม สี กลิ่น สารเพิ่มฟอง และปราศจากสารเรืองแสง ไม่มีสารตกค้าง และมีคุณสมบัติพิเศษช่วยถนอม – อ่อนโยนต่อมือ ไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน รวมทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจานในรูปแบบ multipurpose  เช่น ล้างแปรงแต่งหน้า ล้างแว่นตา สามารถใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ เช่น ขวดนม เสื้อผ้า เครื่องใช้เด็ก จาน ชาม เครื่องแก้ว เครื่องประดับ แก้วเจียระไน เครื่องครัว กระจก เครื่องเรือน เป็นต้น  และมีค่า pH เป็นกลาง สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค โดยเน้นกลุ่มผู้หญิงฉลาดเลือก มีความทันสมัย รักและใส่ใจเลือกสิ่งดีๆปลอดภัยต่อสุขภาพทั้งตัวเองและครอบครัว

พร้อมกันนี้ ผลิตภัณฑ์ ทีโพล์ เพียว  มีวางจำหน่ายแล้ว ในช่องทางต่างๆ ทั้ง Traditional Trade และ Modern Trade เช่น บิ๊กซี เทสโก้โลตัส แม็กซ์แวลู แม็คโคร และห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ เป็นต้น โดยมีจำหน่าย 3 ชนิด คือ 1. ชนิดถุงเติม 500 ml ราคา 26 บาท  2.ชนิดขวด 3,600 ml ราคา 175 บาท  และ 3.ชนิดแกลลอน 20 L ราคา 799  บาท

@ ปูพรมตลาดแบบครบวงจรทั่วประเทศ

บริษัทฯ ได้ทุ่มงบการตลาดการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ไว้ประมาณ 40 ล้าน โดยเน้นการสื่อสารทุกช่องทางผ่านทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์  สื่อวิทยุ และสื่อออนไลน์
จะผ่านเว็บไซต์ ต่างๆ สื่อนอกบ้าน สื่อร้านค้า เป็นต้น โดยการตลาดจะมุ่งเน้นเชิงสร้างสรรค์และสร้างการรับรู้ ของกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่ไปกับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ อย่างต่อเนื่องแบบ 360 องศาทั้ง Above the line และ Below the line พร้อมการจัดกิจกรรม โปรโมชั่นส่งเสริมการขายต่างๆ และการแจก Sampling ผ่านการร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ อีกทั้งร่วมกับโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อใช้ในส่วนของแผนกห้องโภชนาการและสำหรับใช้ในห้องผู้ป่วยใน เพื่อใช้สำหรับทำความสะอาดภาชนะภายในโรงพยาบาล  เพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค รวมถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้กว้างขึ้น มองหาการเติบโตอย่างต่อเนื่องพร้อมกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง รวมทั้งการจัดแคมเปญ CSR ต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย และบริษัทฯ เชื่อว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผลิตภัณฑ์ “ทีโพล์ เพียว” และจะได้รับการตอบรับที่ดี

ปัจจุบันมูลค่าตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเมืองไทยประมาณ 4,600 ล้านบาท โดยปี ที่ผ่านมา (2561) ตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมีการเติบโตประมาณ 2% โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจาน “ทีโพล์” มีการเติบโตประมาณ 20% โดยปีนี้ (2562) ตั้งเป้าว่าจะมีการเติบโตประมาณ 30%  ซึ่งมั่นใจว่าจะโตตามเป้าหมาย

Comments (0)

“เชอร์วู้ด” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ทีโพล์ เพียว” (Teepol Pure)

Posted on 14 มีนาคม 2019 by admin

DSC_4358_2_resize_resize

          นายสิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์ กรรมการผู้จัดการ นายนรินทร์ ตรีสุโกศล ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการสายพาณิชย์และคณะผู้บริหาร บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำยาล้างจาน “ทีโพล์ เพียว” (Teepol Pure)  เป็นกลุ่มน้ำยาล้างจานระดับพรีเมี่ยม มีจุดเด่น “สะอาดใส ถูกอนามัย ไร้คราบ”  ทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุณสมบัติพิเศษช่วยถนอม – อ่อนโยนต่อมือ เป็นน้ำยาล้างจานในรูปแบบ multipurpose โดยเน้นกลุ่มผู้หญิงที่มีความทันสมัย ฉลาดเลือก ฉลาดใช้ รักและใส่ใจเลือกสิ่งดีๆให้กับตัวเองและครอบครัว  พร้อมทำตลาดมุ่งเน้นเชิงสร้างสรรค์และสร้างการรับรู้ ควบคู่กับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง  ณ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่นฯ เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

บรรยายพิเศษเรื่อง เปลี่ยนอย่างไรให้เป็นองค์กรดิจิทัล

Posted on 13 มีนาคม 2019 by admin

          รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บรรยายพิเศษหัวข้อ “เปลี่ยนอย่างไรให้เป็นองค์กรดิจิทัลรับยุค 4.0” ให้แก่ผู้บริหารหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 2 ของ สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กว่า 80 คน โดยมี ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รอง ผอ สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) พร้อมด้วย ผศ.(พิเศษ)ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ นท.พญ อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ อภิญญา สุจริตตานันท์ ลดาวัลย์ ดำเนินชาญวนิชย์ Mr.Phoukhong Chithoblok และ ทัศนีย์ ทองมี ให้การต้อนรับ ณ อาคารลาดพร้าวฮิลล์

Comments (0)

