Archive | สุขภาพ-สาธารณสุข

Tags: , , , , , , , ,

นักโภชนาการแนะสารอาหาร นักโภชนาการแนะสารอาหาร

Posted on 07 สิงหาคม 2019 by admin

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนได้เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชน ด้วยสาเหตุดังกล่าวข้างต้น เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมพยาบาลกองทัพบก ร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก และกองการพยาบาลโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ ประจำปี 2562 ในโอกาสครบรอบ 56 ปี วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก ในหัวข้อ “ทิศทาง ประเด็น และแนวโน้มวิจัยนวัตกรรมทางการพยาบาลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ” โดยมีแพทย์ และนักวิจัยร่วมบรรยายให้ความรู้กับพยาบาลที่เข้าร่วมงานประชุมกว่า 600 คน ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 10 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

            นพ.ธีรวีร์ หงส์หยก อาจารย์จักษุแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระจกตา และการผ่าตัดแก้ไขสายตา โรงพยาบาลราชวิถี และวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต บรรยายในหัวข้อ “การดูแลสุขภาพดวงตา…วัยทำงานยุคดิจิทัล”  เปิดเผยว่า ในประเทศไทยสามารถพบอุบัติการณ์โรคทางดวงตา และอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับดวงตาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของคนในการใช้สายตาเปลี่ยนไป รวมทั้งการละเลยการดูแลดวงตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน

            นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มคนทำงานเป็นกลุ่มคนที่เกิดอาการผิดปกติกับดวงตามากที่สุด เพราะเป็นกลุ่มคนที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวันไปกับการจ้องจอไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ มือถือ แทบเล็ต และ Gadgets ต่างๆ ซึ่งพบมากถึงร้อยละ 70 ของผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และพบได้มากขึ้นในคนที่อายุมากกว่า 40 ปี ทำให้เกิด Computer Vision Syndrome เกิดอาการผิดปกติ เช่น อาการล้าตา ตาแห้ง แสบตา แพ้แสงสู้แสงไม่ได้ ปวดศีรษะ ปวดคอ บ่า ไหล่ ร่วมด้วย

            นอกจากนี้ แสงสีฟ้า (Blue Light) ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่มีพลังงานสูงจากจอคอมพิวเตอร์ มือถือ แทบเล็ต Gadgets ต่างๆและรังสียูวีจากแสงแดดที่เข้าสู่ดวงตา ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในเซลล์จอประสาทตา ทำให้เซลล์ค่อยๆ เสื่อมลง หากไม่ดูแลและปรับพฤติกรรมการใช้สายตา จะทำให้เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมในที่สุด

            นอกจากนี้ แสงสีฟ้า (Blue Light) ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่มีพลังงานสูงจากจอคอมพิวเตอร์ มือถือ แทบเล็ต Gadgets ต่างๆและรังสียูวีจากแสงแดดที่เข้าสู่ดวงตา ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในเซลล์จอประสาทตา ทำให้เซลล์ค่อยๆ เสื่อมลง หากไม่ดูแลและปรับพฤติกรรมการใช้สายตา จะทำให้เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมในที่สุด

            ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายในหัวข้อ “อาหารและโภชนาการสร้างเสริมสุขภาพดวงตา”  ว่า ปัจจุบันคนไทยติดสมาร์ทโฟน มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก จากการสำรวจพบว่าคนไทยมากถึงร้อยละ 98  ใช้เวลาตั้งแต่ตื่นนอนถึงก่อนเข้านอน ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมเพิ่มขึ้น ดังนั้นนอกจากเราต้องปรับพฤติกรรมการใช้ดวงตาอยู่หน้าจอแล้ว เราต้องรับประทานสารอาหารที่ช่วยดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดี และลดความเสี่ยงในการเกิดโรครวมทั้งอาการผิดปกติกับดวงตา

