Archive | ข่าว

“ชลิต อินดัสทรี” ร่วมส่งเสริมอาชีพผู้พิการ – สนับสนุนกิจกรรม ต่อลมหายใจให้น้องได้ท้องอิ่ม มอบข้าวสารและอาหารฯช่วงวิกฤติโควิด

Posted on 13 กรกฎาคม 2021 by admin

จากสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 ที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับปี ส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง มีผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก และด้วยน้ำใจของคนไทย ได้มีหน่วยงานต่างๆจัดตั้งระดมและรับบริจาคขึ้นจำนวนมาก ซึ่งบางโครงการก็ผ่านด้วยดี แต่ยังมีหลายโครงการที่ต้องการการสนับสนุนอีกมาก เช่นเดียวกับ “มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการฯ” ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักเข้าขั้นวิกฤติกันเลยทีเดียว เนื่องจากขาดแคลนข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็นต่างๆ ซึ่งบริษัท ชลิต อินดัสทรีฯ มีนโยบายในการช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว จึงได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นต่างๆของมูลนิธิฯ จึงได้ร่วมต่อลมหายใจให้น้องๆผู้พิการเหล่านี้ร่วมฝ่าฟันผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ …

และเมื่อเร็วๆนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้ร่วมส่งเสริมอาชีพผู้พิการและสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พร้อมมอบข้าวสาร อาหาร และของใช้จำเป็นสำหรับน้องๆผู้พิการ ซึ่งเป็นนักเรียนประจำและเจ้าหน้าที่ผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการมากกว่า 800 คน โดยมี นายสัมฤทธิ์ ชาภิรมย์ ผู้จัดการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการฯ เป็นผู้รับมอบ ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา จ.ชลบุรี

โดย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “ที่ผ่านมาบริษัทมีนโยบายอันเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR มาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และล่าสุดหลังทราบข่าวว่ามูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิค 19 เนื่องจากยอดผู้บริจาคลดลง จนส่งผลให้มูลนิธิฯขาดแคลนข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็นต่างๆสำหรับน้องๆนักเรียนประจำซึ่งเป็นผู้พิการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้พิการที่ทางมูลนิธิฯต้องรับผิดชอบดูแลอยู่เป็นจำนวนมาก  ทางบริษัท ชลิต อินดัสทรีฯ จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิฯ ให้ดำเนินต่อไปได้ ในการส่งเสริมอาชีพผู้พิการและสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ   โดยคาดว่าน้องๆนักเรียนจะมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีภาวะโภชนาการที่ดีซึ่งเป็นกำลังที่สำคัญของประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้ ได้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบริษัทฯ  ที่ตระหนักดีถึงความสำคัญในการพัฒนาชุมชนและตอบแทนสังคม โดยที่ผ่านมา ได้เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรต่างๆ รวมทั้งการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่างๆเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่องในทุกๆด้าน  ซึ่งเชื่อว่าพลังจากความมีน้ำใจและการร่วมมือกันจะนำพาให้สังคมดีขึ้นได้ อาทิ โครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง” เพื่อน้องๆโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส และโครงการอื่นๆ เป็นต้น

ส่วนทางด้าน ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ : กล่าวเพิ่มเติมว่า “ ขอขอบคุณ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ที่มอบอาหารและสิ่งของจำเป็นให้กับผู้พิการฯในครั้งนี้ สำหรับเรื่องของอาหาร ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ณ เวลานี้ เนื่องจาก สต๊อกข้าวสารอาหารแห้งและของใช้จำเป็นของมูลนิธิลดลงอย่างมาก เรียกว่าเข้าขั้นวิกฤติก็ว่าได้ จึงวอนขอความเมตตา ผู้มีจิตศรัทธาหรือพอจะมีกำลัง ให้ช่วยบริจาคข้าวสาร อาหารและของใช้จำเป็นต่างๆ อาทิ  นม กระดาษทิชชู่  น้ำมันพืช หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ทั้งแบบเจลและแบบน้ำ เป็นต้น เพื่อต่อลมหายใจให้คนพิการ ให้ท้องอิ่ม มีแรงสู่ชีวิตต่อไป  ที่ผ่านมาเราได้เผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ยอดบริจาคลดลงอย่างหนัก วันนี้เป็นช่วงเวลาที่คนไทยต้องช่วยกันผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้

สำหรับท่านที่มีจิตศรัทธา สามารถมอบมอบอาหารและสิ่งของจำเป็นให้กับผู้พิการได้ หรือโอนเงินผ่านผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้หรือสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 02-572 4042 ต่อ 8100, 8102 มือถือ 099-394-4795, 094-665-2223

Comments (0)

น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

Posted on 12 กรกฎาคม 2021 by admin

          พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประสูติวันที่ 13 กรกฎาคม 2500 ณ Guy’s Hospital ลอนดอน สหราชอาณาจักร ทรงเป็นธิดาพระองค์ใหญ่ของ หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร กับท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร ทรงเป็นทั้งพระภาติยะและอดีตพระสุณิสาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระธิดาพระองค์เดียว คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาพระเจ้า

วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงทุ่มเทพระหทัยและพระวรกายบำเพ็ญพระกรณียกิจด้านงานการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์โดยมิได้คำนึงถึงความยากลำบากใดๆ ทรงมีความสนพระทัยและทรงทุ่มเทช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความทุกข์ยากลำบากทั่วประเทศในด้านการสาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพและพลานามัยดีถ้วนหน้า ทรงรับโครงการต่างๆของสภากาชาดไทย ไว้ในพระอุปถัมภ์หลายโครงการ รวมทั้งมูลนิธิด้านการแพทย์ อาทิ โครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก สภากาชาดไทย, โครงการคืนชีวิตให้พ่อแม่เพื่อลูกน้อยที่ติดเอดส์, กองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุ สำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ สภากาชาดไทย, กองทุนนมสำหรับเด็กในโครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก, กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก, มูลนิธิศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร, มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย เป็นต้น

โครงการที่ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงมีพระเมตตาต่อผู้ติดเชื้อเอดส์ และต่อการดำเนินงานของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ในปี พ.ศ. 2532 จนถึงปัจจุบัน ได้ประทานข้อแนะนำการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เสด็จเป็นประธานในงานเทียนส่องใจในวันเอดส์โลก วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี พร้อมให้ผู้ติดเชื้อและคนที่ทำงานด้านเอดส์เข้าเฝ้ารับประทานพระดำรัสอย่างใกล้ชิด และยังทรงประทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ตั้งเป็นกองทุนต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์และครอบครัวทั้งด้านการรักษา จัดหายาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งการสังคมสงเคราะห์ อาทิ โครงการ “ช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก” สภากาชาดไทย ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ กองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ สภากาชาดไทย กองทุนนมสำหรับเด็กในโครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก สภากาชาดไทย และ โครงการ “คืนชีวิตให้พ่อแม่เพื่อลูกน้อยที่ติดเอดส์” สภากาชาดไทย เป็นต้น “กองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์” สภากาชาดไทย  ได้ให้การสนับสนุนยาต้านไวรัสสำหรับหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอชไอวีที่มาฝากครรภ์ช้า ยาต้านไวรัส ยาเรียลทิกราเวียร์ จะให้แก่หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอดส์ทั้งคนไทยและชาวต่างด้าว ทั้งที่มีสิทธิ์และไร้สิทธิ์สวัสดิการสุขภาพ เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้ได้ผลทั่วถึง โดยยาต้านไวรัสนี้จะช่วยลดปริมาณเชื้อเอชไอวี และยายังสามารถส่งผ่านจากรกแม่ ไปสู่ทารกได้ดี ทำให้สามารถป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ได้ประทานเงินจำนวน 1 ล้านบาทเพื่อก่อตั้งกองทุนและเสด็จมาทรงเปิดกองทุน ซึ่งประทานชื่อว่า “กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก ในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ” เมื่อ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2544  โดยมีพระดำริว่าอยากจะสนับสนุนช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ยากไร้ทั่วประเทศ และทรงรับสั่งเมื่อจัดตั้งว่า “กองทุนนี้มิใช่เพื่อโรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่งแต่จะกระจายไปทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ขอรับความช่วยเหลือให้แก่คนไข้” ในปี 2560 และ 2561 ได้ทรงประทานเงินส่วนพระองค์อีกปีละจำนวน 1 ล้านบาท ล่าสุดเมิ่อ 27 มิถุนายน 2562 ได้ประทานพระอนุญาตแก้ไขชื่อกองทุนฯ เป็น “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ” ปัจจุบันได้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในรพ.กว่า 20 แห่งทั่วประเทศ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษายาเคมีบำบัด ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก ค่าตรวจในห้องปฏิบัติการพิเศษ รวมทั้งการศึกษาวิจัยเพื่อความก้าวหน้าทางการรักษาโรคมะเร็งในเด็กต่อไปในอนาคต นอกจากการรักษาโรคมะเร็งในเด็กให้หายขาดมากขึ้นแล้ว ทางกองทุนฯยังได้ช่วยเหลือให้เด็กมีโอกาสทุพพลภาพน้อยลง เช่น ได้มอบเงินค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์แขนขาโลหะที่ใช้แทนกระดูกที่เป็นมะเร็งที่ถูกตัดออก ทำให้เด็กไม่ต้องถูกตัดแขนขาออกไป

มูลนิธิศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์กิติยากร ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2533 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขัดสน ช่วยเหลือค่ารักษา ช่วยจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ ตลอดจนค่าเดินทางในการไปรักษา รวมทั้งการมอบทุนในการศึกษาต่อของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ด้านโรคหัวใจและทรวงอก ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทรงช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับการรักษาที่ดีมีมาตรฐานสากล

มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแก่ผู้ป่วย ครอบครัว ประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์ รณรงค์ให้อุบัติการณ์ของโรคนี้ลดลงในประชากรไทย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้มีการดูแลรักษาโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียและการป้องกันโรคนี้แก่ผู้ป่วย ครอบครัว และประชาชน รวมทั้งส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย

นอกจากนี้ทรงทรงรับมูลนิธิต่างๆไว้ในพระอุปถัมภ์ รวมทั้งจัดตั้งมูลนิธิและโครงการส่วนพระองค์อีกหลายโครงการ อาทิ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์), มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา (ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์), มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย (ทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ตลอดพระชนม์ชีพ), มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของศาลเยาวชนและครอบครัว, มูลนิธิบ้านบางแค, มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก ของศาลเยาวชนและครอบครัว, มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง, มูลนิธิธรรมจารินีวิทยา, มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของศาลเยาวชนและครอบครัว, สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี, สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย, สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมพัฒนาแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย, สภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ, โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา, วัดหนองน้ำขุ่น อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นต้น

นับได้ว่าทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ ในฐานะสมาชิกพระราชวงศ์ สนองเบื้องพระยุคลบาท มีพระกรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทรงพระคุณแก่บ้านเมืองเป็นที่ประจักษ์แก่ตาแก่ใจของประชาชนทั่วไป

          13 กรกฎาคม นี้ ตรงกับวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานและขอถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

Comments (0)

เชิญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา ให้เยาวชนผู้พิการได้เรียนจนจบระดับ ปวช. และ ปวส.ช่วงโควิดนี้

Posted on 09 กรกฎาคม 2021 by admin

           วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จัดโครงการ “ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล เพื่อหารายได้สมทบทุนการศึกษา” ขึ้นเพื่อให้วิทยาลัยเทคโนโลยีฯ เป็นศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจเพื่อการศึกษา การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เศรษฐกิจพอเพียง สำหรับคนพิการแห่งแรก! ของภาคอีสาน และเพื่อเป็นทุนการศึกษาพัฒนาศักยภาพ นักเรียน นักศึกษาผู้พิการต่อไป…

           นางสาวสัมฤทธิ์ ศิริรัมย์ ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เปิดเผยว่า  วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรถวาย พระราชรัตนาลงกรณ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย ในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2564 เวลา 09.30 น.โดยมี นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ

สำหรับวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ ฯ เป็นสถานศึกษาสำหรับคนพิการแห่งแรกของภาคอีสาน ก่อตั้งขึ้นปี 2553 เป็นสถานที่จัดฝึกอบรมให้นักศึกษาผู้พิการ ปี 2560 เปิดเป็นสถานฝึกอบรมวิชาชีพสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย และล่าสุดปี 2563 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ

ทั้งนี้ การจัดตั้งวิทยาลัยฯ  เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้คนพิการมีวุฒิการศึกษา รวมทั้งฝึกวิชาชีพให้แก่คนพิการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศเพื่อนบ้านในแถบลุ่มแม่น้ำโขง วิทยาลัยฯ เป็นโรงเรียนประจำ มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ พร้อมอาหาร 3 มื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เป็นสื่อทันสมัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งหลักสูตรการเรียนการสอนคือ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ หลักสูตรการศึกษาชั้นพื้นฐาน และหลักสูตรระยะสั้น คือ หลักสูตรเบเกอรี่ และ หลักสูตรช่างวีลแชร์ โดยทุนการศึกษานี้จะช่วยให้เยาวชนผู้พิการได้ศึกษาจนจบระดับ ปวช. – ปวส. และช่วยให้มีงานทำ ช่วยเหลือตัวเอง-ครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

“ปัจจุบันวิทยาลัยมีนักศึกษาพิการที่อยู่ในความดูแลกว่า 70 คน  คาดว่าปีหน้า(2565)จะมีนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น100 คน ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ฯ สามารถผลิตแรงงานคนพิการไปเป็นบุคลากรระดับมืออาชีพเพื่อทำงานรับใช้สังคมมาแล้วกว่า 628 คน  วิทยาลัยฯเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร งบประมาณหลักมาจากการบริจาค แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤติการแพร่ระบาดโควิด–19 เศรษฐกิจตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริจาคลดลง –การดำเนินชีวิตของคนพิการก็ลำบากมากขึ้น ทั้งนี้วิทยาลัยฯได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ 20% แต่ 80 % ต้องขอการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ โดยเรามีรายจ่ายประมาณ 8 แสน – 1ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้เราได้จัดกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อหารายได้เป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆในการดำเนินการดูแล”  ผู้อำนวยการฯ กล่าวในตอนท้าย

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อการศึกษาตามกำลังศรัทธา สามารถร่วมบริจาคได้ที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ หรือ บริจาคโดยโอนเงินเข้าชื่อบัญชี มูลนิธิพระมาหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 342-3-04294-8 สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ นางอัจจิมา ชวลิตธำรง โทรศัพท์ 081 723 5949  อีเมล์ ajima@mahatai.org

Comments (0)

SIBA เสริมความรู้คนทำงานเปิดคอร์สระยะสั้น Microsoft office camp เรียนจบมีใบประกาศฯกรมพัฒน์ฯ เพิ่มความมั่นใจสู้ภัยยุคโควิด

Posted on 29 มิถุนายน 2021 by admin

          “SIBA” สถาบันการศึกษายุคใหม่ เน้นการเรียนการสอนคุณภาพ ตอบโจทย์ทุกอาชีพในอนาคต สู่ความสำเสร็จในวิชาชีพ ผนึกกำลังกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาความรู้คนทำงานเปิดหลักสูตรระยะสั้น Microsoft  office camp  การศึกษาแนวใหม่ ที่จะเป็นการอบรมโปรแกรมพื้นฐานในการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ กับ 3 โปรแกรมคุณภาพ คือ  โปรแกรม Word,  Excel และ Power point โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รับรองหลักสูตรฯ พร้อมการทดสอบมาตรฐาน จบแล้วได้รับใบประกาศจากกรมพัฒน์ฯ และวิทยาลัยฯ การรันตีคุณภาพระดับสากล ยืนยันความสามารถในการทำงานให้เป็นที่ยอมรับ สร้างความเชื่อถือ เป็นใบเบิกทางในการทำงานได้…

          ดร.เบญจมาภรณ์ คุณะรังษี  ผู้อำนวยการ SIBA (วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี) เปิดเผยว่า SIBA เป็นสถาบันการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างตรงจุด มีหลักสูตรที่หลากหลายสาขาครบทุกด้านของธุรกิจทันสมัย- มีความยืดหยุ่นและเข้ากับยุคปัจจุบัน โดยเน้นการเรียนการสอนที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ตอบโจทย์อาชีพในอนาคตโดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคดิจิทัล ที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ล่าสุด SIBA จึงเปิดหลักสูตรการอบรมระยะสั้น Microsoft  office camp ขึ้น เพื่อให้กลุ่มคนทำงานที่สนใจที่จะพัฒนาตัวเองให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของคุณครู หรือพนักงานบริษัทที่ต้องการพัฒนาตนเองให้มีความชำนาญมากขึ้น

สำหรับหลักสูตรระยะสั้น Microsoft  office  เป็นการอบรมโปรแกรมพื้นฐานในการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ รับรองหลักสูตรโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและจบอบรมจะได้รับใบประกาศจากกรมพัฒน์ฯ และวิทยาลัยฯ ด้วย โดยผู้เข้าอบรมจะมีหลักฐานยืนยันความสามารถในการทำงานให้เป็นที่ยอมรับว่าได้ผ่านการอบรม Microsoft  office และมีทักษะสูงขึ้น-น่าเชื่อถือ เป็นใบเบิกทางสำหรับให้สถานประกอบการหรือนายจ้างได้กำหนดระดับชั้นความสามารถของพนักงาน โดยอาศัยมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่งองค์กรใช้เป็นแนวทางในการวางแผนพัฒนาบุคลากร เข้าทำงานได้ตามเหมาะสมด้วย

E-Poster_HSK

          หลักสูตร Microsoft  office camp  นี้สามารถเรียนได้ทั้งที่วิทยาลัย หรือ ออนไลน์จัดสอนโปรแกรมต่อเนื่อง 3 ชั่วโมงต่อโปรแกรม รวม  9 ชั่วโมง และทดสอบอีก 3 ชั่วโมง ในเวลา 2 วัน ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง แล้วสอบทันทีหลังจบการเรียน โดยแบ่งระดับความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนเพื่อการจัดกลุ่มเรียนที่มีประสิทธิภาพ เป็น 3 ระดับ และแบ่งการเรียนเป็น 3 โปรแกรมเพื่อง่ายต่อการเรียนการสอนให้เข้าใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น  คือ

1.โปรแกรม Word การสร้างเอกสาร แถบเครื่องมือมาตรฐาน การใส่รูปร่างอัตโนมัติกล่องข้อความ การสร้างและจัดตาราง ฯลฯ

2.โปรแกรม Excel การสร้างงาน กำหนดแผ่นงาน การจัดการข้อมูลต่าง ๆ การอ้างอิงเซลล์ข้ามแผ่นงาน การใช้ฟังก์ชั่น อัตโนมัติ ฯลฯ