เวิลด์ ฟูดส์ฯ โรดโชว์สุดยอดแบรนด์ไทย ก้าวไกลสู่สากล

Posted on 11 มีนาคม 2019 by admin

          นางสาวกัญญา ติลกเรืองชัย กรรมการผู้จัดการ และ นายธัชนนท์ จิรศุภางค์กุล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เวิลด์ ฟูดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ “เอ็ม-จอย (M-Joy)” นำทีมพนักงานร่วมออกบูธโชว์ศักยภาพแบรนด์ไทยในตลาดอาเซียน ภายในงานแสดงสินค้าสุดยอดแบรนด์ไทย ก้าวไกลสู่สากล 2562 (Top Thai Brands 2019) ซึ่ง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดขึ้น ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อเร็วๆ นี้

Comments (0)

“เวิลด์ ฟูดส์ฯ รุกตลาดน้ำผลไม้” รับซัมเมอร์ ส่ง “เจ-มิกซ์ โคโค่” น้ำมะพร้าว ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว เจ้าแรกในไทย

Posted on 11 มีนาคม 2019 by admin

       “เวิลด์ ฟูดส์ฯ” ตอกย้ำผู้นำตลาดน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ “เจ-มิกซ์ (J-mix)” รุกตลาดน้ำผลไม้รับลมร้อนซัมเมอร์นี้ ส่ง “เจ-มิกซ์ โคโค่” น้ำมะพร้าว 25% ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว สูตรใหม่ เจ้าแรกในไทย รสชาติหอมหวาน อร่อย เคี้ยวนุ่ม เอาใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และรักสุขภาพ พร้อมจัดโปรโมชั่น ซื้อ 1 ขวด แถมฟรี ทันที 1 ขวด คาดกระตุ้นยอดขายไตรมาสแรกของปี 2562 เพิ่มขึ้นกว่า 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อ

       นางสาวกัญญา ติลกเรืองชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์ ฟูดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ “เอ็ม-จอย (M-Joy)” และ “เจ-มิกซ์ (J-mix)” มานานกว่า 25 ปี เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสการดูแลตัวเอง การห่วงใยสุขภาพของคนไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่องทำให้คนไทยหันมาบริโภคเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น บวกกับเมืองไทยเป็นเมืองร้อนหากได้น้ำผลไม้มาช่วยดับร้อนแก้กระหาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนหรือซัมเมอร์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม นับเป็นช่วงไฮซีซันของการทำตลาดสินค้าเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้

ดังนั้น “เวิลด์ ฟูดส์” ภายใต้แบรนด์ “เจ-มิกซ์ (J-mix)” จึงสบโอกาสที่ดีในการบุกตลาดน้ำผลไม้รับซัมเมอร์ ด้วยการส่ง “เจ-มิกซ์ โคโค่” น้ำมะพร้าว 25% ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว และต้องการเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและจดจำมากยิ่งขึ้น

       “เจ-มิกซ์ โคโค่” น้ำมะพร้าว 25% ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว สูตรใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว 25% ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว เจ้าแรกของประเทศไทย กับคอนเซ็ปต์ “น้ำมะพร้าวเคี้ยวได้” ซึ่งเวิลด์ ฟูดส์ มั่นใจว่าจะสามารถครองใจผู้บริโภคได้ในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากตลาดน้ำมะพร้าวเป็นตลาดที่ใหญ่ และเป็นน้ำผลไม้ที่คนไทยชื่นชอบมายาวนาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งในส่วนของผลิตภัณฑ์ “เจ-มิกซ์ โคโค่” น้ำมะพร้าว 25% ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว สูตรใหม่ ก็มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากจะได้รสชาติของน้ำมะพร้าวแท้ๆที่หอมหวาน อร่อย ชื่นใจมีประโยชน์ ยังมีส่วนผสมของวุ้นน้ำมะพร้าวมาช่วยเพิ่มรสชาติเหมือนได้เคี้ยวเนื้อมะพร้าว  ด้วยขนาดวุ้นมะพร้าวที่ชิ้นใหญ่ ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัยตามหลักมาตรฐานสากล อีกทั้งได้มีการปรับสูตรใหม่ลดน้ำตาล 66% เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักการดื่มน้ำมะพร้าว ภายใต้ฉลากที่มีสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจง่ายในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดภาวะโภชนาการเกินและโรคที่เกี่ยวข้องในคนไทย

ทั้งนี้แผนการตลาดในช่วงไตรมาสแรกนี้ น้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว นอกจากการชูกลยุทธ์ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องทั้ง Above the Line และ Below the Line แล้วยังมีกิจกรรมตามสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าใหญ่ๆ ในต่างจังหวัดด้วย นับเป็นการสร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมในทุกกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นตลาดฯ สร้างสีสันให้กับผู้บริโภค อีกทั้งยังทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำและครองใจผู้บริโภคทั่วประเทศมากขึ้นด้วย พร้อมกันนี้ เวิลด์ฟูดส์ ยังมีแผนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆและกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆอีกด้วย

คาดว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายน้ำผลไม้ช่วงซัมเมอร์ หรือไตรมาสแรกของปี 2562 เพิ่มขึ้นกว่า 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยขณะนี้ “เจ-มิกซ์ โคโค่” น้ำมะพร้าว 25% ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว สูตรใหม่ มีวางจำหน่ายแล้ว แบบขวดขนาดพกพา 280 มล. ราคา 15 บาท ท่านที่สนใจหาซื้อได้แล้วที่ซูเปอร์สโตร์ ซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำ อาทิ แม็คโคร, กูร์เมต์ มาร์เก็ต และโฮมเฟรช มาร์ท ในเครือเดอะมอลล์ทุกสาขา, ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ

พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษรับซัมเมอร์ ซื้อ 1 ขวด แถมฟรีทันที 1 ขวด ที่ร้านกูร์เมต์ มาร์เก็ต และโฮมเฟรช มาร์ท ในเครือเดอะมอลล์ทุกสาขา และร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ทั่วประเทศ  และราคาพิเศษที่แม็คโคร  รายละเอียดเพิ่มเติมทาง https://www.facebook.com/worldfoodinter/ หรือสนใจจัดจำหน่ายโทร.024207272

