Archive | กุมภาพันธ์, 2019

แพทย์ ชี้ “โรคหัวใจและหลอดเลือดฯ” สถิติตายอันดับ 1 ของโลก และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบอาการขั้นรุนแรง ต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี – ชีวิตใหม่

Posted on 27 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

ปัญหา ”โรคหัวใจ” เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพความเป็นอยู่ของคนในยุคปัจจุบัน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าในปี 2558 กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก โดยคิดเป็น 31%  การเสียชีวิตของคนทั้งโลก ซึ่งสถิติล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดือนกันยายน 2561 พบว่ามีผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด 432,943 คน อัตราเสียชีวิต 20,855 คน  และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยเสี่ยงต่างๆมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน  อาหารการกิน และการขาดการออกกำลังกาย

          นพ.กำพู ฟูเฟื่องมงคลกิจ  ศัลยแพทย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า “อาการของผู้ที่มีโอกาสป่วยเป็นโรคหัวใจที่มาพบแพทย์ส่วนใหญ่มี 2 อาการ คือ

  1. อาการเหนื่อยหอบง่าย เช่น การเดินขึ้นสะพานลอยแล้วรู้สึกเหนื่อยมากๆ กว่าปกติ หรือในบางรายที่มีอาการหนัก เพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ ก็อาจทำให้รู้สึกเหนื่อย เป็นต้น จนไม่ไหวต้องมาโรงพยาบาล
  2. อาการแน่นหน้าอก โดยเฉพาะอาการเจ็บแน่นกลางอกร้าวไปหลัง

โดยทั่วไปผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวเมื่อไปพบแพทย์แล้ว หากตรวจเจอความผิดปกติของหัวใจ ผู้ป่วยมักจะถูกส่งต่อไปยังแพทย์อายุรกรรมโรคหัวใจ ซึ่งหากอายุรแพทย์โรคหัวใจดูแล้วอาการยังไม่รุนแรงมาก สามารถรักษาด้วยการรับประทานยา เพื่อลดความรุนแรงได้ แต่หากผู้ป่วยมาด้วยอาการที่รุนแรงมาก เช่น ลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบรุนแรง เส้นเลือดหัวใจตีบรุนแรง ก็ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจ  ซึ่งในผู้ป่วยบางรายการผ่าตัดหัวใจทั่วไปอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะในรายที่หัวใจบีบตัวได้น้อย จำเป็นต้องพิจารณาเข้ารับการปลูกถ่ายหัวใจใหม่เป็นรายๆไป

โดยผู้ป่วยจะถูกส่งชื่อไปที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยเพื่อเข้าคิวรอรับอวัยวะจากผู้บริจาค โดยจะพิจารณาจากหมู่เลือด และเนื้อเยื้อ ว่าผู้บริจาค และผู้รับบริจาค อวัยวะสามารถเข้ากันได้หรือไม่ เมื่อได้รับอวัยวะจากผู้บริจาคที่สามารถเข้ากันได้ ทีมแพทย์ที่ทำการรักษาจะแบ่งเป็น 2 ทีม คือทีมผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ และทีมที่ต้องไปเก็บอวัยวะจากผู้บริจาค เพื่อนำมาให้ทีมผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ ทำการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนหัวใจ แต่ความยากของการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจนั้นอยู่ที่ระยะเวลา เพราะทีมที่ผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ กับทีมที่ไปเก็บอวัยวะจากผู้บริจาค ตามโรงพยาบาลต่างๆ ต้องวางแผนในการทำงานแข่งกับเวลา เพราะหัวใจจะต่างจากอวัยวะอื่นๆ คือ เมื่อนำหัวใจออกจากร่างกายผู้บริจาคแล้ว จะมีเวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น ที่จะเปลี่ยนหัวใจให้กับผู้รับบริจาคให้เรียบร้อย หากหัวใจถูกนำออกจากร่างกายผู้บริจาคนานกว่า 4 ชั่วโมง คุณภาพของหัวใจที่ได้รับบริจาคมาจะแย่ลง และเมื่อผ่าตัดเปลี่ยนให้คนไข้แล้วอาจจะทำงานได้ไม่ดี ฉะนั้นทั้ง 2 ทีมจะต้องเตรียมวางแผนกันอย่างดี เพื่อคุณภาพในการผ่าตัดที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย

หลังจากผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจแล้ว คนไข้ต้องมาตรวจติดตามการรักษาตามแพทย์นัดอย่างเคร่งครัด สม่ำเสมอ และเฝ้าระวังการติดเชื้อ เนื่องจากผู้ป่วยต้องกินยากดภูมิทำให้ร่างกายรับการติดเชื้อง่าย แพทย์จะทำการเจาะเอากล้ามเนื้อหัวใจที่ได้รับการเปลี่ยนไปตรวจเป็นระยะ ว่ามันมีการปฏิเสธระหว่างอวัยวะผู้บริจาค และร่างกายของผู้ป่วยหรือไม่ ถ้ามีการปฏิเสธกันก็จำเป็นต้องปรับระดับยา เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายปฏิเสธหัวใจที่ปลูกถ่าย เพราะถ้าร่างกายปฏิเสธ จะทำให้หัวใจที่เปลี่ยนไปทำงานไม่ปกติ ซึ่งจะไม่ดีต่อร่างกายของผู้ป่วย

ผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจสำเร็จจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมาก จากอาการที่เหนื่อยง่าย ในบางรายนั่งเฉยๆ ก็มีอาการเหนื่อย ก็จะหายไป สามารถทำงานได้เหมือนคนปกติ และออกกำลังได้ตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งผู้ป่วยจะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ และสามารถทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น และประเทศชาติได้