3.โปรแกรม Power point สร้างงานนำเสนอ ปรับมุมมองนำเสนอ นำเสนอ Workshop ฝึกสร้าง Active Presentation ทุกขั้นตอน

“ทั้งนี้แต่ละโปรแกรมจะได้เรียนพร้อมปฏิบัติจริง ทั้ง 3 โปรแกรม ในราคาพิเศษเพียง! 3,000 บาท เท่านั้น ท่านที่สนใจสามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 9 ก.ค หรือคลิ๊กดูรายละเอียดได้ที่ https://siba.ac.th/ หรือโทร. 02-939-3000 และ 092-290-3572” ผู้อำนวยการSIBA กล่าวในท้ายสุด

Comments (0)

นิวซีแลนด์เร่งฟื้นฟูการศึกษาระหว่างประเทศ ดึง FutureLearn เเพลตฟอร์มใหม่ ดึงดูดนักเรียนทั่วโลก

Posted on 24 มิถุนายน 2021 by admin

          การศึกษานิวซีแลนด์ ทุ่มงบ 51.6 ล้านเหรียญดอลลาร์นิวซีแลนด์ เร่งแผนฟื้นฟูการศึกษาระหว่างประเทศ สร้างเครือข่ายพันธมิตรการศึกษากับนานาชาติ เปิดหลักสูตร Global Pathway พร้อมมุ่งพัฒนารูปแบบการนำเสนอบทเรียนในรูปเเบบใหม่ๆ เสริมความแข็งแกร่งระบบการศึกษาให้มีความหลากหลายและยั่งยืน ล่าสุดประกาศร่วมมือกับ FutureLearn.com  เเพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ผ่านออนไลน์ระดับสากลที่มี รวบรวมเอาหลักสูตรออนไลน์ระยะสั้นจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของนิวซีแลนด์กว่า 15 แห่งไว้ในเเพลตฟอร์มเดียว หวังดึงดูดนักเรียนจากนานาชาติทั่วโลกที่มีมากกว่า 15 ล้านคน มาศึกษาต่อที่นิวซีเเลนด์

          นายกรานท์ แมคเฟอร์สัน (Mr. Grant McPherson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ Education New Zealand (ENZ) เปิดเผยถึง “แผนฟื้นฟูการศึกษาระหว่างประเทศของประเทศนิวซีแลนด์” ภายในงานสัปดาห์วิชาการด้านการศึกษาระดับนานาชาติ New Zealand Partners Workshop Week 2021 (NZPWW) ซึ่ง ENZ ได้จัดขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ด้านการศึกษากับประเทศพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า การศึกษาระหว่างประเทศ ถือเป็นภาคบริการส่งออกรายใหญ่อันดับ 5 ของนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนในภูมิภาคเอเชีย ในปี 2019 จำนวนนักเรียนทั้งหมด 79% ที่มาเรียนที่นิวซีแลนด์มาจากประเทศในภูมิภาคเอเชียสูงถึง 89,862 คน รวมถึงนักเรียนไทยกว่า 3,000 คน

รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้รับสนับสนุนงบประมาณ 51.6 ล้านเหรียญดอลลาร์นิวซีแลนด์ สำหรับแผนงานอนาคตและขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูการศึกษาระหว่างประเทศ เพื่อช่วยให้ภาคส่วนการศึกษาระหว่างประเทศของนิวซีเเลนด์มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีการเชื่อมโยงพันธมิตรกับสถาบันต่างๆทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการมุ่งพัฒนารูปแบบการนำเสนอบทเรียนในรูปเเบบใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมการศึกษาของนิวซีแลนด์ให้มีความหลากหลายและยั่งยืน

ล่าสุด ENZ ประกาศสร้างความร่วมมือครั้งใหม่กับ FutureLearn.com แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่นำเสนอคอร์สออนไลน์จากพันธมิตรด้านการศึกษาและพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ กว่า 250 ราย ให้แก่ผู้เรียนกว่า 15 ล้านคนทั่วโลก โดยการผนึกกำลังของ ENZ กับ FutureLearn และสถาบันการศึกษาในนิวซีแลนด์ครั้งนี้ เพื่อนำเสนอคอร์สออนไลน์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำกว่า 15 แห่งของนิวซีแลนด์ให้แก่ผู้เรียนทั่วโลก โดยนำเสนอหลักสูตรระยะสั้นที่มีคุณภาพซึ่งส่วนใหญ่เน้นไปที่การศึกษาด้านความยั่งยืน ทั้งสำหรับผู้เรียนและผู้สอนในหลายสาขา เช่น เกษตรกรรมยั่งยืน ภาษาอังกฤษเพื่อความยั่งยืน และการสร้างแรงงานยั่งยืน

จากความร่วมมือกับ FutureLearn ครั้งนี้จะช่วยขยายโอกาสให้ผู้เรียนจากทั่วโลกได้สัมผัสกับประสบการณ์การศึกษาระดับนานาชาติของนิวซีแลนด์ได้ง่ายขึ้นในช่วงที่หลายประเทศมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง โดยผู้เรียนจากทั่วโลกสามารถเลือกเรียนหลักสูตรระยะสั้นที่มีคุณภาพเเละเป็นเทรนด์ฮิตของคนรุ่นใหม่ที่ ENZ ได้รวบรวมคอร์สต่าง ๆ จากมหาวิทยาลัย โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ สถาบันเทคโนโลยี สถาบันอาชีวศึกษา ผู้ให้ความรู้เรื่อง EdTech รวมถึงนักพัฒนาเทคโนโลยี VR การสร้างแบบจำลอง 3 มิติแอนิเมชั่น  นักออกแบบเกม การเพิ่มทักษะเทคโนโลยีและความสามารถด้านดิจิทัล และผู้ให้ความรู้เฉพาะทาง เช่น Media Design School มาไว้ในเเพลตฟอร์มเดียวเป็นครั้งเเรก เพื่อให้ผู้เรียนทั่วโลกที่มีมากกว่า 15 ล้านคน ได้เข้ามาเลือกเรียนตามความชอบเเละถนัด หลักสูตร VR หลักสูตร เป็นต้น ซึ่งผู้เรียนสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.futurelearn.com/courses/collections/study-new-zealand

จะเห็นว่านิวซีแลนด์ให้ความสำคัญกับบทบาทการศึกษาระหว่างประเทศในการช่วยแบ่งปันความรู้และสร้างเสริมศักยภาพมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เปิดหลักสูตรระยะสั้น New Zealand Global Competence Certificate (NZGCC) โดยร่วมมือกับพันธมิตรการศึกษาทั่วภูมิภาคเอเชีย เช่น ประเทศไทย, เวียดนาม, ญี่ปุ่นและเกาหลี ที่สอนทักษะแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป เช่น การตระหนักรู้ในตนเองทางวัฒนธรรม การเอาใจใส่ต่อวัฒนธรรมอื่นๆ และการเชื่อมความพันธ์กับสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทางวัฒนธรรม รวมถึงความร่วมมือกับ NCUK ของอังกฤษ เปิดสอน “หลักสูตร Global Pathway to New Zealand” ที่ช่วยให้นักเรียนจากกว่า 30 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย สามารถเริ่มต้นการเดินทางมาศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ได้ ผ่านศูนย์การศึกษาที่ได้รับการรับรองจำนวน 81 แห่งในประเทศของตน

นิวซีแลนด์ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมการศึกษาและเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเรียนรู้ มุ่งส่งเสริมและพัฒนาความสามารถให้นักศึกษาเป็นนักคิดวิเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นนักแก้ปัญหา และผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการเสริมสร้างนักเรียนสู่ทักษะในอนาคต โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในด้านการจัดการศึกษาได้ดีที่สุดในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit

นอกจากจะได้รับการยอมรับเป็นเมืองแห่งการศึกษาแล้ว จากวิกฤตการระบาดโรคโควิด-19 นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับคำชมจากการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมาตรการที่เข้มข้นรวดเร็ว เพื่อดูแลผู้คนในนิวซีแลนด์ ซึ่งรวมถึงนักเรียนต่างชาติ มีการช่วยเหลือด้านการเงิน ด้านสังคม การเพิ่มช่องทางการสื่อสาร และมาตรการด้านสุขภาพ การตรวจ วินิจฉัยและการรักษา รวมถึงการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนต่างชาติ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำให้นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติชั้นนำของโลกโดยในแต่ละปีมีนักเรียนนานาชาติกว่า 125,000 คนจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และล่าสุดเมืองโอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์ ครองอันดับ 1 เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2021จากการสำรวจ The Economist Intelligence Unit อีกเช่นเดียวกัน

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ แนะนำ เบ้าโช้คอัพบน-ล่าง

Posted on 24 มิถุนายน 2021 by admin

          บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ และอะไหล่ยางสำหรับใช้ในรถยนต์ภายใต้แบรนด์ “POP”  แนะนำ “เบ้าโช้คอัพบน-ล่าง”  ผลิตจากยางธรรมชาติ มีความยืดหยุ่นดี เจาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งรถเก๋ง รถกระบะ และรถเพื่อการพาณิชย์ (สิบล้อ) เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวยึดชุดโช้คอัพเข้ากับโครงรถ เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างสปริงโช้คอัพและอะไหล่ช่วงล่างของรถทั้งคัน ปรับทิศทางการหมุนของโช้คอัพ ถ้าขับรถที่เบ้าโช้คอัพมีการชำรุด จะทำให้ช่วงล่างรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นและส่งผลต่ออะไหล่ชิ้นอื่นๆให้ได้รับความเสียหายตามไปด้วย

ผู้ประกอบการและลูกค้าที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียด “POP เบ้าโช้คอัพบน-ล่าง” และชิ้นส่วนอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์  “POP” ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำใกล้บ้าน ตัวแทนจำหน่าย หรือเยี่ยมชมที่เว็บไซต์บริษัท http://www.chalitindustry.com หรือโทร 02 8026400  หรือ Email: info@chalitindustry.com

Comments (0)

Education New Zealand taps into global market of over 15 million learners through new country-branded platform

Posted on 22 มิถุนายน 2021 by admin

As the world moves online, more than 15 quality New Zealand education providers are taking a selection of online courses to global learners.