ทั้งนี้ กลุ่มน้ำผลไม้ระดับ Super Economy (มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ไม่เกิน 25%) มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,800 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นตลาดน้ำผลไม้มีวุ้นอยู่ประมาณ 400 ล้านบาท โดยบริษัท เวิลด์ ฟูดส์ฯ เป็นผู้บุกเบิกตลาดน้ำผลไม้มีวุ้น และขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดน้ำผลไม้มีวุ้น โดย เอ็ม-จอย (M-Joy) และ เจ-มิกซ์ (J-mix) มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่มากกว่า 57%

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2562 บริษัทฯ คาดว่าจะมียอดขายโดยรวมประมาณ 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

Comments (0)

ปลัดกระทรวงฯ เปิดงาน “วันการได้ยินโลก ประเทศไทย 2562”

Posted on 06 มีนาคม 2019 by admin

          นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานวันการได้ยินโลก ประเทศไทย 2562/  World Hearing Day Thailand  2019” : Check Your Hearing ร่วมด้วย นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี , ศ.พญ.เสาวรส ภทรภักดิ์ ประธานราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแห่งประเทศไทย, รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร อุปนายกแพทยสภาคนที่2 , Dr.Liviu Vedrasco, Programme Officer, WHO (ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ประเทศไทย) และ Prof.John Rutka ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา มหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศแคนนาดา และภาคีเครือข่ายสถาบันการแพทย์  พร้อมเสวนาให้ความรู้ ถึงความสำคัญของการได้ยินและการป้องกันการสูญเสียการได้ยิน

โดยภายในงาน มีกิจกรรมมากมาย  ทั้งการให้ความรู้จากบุคลากรทางการแพทย์ บริการตรวจหู  ตรวจการได้ยิน ฟรี! การแสดงจากเด็กที่ได้รับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมเพื่อฟื้นฟูการได้ยิน การแสดงดนตรี  ณ สวนลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ

Comments (0)

“ทีโพล์” ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ “ทีโพล์ เพียว” ชูจุดเด่น “สะอาดใส ถูกอนามัย ไร้คราบ”

Posted on 06 มีนาคม 2019 by admin

         บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจาน ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ทีโพล์” ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ Teepol Pure (ทีโพล์ เพียว) เป็นน้ำยาล้างจานระดับพรีเมี่ยม “ให้ความอ่อนโยนดูแลผิวมือคุณ ด้วยน้ำยาล้างจานทีโพล์ เพียว ที่ผ่านเดอร์มาตอโลจิคอลเทส ทดสอบแล้วว่าอ่อนโยน สะอาดใส ถูกอนามัย” ค่า pH เป็นกลาง ทั้งการขจัดคราบสกปรก คราบไขมันต่างๆ ไม่มีสารแต่งเติม สี สารเพิ่มฟอง และปราศจากสารเรืองแสง ไม่มีสารตกค้าง ช่วยถนอม – อ่อนโยนต่อมือ ผิวไม่แห้งกร้าน รวมทั้งเป็นน้ำยาล้างจานในรูปแบบ multipurpose (เอนกประสงค์)เช่น ล้างแปรงแต่งหน้า ล้างแว่นตา ขวดนม เครื่องใช้เด็ก เสื้อผ้า จาน ชาม เครื่องแก้ว เครื่องประดับ เครื่องใช้ต่างๆ เป็นต้น โดยเน้นกลุ่มผู้หญิงที่มีความทันสมัย รักและใส่ใจสุขภาพ

ท่านที่สนใจ สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ “ทีโพล์ เพียว” ได้แล้วที่ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ  เช่น บิ๊กซี เทสโก้โลตัส แม็กซ์แวลู แม็คโคร และทั่วประเทศ เป็นต้น โดยมีจำหน่าย 3 ชนิด คือ 1. ชนิดถุงเติม 500 ml ราคา 26 บาท  2.ชนิดขวด 3,600 ml ราคา 175 บาท  และ 3.ชนิดแกลลอน 20 L ราคา 799  บาท

Comments (0)

นักศึกษาไทยเตรียมเฮ… ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์เปิดรับสมัครแล้วถึง 28 มี.ค. 62 มอบทุนเต็มจำนวน “อนุป.โท ป.โท และป.เอก” ในมหาลัยชั้นนำ

Posted on 06 มีนาคม 2019 by admin

         รายงานข่าวจากหน่วยการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ระบุว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์มอบทุนการศึกษาแบบทุนเต็มจำนวนให้แก่นักศึกษาไทยเพื่อศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา จาก1 ใน 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกในประเทศนิวซีแลนด์ ในปีการศึกษา 2020

นอกจากประเทศนิวซีแลนด์จะถูกยกให้เป็นประเทศที่น่าไปศึกษาต่อมากเป็นอันดับ 1จากผลการสำรวจในนักศึกษานานาชาติกว่า 20,000 คน ของ Global education.com ปี 2019 แล้ว ประเทศนิวซีแลนด์ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีนวัตกรรมด้านการศึกษาอันดับ 1 ของโลกด้านการเตรียมความพร้อมเพื่ออนาคตให้กับนักเรียนนักศึกษา จากดิอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (The Economist Intelligence Unit: EIU) ในปี 2017 ด้วย หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์จึงมีความยินดีและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นักศึกษาไทยจะได้รับความรู้ความสามารถจากการศึกษา พร้อมนำกลับพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้า มั่นคง และเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

สาขาวิชาที่รัฐบาลนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญได้แก่ สาขาการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Climate Change and Environment) สาขาการบริหารความเสี่ยงทางภัยพิบัติ (Disaster Risk Management) สาขาความมั่นคงทางอาหาร และ การเกษตร (Food Security and Agriculture) สาขาพลังงานทดแทน (Renewable Energy) และสาขาการบริหารปกครอง (Governance)