อย่างไรก็ตามโรคหัวใจเป็นปัญหาที่ทุกคนควรตระหนัก เนื่องจากมีอันตรายถึงชีวิต ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดโรคหัวใจส่วนมากมักเกิดจากหลายปัจจัย การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา ขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง หรือโรคอื่นๆ ที่นำไปสู่อาการโรคหัวใจ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น สามารถป้องกันด้วยวิธีง่ายๆ โดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดการดื่มสุรา – การสูบบุหรี่ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ – ไม่เครียดกับงาน และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจหาภาวะความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ เพื่อจะได้รักษาได้ทันเวลา – เพิ่มโอกาสในการรักษา  และถ้ามีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเป็น ๆ หาย ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที”

โดยในแต่ละปีโรงพยาบาลราชวิถี รองรับผู้ป่วยโรคหัวใจมากกว่า 23,000 ราย หรือเฉลี่ยมากถึง 90 รายต่อวัน เปิดดำเนินการรักษามาแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2518 มีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมาแล้ว 67 ราย และยังมีการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ หัวใจอื่นๆ หลอดเลือด และปอดเฉลี่ยปีละ 600 – 700 ราย อีกทั้งยังเป็นศูนย์แพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจครบวงจร มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง อีกทั้งยังเป็นสถาบันหัวใจแห่งแรกที่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจและปอดพร้อมกันที่เรียกว่า Domino Heart Transplantation ได้สำเร็จเป็นแห่งแรกในทวีปเอเชีย รวมถึงมีการรักษาผู้ป่วยเป็นกรณีๆ มาแล้วมากมาย พร้อมทั้งยังเป็นสถาบันที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจที่เก่าแก่ที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข อบรมสร้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจที่ไปช่วยดูแลสุขภาพประชาชนทั่วประเทศอีกด้วย

ดังนั้น…  เดือนแห่งความรัก กุมภาพันธ์นี้ อย่าลืมดูแล “หัวใจ” ของคุณและสมาชิกคนในครอบครัวคุณให้แข็งแรง….

ทั้งนี้ รพ.ราชวิถียังมีผู้ป่วยโรคหัวใจ และด้อยโอกาสเป็นจำนวนมากจากการส่งต่อมาจากโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศที่ยังรอรับความช่วยเหลือ จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์กับโรงพยาบาลราชวิถีได้ที่ ชื่อบัญชี “เงินบริจาคของโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 051-276128-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี (ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) หรือสอบถามโทร 02-3548108-37 ต่อ 3032 หรือกรอกข้อมูลผ่าน  http://www.rajavithi.go.th

Comments (0)

ราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิกฯ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข รพ.ราชวิถี และสถาบันทางการแพทย์ แถลงข่าวงาน “World Hearing Day Thailand”

Posted on 25 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

          นายแพทย์ศัลยเวทย์ เลขะกุล ที่ปรึกษามูลนิธิหู คอ จมูก รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร อุปนายกแพทยสภาคนที่2 และ ศ.พญ.เสาวรส ภทรภักดิ์ ประธานราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแห่งประเทศไทย  นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี และภาคีเครือข่ายสถาบันการแพทย์ต่างๆ อาทิ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.รามาธิบดี  รพ.ศิริราช จัดแถลงข่าว “วันการได้ยินโลก 2562/  World Hearing Day Thailand  2019” พร้อมเสวนาสถานการณ์ปัญหาโรคหูในประเทศไทย และการได้ยินในเยาวชนไทย ณ ระเบียงรมณีย์  ชั้น14 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

โดยงานจริงจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่3 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 07.00 – 13.30 น. ณ ลานหลังพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ซึ่งมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การให้ความรู้และเสวนาจากบุคลากรทางการแพทย์ บริการตรวจหู  ตรวจการได้ยิน ร่วมเล่นเกมส์รับของรางวัล เป็นต้น ฟรี! ตลอดทั้งงาน…

Comments (0)

ทูตนิวซีแลนด์ เยี่ยมชมโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

Posted on 25 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

          มร.ทาฮา แมคเฟอร์สัน เอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ร่วมด้วย นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้จัดการตลาด หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เยี่ยมชมโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ในฐานะที่เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้มีการลงนามความร่วมมือด้านการฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้กับคณาจารย์ในโรงเรียน พร้อมเดินทางไปศึกษาดูงาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความโดดเด่นทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยมี ผศ.ดร.ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ รองประธานกรรมการ คณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยให้เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค และ ดร.สมร ปาโท ผู้อำนวยการโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี เมื่อเร็วๆ นี้

Comments (0)

สังสรรค์กลุ่มปารีส

Posted on 20 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

            เพ็ชรากรณ์ วัชรพล สนิทวงศ์ ณ อยุธยา  เปิดบ้านเลี้ยง อภินันท์ ตั้งคารวคุณ เพื่อ Reunion from Paris หลังจากไม่เจอกันมากว่า 23 ปี งานนี้มีแก๊งส์ Paris อาทิ กุณฑลี แก้วจินดา กุสุมามาลย์ ปัจฉิมสวัสดิ์ วราภรณ์ นะนะกร รสริน ศุกรเสพย์ พรพิมล พุทธประเสริฐ และ ฉัตรพล สัตถาภรณ์ มาร่วมเม้าส์มอยกันกว่าค่อนวันแบบว่าไม่มีใครฟังใคร

Comments (0)

“Thailand Digital Society”ฟันเฟืองสำคัญของการพัฒนาประเทศ ดีป้าเร่งติดอาวุธทักษะดิจิทัลให้ผู้นำยกระดับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

