
ผศ.ดร.ณ นพชัย และรศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์ แจ้งกำหนดการฌาปนกิจ คุณแม่ทองข่าย ชาญศิลป์ วันเสาร์ที่ 17 สค. นี้ เวลา 17.00น. ณ เมรุหลัง วัดธาตุทอง พระอารามหลวง
Posted on 13 สิงหาคม 2019 by admin

ผศ.ดร.ณ นพชัย และรศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์ แจ้งกำหนดการฌาปนกิจ คุณแม่ทองข่าย ชาญศิลป์ วันเสาร์ที่ 17 สค. นี้ เวลา 17.00น. ณ เมรุหลัง วัดธาตุทอง พระอารามหลวง
Posted on 07 สิงหาคม 2019 by admin

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนได้เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชน ด้วยสาเหตุดังกล่าวข้างต้น เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมพยาบาลกองทัพบก ร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก และกองการพยาบาลโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ ประจำปี 2562 ในโอกาสครบรอบ 56 ปี วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก ในหัวข้อ “ทิศทาง ประเด็น และแนวโน้มวิจัยนวัตกรรมทางการพยาบาลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ” โดยมีแพทย์ และนักวิจัยร่วมบรรยายให้ความรู้กับพยาบาลที่เข้าร่วมงานประชุมกว่า 600 คน ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 10 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

นพ.ธีรวีร์ หงส์หยก อาจารย์จักษุแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระจกตา และการผ่าตัดแก้ไขสายตา โรงพยาบาลราชวิถี และวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต บรรยายในหัวข้อ “การดูแลสุขภาพดวงตา…วัยทำงานยุคดิจิทัล” เปิดเผยว่า ในประเทศไทยสามารถพบอุบัติการณ์โรคทางดวงตา และอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับดวงตาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของคนในการใช้สายตาเปลี่ยนไป รวมทั้งการละเลยการดูแลดวงตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มคนทำงานเป็นกลุ่มคนที่เกิดอาการผิดปกติกับดวงตามากที่สุด เพราะเป็นกลุ่มคนที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวันไปกับการจ้องจอไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ มือถือ แทบเล็ต และ Gadgets ต่างๆ ซึ่งพบมากถึงร้อยละ 70 ของผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และพบได้มากขึ้นในคนที่อายุมากกว่า 40 ปี ทำให้เกิด Computer Vision Syndrome เกิดอาการผิดปกติ เช่น อาการล้าตา ตาแห้ง แสบตา แพ้แสงสู้แสงไม่ได้ ปวดศีรษะ ปวดคอ บ่า ไหล่ ร่วมด้วย
นอกจากนี้ แสงสีฟ้า (Blue Light) ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่มีพลังงานสูงจากจอคอมพิวเตอร์ มือถือ แทบเล็ต Gadgets ต่างๆและรังสียูวีจากแสงแดดที่เข้าสู่ดวงตา ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในเซลล์จอประสาทตา ทำให้เซลล์ค่อยๆ เสื่อมลง หากไม่ดูแลและปรับพฤติกรรมการใช้สายตา จะทำให้เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมในที่สุด
นอกจากนี้ แสงสีฟ้า (Blue Light) ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่มีพลังงานสูงจากจอคอมพิวเตอร์ มือถือ แทบเล็ต Gadgets ต่างๆและรังสียูวีจากแสงแดดที่เข้าสู่ดวงตา ทำให้เกิดอนุมูลอิสระในเซลล์จอประสาทตา ทำให้เซลล์ค่อยๆ เสื่อมลง หากไม่ดูแลและปรับพฤติกรรมการใช้สายตา จะทำให้เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมในที่สุด

ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายในหัวข้อ “อาหารและโภชนาการสร้างเสริมสุขภาพดวงตา” ว่า ปัจจุบันคนไทยติดสมาร์ทโฟน มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก จากการสำรวจพบว่าคนไทยมากถึงร้อยละ 98 ใช้เวลาตั้งแต่ตื่นนอนถึงก่อนเข้านอน ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมเพิ่มขึ้น ดังนั้นนอกจากเราต้องปรับพฤติกรรมการใช้ดวงตาอยู่หน้าจอแล้ว เราต้องรับประทานสารอาหารที่ช่วยดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดี และลดความเสี่ยงในการเกิดโรครวมทั้งอาการผิดปกติกับดวงตา
ข้อแนะนำของ National Eye Institute สหรัฐอเมริกา ระบุว่า การรับประทาน ลูทีน 10 มิลลิกรัม ร่วมกับซีแซนทีน 2 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ เพราะช่วยทำหน้าที่กรองแสง ตลอดจนรังสีต่างๆ รวมทั้งแสงสีฟ้าที่ออกมาจากจออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งกับคนที่ทำงานโดยการใช้สายตาจ้องจอนานๆ หรือทำงานในที่ที่มีแสงจ้า ซึ่งร่างกายของเราไม่สามารถสร้างลูทีนและซีแซนทีนได้เอง จำเป็นต้องได้รับจากอาหารที่เรารับประทานเท่านั้น และเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นลูทีนและซีแซนทีนในจอประสาทตาจะมีปริมาณลดลงเรื่อยๆ โดยลูทีนพบมากในหน่อไม้ฝรั่ง และ บล็อกโครี่ ส่วนซีแซนทีนพบมากในพริกหวานสีส้ม ข้าวโพด น้ำส้ม และองุ่นเขียว แต่เราต้องรับประทานผักและผลไม้เหล่านี้จำนวนมากเพื่อให้ได้รับลูทีนและซีแซนทีนที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม โดยลูทีน 10 มิลลิกรัม ต้องรับประทานหน่อไม้ฝรั่ง 1.1 กิโลกรัม หรือ บล็อกโครี่ 1.4 กิโลกรัม และ ซีแซนทีน 2 มิลลิกรัม ต้องรับประทานพริกหวานสีส้ม 125 กรัม ข้าวโพด 400 กรัม น้ำส้ม 10 ลิตร หรือ องุ่นเขียว 33 กิโลกรัม ปัจจุบันอาหารเสริมจึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ได้รับความนิยม เพื่อให้ได้สาระสำคัญในปริมาณที่มีประสิทธิผลตามการศึกษาวิจัย และสะดวกกับคนทำงานที่ใช้ชีวิตรีบเร่งในแต่ละวัน

นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพดวงตา เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน ดีเอชเอ และแอนโธไซยานิน เป็นต้น ที่ช่วยในการมองเห็น เพิ่มความชุ่มชื้นของตา ปกป้องสายตาจากแสงแดด และชะลอความเสื่อมของเลนส์ตา
นอกจากการรับประทานสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาแล้ว ควรปรับพฤติกรรมการใช้ดวงตาอยู่หน้าจอ โดยใช้กฎ 20-20-20 คือทุก 20 นาทีควรละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ ผ่อนคลายสายตาด้วยการมองวัตถุอื่นๆ ที่ห่างออกไปประมาณ 20 ฟุต กระพริบตาต่อเนื่องเพื่อป้องกันอาการตาแห้ง รวมทั้งลุกขึ้นเดินไปรอบๆ บริเวณที่นั่งอยู่ประมาณ 20 ก้าว เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดีและยืดอายุดวงตาให้เสื่อมช้าลง ดังนั้นเริ่มดูแลดวงตาตั้งแต่วันนี้ เพราะ เรามีดวงตาเพียงคู่เดียวที่ต้องอยู่คู่เราไปตลอดชีวิต
Posted on 07 สิงหาคม 2019 by admin