ทุนนี้เปิดให้ผู้ที่มีความประสงค์จะศึกษาในระดับอนุปริญญาโท (Postgraduate Diploma) หลักสูตร 1 ปี ปริญญาโท (Master’s Degree) หลักสูตร 1-2 ปี และปริญญาเอก (PhD) หลักสูตร 3-4 ปี

โดยผู้สมัครทุกคนจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และไม่เกิน 39 ปี
  • มีผลการเรียนในระดับเกณฑ์ดี
  • ปัจจุบันไม่ได้รับราชการทหาร
  • สามามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดการเข้าศึกษา (รวมถึงความสามารถด้านภาษาอังกฤษ) ในสาขาวิชาและสถานศึกษาที่ต้องการเข้าศึกษาได้ โปรดตรวจสอบข้อกำหนดที่เว็บไซต์ของสถานศึกษาที่สนใจ
  • ไม่เคยถูกเพิกถอนทุนนิวซีแลนด์ก่อนสำเร็จการศึกษาเนื่องด้วยมีผลการเรียนที่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดหรือละเมิดเงื่อนไขในสัญญาทุน
  • หลังจากสำเร็จการศึกษาผู้เข้ารับทุนจะต้องกลับมาพัฒนาประเทศไทยและพำนักอยู่ในประเทศไทยอย่างน้อย 2 ปี
  • มีประสบการณ์ทำงานตรงกับสาขาวิชาที่สมัครอย่างน้อย 2 ปี

ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและขั้นตอนการสมัครทางออนไลน์ได้ที่https://bit.ly/2RmvWCmหมดเขตรับสมัครวันที่ 28 มีนาคม 2562 (เที่ยงวันเวลาประเทศนิวซีแลนด์)

Comments (0)

เอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์ เยี่ยมชมโรงเรียน วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

Posted on 06 มีนาคม 2019 by admin

เมื่อเร็วๆ นี้ มร.ทาฮา แมคเฟอร์สัน เอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ร่วมด้วย นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล  ผู้จัดการตลาด หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ในฐานะที่เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้มีการลงนามความร่วมมือด้านการศึกษากับสถาบันการศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์ โดยมี ผศ.ดร.ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ รองประธานกรรมการ คณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยให้เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค และ ดร.สมร ปาโท ผู้อำนวยการโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

          ดร.สมร ปาโท ผู้อำนวยการโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ที่ทางท่านเอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยเดินทางมาเยี่ยมดูงานของโรงเรียน โดยที่ผ่านมากลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ซึ่งมีอยู่ 12 โรงเรียนจากทั่วประเทศ คือจังหวัดเชียงราย พิษณุโลก ลพบุรี เลย มุกดาหาร บุรีรัมย์ ชลบุรี เพชรบุรี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล และปทุมธานี ได้มีความร่วมมือกับสถาบันภาษาประจำมหาวิทยาลัยโอทาโก้ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความโดดเด่นทางด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สอดคล้องกับแนวทางของกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย โดยมีการร่วมมือในด้านต่างๆ ได้แก่

1) โครงการการฝึกอบรมทักษะภาษาอังกฤษให้กับคณาจารย์ ในกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยจาก 12 โรงเรียนทั่วประเทศ จำนวน 4 รุ่น (ปี 2016 – ปี 2019) รวมทั้งสิ้น จำนวน 720  โดยปัจจุบันมีคณาจารย์ผ่านการอบรมไปแล้ว 3 รุ่น จำนวน 504 คน ซึ่งจากการอบรมมีครูมากกว่าร้อยละ 62 มีความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับ Intermediate หรือในระดับกลาง และในปี 2019 จะมีการอบรมต่อในรุ่นที่ 4 อีกจำนวน 216 คน โดยเป็นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแบบเข้มข้น 4 ทักษะ (ฟัง พูด อ่าน เขียน) เป็นเวลา 60 ชั่วโมง ระยะเวลา 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังเปิดคอร์สออนไลน์ที่ทางสถาบันภาษามหาวิทยาลัยโอทาโก้ จัดทำเพื่อติดตามและประเมินผลครูที่เข้าร่วมการอบรมรุ่นที่ 1-4

2) โครงการจัดการอบรม Pedagogy โดยเชิญตัวแทนครูสอนภาษาอังกฤษจาก 12 โรงเรียนในกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยทั่วประเทศ เดินทางไปร่วมฝึกอบรม ศิลปะวิธีการสอนภาษาอังกฤษของครูภาษาอังกฤษ ณ สถาบันภาษามหาวิทยาลัยโอทาโก้ ประเทศนิวซีแลนด์ พร้อมจัดอบรมพิเศษทักษะการสอนภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของตัวแทนครูภาษาอังกฤษ

3) โครงการจัดการอบรมทักษะการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับผู้อำนวยการโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 12 โรงเรียนเป็นเวลา 5 วัน เพื่อพัฒนาทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ การสื่อสาร และการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมให้ประสบผลเป็นอย่างดียิ่ง

4) โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนกับโรงเรียน 6 แห่งในเมืองดันเนดิน ประเทศนิวซีแลนด์เป็นระยะเวลา 1 ภาคเรียน

          นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล  ผู้จัดการตลาด หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยโอทาโก้ เป็นสถาบันที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีที่สุดในกลุ่ม Australasia (ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะใกล้เคียงในมหาสมุทรแปซิฟิก) กว่า 92% ของนักเรียนที่จบจากที่นี่ได้รับความชื่นชอบและยอมรับจากบรรดานายจ้าง ด้วยนักเรียนมีความพร้อมในการทำงาน มีความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งมีความมั่นใจ กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ สามารถแก้ปัญหา และสร้างความแตกต่างได้นอกจากนี้ คณาจารย์ของสถาบัน ยังได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการสอน (AkoAotearoa Tertiary Teaching Excellence Awards) มีการพัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมความรู้ด้านอุตสาหกรรมที่ทันสมัย สนับสนุนการเรียนรู้แบบตัวต่อตัวทุกหลักสูตร ทั้งหลักสูตรปริญญา และหลักสูตรระยะสั้น อีกทั้งคณาจารย์ยังมีประสบการณ์การทำงานผ่านเครือข่ายความร่วมมือทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ

Comments (0)

หลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 2 ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

Posted on 06 มีนาคม 2019 by admin

คณะผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนกว่า 80 คน ร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital CEO รุ่นที่ 2 จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิให้เกียรติบรรยาย ให้แก่เหล่าดิจิทัลซีอีโอ อาทิ  สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย บรรยายหัวข้อ “ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล: โอกาส หรืออุปสรรค ของธุรกิจ” ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)  บรรยายหัวข้อ “อนาคต Smart Thailand, Smart City” และปิดท้ายด้วยกิจกรรมการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่าง ดิจิทัล ซีอีโอ รุ่นที่ 1 และ รุ่นที่ 2 ในหัวข้อ “Digital transformation & Manpower: โอกาสและอุปสรรค” โดย ผู้บริหาร ดิจิทัล ซีอีโอ รุ่นพี่ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากรุ่นที่ 1 ได้แก่ เกศรา มัญชุศรี ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (TSFC) จามรี เกษตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ทนงศักดิ์ สุขะนินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักรับรองมาตรฐานวิศวกรรม(กสทช.) ณ อาคารลาดพร้าวฮิลล์ เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

“เชนการ์ด” ชวนแก๊งคนรักสุนัขร่วมสนุก กับแคมเปญ “เชนการ์ด เพ็ท เลิฟเวอร์”

Posted on 01 มีนาคม 2019 by admin

          บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดแชมพูสำหรับสุนัข ภายใต้แบรนด์ “เชนการ์ด”  ชวนแก๊งคนรักสุนัขร่วมสนุกกับแคมเปญ “เชนการ์ด เพ็ทเลิฟเวอร์”

เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ “เชนการ์ด” ชนิดใดก็ได้1 ชิ้น ต่อ 1 ใบเสร็จ รับสิทธิ์ลุ้นทันที! กับของรางวัลต่างๆมากมาย อาทิ เครื่องดูดฝุ่น ห้องพักโรงแรมดุสิตดีทู เขาใหญ่ เครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอัตโนมัติ เครื่องยิงบอลอัตโนมัติ กระเป๋าผ้า เป็นต้น รวมมูลค่ากว่า  200,000 บาท  เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายนศกนี้

ง่ายๆ เพียงเขียนชื่อ – นามสกุล ที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์ (อ่านง่าย-ชัดเจน) พร้อมแนบใบเสร็จส่งมาที่ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน (สินค้าเชนการ์ด) เลขที่ 1065 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. 10250

ติดตามรายละเอียดความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมที่ : เฟสบุ๊ค เชนการ์ด Chaingard Thai หรือเว็บไซต์ www.chaingardthailand.com

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมที่
Q
R Code            

Comments (0)

แพทย์ ชี้ “โรคหัวใจและหลอดเลือดฯ” สถิติตายอันดับ 1 ของโลก และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบอาการขั้นรุนแรง ต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี – ชีวิตใหม่

Posted on 27 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

ปัญหา ”โรคหัวใจ” เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพความเป็นอยู่ของคนในยุคปัจจุบัน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าในปี 2558 กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก โดยคิดเป็น 31%  การเสียชีวิตของคนทั้งโลก ซึ่งสถิติล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดือนกันยายน 2561 พบว่ามีผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด 432,943 คน อัตราเสียชีวิต 20,855 คน  และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยเสี่ยงต่างๆมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน  อาหารการกิน และการขาดการออกกำลังกาย

          นพ.กำพู ฟูเฟื่องมงคลกิจ  ศัลยแพทย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า “อาการของผู้ที่มีโอกาสป่วยเป็นโรคหัวใจที่มาพบแพทย์ส่วนใหญ่มี 2 อาการ คือ

  1. อาการเหนื่อยหอบง่าย เช่น การเดินขึ้นสะพานลอยแล้วรู้สึกเหนื่อยมากๆ กว่าปกติ หรือในบางรายที่มีอาการหนัก เพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ ก็อาจทำให้รู้สึกเหนื่อย เป็นต้น จนไม่ไหวต้องมาโรงพยาบาล
  2. อาการแน่นหน้าอก โดยเฉพาะอาการเจ็บแน่นกลางอกร้าวไปหลัง

โดยทั่วไปผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวเมื่อไปพบแพทย์แล้ว หากตรวจเจอความผิดปกติของหัวใจ ผู้ป่วยมักจะถูกส่งต่อไปยังแพทย์อายุรกรรมโรคหัวใจ ซึ่งหากอายุรแพทย์โรคหัวใจดูแล้วอาการยังไม่รุนแรงมาก สามารถรักษาด้วยการรับประทานยา เพื่อลดความรุนแรงได้ แต่หากผู้ป่วยมาด้วยอาการที่รุนแรงมาก เช่น ลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบรุนแรง เส้นเลือดหัวใจตีบรุนแรง ก็ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจ  ซึ่งในผู้ป่วยบางรายการผ่าตัดหัวใจทั่วไปอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะในรายที่หัวใจบีบตัวได้น้อย จำเป็นต้องพิจารณาเข้ารับการปลูกถ่ายหัวใจใหม่เป็นรายๆไป