Posted on 20 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เป็นฟันเฟืองในการพัฒนาประเทศสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล แต่กลับขาดแคลนอย่างมากนั่นคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้พร้อมรองรับการทำงานในยุคThailand4.0 ซึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะก้าวไปสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนนั้น ผู้บริหารระดับสูงทั้งจากภาครัฐและเอกชนถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการนำพาองค์กรและประเทศไทยก้าวไปสู่ “Thailand Digital Society”

ทั้งนี้ในงานอบรมหลักสูตร “ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital CEO) รุ่นที่ 2 ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้บริหารระดับผู้นำสูงขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบโดยมี
พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีประธานเปิดหลักสูตร พร้อมกับปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Thailand Digital Society”ให้กับผู้เข้าอบรมซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนจำนวน 84 คนให้ได้ฟัง
โดยมี ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ให้การต้อนรับ ณ อาคารลาดพร้าวฮิลล์

พลอากาศเอกประจินได้กล่าวถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งทุกองค์กรต่างต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์การวางแผนกลยุทธ์และการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในองค์กร เป็นการติดอาวุธด้วยทักษะดิจิทัลสำหรับการทำงานให้แก่บุคลากรที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

“เพราะเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ใช่แค่เครื่องมือสนับสนุนการทำงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมร่วมสมัย กลมกลืนเข้ากับชีวิตประจำวัน หลอมรวมเข้ากับการทำงานและการใช้ชีวิตจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นพลังผลักดันให้ทั้งประเทศเปลี่ยนแปลงไปถึงระดับรากฐาน โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของคน/ครอบครัว  ทุกวันนี้เราใช้งานเทคโนโลยีที่เรียกว่า Internet of Thingsโดยไม่รู้ตัว  ด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ที่อยู่ในมือไม่ว่าจะเป็น tablet,smart phone หรืออุปกรณ์อื่นๆ ทำให้คนเราสามารถเชื่อมต่อระหว่างกัน หรือเรียกว่าทุกสรรพสิ่งได้ โดยมีเซนเซอร์ที่ติดเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ เป็นตัวเชื่อมโยง เช่น ตู้เย็นอัจฉริยะที่มีตัวตรวจจับจำนวนสิ่งของต่างๆในตู้เย็นเมื่ออาหารในตู้เย็นใกล้จะหมดอายุหรือสิ่งใดหมด จะมีข้อความแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนให้เราสั่งซื้อของได้นาฬิกาอัจฉริยะที่มีความสามารถมากกว่าใช้ดูเวลาเท่านั้น เช่น ถ่ายรูป บันทึกวิดีโอ รับ-ส่งอีเมล จับเวลา นับก้าวเดิน คำนวณระยะและพลังงานที่ร่างกายใช้นอกจากนี้ยังใช้เป็นรีโมตคอนโทรลของโทรทัศน์ ได้อีกด้วย หรือในทางการแพทย์ใช้ในการวิเคราะห์ ตรวจสอบอาการของคนไข้ผ่านอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ที่บ้านของคนไข้เองได้ เป็นต้น

เทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นตัวเร่งการขับเคลื่อนประเทศตามแนวนโยบายไทยแลนด์  4.0  และเป็นเครื่องมือที่จะพลิกโฉมประเทศไทย ตามแนวทางของ “Digital Transformation” ประเด็นสำคัญของการพัฒนาที่มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมอย่างมาก 4 ด้าน ได้แก่ 1) การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ 2) การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล 3) การปรับเปลี่ยนภาคอุตสาหกรรมสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ และ 4) การขับเคลื่อนชุมชนสู่สังคมดิจิทัล

อาจกล่าวได้ว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีของการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกพื้นที่ จากนี้ไปประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนผ่านด้วยดิจิทัล (digital transformation) และข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data)ที่ท่านจะได้เห็นและรู้สึกได้อย่างชัดเจนในมิติแรกคือการขยายโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชนเข้าถึงได้ด้วยราคาที่เหมาะสมรองรับการพัฒนาเมืองเป็น Smart City เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและช่วยให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักความเหลื่อมล้ำของความมั่งคั่ง

ที่ผ่านมาประเทศไทยได้เร่งขับเคลื่อนการพลิกโฉมประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ รัฐบาลมุ่งมั่นและใส่ใจดูแลประชาชนทุกคนด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วประเทศ สร้างรายได้ให้ประชาชนในชุมชนผ่าน E-Commerce และการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ การเรียนรู้ การเข้าถึงบริการของรัฐ การทำการเกษตรยุคใหม่ รัฐบาลเร่งปรับฐานเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัลผ่านโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ อาทิ Smart City, Coding Nation, Digital Transformation และ Digital Park Thailand ที่จะส่งให้ไทยเป็นผู้นำด้านการค้าการลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลของภูมิภาค

          การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลต้องการพลังจากทุกภาคส่วน ซึ่งผู้นำองค์กรต่างๆจะเป็นกำลังสำคัญเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่การเป็นสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง

Comments (0)

เวิลด์ ฟูดส์ฯ แนะนำ “เจ-มิกซ์ น้ำแคนตาลูป” ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ชูจุดขายรสชาติหอมอร่อยไม่ซ้ำใคร เอาใจคนรักสุขภาพ

Posted on 20 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

          บริษัท เวิลด์ ฟูดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ “เจ-มิกซ์ (J-mix)” เดินเกมรุกปีหมูทอง ส่ง “เจ-มิกซ์ น้ำแคนตาลูป 25%” ผลิตจากน้ำแคนตาลูปเข้มข้น ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ชูจุดขายรสชาติหอมอร่อยไม่ซ้ำใคร กับคอนเซ็ปต์ น้ำผลไม้เคี้ยวได้ที่มีส่วนผสมของวุ้นน้ำมะพร้าวชิ้นใหญ่เคี้ยวนุ่มเต็มคำ จำหน่ายในราคา 15 บาท ตอกย้ำจุดขาย “สินค้าอร่อย คุณภาพดี ราคาย่อมเยา”