นพ.อุดม เชาวรินทร์ กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี รับมอบเงินบริจาค จำนวน 1 ล้านบาท จาก พลโท(นพ.)กอบโชค – พญ.วิไล พัววิไล และครอบครัว เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี ณ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อเร็วๆนี้
สำหรับท่านที่สนใจ..สามารถร่วมบริจาคได้ที่ “ศูนย์การแพทย์ราชวิถี
ในมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี
หมายเลขบัญชี 051-2-69056-1 หรือ สอบถามโทร
02–3547997-9หรือ http://www.rajavithihospitalfoundation.org
Posted on 07 สิงหาคม 2019 by admin

นายสาธิต จิรกุลสมโชค รองกรรมการผู้จัดการ สายปฏิบัติการ และคณะผู้บริหาร บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดด้านสเปรย์กำจัดปลวก รับรางวัลเกียรติยศ อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2562 เป็นสมัยที่ 8 ในประเภทด้านวัตถุอันตราย ที่ใช้ในบ้านเรือนหรือทางสาธารณสุข รางวัลต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป จาก นายแพทย์กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ เมื่อเร็วๆ นี้
Posted on 05 สิงหาคม 2019 by admin

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงโปรดให้ มล.สราลี กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ ไปชมการแสดงดนตรีคลาสสิก น้อมราลึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย อังคารที่ 13 สค.นี้ 19.45 น.
Posted on 01 สิงหาคม 2019 by admin
การทำความดี..เราสามารถทำได้หลายวิธี อาทิ การทำบุญ ทำทาน ปล่อยนก ปล่อยปลา ตามแต่ความสะดวกของแต่ละคน แต่มีการทำบุญอยู่อย่างหนึ่ง ที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลยแต่ได้ประโยชน์ทั้งผู้ให้และผู้รับได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ การบริจาคโลหิต เพราะนอกจากจะสามารถนำเลือดไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเลือดแล้วนั้น ยังเป็นผลดีกับผู้ให้ที่นอกจากจะเป็นการทำบุญช่วยชีวิตคนแล้ว ยังทำให้ผู้ที่บริจาคโลหิต มีร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าใส ออร่าเปล่งประกาย และยังช่วยให้ห่างไกลมะเร็งอีกด้วย

และเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๗ พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รพ.ราชวิถี จึงขอเชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยครั้งนี้งานธนาคารเลือด โรงพยาบาลราชวิถี นำโดย นายแพทย์ชัชวาล นาคะเกศ หัวหน้างานธนาคารเลือด และ นายแพทย์ธนันต์ชัย อัครวิกรัย รองหัวหน้างานธนาคารเลือด ออกหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต ณ กองซ่อมเครื่องสื่อสาร- อิเล็กทรอนิกส์ กรมการทหารสื่อสาร ถนนพหลโยธิน กับกิจกรรม “น้อมดวงใจบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๗ พรรษา” โดยมี พลโท พิรัติ บรรจงเขียน เจ้ากรมการทหารสื่อสาร และพันเอก นรณัฏฐ์ สุวรรณรงค์ ผอ.กองซ่อมเครื่องสื่อสาร-อิเล็กทรอนิกส์ กรมการทหารสื่อสาร ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมาก ทั้ง ข้าราชการทหาร ครอบครัวทหารและประชาชนทั่วไป ณ กองซ่อมเครื่องสื่อสาร – อิเล็กทรอนิกส์ กรมการทหารสื่อสาร

ทั้งนี้ รพ.ราชวิถี ขาดแคลนเลือด – ต้องการเลือดในการรักษาผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก จึงขอเชิญชวน ท่านที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มาร่วมบริจาคโลหิตกับโรงพยาบาลราชวิถี ได้ที่ งานธนาคารเลือด ชั้น 7 ตึกสิรินธร เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 08.30 – 15.30 น. (โดยไม่มีพักกลางวัน) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02 354 8108 ต่อ 3031
Posted on 31 กรกฎาคม 2019 by admin

นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เป็นประธานเปิดงาน “วันรักตับโลก ครั้งที่ 3” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป มีความรู้ในการดูแล และป้องกันโรคตับ นำไปสู่ภาวะโภชนาการและสุขภาพที่ดีขึ้น จัดโดยงานโรคทางเดินอาหาร กลุ่มงานอายุรศาสตร์โรงพยาบาลราชวิถี ร่วมกับมูลนิธิตับแห่งประเทศไทย โดยมี พญ.ปิยะธิดา หาญสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถีและหัวหน้างานโรคทางเดินอาหาร พร้อมคณะให้การต้อนรับ
งานนี้… ได้มีการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซี และตรวจพังผืด (Fibroscan) โดยผู้เชี่ยวชาญ มีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน ณ ห้องประชุม ชั้น 11 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อเร็วๆนี้
Posted on 31 กรกฎาคม 2019 by admin

นายนรินทร์ ตรีสุโกศล ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการสายพาณิชย์ และนายคมสัน เมธาวิภาส ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์สเปรย์กำจัดปลวกและแมลง ภายใต้แบรนด์ “เชนไดร้ท์” และ แชมพูสำหรับสุนัขและแมว ภายใต้แบรนด์ “เชนการ์ด” รับรางวัลซุปเปอร์แบรนด์ประจำปี 2561 จาก นายไมค์ อิงลิช ซีอีโอ ซุปเปอร์แบรนด์ เป็นรางวัลที่มอบให้กับสุดยอดแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับการโหวตจากผู้บริโภคทั่วประเทศ และบุคคลในสายงานด้านการตลาด
นับเป็นรางวัล… ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศเปรียบเสมือนรางวัลสูงสุดอีกชิ้นนึงทางด้านการสร้างแบรนด์ พร้อมตอกย้ำถึงความเชื่อมั่น – ความไว้วางใจในตัวสินค้าให้ผู้บริโภค ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อเร็วๆนี้
Posted on 30 กรกฎาคม 2019 by admin

โศรยา บุนนาค นำทีมเหล่าศิลปินดัง อาทิ ตุ๊ก – วิยะดา โกมารกุล ณ นคร , กบ ทรงสิทธิ์ , เท่ห์ อุเทน , ไต้ฝุ่น KPN , อู๋ ธรรพ์ณธร , เกล ดีล่า , ตั้ม สมประสงค์ เป็นต้น และกลุ่มนักร้อง Thailand Singing Contest นำโดย ไอย์ หนิง อุ้ม บอย รวมพลังจัดคอนเสิร์ต “In The Name of Love Episode2” รายได้มอบให้มูลนิธิรพ.ราชวิถี พร้อมพิธีกรรับเชิญที่จะมาสร้างความสนุกนาน นำโดย ตุ๊ก ญาณี และกอล์ฟ เบญจพล
ท่านที่สนใจสามารถหาซื้อบัตรได้แล้วตั้งแต่วันนี้…. โทร. 089 666 9142 ซึ่งบัตรฯจำหน่ายในราคาตั้งแต่ 1,000 /1,500 / 2,000 / 2,500 และ 3,000 บาท โดยคอนเสิร์ตฯ จะมีขึ้น ในวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม 2562 เริ่มการแสดงเวลา 20.00 น. (ประตูเปิดตั้งแต่เวลา 18.00 น.) ณ ห้องบอลรูม โรงแรมตะวันนา ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ
มาร่วมดื่มด่ำกับบทเพลงรักที่หลากหลากยุคหลายสไตล์… กับเหล่าศิลปินใจบุญที่มารวมพลังจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เพื่อระดมทุนหารายได้จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี
Posted on 25 กรกฎาคม 2019 by admin