โดยผู้ป่วยจะถูกส่งชื่อไปที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยเพื่อเข้าคิวรอรับอวัยวะจากผู้บริจาค โดยจะพิจารณาจากหมู่เลือด และเนื้อเยื้อ ว่าผู้บริจาค และผู้รับบริจาค อวัยวะสามารถเข้ากันได้หรือไม่ เมื่อได้รับอวัยวะจากผู้บริจาคที่สามารถเข้ากันได้ ทีมแพทย์ที่ทำการรักษาจะแบ่งเป็น 2 ทีม คือทีมผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ และทีมที่ต้องไปเก็บอวัยวะจากผู้บริจาค เพื่อนำมาให้ทีมผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ ทำการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนหัวใจ แต่ความยากของการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจนั้นอยู่ที่ระยะเวลา เพราะทีมที่ผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ กับทีมที่ไปเก็บอวัยวะจากผู้บริจาค ตามโรงพยาบาลต่างๆ ต้องวางแผนในการทำงานแข่งกับเวลา เพราะหัวใจจะต่างจากอวัยวะอื่นๆ คือ เมื่อนำหัวใจออกจากร่างกายผู้บริจาคแล้ว จะมีเวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น ที่จะเปลี่ยนหัวใจให้กับผู้รับบริจาคให้เรียบร้อย หากหัวใจถูกนำออกจากร่างกายผู้บริจาคนานกว่า 4 ชั่วโมง คุณภาพของหัวใจที่ได้รับบริจาคมาจะแย่ลง และเมื่อผ่าตัดเปลี่ยนให้คนไข้แล้วอาจจะทำงานได้ไม่ดี ฉะนั้นทั้ง 2 ทีมจะต้องเตรียมวางแผนกันอย่างดี เพื่อคุณภาพในการผ่าตัดที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย

หลังจากผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจแล้ว คนไข้ต้องมาตรวจติดตามการรักษาตามแพทย์นัดอย่างเคร่งครัด สม่ำเสมอ และเฝ้าระวังการติดเชื้อ เนื่องจากผู้ป่วยต้องกินยากดภูมิทำให้ร่างกายรับการติดเชื้อง่าย แพทย์จะทำการเจาะเอากล้ามเนื้อหัวใจที่ได้รับการเปลี่ยนไปตรวจเป็นระยะ ว่ามันมีการปฏิเสธระหว่างอวัยวะผู้บริจาค และร่างกายของผู้ป่วยหรือไม่ ถ้ามีการปฏิเสธกันก็จำเป็นต้องปรับระดับยา เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายปฏิเสธหัวใจที่ปลูกถ่าย เพราะถ้าร่างกายปฏิเสธ จะทำให้หัวใจที่เปลี่ยนไปทำงานไม่ปกติ ซึ่งจะไม่ดีต่อร่างกายของผู้ป่วย

ผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจสำเร็จจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมาก จากอาการที่เหนื่อยง่าย ในบางรายนั่งเฉยๆ ก็มีอาการเหนื่อย ก็จะหายไป สามารถทำงานได้เหมือนคนปกติ และออกกำลังได้ตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งผู้ป่วยจะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ และสามารถทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น และประเทศชาติได้

อย่างไรก็ตามโรคหัวใจเป็นปัญหาที่ทุกคนควรตระหนัก เนื่องจากมีอันตรายถึงชีวิต ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดโรคหัวใจส่วนมากมักเกิดจากหลายปัจจัย การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา ขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง หรือโรคอื่นๆ ที่นำไปสู่อาการโรคหัวใจ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น สามารถป้องกันด้วยวิธีง่ายๆ โดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดการดื่มสุรา – การสูบบุหรี่ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ – ไม่เครียดกับงาน และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจหาภาวะความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ เพื่อจะได้รักษาได้ทันเวลา – เพิ่มโอกาสในการรักษา  และถ้ามีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเป็น ๆ หาย ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที”

โดยในแต่ละปีโรงพยาบาลราชวิถี รองรับผู้ป่วยโรคหัวใจมากกว่า 23,000 ราย หรือเฉลี่ยมากถึง 90 รายต่อวัน เปิดดำเนินการรักษามาแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2518 มีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมาแล้ว 67 ราย และยังมีการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ หัวใจอื่นๆ หลอดเลือด และปอดเฉลี่ยปีละ 600 – 700 ราย อีกทั้งยังเป็นศูนย์แพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจครบวงจร มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง อีกทั้งยังเป็นสถาบันหัวใจแห่งแรกที่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจและปอดพร้อมกันที่เรียกว่า Domino Heart Transplantation ได้สำเร็จเป็นแห่งแรกในทวีปเอเชีย รวมถึงมีการรักษาผู้ป่วยเป็นกรณีๆ มาแล้วมากมาย พร้อมทั้งยังเป็นสถาบันที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจที่เก่าแก่ที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข อบรมสร้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจที่ไปช่วยดูแลสุขภาพประชาชนทั่วประเทศอีกด้วย

ดังนั้น…  เดือนแห่งความรัก กุมภาพันธ์นี้ อย่าลืมดูแล “หัวใจ” ของคุณและสมาชิกคนในครอบครัวคุณให้แข็งแรง….