          นางสาวกัญญา ติลกเรืองชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์ ฟูดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำตลาดน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำ เปิดเผยว่า เวิลด์ ฟูดส์ฯเป็นผู้ผลิตน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ “เจ-มิกซ์ (J-mix)” มานานกว่า 25 ปี ด้วยจุดขายที่สามารถครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานคือ “สินค้าอร่อย คุณภาพดี ราคาย่อมเยา” โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการพัฒนาและปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทีมีคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

โดยกลุ่มลูกค้าหลักของน้ำผลไม้ “เจ-มิกซ์ (J-mix)”เป็นกลุ่มเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งนอกจากจะต้องการรสชาติที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครแล้ว ยังคำนึงผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย ซึ่งล่าสุดผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ตรา J-mix ได้ปรับสูตรใหม่ ลดน้ำตาลลง ทำให้ผลิตภัณฑ์ J-mix ได้รับสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

น้ำผลไม้ “เจ-มิกซ์ (J-mix)” ผสมวุ้นน้ำมะพร้าวมีทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่ ส้ม ลิ้นจี่ สตรอเบอร์รี่ องุ่น และล่าสุด เวิลด์ ฟูดส์ฯ ขอแนะนำผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ รสชาติใหม่ “เจ-มิกซ์ น้ำแคนตาลูป 25%” ผลิตจากน้ำแคนตาลูปเข้มข้น ให้รสชาติหอมอร่อยไม่ซ้ำใคร พร้อมส่วนผสมของวุ้นน้ำมะพร้าวชิ้นใหญ่เคี้ยวนุ่มเต็มคำ กับคอนเซ็ปต์ น้ำผลไม้เคี้ยวได้ และเอาใจคนรักสุขภาพ ด้วยสูตรน้ำตาลน้อย ดื่มอร่อย หอมสดชื่น ช่วยดับร้อน แก้กระหาย ดื่มได้ทุกวัน

          เจ-มิกซ์ น้ำแคนตาลูป 25% ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว มาพร้อมด้วยแพคเก็จจิ้งทันสมัยสีสันสวยงามจับกระชับมือ พกพาสะดวก ขนาด  320 ml. มีจำหน่ายแล้วในราคา 15 บาท เท่านั้น ท่านที่สนใจ สามารถหาซื้อได้แล้วที่ร้านค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ หรือ สนใจจัดจำหน่ายโทร.024207272 รายละเอียดเพิ่มเติมทาง https://www.facebook.com/worldfoodinter/

Comments (0)

แพทย์ เผย! โรคตับ ภัยเงียบแต่ร้ายถึงชีวิต แนะการปลูกถ่ายตับ ทางรอดผู้ป่วยระยะสุดท้าย

Posted on 13 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

        “ตับ” เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่ขจัดสารพิษออกจากเลือด สร้างภูมิคุ้มกันบางอย่างขึ้นมาต่อสู้โรคติดเชื้อ และกำจัดเชื้อโรคต่างๆออกจากเลือด นอกจากนี้ตับยังทำหน้าที่สร้างโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบในการทำให้เลือดแข็งตัว และสร้างน้ำดี เป็นต้น นั่นเป็นเพียงหน้าที่ส่วนหนึ่งของตับเท่านั้น ซึ่งตับมีความสำคัญมากต่อร่างกาย ดังนั้นโรคเกี่ยวกับตับทำให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนเรา อย่างเช่นผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็ง เคยมีผู้ประเมินไว้ว่าโรคตับแข็งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของประชากรโลก 25,000 คน ทุกปี จัดเป็นสาเหตุการตายที่เกิดจากโรคเป็นอันดับที่ 8 อีกด้วย

ดังนั้นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ จึงเป็นทางรอดเดียวของผู้ป่วยโรคตับแข็ง มะเร็งตับ และผู้ป่วยตับวายเฉียบพลัน ซึ่งหากไม่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายให้ทันถ่วงทีนั้น จะมีผลทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคตับแข็ง เกิดจากไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง ที่มีทั้งชนิด บี และซี ส่วนสาเหตุที่พบมากรองลงมาในประเทศไทย คือ การดื่มสุรา  สำหรับสาเหตุของภาวะตับวายเฉียบพลันมักเกิดจากตับอักเสบเฉียบพลันที่รุนแรง นอกจากนั้นอาจเกิดจากการรับประทานยาสมุนไพรบางประเภท หรือการรับประทานยาที่มีพิษกับตับในปริมาณที่มากเกินไป เช่น ยาแก้ปวด (พาราเซตามอล)

ส่วนสำคัญที่สุดในการปลูกถ่ายตับนั้น  คือการได้รับบริจาคอวัยวะจากผู้ที่เสียชีวิต ซึ่งหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการรับบริจาคอวัยวะ ณ ขณะนี้คือศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยซึ่งทำหน้าที่ เป็นตัวกลางในการรับบริจาคอวัยวะ  โดย เป็นผู้ประสานไปยังศูนย์การปลูกถ่ายตับต่างๆ ทั่วประเทศ และ  จัดลำดับคิวในการรับอวัยวะของแต่ละศูนย์ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยตับวายเฉียบพลันซึ่งเข้าเกณฑ์ที่สภากาชาดกำหนด จะได้จัดลำดับพิเศษเป็นคิวแรก เนื่องจาก ภาวะดังกล่าวเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่จะทำให้คนไข้เสียชีวิตหากไม่ได้รับการปลูกถ่ายตับทันเวลา