Education New Zealand Manapou ki te Ao (ENZ) has today announced a new partnership with FutureLearn, which for the first time will provide courses from more than 15 New Zealand education providers on one centralised platform, to reach more than 15 million learners worldwide.

As part of Education New Zealand’s Partners’ Workshop Week, FutureLearn will be launched to nearly 500 international education stakeholders this week as an example of how New Zealand is diversifying its education offering for those who can’t travel here.

FutureLearn is an online learning platform that offers learners and educators online courses. A selection of quality short courses will be offered by a variety of New Zealand education providers, including four leading universities, EdTech providers and blue-chip private training establishments Media Design School and TechFuturesLab. There will also be courses co-branded between New Zealand’s national vocational education body, Te Pūkenga, and several of its ITP subsidiaries including Wintec and NMIT.

The courses include options for both learners and teachers across areas such as sustainable agriculture, Te Reo Māori, English language and growing a sustainable workforce.

Sustainability is increasingly important in students’ study choices. To cater for this, more than half of the courses are themed around sustainability.

ENZ’s General Manager of Partnerships and Marketing Paul Irwin said the short courses will provide global learners with a taste of a New Zealand international education experience, while also giving education providers a new way to reach learners.

“This is a key step in Education New Zealand’s strategy to take a New Zealand education experience to more learners, without the need to get on a plane.

“For the first time, this online platform gives us a New Zealand ‘shop window’ for learners to sample the innovative ways of learning our education sector has to offer. This pilot will enable us to learn and make adjustments as we diversify the way we deliver and make international education more accessible to more global learners, as well as continuing to reshape what international education looks like in a post-COVID world.

“The sustainability-themed courses also enable us to test interest in study relating to global causes where New Zealand has expertise,” Irwin said.

The FutureLearn pilot will showcase some of New Zealand’s burgeoning EdTech sector with VR, 3D-modellling and animation courses from VR Voom, as well as an introductory Te Reo course from Edumaxi.

Tertiary education organisation The Mind Lab aligns digital skills, technology and capabilities with the demands of the contemporary world. Founder Frances Valintine CNZM said ENZ’s partnership with FutureLearn will support New Zealand education providers to reach a global audience and showcase contemporary learning across a diverse range of subject areas.

“Education New Zealand’s investment in this pilot has helped to remove barriers for New Zealand education providers who want to reach a global audience of learners through innovative modes of delivery.

“This is exciting for the New Zealand sector as we broaden our reach from onshore delivery to online,” Valintine said.

The average length of the courses on offer are seven hours of learning. Learners can access the courses for free, choose to pay to upgrade and receive a digital certificate and longer access to course materials, or subscribe to FutureLearn and get unlimited access to content.

See more here: https://www.futurelearn.com/courses/collections/study-new-zealand

  • Education New Zealand is the government agency responsible for building international education to benefit New Zealand socially, culturally and economically. For more information, visit enz.govt.nz
  • FutureLearn is a London-based online education platform [jointly owned by the UK’s Open University and The SEEK Group] with an existing community of approximately 15 million learners globally
  • All universities in New Zealand are ranked within the top three percent (top 500) worldwide according to the QS World University Rankings
  • Participating New Zealand education providers include:

o  University of Canterbury

o  University of Otago

o  University of Waikato

o  Auckland University of Technology (AUT)

o  Nelson Marlborough Institute of Technology

o  The Mind Lab

o  Chasing Time English

o  Tech Futures Lab

o  VR Voom

o  Languages International

o  Wintec

o  International Culinary Studio

o  Intuto / Edumaxi

o  Amy.app

o  Media Design School.

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ ร่วมส่งเสริมอาชีพผู้พิการ

Posted on 21 มิถุนายน 2021 by admin

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ร่วมส่งเสริมอาชีพผู้พิการและสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พร้อมมอบข้าวสาร อาหาร และของใช้จำเป็นสำหรับน้องๆผู้พิการ ซึ่งเป็นนักเรียนประจำและเจ้าหน้าที่ผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการมากกว่า 800 คน โดยมี นายสัมฤทธิ์ ชาภิรมย์ ผู้จัดการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการฯ เป็นผู้รับมอบ
ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

“จอย ศิริลักษณ์” วอนช่วยเหลือผู้พิการ ร่วมบริจาคข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็น ให้มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ขาดแคลนเข้าขั้นวิกฤติ หลังโควิด-19 ระลอก3 ไม่จบ

Posted on 14 มิถุนายน 2021 by admin

เป็นดาราสาวน้ำใจงามอีกคนที่คอยช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ล่าสุด จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ออกมาวอนพี่น้องคนไทยให้ช่วยบริจาคช่วยมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการ ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤติขาดแคลนข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็นอย่างหนัก เพราะต้องดูแลคนพิการที่อยู่ในมูลนิธิฯกว่า 800 ชีวิต ส่งผลกระทบเดือดร้อนกันถ้วนหน้า จึงขอเชิญชวนให้ช่วยกันคนละเล็กคนละน้อยตามกำลังให้แก่มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ เพื่อช่วยเหลือคนพิการให้ผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้…

จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค : “อย่างที่ทราบกันว่าเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทางมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเฉพาะยอดบริจาคลดลงมาก ยิ่งครั้งนี้เป็นการระบาดระลอก 3 ที่รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ขนาดเราเองร่างกายครบ 32 ยังเดือดร้อนขนาดนี้ และนึกถึงผู้พิการเขาย่อมได้รับความเดือดร้อนกว่าเราหลายเท่านัก  วิกฤติโควิดนี้ เราต้องผ่านไปด้วยกันทั้งประเทศ น้ำใจของคนไทยทุกคน เช่น การบริจาคข้าวสาร หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สิ่งของจำเป็น จะช่วยต่อลมหายใจและเป็นกำลังใจสำคัญแก่ผู้พิการให้มีกำลังใจสู้ต่อไป” หรือหากท่านใดสะดวกจะบริจาคเป็นเงินก็ได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามได้ที่โทรศัพท์ 02-572 4042 ต่อ 8100, 8102 หรือ 099-394 4795”

Comments (0)

SIBA Express ร่วมสนับสนุนส่งอาหารถึงมือนักรบเสื้อกาวน์

Posted on 08 มิถุนายน 2021 by admin

ในช่วงภาวการณ์ระบาดของโควิดรอบใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม ทำให้แพทย์-พยาบาลและทีมงานในโรงพยาบาลมีภาระหนักในการรับมือเพื่อดูแลผู้ป่วยและตรวจหาเชิงรุกอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส-19 ให้เร็วที่สุด และทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมได้เพียงสั่งอาหารอร่อยๆส่งเป็นกำลังใจไปให้เหล่าทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์  ที่อยู่รพ.ต่างๆทั้งกรุงเทพ -ปริมณฑล ซึ่งร้าน SIBA Express ขอร่วมสนับสนุนอาหารกล่องราคาพิเศษเพียง 60 บาท และบริการพิเศษ Food delivery  จัดส่งอาหารให้ถึง รพ. ฟรี! เพื่อร่วมต้านภัยโควิด-19” เติมพลังและเป็นกำลังใจให้นักรบเสื้อกาวน์ที่ต้องปฏิบัติงานใกล้ชิดและมีความเสี่ยงอย่างมากได้รับประทานอาหารที่อร่อย มีคุณภาพ ปลอดภัย และจะได้ใช้เวลาไปสู้รบกับโควิดอย่างเต็มที่

โดยเมนูมีให้เลือกมากมายทั้ง อาหารคาว หวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม อร่อย สดใหม่ทุกวัน อาทิ ผัดไทยกุ้ง ข้าวมันไก่ม้วน ข้าวกะเพราทะเล ข้าวผัดต้มยำทะเล ข้าวผัดกุ้ง สปาเก็ตตี้ขี้เมา ราดหน้าหมู เครื่องดื่ม อาทิ ชาเขียว ชาเย็น นมสด กาแฟ นมเย็น สำหรับเบเกอรี่ อาทิ เอแคลร์  บราวนี่นูเทล่า เค้กฝอยทอง  แซนวิชทูน่า Toffee Cake เป็นต้น เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่เวลา 07.00 -16.00 หยุดทุกวันเสาร์ ท่านที่สนใจโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0960268838 หรือ line @sibaexpress มาร่วมกันเป็นกำลังใจสนับสนุนเคียงข้างกันให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันอีกครั้ง

Comments (0)

รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แบบอย่างการทำความดีในสังคมที่น่ายกย่อง