ทั้งนี้ รพ.ราชวิถียังมีผู้ป่วยโรคหัวใจ และด้อยโอกาสเป็นจำนวนมากจากการส่งต่อมาจากโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศที่ยังรอรับความช่วยเหลือ จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์กับโรงพยาบาลราชวิถีได้ที่ ชื่อบัญชี “เงินบริจาคของโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 051-276128-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี (ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) หรือสอบถามโทร 02-3548108-37 ต่อ 3032 หรือกรอกข้อมูลผ่าน  http://www.rajavithi.go.th

Comments (0)

ราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิกฯ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข รพ.ราชวิถี และสถาบันทางการแพทย์ แถลงข่าวงาน “World Hearing Day Thailand”

Posted on 25 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

          นายแพทย์ศัลยเวทย์ เลขะกุล ที่ปรึกษามูลนิธิหู คอ จมูก รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร อุปนายกแพทยสภาคนที่2 และ ศ.พญ.เสาวรส ภทรภักดิ์ ประธานราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแห่งประเทศไทย  นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี และภาคีเครือข่ายสถาบันการแพทย์ต่างๆ อาทิ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.รามาธิบดี  รพ.ศิริราช จัดแถลงข่าว “วันการได้ยินโลก 2562/  World Hearing Day Thailand  2019” พร้อมเสวนาสถานการณ์ปัญหาโรคหูในประเทศไทย และการได้ยินในเยาวชนไทย ณ ระเบียงรมณีย์  ชั้น14 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

โดยงานจริงจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่3 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 07.00 – 13.30 น. ณ ลานหลังพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ซึ่งมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การให้ความรู้และเสวนาจากบุคลากรทางการแพทย์ บริการตรวจหู  ตรวจการได้ยิน ร่วมเล่นเกมส์รับของรางวัล เป็นต้น ฟรี! ตลอดทั้งงาน…

Comments (0)

ทูตนิวซีแลนด์ เยี่ยมชมโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

Posted on 25 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

          มร.ทาฮา แมคเฟอร์สัน เอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ร่วมด้วย นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้จัดการตลาด หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ในฐานะที่เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้มีการลงนามความร่วมมือด้านการฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้กับคณาจารย์ในโรงเรียน พร้อมเดินทางไปศึกษาดูงาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความโดดเด่นทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยมี ผศ.ดร.ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ รองประธานกรรมการ คณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยให้เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค และ ดร.สมร ปาโท ผู้อำนวยการโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี เมื่อเร็วๆ นี้

Comments (0)

สังสรรค์กลุ่มปารีส

Posted on 20 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

            เพ็ชรากรณ์ วัชรพล สนิทวงศ์ ณ อยุธยา  เปิดบ้านเลี้ยง อภินันท์ ตั้งคารวคุณ เพื่อ Reunion from Paris หลังจากไม่เจอกันมากว่า 23 ปี งานนี้มีแก๊งส์ Paris อาทิ กุณฑลี แก้วจินดา กุสุมามาลย์ ปัจฉิมสวัสดิ์ วราภรณ์ นะนะกร รสริน ศุกรเสพย์ พรพิมล พุทธประเสริฐ และ ฉัตรพล สัตถาภรณ์ มาร่วมเม้าส์มอยกันกว่าค่อนวันแบบว่าไม่มีใครฟังใคร

Comments (0)

“Thailand Digital Society”ฟันเฟืองสำคัญของการพัฒนาประเทศ ดีป้าเร่งติดอาวุธทักษะดิจิทัลให้ผู้นำยกระดับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

Posted on 20 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เป็นฟันเฟืองในการพัฒนาประเทศสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล แต่กลับขาดแคลนอย่างมากนั่นคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้พร้อมรองรับการทำงานในยุคThailand4.0 ซึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะก้าวไปสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนนั้น ผู้บริหารระดับสูงทั้งจากภาครัฐและเอกชนถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการนำพาองค์กรและประเทศไทยก้าวไปสู่ “Thailand Digital Society”

ทั้งนี้ในงานอบรมหลักสูตร “ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital CEO) รุ่นที่ 2 ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้บริหารระดับผู้นำสูงขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบโดยมี
พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีประธานเปิดหลักสูตร พร้อมกับปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Thailand Digital Society”ให้กับผู้เข้าอบรมซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนจำนวน 84 คนให้ได้ฟัง
โดยมี ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ให้การต้อนรับ ณ อาคารลาดพร้าวฮิลล์

พลอากาศเอกประจินได้กล่าวถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งทุกองค์กรต่างต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์การวางแผนกลยุทธ์และการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในองค์กร เป็นการติดอาวุธด้วยทักษะดิจิทัลสำหรับการทำงานให้แก่บุคลากรที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

“เพราะเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ใช่แค่เครื่องมือสนับสนุนการทำงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมร่วมสมัย กลมกลืนเข้ากับชีวิตประจำวัน หลอมรวมเข้ากับการทำงานและการใช้ชีวิตจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นพลังผลักดันให้ทั้งประเทศเปลี่ยนแปลงไปถึงระดับรากฐาน โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของคน/ครอบครัว  ทุกวันนี้เราใช้งานเทคโนโลยีที่เรียกว่า Internet of Thingsโดยไม่รู้ตัว  ด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ที่อยู่ในมือไม่ว่าจะเป็น tablet,smart phone หรืออุปกรณ์อื่นๆ ทำให้คนเราสามารถเชื่อมต่อระหว่างกัน หรือเรียกว่าทุกสรรพสิ่งได้ โดยมีเซนเซอร์ที่ติดเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ เป็นตัวเชื่อมโยง เช่น ตู้เย็นอัจฉริยะที่มีตัวตรวจจับจำนวนสิ่งของต่างๆในตู้เย็นเมื่ออาหารในตู้เย็นใกล้จะหมดอายุหรือสิ่งใดหมด จะมีข้อความแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนให้เราสั่งซื้อของได้นาฬิกาอัจฉริยะที่มีความสามารถมากกว่าใช้ดูเวลาเท่านั้น เช่น ถ่ายรูป บันทึกวิดีโอ รับ-ส่งอีเมล จับเวลา นับก้าวเดิน คำนวณระยะและพลังงานที่ร่างกายใช้นอกจากนี้ยังใช้เป็นรีโมตคอนโทรลของโทรทัศน์ ได้อีกด้วย หรือในทางการแพทย์ใช้ในการวิเคราะห์ ตรวจสอบอาการของคนไข้ผ่านอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ที่บ้านของคนไข้เองได้ เป็นต้น

เทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นตัวเร่งการขับเคลื่อนประเทศตามแนวนโยบายไทยแลนด์  4.0  และเป็นเครื่องมือที่จะพลิกโฉมประเทศไทย ตามแนวทางของ “Digital Transformation” ประเด็นสำคัญของการพัฒนาที่มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมอย่างมาก 4 ด้าน ได้แก่ 1) การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ 2) การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล 3) การปรับเปลี่ยนภาคอุตสาหกรรมสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ และ 4) การขับเคลื่อนชุมชนสู่สังคมดิจิทัล

อาจกล่าวได้ว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีของการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกพื้นที่ จากนี้ไปประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนผ่านด้วยดิจิทัล (digital transformation) และข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data)ที่ท่านจะได้เห็นและรู้สึกได้อย่างชัดเจนในมิติแรกคือการขยายโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชนเข้าถึงได้ด้วยราคาที่เหมาะสมรองรับการพัฒนาเมืองเป็น Smart City เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและช่วยให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักความเหลื่อมล้ำของความมั่งคั่ง

ที่ผ่านมาประเทศไทยได้เร่งขับเคลื่อนการพลิกโฉมประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ รัฐบาลมุ่งมั่นและใส่ใจดูแลประชาชนทุกคนด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วประเทศ สร้างรายได้ให้ประชาชนในชุมชนผ่าน E-Commerce และการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ การเรียนรู้ การเข้าถึงบริการของรัฐ การทำการเกษตรยุคใหม่ รัฐบาลเร่งปรับฐานเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัลผ่านโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ อาทิ Smart City, Coding Nation, Digital Transformation และ Digital Park Thailand ที่จะส่งให้ไทยเป็นผู้นำด้านการค้าการลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลของภูมิภาค

          การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลต้องการพลังจากทุกภาคส่วน ซึ่งผู้นำองค์กรต่างๆจะเป็นกำลังสำคัญเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่การเป็นสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง

Comments (0)

เวิลด์ ฟูดส์ฯ แนะนำ “เจ-มิกซ์ น้ำแคนตาลูป” ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ชูจุดขายรสชาติหอมอร่อยไม่ซ้ำใคร เอาใจคนรักสุขภาพ

Posted on 20 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

          บริษัท เวิลด์ ฟูดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ “เจ-มิกซ์ (J-mix)” เดินเกมรุกปีหมูทอง ส่ง “เจ-มิกซ์ น้ำแคนตาลูป 25%” ผลิตจากน้ำแคนตาลูปเข้มข้น ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ชูจุดขายรสชาติหอมอร่อยไม่ซ้ำใคร กับคอนเซ็ปต์ น้ำผลไม้เคี้ยวได้ที่มีส่วนผสมของวุ้นน้ำมะพร้าวชิ้นใหญ่เคี้ยวนุ่มเต็มคำ จำหน่ายในราคา 15 บาท ตอกย้ำจุดขาย “สินค้าอร่อย คุณภาพดี ราคาย่อมเยา”

          นางสาวกัญญา ติลกเรืองชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์ ฟูดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำตลาดน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำ เปิดเผยว่า เวิลด์ ฟูดส์ฯเป็นผู้ผลิตน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ “เจ-มิกซ์ (J-mix)” มานานกว่า 25 ปี ด้วยจุดขายที่สามารถครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานคือ “สินค้าอร่อย คุณภาพดี ราคาย่อมเยา” โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการพัฒนาและปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทีมีคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

โดยกลุ่มลูกค้าหลักของน้ำผลไม้ “เจ-มิกซ์ (J-mix)”เป็นกลุ่มเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งนอกจากจะต้องการรสชาติที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครแล้ว ยังคำนึงผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย ซึ่งล่าสุดผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ตรา J-mix ได้ปรับสูตรใหม่ ลดน้ำตาลลง ทำให้ผลิตภัณฑ์ J-mix ได้รับสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

น้ำผลไม้ “เจ-มิกซ์ (J-mix)” ผสมวุ้นน้ำมะพร้าวมีทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่ ส้ม ลิ้นจี่ สตรอเบอร์รี่ องุ่น และล่าสุด เวิลด์ ฟูดส์ฯ ขอแนะนำผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ รสชาติใหม่ “เจ-มิกซ์ น้ำแคนตาลูป 25%” ผลิตจากน้ำแคนตาลูปเข้มข้น ให้รสชาติหอมอร่อยไม่ซ้ำใคร พร้อมส่วนผสมของวุ้นน้ำมะพร้าวชิ้นใหญ่เคี้ยวนุ่มเต็มคำ กับคอนเซ็ปต์ น้ำผลไม้เคี้ยวได้ และเอาใจคนรักสุขภาพ ด้วยสูตรน้ำตาลน้อย ดื่มอร่อย หอมสดชื่น ช่วยดับร้อน แก้กระหาย ดื่มได้ทุกวัน

          เจ-มิกซ์ น้ำแคนตาลูป 25% ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว มาพร้อมด้วยแพคเก็จจิ้งทันสมัยสีสันสวยงามจับกระชับมือ พกพาสะดวก ขนาด  320 ml. มีจำหน่ายแล้วในราคา 15 บาท เท่านั้น ท่านที่สนใจ สามารถหาซื้อได้แล้วที่ร้านค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ หรือ สนใจจัดจำหน่ายโทร.024207272 รายละเอียดเพิ่มเติมทาง https://www.facebook.com/worldfoodinter/

Comments (0)

เรื่องล่าสุด