นายนรินทร์ ตรีสุโกศล ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการสายพาณิชย์ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำทีมพนักงานจิตอาสาที่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจด้วยการเป็นผู้ให้ ร่วมกิจกรรม “เชอร์วู้ด ทำดีบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ร.10” โดยร่วมบริจาคโลหิตเพื่อลดภาวการณ์ขาดแคลนโลหิตและเพิ่มปริมาณโลหิตสำรอง เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยเชอร์วู้ดฯได้รณรงค์ให้พนักงานมาบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ทุกๆ 3 เดือน เพื่อให้โลหิตเพียงพอต่อความต้องการนำไปรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้บริจาคด้านการช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดใหม่ช่วยให้ผิวพรรณสดใส และลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ อีกด้วย ในวันอังคารที่ 30 กรกฎาคม, 2562 เวลา 13.00 น. ณ โรงพยาบาลราชวิถี นับเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่บริษัทฯ ทำอย่างต่อเนื่องเสมอมา
Posted on 25 กรกฎาคม 2019 by admin
มะเร็ง” พบว่าเป็นได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ และมีมะเร็งที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม – นึกไม่ถึง นั่นคือ มะเร็งศีรษะและลำคอ ซึ่งโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจส่วนบนและบริเวณคอ หรือเรียกว่า มะเร็งของหู คอ จมูก นั่นเอง ฉะนั้น…. เราจึงมาสร้างความตระหนักรู้ถึงมะเร็งที่ถูกมองข้ามนี้

มะเร็งศีรษะและคอที่พบบ่อย คือ มะเร็งช่องปาก ช่องคอ กล่องเสียง โพรงจมูกและไซนัสโพรงหลังจมูก ต่อมไทรอยด์ และต่อมน้ำลาย จากสถิติทะเบียนมะเร็งไทยปี 2558 พบว่ามะเร็งช่องปากพบมากเป็นอันดับ 6 ของเพศชาย และอันดับ 10 ของเพศหญิง ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถี มีผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอรายใหม่ เข้ามารักษาเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2558 จำนวน 529 คน ปี 2559 จำนวน 600 คน และปี 2560 จำนวน 673 คน
ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งศีรษะและคอ มาจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ คือการสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การเคี้ยวหมาก การใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดีหรือมีฟันแหลมคมที่ทำให้เกิดการระคายเคือง มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง ซึ่งอาการที่ส่งสัญญาณเตือนได้แก่ เป็นแผลที่ลิ้นหรือช่องปากที่ไม่หายภายใน 3 สัปดาห์ เจ็บคอ เสียงแหบ กลืนติด ที่รักษาด้วยยาแต่ไม่ดีขึ้น มีน้ำมูกหรือเสมหะปนเลือด มีก้อนที่คอหรือในบริเวณช่องปาก ช่องคอที่โตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากท่านมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกับมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย
โดยการรักษาในระยะเริ่มแรก ส่วนใหญ่ใช้การรักษาเพียงวิธีเดียว เช่น การผ่าตัด หรือ การฉายรังสี ส่วนมะเร็งระยะลุกลาม ใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกัน ทั้งการผ่าตัด การฉายรังสีร่วมกับการให้เคมีบำบัด ซึ่งผลการรักษาขึ้นอยู่กับการตอบสนองการรักษา และผู้ป่วยที่เป็นระยะลุกลามมีการรักษาหลายวิธีร่วมกันซึ่งมีการใช้ทรัพยากรมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการรักษาวิธีเดียวในผู้ป่วยมะเร็งระยะเริ่มแรก