            ข้อแนะนำของ National Eye Institute สหรัฐอเมริกา ระบุว่า การรับประทาน ลูทีน 10 มิลลิกรัม ร่วมกับซีแซนทีน 2 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ เพราะช่วยทำหน้าที่กรองแสง ตลอดจนรังสีต่างๆ รวมทั้งแสงสีฟ้าที่ออกมาจากจออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งกับคนที่ทำงานโดยการใช้สายตาจ้องจอนานๆ หรือทำงานในที่ที่มีแสงจ้า ซึ่งร่างกายของเราไม่สามารถสร้างลูทีนและซีแซนทีนได้เอง จำเป็นต้องได้รับจากอาหารที่เรารับประทานเท่านั้น และเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นลูทีนและซีแซนทีนในจอประสาทตาจะมีปริมาณลดลงเรื่อยๆ โดยลูทีนพบมากในหน่อไม้ฝรั่ง และ บล็อกโครี่ ส่วนซีแซนทีนพบมากในพริกหวานสีส้ม ข้าวโพด น้ำส้ม และองุ่นเขียว แต่เราต้องรับประทานผักและผลไม้เหล่านี้จำนวนมากเพื่อให้ได้รับลูทีนและซีแซนทีนที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม โดยลูทีน 10 มิลลิกรัม ต้องรับประทานหน่อไม้ฝรั่ง 1.1 กิโลกรัม หรือ บล็อกโครี่ 1.4 กิโลกรัม  และ ซีแซนทีน 2 มิลลิกรัม ต้องรับประทานพริกหวานสีส้ม 125 กรัม ข้าวโพด 400 กรัม น้ำส้ม 10 ลิตร หรือ องุ่นเขียว 33 กิโลกรัม  ปัจจุบันอาหารเสริมจึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ได้รับความนิยม เพื่อให้ได้สาระสำคัญในปริมาณที่มีประสิทธิผลตามการศึกษาวิจัย และสะดวกกับคนทำงานที่ใช้ชีวิตรีบเร่งในแต่ละวัน

          นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพดวงตา เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน ดีเอชเอ และแอนโธไซยานิน เป็นต้น ที่ช่วยในการมองเห็น เพิ่มความชุ่มชื้นของตา ปกป้องสายตาจากแสงแดด และชะลอความเสื่อมของเลนส์ตา

            นอกจากการรับประทานสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาแล้ว ควรปรับพฤติกรรมการใช้ดวงตาอยู่หน้าจอ โดยใช้กฎ 20-20-20 คือทุก 20 นาทีควรละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ ผ่อนคลายสายตาด้วยการมองวัตถุอื่นๆ ที่ห่างออกไปประมาณ 20 ฟุต กระพริบตาต่อเนื่องเพื่อป้องกันอาการตาแห้ง รวมทั้งลุกขึ้นเดินไปรอบๆ บริเวณที่นั่งอยู่ประมาณ 20 ก้าว เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดีและยืดอายุดวงตาให้เสื่อมช้าลง ดังนั้นเริ่มดูแลดวงตาตั้งแต่วันนี้ เพราะ เรามีดวงตาเพียงคู่เดียวที่ต้องอยู่คู่เราไปตลอดชีวิต  

Comments (0)

เผยผลวิจัยล่าสุด ในงานประชุมวิชาการ ชี้ว่าเปปไทด์จากไก่ ช่วยเพิ่มความสามารถของสมองด้านการจดจำ

Posted on 24 มิถุนายน 2019 by admin

           เพราะหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของสมองและร่างกายที่แข็งแรง คือ อาหารที่มีประโยชน์อาหารที่เราเลือกรับประทานเข้าไปจะส่งผลต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้น และระยะยาว  ดังนั้นนักกำหนดอาหารจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำว่าเราควรรับประทานอาหารประเภทใด เพื่อช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับร่างกาย รวมทั้งเพื่อป้องกันการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่อาจจะเกิดกับร่างกายได้

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมนักกำหนดอาหารจัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2562 เรื่อง “ความร่วมมือของเครือข่ายนักกำหนดอาหารในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค” เพื่ออัพเดทข้อมูล และนำเสนองานวิจัยใหม่ เพื่อยกระดับความรู้ของวงการนักกำหนดอาหารในประเทศไทย ซึ่งหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากนักกำหนดอาหารที่เข้าร่วมประชุมกว่า 800 คนเป็นอย่างมาก คือการนำเสนอผลงานวิจัยเกี่ยวกับ “เปปไทด์จากไก่ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองในด้านความคิดและการจดจำ” ณ ห้องเมย์แฟร์ แกรนด์ บอลรูม โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