Posted on 27 พฤษภาคม 2021 by admin

ในปี พ.ศ.2535 ขณะที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีประทับ ณ พระตำหนักดอยตุง ได้ทอดพระเนตรข่าวความยากลำบากของครูอาสาสมัคร ชื่อ นส.วิไลลักษณ์ สุขสาย ครูโรงเรียนบ้านใหม่ห้วยหวาย อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จากหนังสือพิมพ์  จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายบุญธันว์ มหาวรรณ์ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ความช่วยเหลือ และยังโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการช่วยเหลือพัฒนา สนับสนุนการศึกษา และการสาธารณสุขแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดารในภาคเหนือ โรงเรียน กศน. (การศึกษานอกโรงเรียน) และโรงเรียน ตชด.ต่างๆตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โปรดให้ดำเนินการต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านการศึกษา สาธารณสุขของประชาชนในถิ่นทุรกันดารและบนพื้นที่สูง และประทานนามว่า “โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า” ในทุนการกุศลสมเด็จย่า และได้ประทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินจาก”ทุนการกุศลสมเด็จย่า” และ “ทุนการกุศล กว.” ให้แก่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า เสมอมา

ทุกครั้งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ โดยเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีออกทรงงาน พร้อมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)  เพื่อให้บริการด้านสาธารณสุข พระองค์ยังทรงสนพระทัยด้านการศึกษา เนื่องจากทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น พระองค์มักจะเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ สอบถามครูถึงแนวทางการเรียนการสอนและพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากร นอกจากนั้นยังทรงให้ความสนพระทัยครู กศน.เป็นพิเศษ มักโปรดเกล้าฯ ให้คณะครู กศน.เข้าเฝ้าเวลาที่ประทับ ณ ตำหนักที่ประทับบริเวณเขื่อนต่างๆ

เมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ในปี 2551  เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงเป็นอาจารย์ภาษาฝรั่งเศสในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการพัฒนาการศึกษาภาษาฝรั่งเศสในประเทศไทย และเพื่อสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ที่ทรงเห็นถึงความเสียสละของครูที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร  โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า จึงก่อตั้งโครงการครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละความสุขส่วนตัว โดยการคัดเลือกครูจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) หน่วยงานละ 3 รางวัล  รวมปีละ 9 รางวัล โดยพิธีการมอบ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” กำหนดเป็นวันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับ 1. โล่รางวัลครูเจ้าฟ้าฯ 2. ใบประกาศนียบัตร 3. เงินรางวัล 4. กองทุนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาชุมชน

นับจากปี 2552 มีครูที่ได้รับรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์มาแล้ว13 รุ่นรวม 114 คน สำหรับการมอบ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี 2563 (รุ่นที่ 12) และ ปี 2564 (รุ่นที่ 13) โครงการพระเมตตาสมเด็จย่าได้พิจารณาคัดเลือกครูผู้มีความเหมาะสม มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แล้ว  แต่เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในสภาวะที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนวันทำพิธีมอบรางวัลออกไปก่อน

               สำหรับครูทั้ง 9 คนที่ได้รับ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี2563 (รุ่นที่ 12) ได้แก่

ครูสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

1.สิบตำรวจเอกชายแดน ภู่นายพล ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายบ้านโกแประตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

2.ดาบตำรวจวิโรจน์ ควรแจ่มดี โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่ลอง ตำบลบ้านทับ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

3.ดาบตำรวจหญิงจำเรียม พรมเพ็ชร โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านประกอบออก ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

ครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

1.นางวราภรณ์ กันธะรักษา ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านซอแข่วาคี ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

2.นางสาวณัฏฐนันท์ สุภาธง ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยปง ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

3.นางศศิมา ไชยเดช ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบันนังสตา ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

1.นายสุพจน์ เรืองแก้ว โรงเรียนนาทวีวิทยาคม ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

2.นางสุชาดา จารงค์ โรงเรียนบ้านตะบิงติงงี ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

3.นายสุกรี แวหะมะ โรงเรียนบ้านท่าสาป ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

สำหรับครูทั้ง 9 คนที่ได้รับ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี 2564 (รุ่นที่ 13) ได้แก่

ครูสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

1.ดาบตำรวจวีรชัย คำแก้ว โรงเรียนตำรวจตระเวนชายเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 4 ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

2.ดาบตำรวจเขตต์ตวัน ยั่งยืนวณิชกุล โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอาชีวศึกษาเชียงราย – พะเยา ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

3.ดาบตำรวจหญิงประพิน มะลิชู ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

ครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

1.นายภัทร แม่หละเจริญพร ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านดูบลอคี ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

2.นายศิริ ถาวรวิจิตร ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านอะบอโด่ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

3.นางพาตีเมาะ ดีรี ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอรามันตำบลเกะรอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา

ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

1.นางมาลี บุญเทพ โรงเรียนบ้านเวียงหวาย ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

2.นางสาวเมธิญา ยะขาว โรงเรียนบ้านผาเดื่อ ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย

3.นายอาดัม ยูโซะ โรงเรียนบ้านชะเอาะ ตำบลมะนังยง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี

               คุณครูที่ได้รับรางวัลครูเจ้าฟ้าฯทุกคนได้ทำงานด้วยความเสียสละ ไม่เพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่ครูสอนหนังสือ แต่ยังได้ให้ความช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส และชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารให้มีการดำรงชีวิตที่ดีขึ้นและช่วยให้ชุมชนมีการพัฒนาตนเอง อย่างยั่งยืน ซึ่งสมควรได้รับการเผยแพร่คุณงามความดีและยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแม่พิมพ์ และแบบอย่างการทำความดีในสังคมต่อไป

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ ชวนรักษ์เล ปล่อยปลา ฟื้นฟูคืนสมดุลระบบนิเวศท้องทะเลไทย

Posted on 27 พฤษภาคม 2021 by admin

กระแสเที่ยวทิพย์ในยุคโควิด-19 เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงภาพอันสวยงามของท้องทะเลไทย เพราะนอกจากความสวยงามของสถานที่ บรรยากาศดี ทะเลสวยน้ำใส หาดทรายขาวเหมาะแก่การพักผ่อนจนทำให้ประเทศไทย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับโลกแล้ว ความสมบูรณ์ของธรรมชาติและความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งทะเล ก็มีส่วนสำคัญช่วยให้ทัศนียภาพอันสวยงามของท้องทะเลไทย มีมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหลและดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ  

แม้ว่าความสวยงามใต้ท้องทะเลไทย จะได้รับการยอมรับว่า มีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลมากที่สุดแห่งหนึ่ง และมีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งทรัพยากรทางทะเลอย่างมากมาย ของพันธุ์พืช และสัตว์ทะเลนานาพันธ์ แต่กระนั้น การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติก็มีมากเช่นกัน ส่งผลให้ปัจจุบันเกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งเริ่มเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาและการคุกคามของฝีมือมนุษย์ ส่งผลให้สัตว์น้ำจำนวนลดน้อยลง บางสายพันธุ์อาจสูญพันธุ์ ดังที่ปรากฏอยู่ในหลายพื้นที่ชายฝั่งทะเล

เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูระบบนิเวศให้กับท้องทะเลไทยและสานต่อนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง ได้จัดกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ” เพื่อร่วมอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง  โดยมี นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วย นางสาววิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ กรรมการบริษัทฯ และ นายรัชกฤต ตันวิไลย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ นำทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของทั้งสองหน่วยงาน ร่วมแรงร่วมใจปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาวและพันธ์กุ้งแชบ๊วยกว่า 300,000 ตัว กลับคืนสู่ธรรมชาติ เพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในทะเล แม้แดดจะร้อนแต่ทุกคนก็ดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสมดุลและฟื้นฟูระบบนิเวศทางชายฝั่งทะเล อันเป็นการแสดงถึงความห่วงใยต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ บริเวณชายหาดแม่รำพึง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง

นายรัชกฤต ตันวิไลย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง กล่าวว่า ระบบนิเวศทางทะเล มีความสำคัญอย่างมากต่อสมดุลโดยรวมของนิเวศบนบกและในน้ำ เป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตอีกมากมาย จึงอยากให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติทางชายฝั่ง โดย

ทางศูนย์วิจัยฯจะเป็นองค์กรกลาง ทำหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การผลิตและขยายพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งชนิดใหม่และที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์นี้รวมทั้งสัตว์น้ำที่หายากและที่ใกล้สูญพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ รวมถึงการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและจำหน่ายแก่เกษตรกร การให้คำปรึกษาด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น  พันธุ์กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย ปลากะพงขาว ปูม้า หมึกหอม หมึกกระดอง หอยหวาน และปลากะรัง  เป็นต้น

“ตามแผนของปี 2564 ทางศูนย์ฯ จะต้องปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ต่ำกว่า 6,640,000 ตัว ได้แก่ ปลากะพงขาว 40,000 ตัว กุ้งกุลาดำ 3,000,000 ตัว กุ้งแชบ๊วย 3,450,000 ตัว หอยหวาน 120,000 ตัว และปลาหมึก 30,000 ตัว โดยที่ผ่านมาทางศูนย์ฯได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกลับคืนสู่ธรรมชาติ” นายรัชกฤต กล่าว