เมื่อมีผู้บริจาคตับเข้ามาที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ทางศูนย์รับบริจาคอวัยวะจะตรวจสอบข้อมูลของผู้บริจาคและแจ้งไปยังศูนย์ปลูกถ่ายตับลำดับแรกที่มีผู้ป่วยที่เข้ากันได้กับผู้บริจาคตับ  จากนั้นทางศูนย์ปลูกถ่ายตับที่ได้รับตับจะแบ่งทีมศัลยแพทย์ออกเป็น 2 ทีม และดำเนินตามขั้นตอนดังนี้

ทีมศัลยแพทย์ทีมแรกจะทำหน้าที่ผ่าตัดนำตับออกจากตัวของผู้บริจาค โดยจะตรวจดูความสมบูรณ์ของอวัยวะว่าสามารถนำมาปลูกถ่ายได้หรือไม่ ถ้าหากอวัยวะมีความสมบูรณ์สามารถนำมาปลูกถ่ายได้ก็จะต้องนำอวัยวะแช่ในน้ำหล่อเลี้ยง แล้ว แช่เย็นไว้ที่อุณหภูมิ ประมาณ 4 องศา เพื่อนำมาปลูกถ่ายให้กับผู้รอรับอวัยวะ ระยะเวลาระหว่างการนำอวัยวะออกจากร่างผู้บริจาค และนำอวัยวะมาปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยไม่ควรจะมากกว่า  16-17 ชั่วโมง เนื่องจากตับที่นำออกจากร่างกายของผู้บริจาคไม่สามารถมีชีวิตอยู่นานกว่า 24 ชั่วโมง

ขณะที่ทีมศัลยแพทย์ไปรับอวัยวะจากผู้บริจาค ทาง รพ. ก็จะทำการเรียกตัวผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ มาเตรียมตัวในการผ่าตัด เจาะเลือด เช็คเลือด เตรียมเลือดสำรอง สำหรับใช้ในการผ่าตัด และทำสิ่งที่จำเป็นสำหรับเตรียมการผ่าตัดเปลี่ยนตับ แล้วศัลยแพทย์อีกทีมจะเริ่มทำการผ่าตัดในผู้ที่จะรับอวัยวะโดยจะจัดเวลาให้พอดีกับเวลาที่ตับที่รับบริจาคจะเดินทางมาถึง ทั้งนี้เพื่อให้เวลาที่นำตับออกจากผู้บริจาคจนปลูกถ่ายเสร็จสิ้นทันในเวลา 16-17 ชั่วโมง

เมื่อเสร็จสิ้นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับผู้ป่วยจะต้องพักฟื้นอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ และสังเกตการทำงานของตับที่ได้รับการปลูกถ่ายใหม่ ว่าสามารถทำงานได้ปกติหรือไม่ โดยต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 2-4 สัปดาห์ แพทย์จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ หลังจากกลับบ้านไปแล้วนั้นผู้ป่วยจะต้องดูแลสุขภาพตัวเองดังนี้ คือ…

  1. ผู้ป่วยปลูกถ่ายตับต้องรับประทานยากดภูมิไปตลอดชีวิตโดยจะสามารถลดขนาดยาได้เมื่อเวลาผ่านไป เพื่อป้องกันร่างกายต่อต้านอวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่าย ดังนั้นภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยจะต่ำกว่าคนทั่วไปจึงต้องระมัดระวังดูแลตัวเองให้ห่างจากการติดเชื้อ
  2. มาพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนต่างๆ

หลังจากปลูกถ่ายตับไปแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทำงาน และออกกำลังกายได้…

โรงพยาบาลราชวิถีนับเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ที่สามารถผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 และยังเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่สามารถผ่าตัดปลูกถ่าย 2 อวัยวะพร้อมกัน คือ หัวใจและปอด สำเร็จเป็นแห่งแรกของประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี พ.ศ. 2532 และต่อมาเริ่มผ่าตัดปลูกถ่าย ตับ ไต รวมถึงเนื้อเยื่อกระจกตา จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะมากกว่า 400 ราย และปลูกถ่ายกระจกตามากกว่า 1,000 ราย และเป็น 1 ใน 4 ของโรงพยาบาลทั่วประเทศ ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลราชวิถีมีการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้กับผู้ป่วยไปแล้ว 36 ราย ตั้งแต่ปี 2539 โดยในแต่ละรายจะมีมีค่าใช้จ่ายในการปลูกถ่ายอยู่ที่ประมาณ 4-5 แสนบาท ยังไม่รวมค่ายากดภูมิ อีกเดือนละประมาณ 10,000 บาท ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่ที่มาทำการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ไม่สามารถที่จะจ่ายค่ารักษาได้ จึงทำให้โรงพยาบาลต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยการสนับสนุนของมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี แต่ด้วยงบประมาณที่มีอยู่จำกัดจึงไม่สามารถผ่าตัดปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยได้มากเท่าที่ควร

จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์กับโรงพยาบาลราชวิถี โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี “เงินบริจาคของโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 051-276128-1  ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี  (ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) หรือ สอบถามโทร 02 – 3548108 -37 ต่อ 3032 หรือกรอกข้อมูลผ่าน http://www.rajavithi.go.th

Comments (0)