การผ่าตัดผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะลุกลาม มีการใช้เทคโนโลยีระดับสูงได้แก่ เทคนิคปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ เพื่อการซ่อมอวัยวะที่ถูกตัดไป เนื่องจากการตัดบริเวณที่เป็นมะเร็งจะตัดห่างจากขอบด้านละ 1-2 ซม. ฉะนั้นหากคนไข้มารักษาในระยะลุกลามก็จะต้องตัดออกพื้นที่มาก หากเป็นที่ลิ้นก็จะต้องมีการตัดลิ้นบางส่วนออกไป ผู้ป่วยเสียปริมาตรลิ้นไปทำให้การพูดและการกลืนลำบาก จึงมีการปลูกกถ่ายเนื้อเยื่อจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น แขน ขา หรือหน้าแข้งแล้วแต่ความเหมาะสม มาแทนเนื้อเยื่อเดิมที่ตัดออกไป ซึ่งจะอาศัยการต่อเส้นเลือดจากอวัยะที่นำมาปลูกถ่ายต่อกับเส้นเลือดบริเวณศีรษะและคอที่มีอยู่ การผ่าตัดชนิดนี้เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ผู้ป่วยจะต้องมีความแข็งแรงมากพอ ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัด 8-10 ชั่วโมง และทีมแพทย์ พยาบาลจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดผู้ป่วยมะเร็งระยะเริ่มแรกซึ่งผ่าตัดบริเวณมะเร็งออกแล้วไม่ต้องปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ ใช้ระยะเวลาสั้นกว่า อุปกรณ์ไม่ซับซ้อน เปรียบเทียบกับเครื่องมืออุปกรณ์ร่วมด้วย ดังนั้นค่าใช้จ่ายต่อรายของผู้ป่วยย่อมมากกว่าหลายเท่า ซึ่งในแต่ละปีมีผู้ป่วยระยะลุกลามที่รับการผ่าตัดและปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ
แต่ทั้งนี้เราสามารถ ป้องกันโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอ ได้แก่ การรักษาความสะอาดของช่องปาก การพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน จะช่วยให้ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งช่องปากลดลงโดยลดสารก่อมะเร็ง ลดการระคายเคืองของฟันแหลมคม และตรวจค้นหามะเร็งช่องปากตั้งแต่ระยะเริ่มแรกได้

โดยในแต่ละปีของ รพ.ราชวิถี มีผู้ป่วยมะเร็ง ศีรษะ และคอรายใหม่ รวมถึงมะเร็งอื่นๆ เข้ามารักษาอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งมีความยุ่งยากซับซ้อน เนื่องจากเป็นศูนย์รับส่งต่อที่ใหญ่ที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และมีศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Center of Excellence) ด้านโสต ศอ นาสิก และมะเร็งศีรษะและคอ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ยากไร้ มีฐานะยากจน ถึงแม้ว่าค่ารักษาพยาบาลจะสามารถใช้สิทธิการรักษาของรัฐได้ เช่น สิทธิประกันสุขภาพ สิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ เป็นต้น แต่จะมีเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากการถูกส่งตัวมา รพ.ราชวิถีและมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี ตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้จัดตั้ง”กองทุนพิชิตมะเร็ง มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” ขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ ให้ได้มีโอกาสเข้าถึง และรับการรักษาที่เป็นมาตรฐานรวมทั้งผลการรักษามีประสิทธิภาพ

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน สามารถบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 0512163221 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี หรือ สอบถามโทร 02-3547997-9หรือ www.rajavithifondation.com มาร่วมต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษา
Posted on 23 กรกฎาคม 2019 by admin

นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถีและนพ.อุดม เชาวรินทร์ กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี รับมอบเงินบริจาค จาก คุณนงนุช – คุณนลินี ไกรพานนท์ และ คุณเรวัตร์ – คุณศริณย์พร นันตะสุคนธ์
เพื่อสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับกลุ่มงานต่างๆ
ในโรงพยาบาลราชวิถี สมทบกองทุนพิชิตมะเร็ง
กองทุนการวิจัยเรื่องโรคเบาหวานและการตั้งครรภ์
และกองทุนผู้ป่วยอัมพาตจากกระดูกสันหลังบาดเจ็บ ณ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลราชวิถี
เมื่อเร็วๆนี้
สำหรับผู้มีจิตศรัทธา… สามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 0512163221 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี หรือ สอบถามโทร 02-3547997-9 หรือ www.rajavithifoundation.com
Posted on 21 กรกฎาคม 2019 by admin
หากเอ่ยถึงปลวก เราคงเคยเห็นมันชอบแอบอยู่ในไม้ตามซอกหลืบต่างๆ แทะเล็มทุกสิ่งอย่างที่เป็นไม้ ใช่แล้ว!!! เพราะปลวกเป็นแมลงที่ต้องการเซลลูโลสเป็นอาหารหลักในการดำรงชีวิต ซึ่งเซลลูโลสนั้นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเนื้อไม้ ดังนั้นเราจึงพบปลวกเข้าทำความเสียหายให้แก่ไม้ หรือโครงสร้างไม้ภายในอาคารบ้านเรือน รวมถึงวัสดุข้าวของเครื่องเรือน เครื่องใช้ต่างๆ ที่ทำมาจากไม้และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบ
ปลวกใต้ดินจัดเป็นปลวกที่ก่อความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนมากที่สุด การเข้าทำลายของปลวกชนิดนี้จะเริ่มขึ้นจากปลวกที่อาศัยอยู่ใต้พื้นดิน ทำท่อทางเดินดินทะลุขึ้นมาตามรอยแตกแยกของพื้นคอนกรีต หรือรอยเชื่อมต่อระหว่างผนัง เสา และคานไม้ พื้นปาร์เก้ คร่าว เพดาน คร่าวฝา ไม้วงกบประตู และหน้าต่าง เป็นต้น