ทางด้าน นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ”  เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเพื่อสังคมของบริษัทฯ แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ แต่บริษัทฯก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีส่วนช่วยรณรงค์ส่งเสริมให้พนักงานในองค์กร รวมทั้งประชาชนคนไทย มีใจรักษ์และเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้น  โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรมด้านการพัฒนาชุมชนและความรับผิดชอบต่อสังคมในมิติที่หลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการศึกษา และด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ การมอบทุนการศึกษา มอบทุนวิจัยสำหรับนักศึกษาวิศวะ  การมอบอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล  การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพช่าง  กิจกรรมปลูกป่าชายเลน และกิจกรรมปล่อยพันธุ์เต่าคืนสู่ท้องทะเล เป็นต้น

Comments (0)

ร่วมช่วยน้องๆผู้พิการให้ผ่านวิกฤติโควิด-19

Posted on 21 พฤษภาคม 2021 by admin

หญิงแม้น_resize

จากผลกระทบโควิด-19 พวกเราลำบากแค่ไหน น้องๆผู้พิการลำบากเป็น 2 เท่า มาช่วยกันปันน้ำใจช่วยเหลือน้องๆ ผู้พิการให้ผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน หญิงแม้น – ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์–ชูโต ชวนร่วมบริจาคเพื่อช่วยมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ให้ชีวิตของคนพิการมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งและมีโอกาสได้ใช้ชีวิตในสังคมอย่างพึ่งพาตนเองได้ให้มีอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง เลี้ยงครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นคนพิการทั้งสิ้นรวมทั้งบุคลากรและครู ซึ่งอยู่ในความดูแลทั้งหมดกว่า 800 คน บริจาคที่ บ/ช. เลขที่ 342-3-04066-0 ธ.กรุงเทพ สาขาบางละมุง ใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

Poster-final-Ver-2_resize

Comments (0)

SIBA มอบทุนการศึกษา 120 ทุน มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ!

Posted on 18 พฤษภาคม 2021 by admin

         SIBA หรือ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี มอบทุนการศึกษา 120 ทุน แบ่งเป็น ระดับปวช. 60 ทุน และระดับ ปวส. 60 ทุน พร้อมที่พัก รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท โดยทุนการศึกษาระดับ ปวช. สำหรับผู้เรียนจบ มัธยมศึกษาปีที่3, กศน. หรือเทียบเท่า เป็นทุนการศึกษา 50-100% ตลอดหลักสูตร 3 ปี และ สำหรับทุนการศึกษาระดับ ปวส. SIBA  ร่วมกับ สถานประกอบการธุรกิจชั้นนำของประเทศ มอบทุนการศึกษา และมีงานให้ทำ มีรายได้ระหว่างเรียน และรับเข้าทำงานทันทีเมื่อจบฯ เป็นทุนการศึกษา 50-100% ตลอดหลักสูตร 2 ปี สำหรับนักเรียน ผู้เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6, ปวช. หรือเทียบเท่า เน้น “เรียนได้เงิน จบได้งาน” จบแล้วมีงานทำแน่  ทั้งนี้อาชีพมาแรงที่น่าสนใจเป็นที่ต้องการตลาดแรงงาน เช่น นักการตลาดออนไลน์,  นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น, ผู้ดูแลโซเชียลมีเดีย, นักกูรูออนไลน์ หรือ Youtuber, ผู้ดูแลเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ หรือ Programmer, เจ้าของธุรกิจ Start Up, นักบัญชีที่เชี่ยวชาญเรื่องภาษีอากร, เชฟ, ฟู้ดสไตลิสต์ เป็นต้น

         สนใจสมัครด่วน! ตั้งแต่วันนี้ถึง 31พ.ค.64 สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook: siba60ปี60ทุน / website: https://siba.ac.th / Instagram: siba_college/ Twitter: @sibalive หรือโทร. 02-939-3000 และ 092-290-3572

Comments (0)

แจ้งกำหนดการสวดอภิธรรมศพ คุณแม่ เพ็ญประภา ตั้งคารวคุณ

Posted on 13 พฤษภาคม 2021 by admin

กำหนดการสวดอภิธรรมศพ คุณแม่ เพ็ญประภา ตั้งคารวคุณ มารดา วรรณศิริ ตั้งคารวคุณ ณ วัด สระเกศราชวรมหาวิหาร  ศาลา บำเพ็ญกุศล

– วันที่ 13-15 พค. 2564  เวลา 16.00 น.

– วันที่ 16 พค. 2564 บรรจุ ณ สุสานเจ็งเล้ง อ. บางพระ จังหวัด ชลบุรี

คุณแม่เพ็ญประภาเป็นบุคคลที่เรียกได้ว่าเป็น “ผู้หญิงคนเก่ง หัวใจนักสู้” โดยแท้ คุณแม่เป็นผู้ที่มีจิตใจงดงาม ให้ความช่วยเหลือกับทุกคนด้วยความรัก ความเมตตา ประกอบกับท่านเป็นผู้หญิงที่เก่ง แกร่ง มีความเข้มแข็ง เสียสละ อดทน ฉลาดในการดำเนินชีวิตและทันสมัยเสมอ ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของไทยและเป็นที่รักของทุกคนที่ได้รู้จักท่าน

ตลอดเวลาที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ คุณแม่เป็นคนรักครอบครัวมากและพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างได้เพื่อครอบครัว  คุณแม่ได้ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับน้อง ๆ ทั้ง 5 คน รวมทั้งรับผิดชอบธุรกิจการค้าของครอบครัวตั้งแต่อายุได้เพียง 15 ปีเนื่องจากบิดามารดาเสียชีวิตเพราะถูกฆาตกรรม คุณแม่เล่าให้ฟังว่า วันที่ทราบข่าวร้ายนั้น คุณแม่ได้แต่ตะลึง คิดว่าวันนี้ไม่มีพ่อแม่แล้วเหรอ เมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มเรียบเรียงว่าจะจัดการชีวิตตัวเองและน้อง ๆ อีก 5 คนอย่างไร แต่ด้วยหัวใจอันแกร่งและความมุ่งมั่นของคุณแม่ คุณแม่สามารถสานต่องานธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว เริ่มต้นด้วยการเรียนวิธีใช้ลูกคิดเพื่อทำบัญชี หัดขับรถส่งของและต้องปลอมตัวเพื่อขับรถบรรทุกไปส่งไม้ ขายของหน้าร้านและตรากตรำทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เพราะนอกจากงานหลักที่ต้องหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว คุณแม่ยังต้องใช้เวลาทั้งหมดที่เหลือดูแลน้องๆ เพื่อไม่ให้น้องรู้สึกมีปมด้อยและถูกใครว่าได้ว่าเป็นลูกไม่มีพ่อแม่

หลังจากดำเนินธุรกิจมาระยะหนึ่ง คุณแม่ได้พบรักและแต่งงานกับคุณพ่อประเสริฐ ตั้งคารวคุณ และออกมาช่วยธุรกิจของทางครอบครัวคุณพ่อ ในช่วงแรก คุณแม่ต้องทำงานทั้งสองที่และหาเงินส่งให้น้องๆ ภายหลังจึงได้โอนกิจการของครอบครัวคุณแม่ให้ญาติดำเนินการแทน ในปี พ.ศ. 2514 คุณพ่อตัดสินใจออกจากธุรกิจ “กงสี” ของตระกูลตั้งคารวคุณ มาตั้งบริษัทเล็กๆ ประกอบธุรกิจค้าขาย กลุ่มสินค้า ฮาร์ดแวร์ สร้างแบรนด์ตราปลาเบ็ด จนเป็นที่รู้จักและอยู่ในวงการธุรกิจเคมีภัณฑ์มาจนถึงทุกวันนี้ กิจการในช่วงนั้นดำเนินไปด้วยดี แต่มรสุมชีวิตของคุณแม่ก็ยังไม่หมด หลังจากที่ร่วมกันสร้างกิจการมาได้ประมาณ 1-2 ปี ครอบครัวของเราก็ได้รับข่าวร้ายว่า คุณพ่อได้เริ่มป่วยเป็นโรคมะเร็งทางสมอง จนในปี พ.ศ. 2519 ครอบครัวเราได้สูญเสียผู้นำอันเป็นกำลังสำคัญและเป็นที่รักของทุกคน ทำให้คุณแม่ต้องเปลี่ยนบทบาทตนเองจากผู้ตาม ผู้ดูแล เป็นผู้นำของทั้งครอบครัวและบริษัทฯ ชีวิตของคุณแม่ช่วงนี้ถือว่าลำบากและหนักที่สุดก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่คุณพ่อเข้ารับการผ่าตัดแล้ว อาการก็ยังไม่ดีขึ้น คุณแม่จึงตัดสินใจพาไปรักษาแผนโบราณที่หัวหิน ธุรกิจการค้าก็ยังต้องดำเนินต่อไป ช่วงนั้นคุณแม่ต้องขับรถไปหัวหินเช้าเย็นกลับทุกวัน จนวันที่คุณพ่อเสีย คุณแม่ถึงกับคิดที่จะฆ่าตัวตายแต่ด้วยความรักลูก จึงย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองที่เป็นเด็กกำพร้า ลูกคนโตอายุเพียง 14 ปีที่เหลือก็ยังเล็กอยู่ จะไม่มีทางให้ลูกเป็นอย่างตัวเองแน่นอน ภายใต้ความเสียใจก็มีเรื่องดีให้กับผู้หญิงนักสู้คนนี้ ลูกน้องที่ทำงานกันมาเข้ามาคุย ให้กำลังใจและพร้อมจะต่อสู้และลุยธุรกิจไปด้วยกันกับนายหญิงคนนี้ น้องสาวคนเล็กของคุณแม่ก็เข้ามาช่วยงานและช่วยดูแลหลาน ทำให้คุณแม่มีกำลังใจและตัดสินใจสานต่อธุรกิจที่ได้ร่วมกันสร้างมากับคุณพ่อ