OPEN HOUSE เรียนภาษาให้สุดที่นิวซีแลนด์

Posted on 13 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

  นางสาวจารุวรรณ พงษ์จารุวัฒน์ ผู้จัดการโครงการ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์สถานทูตนิวซีแลนด์ (Education New Zealand: ENZ) ร่วมกับ บัตรเครดิต เคทีซี และตัวแทนแนะแนวการศึกษาที่เชี่ยวชาญนิวซีแลนด์ 12 แห่ง จัดงาน “OPEN HOUSE เรียนภาษาให้สุดที่นิวซีแลนด์” กับโปรแกรมอบรมพัฒนาภาษาอังกฤษระยะสั้น (English Pathway) สำหรับคนที่มุ่งเรียนต่อระดับอุดมศึกษาและพัฒนาศักยภาพในการทำงานในสถาบันการศึกษาชั้นนำของนิวซีแลนด์ทั้ง 7 สถาบันพร้อมมอบตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-โอ๊คแลนด์ ให้กับผู้ที่สมัครเรียนจำนวน 2 ที่นั่งณ ห้องประชุม “เคทีซี ป๊อป” ชั้น B1 อาคาร UBC2 ถนนสุขุมวิท 33 เมื่อเร็วๆ นี้

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษานิวซีแลนด์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.studyinnewzealand.govt.nz

Comments (0)

เอเอสดี ดิสทริบิวชั่น จัดกิจกรรม เอเอสดี จิตอาสาร่วมพัฒนาผืนป่า

Posted on 07 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

          นายสุนทร  ทองมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอสดี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้นำด้านกล้องวงจรปิด และระบบ Smart Security นำทีมผู้บริหาร และพนักงานบริษัทกว่า 50 คน จัดกิจกรรม  “เอเอสดี จิตอาสาร่วมพัฒนาผืนป่า” ร่วมปลูกป่ากันด้วยการยิงเมล็ดพันธุ์พืชด้วยหนังสติ๊ก เมล็ดพันธุ์พืชมีทั้งเมล็ดมะค่าโมงและเมล็ดลาน เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน  ณ ผาเก็บตะวัน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมี่อเร็วๆ นี้

Comments (0)

เปิดอบรมหลักสูตร ”ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital CEO) รุ่นที่ 2

Posted on 07 กุมภาพันธ์ 2019 by admin


                     พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตร “ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital CEO) รุ่นที่ 2 จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้บริหารระดับผู้นำองค์กร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจ และสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ในโอกาสนี้ได้ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Thailand Digital Society” ให้กับผู้เข้าอบรมซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนจำนวน 84 คน โดยมี ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมด้วย ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการฯ และผู้บริหารที่เข้าอบรม อาทิ นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ นายวัฒนา พุฒิชาติ นายมรกต เธียรมนตรี และ นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ให้การต้อนรับ ณ อาคารลาดพร้าวฮิลล์

Comments (0)

พิชิตเบาหวานได้…ด้วยตนเอง กำหนดเมนูอาหาร “กินดี อิ่มด้วย คุมน้ำตาลได้”

Posted on 06 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

          “เบาหวาน” เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เนื่องจากไม่อาจนำอาหารคาร์โบไฮเดรตเช่นแป้ง และน้ำตาลที่บริโภคเข้าไปเผาผลาญพลังงานมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และในปัจจุบันเบาหวานไม่ใช่โรคของคนแก่อีกต่อไปแล้ว ผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี ก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูงอยู่เป็นเวลานานจะส่งผลให้หลอดเลือดตีบตัน เกิดความเสื่อมของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยง 5 อวัยวะสำคัญของร่างกาย คือ สมอง ตา หัวใจ ไต เท้า ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาอีกหลายโรคไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ ไตวายเรื้อรัง โรคอัมพาต เบาหวานขึ้นตาและแผลเรื้อรังที่เท้า ดังนั้น การรักษาเบาหวานจึงมีความจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่เหมาะสม

          สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย จึงร่วมกับ บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด แผนกเบาหวาน จัดกิจกรรม “พิชิตเบาหวานได้…ด้วยตนเอง” เพื่อส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีกำลังใจในการดูแลตนเอง ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกัน พร้อมรับคำปรึกษาผ่านช่องทางไลน์แอพพลิเคชั่น เป็นเวลา 4 เดือน สำหรับผู้ที่มีความสนใจจะรับคำแนะนำในการดูแลตนเองจากผู้เชี่ยวชาญ ด้านอาหารและโรคเบาหวานอย่างใกล้ชิด โดยมีผู้สนใจร่วมโครงการกว่า 30 คน

          ภายในงานได้มีกิจกรรมสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ได้แก่ การตรวจวัดมวลกาย (น้ำหนัก กล้ามเนื้อ ไขมัน) ทำแบบสอบถามทบทวนการใช้ชีวิตประจำวัน กำหนดเป้าหมายการดูแลตนเอง พร้อมทำความเข้าใจเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดทั้งก่อนและหลังอาหาร และดูความเปลี่ยนแปลงของน้ำตาลในเลือดกับการรับประทานอาหาร พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องอาหารระดับน้ำตาลในเลือดด้วย

          ผศ.ดร.ชนิดา ปโชติการ นายกสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ ช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และมีสุขภาพโดยรวมที่แข็งแรงได้ โดยผู้เป็นเบาหวานจะต้องทำความเข้าใจกับอาหารคาร์โบไฮเดรต (ข้าว แป้ง น้ำตาล ผักที่มีแป้งมาก ผลไม้ นม) และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ที่เราจะรับประทานก่อนนำไปสร้างสูตรอาหารสุขภาพในแบบของตัวเองตามเมนูโปรดในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับการอบรมครั้งนี้ ทางสมาคมฯ จะแบ่งฐานทำกิจกรรมให้ผู้เป็นเบาหวานได้เรียนรู้ โดยจะมีการสอนนับคาร์โบไฮเดรต(คาร์บ)  ในอาหารจานเดียวหรือในอาหารที่เลือกรับประทาน ทำความเข้าใจกับแป้งและน้ำตาล รวมถึงไขมันและเกลือที่จะรับประทาน และเทคนิคการตรวจน้ำตาลก่อน-หลังรับประทานอาหาร เรียนรู้การแปรผลน้ำตาลที่ตรวจก่อนจะนำความรู้ไปดัดแปลงอาหารให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ โดยผู้เป็นโรคเบาหวาน สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนปกติ แต่ควรเลือกชนิดอาหารที่จะป็นประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือด และควบคุมปริมาณที่ควรรับประทาน และที่สำคัญผู้เป็นเบาหวานควรตั้งเป้าหมาย ดังนี้