DSC_8974-1_resize

            อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพ (สหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการวิจัยทางคลีนิกที่น่าสนใจในหัวข้อ “เปปไทด์จากไก่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองในด้านความคิดและการจดจำ” ซึ่งเปปไทด์จากไก่ เป็น เปปไทด์โมเลกุลเล็กที่ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ในทันที การศึกษาล่าสุดซึ่งเป็นการวิจัยทางคลีนิกแบบสุ่ม ในกลุ่มอาสาสมัครสุขภาพดี ถึงผลของเปปไทด์จากไก่ ต่อความจำระยะสั้น ความจำขณะทำงาน และความตั้งใจ โดยพบว่ากลุ่มทดลองที่ดื่มซุปไก่สกัด ซึ่งเป็นเปปไทด์จากไก่ และกลุ่มควบคุมซึ่งดื่มซุปไก่หลอก (โปรตีนสกัดจากปลา) เป็นประจำทุกวันต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่าซุปไก่สกัดช่วยเพิ่มประสิทธิผลการทำงานของสมองในด้านความจำ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีภาวะเครียดในระดับปานกลางและสูงได้ดี ซึ่งจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงในส่วนของความจำระยะสั้นดีขึ้นเมื่อครบสัปดาห์แรกของการทดลอง กล่าวโดยสรุปได้ว่าซุปไก่สกัดมีผลช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมองในด้านความจำและมีผลช่วยเพิ่มความจำระยะสั้นในกลุ่มผู้ใหญ่ คนวัยทำงานที่มีภาวะเครียดจากใช้ชีวิตประจำวันได้ดี

DSC_8824-1_resize

นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยในระดับนานาชาติมากมายที่พบว่า ซุปไก่สกัดหรือเปปไทด์จากไก่ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารฟังก์ชั่นที่ช่วยบำรุงสมอง สามารถช่วยเพิ่มคลื่นสมองแบบอัลฟ่าที่ช่วยเรื่องสมาธิ และยังช่วยเพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนหน้า ซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับความคิด ความจำให้ทำงานดีขึ้นจึงช่วยลดความเหนื่อยล้าของสมองจากการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และความจำ นอกจากนี้ ซุปไก่สกัดยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมและคุณภาพของน้ำนมของคุณแม่ตั้งครรภ์ อีกด้วย

Brain_01

          เพราะอาหารไม่ใช่กินให้หายหิวเท่านั้น  แต่การกินควรคำนึงถึงคุณค่าสารอาหารและประโยชน์ที่จะได้รับเป็นสิ่งสำคัญ ดังคำพูดของบิดาทางการแพทย์ของชาวกรีกล่าวไว้ว่า “จงใช้อาหารเป็นยารักษาโรค”หากเรารู้จักเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยส่งเสริมความสามารถของสมอง ก็จะช่วยให้เราใช้สมองได้เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังสามารถป้องกันความเสื่อมที่เกิดกับสมองได้อีกด้วย

Comments (0)

“อาหารฟังก์ชั่น…ป้องกันความเสื่อมของสมอง” สนับสนุนโดย แบรนด์ ซันโทรี่

Posted on 03 พฤษภาคม 2019 by admin

          สมาคมเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพแห่งประเทศไทย จัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2562 โดยมี ศ.ดร.โคกะ โยชิฮิโกะ จากภาควิชาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคียวริน ประเทศญี่ปุ่น บรรยายในหัวข้อ “อาหารฟังก์ชั่น…ป้องกันความเสื่อมของสมอง” ระบุว่าซุปไก่สกัดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง โดยช่วยให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนหน้าซึ่งเป็นสมองส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความจำการคิดตัดสินใจได้ดีขึ้น การบรรยายดังกล่าวสนับสนุนโดย บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี นพ.วิบูลย์ โรจนวานิช, ผศ พ.ญ. สุวิรากร โอภาสวงศ์, คณะกรรมการสมาคม ร่วมด้วยแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน ณ ห้องไพลิน โรงแรมวินเซอร์ สวีท คอนเวนชั่น สุขุมวิท 20 เมื่อเร็วๆ นี้

Comments (0)

เรื่องล่าสุด