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่คุณแม่ต้องดำเนินธุรกิจโดยลำพัง ในสมัยนั้นโลกของธุรกิจเป็นโลกของผู้ชาย นักธุรกิจหญิงมีแทบจะนับคนได้ และก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนในประเทศไทยที่อยู่ในวงการธุรกิจฮาร์ดแวร์เช่นนี้ ด้วยบุคลิกที่โดดเด่นมีความแข็งแกร่ง ทำทุกอย่างด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้าทัศนคติที่ว่าไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้จนสำเร็จในที่สุด ไม่ว่าจะขับรถออกไปส่งของ ไปพบพูดคุยกับลูกค้าทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด คุณแม่ให้ความสนิทสนมและเป็นที่รักของทั้งลูกค้าและคู่ค้าไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายใหญ่ จนในวงการธุรกิจจะไม่มีใครไม่รู้จัก “หยี่ซ้อ” และตั้งสมญานามแม่ว่า “เจ้าแม่ทินเนอร์” ท่านคือผู้บุกเบิกการก่อร่างสร้างตัวและการพัฒนาของอุตสาหกรรมเคมีอย่างแท้จริง

ด้านครอบครัว ด้วยความที่ท่านเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว คุณแม่ก็จะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับลูกทั้ง 6 คน ตั้งแต่อายุได้เพียง 30 ปี คุณแม่เติมเต็มทุกอย่างให้ลูกๆ ไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่าขาด ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกทางด้านจิตใจ หรือความเป็นอยู่ โดยเฉพาะด้านการศึกษา คุณแม่ได้วางแผนอนาคตให้ลูกๆได้เรียนโรงเรียนที่ดี และปูทางถึงรุ่นหลาน ด้วยความที่คุณแม่มีความรู้น้อย จึงตั้งใจอยากให้ลูกได้เรียนให้สูงที่สุด ช่วงนั้นคุณแม่ทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง รู้เพียงตื่นตั้งแต่ตี 5 ดูรายงานว่าวันนี้ส่งของที่ไหน วันนี้ขายดีรึเปล่า การเก็บเงินลูกค้าเป็นอย่างไร วนอยู่อย่างนี้ทุกวัน ในสมองของคุณแม่มีแต่คำว่าต้องหาเงินให้มากที่สุดเพื่อให้ลูกๆทุกคนได้ไปเรียนต่างประเทศ คุณแม่รักครอบครัวมากพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างได้เพื่อครอบครัว โดยเฉพาะกับลูกๆ ซึ่งเป็นดวงใจของท่าน ท่านทุ่มเท ให้ความรัก เลี้ยงเราทุกคนเหมือนเป็นผู้ใหญ่ คอยให้กำลังใจ และคอยสอนด้วยการให้คำอธิบาย ใจเย็น และปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้จากชีวิตด้วยตัวเอง ท่านชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นผู้ใหญ่ใจดี ที่คุยสนุกและมักสอดแทรกคำสอนอยู่เสมอ

คำสอนของคุณแม่ที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้งคือ ให้ซื่อสัตย์ ยึดมั่นคุณธรรม ในการใช้ชีวิตเราต้องไม่ประมาท ชีวิตคนเราไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ทุกสิ่งย่อมมีขึ้นมีลง และเมื่อเราผิด ก็ให้เราเรียนรู้จากความผิดให้เป็นครู คุณแม่ยังสอนพวกเราเสมอว่า ต้องรู้จักให้อภัย ต้องให้โอกาสครั้ง 1 2 3 แล้วค่อยมาพิจารณา อย่ารีบตัดสินโทษใคร อย่าเอาเปรียบคนอื่น อย่าเบียดเบียนใคร แต่ในทางกลับกันเราต้องรู้จักการเป็นผู้ให้ ต้องมีความอดทน และคอยดูตัวเองก่อน ก่อนที่เราจะตัดสินคนอื่น และคุณแม่ก็บอกเสมอว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ให้ทำด้วยความจริงจัง ทำด้วยความจริงใจ

นอกจากความเป็นแม่ผู้ยิ่งใหญ่แล้ว ท่านยังได้อุทิศเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ เอาใจใส่ด้านงานการศาสนาและการสังคมสงเคราะห์มาโดยตลอด ท่านอุปถัมภ์วัดต่างๆทั้งในกรุงเทพและต่างจังวัด โดยบริจาคเงินสร้างพระ อุโบสถ ทอดกฐิน จัดาทุนช่วยนักเรียน โรงเรียน ทัณฑสถานหญิง มาโดยตลอดและท่านได้สั่งลูกหลานดำเนินการต่อเนื่อง เมื่อ พ.ศ. 2547 ท่านได้ทำบุญใหญ่โดยทำการแจกทานให้กับคนยากจน ที่อยู่บริเวณซอยสุขุมวิท 101 จำนวน 1,400 คน เพื่อช่วยให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

งานด้านสังคมสงเคราะห์นั้น ในสมัยที่ท่านยังมีสุขภาพแข็งแรง ท่านได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกและดำรงตำแหน่งสำคัญๆในองค์กรต่างๆ อาทิได้รับเลือกจากสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสตรีสัมพันธ์ในปี พ.ศ. 2543  นายกสโมสร โรตารีกรุงเทพฯ พระราม 3 ในปี พ.ศ. 2545 ท่านได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจที่จะทำงานเพื่อสังคมและด้วยความตั้งใจของท่านทำให้ท่านได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน แต่รางวัลที่ทำแม่ภาคภูมิใจมากที่สุดคือ รางวัลแม่ดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2543 ประเภทแม่ผู้มีความอดทน ขยัน หมั่นเพียร โดยได้รับพระราชทานรางวัลจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2543

เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกอย่างล้วนเป็น อนิจัง อนัตตา ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว คุณหมอตรวจพบเชื้อมะเร็งในตับของคุณแม่ และแจ้งว่าคุณแม่จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ถึงแม้ว่าลูกๆจะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางเอาชนะโรคนี้ได้ แต่เราทุกคนก็ทำทุกวิถีทาง ไม่ว่ายาอะไรดี หมอที่ไหนเก่ง อะไรที่เราทำได้ เราทำหมดทุกอย่าง เพียงเพื่อซื้อเวลาให้แม่อยู่กับพวกเราไปนานๆ แต่หากต้องถึงเวลาต้องจากกันจริงๆ  ขอเพียงให้แม่หลับให้สบาย

ในวาระสุดท้ายที่คุณแม่ต้องต่อสู้เพื่อรักษาลมหายใจของท่านเอาไว้ ตอนนี้โลกจะไม่มีแม่แล้ว ลูกๆ ทุกคนขอกราบขอบพระคุณคุณแม่จากหัวใจที่อดทนสู้เพื่อพวกเรามา แม่ทำหน้าที่ทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นภรรยาที่อยู่เคียงข้างอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสามี เป็นหยี่แจ้ที่รักและคอยช่วยเหลือน้องเสมอ เป็นแม่นักสู้ที่เสมือนเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกๆ เป็นอาม่าที่น่ารักและใจดีที่สุดของหลานๆเป็นหยี่ซ้อ คนเก่งที่ของคนในวงการธุรกิจ เป็นคุณเพ็ญที่มีแต่คำว่าให้ ของเพื่อนๆและลูกน้อง ขอบคุณแม่เหลือเกินที่คอยปูทางทุกอย่างไว้ให้พวกเรา เราจะขอเดินตามทางทุกอย่างที่แม่ปูไว้เราจะดูแลลมหายใจที่แม่ให้ไว้ต่อไป และจะจดจำคำสอนของแม่ อ้อมกอด รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่เราเคยมีให้กันเพื่อเป็นเครื่องย้ำเตือน เป็นความรัก ความผูกพัน ที่เรามีต่อกันตลอดไป

แม้วันนี้ชีวิตเราจะไม่มีแม่อยู่ตรงนี้แล้ว แต่พวกเรายังมีเลือดเนื้อของแม่อยู่ในร่างกายอยู่ในหัวใจของลูกๆ ทุกคน ชีวิตนี้พวกเราภูมิใจเหลือเกินที่ได้เกิดเป็นลูกของแม่ จากนี้ไปลูกทุกคนจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทำให้แม่ภูมิใจในตัวลูกกว่าที่เคย รักแม่สุดหัวใจ

Comments (0)

อยากเรียนคณะบิสซิเนส ม.ดังนิวซีแลนด์ เชิญฟังสัมมนาออนไลน์ ฟรี “3 ปีจบตรี 1 ปีจบโทคณะบิสซิเนส AUT” เรียนทันที ไม่ต้องรอเปิดประเทศ

Posted on 11 พฤษภาคม 2021 by admin

อยากเรียนต่อป.ตรี-ป.โท คณะบิสซิเนส  ม.ดัง นิวซีแลนด์ ได้ทันที โดยไม่ต้องรอเปิดประเทศ เชิญร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรี  “3 ปีจบตรี 1 ปีจบโทที่คณะบิสซิเนส AUT”   จัดโดยหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทยร่วมกับ มหาวิทยาลัย Auckland University of Technology (AUT) เชิญชวนนักศึกษาไทยที่สนใจศึกษาต่อปริญญาตรีและปริญญาโท และผู้สนใจทั่วไป ร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ฟรีผ่านช่องทาง Zoom  คลิก https://bit.ly/32um10z

          ในวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 นี้  เวลา 10.00 น. 11.00 น.