ตั้งเป้าหมายชีวิต…พิชิตเบาหวาน

          ผู้เป็นเบาหวานจะต้องรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ไม่สูงเกินไปและต่ำเกินไป การควบคุมน้ำหนักจึงเป็นเรื่องหนักใจของคนเป็นเบาหวาน การระมัดระวังเรื่องอาหารจึงยากกว่าปกติ ฉะนั้นควรตั้งเป้าหมายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่อย่างเป็นสุข โดยเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นภาพจำอาหารแบบเดิม พฤติกรรมการกินแบบเดิม หรือการดำเนินชีวิตเดิมๆ ให้เป็นคนใหม่

          อยากลดความอ้วน ควรเลือกรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาว เพราะมีกากใยอาหารสูงและน้ำตาลน้อย จำกัดปริมาณถั่วเปลือกแข็งซึ่งแม้จะมีไขมันดีมากแต่ก็มีพลังงานสูง รับประทานธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ลูกเดือย ถั่วเขียว ถั่วแดง หรือถั่วดำแทนได้ ส่วนผักให้เน้นผักใบหรือผักก้าน พืชหัวอย่างเผือก มัน เลือกรับประทานแทนข้าวได้ในปริมาณเท่าๆกับข้าว เพราะมีแป้งสูง ผลไม้รับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม ลดปริมาณผลไม้ที่มีรสหวานมากเช่น ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ หรือมะม่วงสุก อาจแบ่งมื้ออาหารย่อยเป็น 4-5 มื้อเล็กๆ เพื่อกระจายปริมาณคาร์โบไฮเดรตตลอดวัน หากเผลอรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ก็จะต้องลดอาหารคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่นลงหรือลดในมื้อถัดไป หลีกเลี่ยงการรับประทานที่มีไขมันสูงมาก อาหารที่มีโซเดียมหรือเกลือสูง อาหารแปรรูป แล้วหันมารับประทานอาหารสด และปรุงสุกใหม่ๆ

          จะปรับวิถีชีวิตให้เป็นคนใหม่ นอกจากปรับการกินแล้ว การออกกำลังกายก็เป็นส่วนสำคัญของชีวิต ลุกขึ้นมาเริ่มจากเดินเร็ววันละ 30 นาที ให้ได้ 5 วันต่อสัปดาห์ หรือ 150 นาที/สัปดาห์ แล้วค่อยๆ ขยับไปทำกิจกรรมที่จริงจังขึ้น เช่น เต้น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ อาจเพิ่มการออกกำลังกายเข้าไปในชีวิตประจำวันได้ อย่างการเดินต่อเนื่อง หรือกิจกรรมวันหยุดเช่น เดินป่า ปั่นจักรยานชมวิว โดยการออกำลังกายนอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยลดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

          ตรวจน้ำตาลในเลือด พร้อมจดบันทึกรายวันให้เป็นนิสัย ผู้เป็นเบาหวานจะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดก่อนรับประทานอาหารเช้าให้อยู่ระหว่าง 80 มก./ดล และไม่เกิน 130 มก./ดล. ส่วนระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร 2 ชั่วโมง (เริ่มนับจากอาหารคำแรก) ต้องไม่เกิน 180 มก./ดล. โดยผู้เป็นเบาหวานสามารถตรวจสอบระดับน้ำตาลของตัวเองได้ที่บ้าน จากการใช้เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ที่สามารถให้ผลเลือดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้สัมพันธ์กับผลเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจดบันทึก จะช่วยปรับพฤติกรรมต่างๆ ของผู้เป็นเบาหวานได้ดีขึ้น

          นอกจากนี้ ผศ.ดร.ชนิดา กล่าวและเสริมว่า ผู้เป็นเบาหวานต้องกินอาหารให้สัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือด โดยเลือกรับประทานให้เหมาะสำหรับตัวเอง เพราะอาหารที่รับประทานเข้าไปจะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ฉะนั้นการเรียนรู้และฝึกนับคาร์บให้เป็น จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้ ซึ่งการนับคาร์บ คือ การนับคาร์โบไฮเดรต ที่ประกอบด้วยข้าว แป้ง ธัญพืช ผักผลไม้ที่มีแป้งมาก และนม โดยการนับคาร์บจะนับเป็นกรัมหรือเป็นหน่วย เพื่อให้ผู้เป็นเบาหวานได้รับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในแต่ละวัน สามารถย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสได้เต็มที่ก่อนที่ร่างกายจะนำไปใช้

          ซึ่งการนับคาร์บ เทียบง่ายๆ คือ “1 คาร์บ = คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม” ได้แก่ ข้าว 1 ทัพพี (ไม่พูน) ขนมปัง 1 แผ่นบาง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยตวง น้ำแอปเปิ้ลกล่องเล็ก แก้วมังกรครึ่งลูก กล้วยหอมขนาดกลางครึ่งผล ควรระวังเรื่องการรับประทานผลไม้อบแห้ง เนื่องจากผลไม้ยิ่งแห้งความเข้มข้นของน้ำตาลยิ่งสูง และสามารถดูปริมาณคาร์บของเครื่องปรุง และอาหารสำเร็จรูปต่างๆ ได้จากฉลากอาหาร โดยทั่วไปในหนึ่งวัน ผู้เป็นเบาหวานผู้หญิง ควรรับประทานอาหารให้ได้ 3-4 คาร์บต่อมื้อ หรือประมาณ 9-12 คาร์บต่อวัน ส่วนผู้ชายให้รับประทานอาหาร 4-5 คาร์บต่อมื้อ หรือประมาณ 12-15 คาร์บต่อวัน หากจำเป็นต้องลดน้ำหนัก นักกำหนดอาหารอาจแนะนำให้ลดคาร์บลง 1 คาร์บต่อมื้อ