เชิญมาเรียนรู้ว่าทำไมนิวซีแลนด์เป็นที่ 1 จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสร้างเด็กสู่อนาคต พิเศษสุดกับการสัมมนาแนะแนวศึกษาต่อพร้อมเปิดโอกาสถามตอบอย่างละเอียด ดำเนินรายการเป็นภาษาไทย พร้อมให้ข้อมูลแบบจัดเต็มจากเจ้าหน้าที่คณะบิสซิแนส มหาวิทยาลัย AUT ภายในงานพบคำตอบ

 – การเรียนจบป.ตรี Business ที่ AUT ได้ภายใน 3 ปี โดยใช้วุฒิม. 6

– ป.โทปีเดียวจบ ไม่ต้องมีประสบการณ์ทำงาน

– คณะบิสซิเนส ของ AUT เน้นเรียนจบได้งานจริง

– โอกาสการทำงานหลังเรียนจบกับ Post Study Work Visa 3 ปี

– ประเทศยังไม่เปิดก็สามารถเรียนออนไลน์รอ เพื่อพร้อมเรียนต่อเนื่องได้ทันทีที่ประเทศเปิด

– ดำเนินรายการเป็นภาษาไทย พร้อมให้ข้อมูลแบบจัดเต็มจากเจ้าหน้าที่คณะบิสซิแนส มหาวิทยาลัย AUT

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Line https://line.me/ti/p/~00166814239391

Comments (0)

น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ

Posted on 06 พฤษภาคม 2021 by admin

                วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เป็นวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ครบ 98 พรรษา เป็นสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรและพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตลอดพระชนมชีพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายเพื่อแบ่งเบาพระราชภาระพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีโครงการในพระอุปถัมภ์มากมายหลายร้อยโครงการ ทั้งด้านการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ การแพทย์และการสาธารณสุข การต่างประเทศ การศาสนาและอื่น ๆ

ทรงมีความสนพระทัยงานด้านการแพทย์และการสาธารณสุขเป็นพิเศษ ด้วยทรงมีพระดำริว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลเป็นเรื่องสำคัญ จึงทรงรับสืบทอดงานทางด้านการแพทย์สาธารณสุขจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คือ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) หรือ หมอกระเป๋าเขียว รวมทั้งมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ซึ่งมูลนิธิโรคไตฯได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเกี่ยวกับค่ายาค่ารักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการผ่าตัดเปลี่ยนไตอีกด้วย

นอกจากนั้น ยังทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งทรงร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีก่อตั้งขึ้นมา โดยทรงลงพระนามขอจดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิด้วยพระองค์เอง และพระราชทานเงินประเดิมร่วมกับที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระราชทานในการก่อตั้งมูลนิธิขาเทียมฯ เพื่อจัดทำขาเทียมและพระราชทานแก่ผู้พิการขาขาดผู้ยากไร้ในชนบทโดยไม่คิดมูลค่า และค้นคว้า วิจัย พัฒนาชิ้นส่วนขาเทียมจากวัสดุภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ อันเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ในประเทศและลดมูลค่าการขาดดุลการค้าลงด้วย และทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิถันยรักษ์ในพระบรมราชูประถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่างๆ ทางด้านสาธารณสุขไว้ในพระอุปถัมภ์อีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ กองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อพัฒนาการพยาบาล  ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน เป็นต้น

พระกรณียกิจด้านการศึกษา เป็นอีกด้านที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงสนพระทัยเป็นอย่างมาก เพราะทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

เนื่องจากทรงจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ทรงมีความเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศส สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงทรงแนะนำให้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ใช้ความรู้ทางภาษาให้เป็นประโยชน์ จึงทรงรับตำแหน่งเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาต่างประเทศในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเฉพาะที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พระองค์ทรงเป็นพระอาจารย์ประจำนานถึง 8 ปี และทรงเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ ทรงดูแลและจัดทำหลักสูตรการสอนของอาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงจัดทำหลักสูตรปริญญาตรีสาขาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสสำเร็จ ด้วยการผสมผสานความรู้ด้านภาษาและวรรณคดีให้เข้ากันอย่างเหมาะสม โดยทรงได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น ศาสตราจารย์พิเศษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2521

นอกจากนี้ยังทรงสนพระทัยโครงการจัดส่งเยาวชนไทยไปร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ตั้งแต่ปี พ.ศ 2532 โดยได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินกองทุนสมเด็จย่าสนับสนุนโครงการ ทรงติดตามความเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนการแข่งขัน พระราชทานกำลังใจ และทรงแสดงความยินดีแก่เยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณจากการแข่งขันในทุก ๆครั้ง ทรงเป็นองค์พระอุปถัมภ์ ”มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ” (สอวน.) ทำให้บรรดาเยาวชนไทยได้ค้นพบตัวเองและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยติดต่อกันมายาวนานหลายปี ตั้งแต่ปีแรกที่มีการส่งเยาวชนร่วมแข่งขัน

ทุกครั้งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เสด็จเยี่ยมราษฏรในพื้นที่ห่างไกลกับหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)  พระองค์มักจะเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ สอบถามครูถึงแนวทางการเรียนการสอน โดยเฉพาะโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน อีกทั้งยังทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จาก”ทุนการกุศลสมเด็จย่า” และ “ทุนการกุศล กว.” ให้แก่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านการศึกษา สาธารณสุขของประชาชนผู้ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารและบนพื้นที่สูง เพื่อสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ และเล็งเห็นถึงความเสียสละของครูที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ในปี พ.ศ.2552 หลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า จึงก่อตั้งโครงการครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละความสุขส่วนตัว โดยการคัดเลือกครูจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)  หน่วยงานละ 3 รางวัลรวมปีละ 9 รางวัล โดยพิธีการมอบ“รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” กำหนดเป็นวันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

นอกจากงานด้านการศึกษาแล้วแล้ว ยังทรงส่งเสริมงานแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น ดนตรีคลาสสิก ละครอุปรากร โดยทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วงดุริยางค์เยาวชนไทย และทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก เป็นต้น

                ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ขอเชิญปวงพสกนิกรชาวไทยได้ร่วมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจในด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วไปทุกคน

Comments (0)

SIBA รับรางวัลเชิดชูเกียรติแห่งปีฯ

Posted on 04 พฤษภาคม 2021 by admin

Thailand Master Youth - 1_resize

          นางพิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ ประธานกรรมการบริหาร และดร.เบญจมาภรณ์ คุณะรังษี ผู้อำนวยการ SIBA วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ร่วมแสดงความยินดีกับ  นายสัญชัย สามารถ นักศึกษารับรางวัลเชิดชูเกียรติ “เยาวชนต้นแบบ” สาขา “ทักษะ ฝีมือ และอาชีพ” ในงานประกาศรางวัลเกียรติยศ เชิดชูเกียรติเยาวชนไทย หรือ THAILAND MASTER YOUTH 2020-2021 เป็นรางวัลเพื่อเชิดชูหน่วยงาน องค์กร บุคคล และเยาวชนคนเก่ง คนดี มีความสามารถ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็ก-เยาวชนเป็นต้นแบบที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศต่อไป เป็นการคัดเลือกของชมรมสร้างสรรค์ พัฒนา เด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย  ณ ห้องอัลตร้าอรีน่า ชั้น5  ศูนย์การค้าโชว์ดีซี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

ลงนามความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ และสภาทนายความ

Posted on 04 พฤษภาคม 2021 by admin

S__30318621_resize

บาทหลวงภัทรพงศ์ ศรีวรกุล, C.Ss.R. ประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้คำปรึกษาทางกฎหมายและปฏิบัติงานทางคดี รวมทั้งพัฒนากฎหมายและนโยบายสาธารณะ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และทำให้สิทธิคนพิการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ ณ ห้องประชุมสภาทนายความ  เมื่อเร็วๆนี้

S__30318617_resize

Comments (0)

การศึกษานิวซีแลนด์ เปิดหลักสูตร “New Global Pathway to New Zealand” เตรียมพร้อมวางแผนอนาคตการศึกษาต่อมหาวิทยาลัย TOP U จากนิวซีแลนด์

Posted on 27 เมษายน 2021 by admin

DSC_1584-1_resize_resize

การศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) ร่วมกับ  University Consortium (NCUK)  และ ศูนย์การศึกษา British Academic Center  จัดงาน Open House พร้อมเปิดตัวหลักสูตรใหม่ “New Global Pathway to New Zealand”  ช่วยให้น้องๆสามารถเริ่มการศึกษานิวซีแลนด์ได้ที่บ้าน การันตีมหาวิทยาลัย TOP U จากนิวซีแลนด์ เมื่อจบหลักสูตรจะได้รับการรับประกันการเข้าเรียนต่อกับมหาวิทยาลัยแห่งใดแห่งหนึ่งของนิวซีแลนด์ โดยมี นางสาว ช่อทิพย์ ประมูลผล (ที่ 4 จากซ้าย)  ผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทย หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ และ นายวรรณวิสุทธิ์ วิรวรรณ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้อำนวยการใหญ่ของ NCUK ศูนย์ประเทศไทย  ณ ศูนย์การศึกษา บริติช อะเคเดมิค เซ็นเตอร์

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.studyinnewzealand.govt.nz/study-options/global-pathways/ หรือติดต่อ บริติช อะเคเดมิค เซ็นเตอร์ โทร. 02-513-3499

Comments (0)

เรื่องล่าสุด