Comments (0)

ดีป้า นำคณะผู้บริหารร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศ ดิจิทัล ซีอีโอ รุ่นที่ 2

Posted on 04 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

Digi CEO2

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้อนรับคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตร “ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital CEO) รุ่นที่ 2 Dr.nutในกิจกรรมปฐมนิเทศและศึกษาดูงาน ณ โรงแรมพูลแมน พัทยา จี อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี  ทั้งนี้หลักสูตร Digital CEO นี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีผู้บริหาร จำนวน 84 คน ประกอบด้วยผู้บริหารภาครัฐ  26 คน รัฐวิสาหกิจ 12 คน และ ภาคเอกชน 46 คน อาทิ นายกมลวิศว์ แก้วแฝก นพ.จักรกริช โง้วศิริ รศ พญ.ทิพวรรณ หรรษคุณาชัย นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ พลตรีธงชัย รอดย้อย นายนิติ บุณยเกียรติ นายประสพ เรียงเงิน นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายจุมพล สายมาลา นายชิษณุ อัมพะเศวต นายธำรงเกียรติ อุทัยสาง นางลดาวัลย์ ดาเนินชาญวนิชย์ นายศาศวัต เด่นแดนโดม นางทัศนีย์ ทองมี นายวัฒนา พุฒิชาติ นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา นายสุรพล โอภาสเสถียร นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ นายอภิญญา สุจรตตานันท์ นางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ นท.พญ.อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ และ อธิบดีจาก สปป ลาว (Mr. Phoukhong CHITHOBLOK, Mr. Phouthong SISAVATH) ดูประกาศรายชื่อได้ที่ http://www.depa.or.th/sites/default/files/content/files/DigitalCEO2_Participants_Announcment_Ver_24012019.pdf

1-11_resize

Comments (0)

คณะผู้บริหาร ดิจิทัล ซีอีโอ รุ่นที่ 2 เข้าศึกษาดูงาน โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย

Posted on 04 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

นายเจริญชัย ยิ่งจรูณกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสัมพันธ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้การต้อนรับ ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ พร้อม คณะผู้บริหารหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 2 ของ สนง. ส่งเสริมเศริษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) มาศึกษาดูงานการนำเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในองค์กร ณ โรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

แสดงความยินดีกับนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ

Posted on 04 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

เพื่อนๆ รอคิวยาวเพื่อจะเลี้ยงแสดงความยินดีกับ .นพ.สุรเดช หงส์อิง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ เลขาธิการกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ที่ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2562 สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์  จากพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

Comments (0)

รพ.ราชวิถี จัดงานประชุมวิชาการ ครั้งที่ 30 ในหัวข้อ “The best for the most reform to smart hospital”

Posted on 04 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

          โรงพยาบาลราชวิถี จัดงานประชุมวิชาการโรงพยาบาลราชวิถี ครั้งที่ 30 ในหัวข้อ “The best for the most reform to smart hospital” เพื่อเผยแพร่นวัตกรรม – เทคโนโลยีด้านการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลราชวิถี และความรู้ด้านวิชาการให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนทั่วไป ในหัวข้อต่างๆ มากมาย อาทิ Smart Orthopedic, Smart Health 4.0 , พลิกโฉมระบบนัดและผลตรวจทางการแพทย์ด้วย IT, ระบบจัดคิวอัจฉริยะ เป็นต้น

          โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุม  และนายแพทย์มานัส โพธาภรณ์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี ให้การต้อนรับ โดยงานประชุมวิชาการฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมชั้น11 และ12 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ  โรงพยาบาลราชวิถี และ… สำหรับภาคประชาชน จะมีในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 สามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์ www.rajavithi.go.th/rj/meeting  หรือ ลงทะเบียนหน้างานได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมชั้น11-12 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ รพ.ราชวิถี ซึ่งมีหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ  ไขมันพอกตับ ภัยเงียบที่ป้องกันและรักษาได้, ต่อเติมความสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิต และหัวข้อ สูงวัยอย่างสง่างาม จากนักแสดงมากฝีมือ คุณอุทุมพร ศิลาพันธ์ และ คุณดิลก ทองวัฒนา ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้วย ฟรี!!! ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น…

Comments (0)

คณะผู้บริหาร ดิจิทัล ซีอีโอ รุ่นที่ 2 เข้าศึกษาดูงาน รพ.กรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี

Posted on 04 กุมภาพันธ์ 2019 by admin

bangkok pattaya_resize

นพ.สีหราช โลหชิตรานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ ให้การต้อนรับ คณะผู้เข้าอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 2 มาศึกษาดูงาน Digital Marketing and Health Care Services ของ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา นำโดย ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตร พร้อมคณะนักศึกษาผู้บริหารกว่า 80 คน ทั้งนี้ต่างให้ความสนใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเข้มข้น นำมาซึ่งการส่งเสริมและแลกเปลี่ยนความรู้รวมทั้งการสร้างเครือข่ายสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลตามเป้าประสงค์ของหลักสูตรฯ ณ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

เรื่องล่าสุด