ปลวกเกิดจากอะไร ผู้ที่เคยประสบปัญหานี้คงสงสัยยิ่งนัก ปลวกเกิดจากแมลงเม่าเพศผู้และเพศเมีย เมื่อฤดูกาลเหมาะสม ส่วนใหญ่มักเป็นช่วงหลังฝนตกปีละประมาณ 2-3 ครั้ง โดยจะบินออกจากรังในช่วงเวลาพลบค่ำประมาณ 18.30-19.30 น. เพื่อมาเล่นไฟจับคู่ผสมพันธุ์กันจากนั้นจึงสลัดปีกทิ้งไป แล้วเจาะลงไปสร้างรังในดินในบริเวณที่มีแหล่งอาหารและความชื้น หลังจากนั้นแมลงเม่าสองตัวก็จะกลายสภาพเป็นราชาและราชินีปลวก ราชินีเริ่มต้นขบวนการวางไข่อย่างต่อเนื่อง เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่ทางนางพญาจะผลิตปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง พอถึงฤดูผสมพันธุ์ปลวกจำนวนนี้จะกลายเป็นแมลงเม่าบินอำลาจากจอมปลวกอันเก่าเพื่อเริ่มต้นจับคู่และสร้างอาณาจักรของมันเองขึ้นมาอีกครั้งนึง

วิธีการป้องกันหรือกำจัดปลวก เพื่อให้บ้านของเราปลอดภัยจากเจ้าปลวกตัวร้ายนั้นทำได้โดยการ
1. กำจัดกระดาษเหลือใช้ ไม่ให้ปลวกสร้างทางเดินเข้าบ้าน:
เริ่มต้นด้วยวิธีง่ายๆอย่างการกำจัด “เซลลูโลส” อาหารหลักของปลวก
ออกไปจากบ้านของท่านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
พวกลังกระดาษหรือถุงกระดาษเหลือใช้ต่างๆ
หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้จริงๆก็ควรกำจัดทิ้ง
เพราะกระดาษนั้นเป็นหนึ่งในอาหารหลักที่เหล่าปลวกชื่นชอบ
เพราะสามารถย่อยสลายได้ง่าย
2.หมั่นตรวจสอบบ้าน รับบริการจากผู้เชี่ยวชาญ: หากท่านยังไม่พร้อมติดตั้งระบบป้องกันปลวก ก็ควรตรวจสอบบ้านอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยที่สุด 1 ครั้งในทุกๆ 2 เดือน ซึ่งการตรวจสอบนี้ควรยกให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญผู้มีความรู้และประสบการณ์จากบริษัทกำจัดแมลงที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เพราะเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบอย่างยิ่งยวด ทั้งยังต้องตรวจตราในสถานที่ๆเข้าถึงยาก เช่นตามซอกหลืบ และบริเวณที่มืดหรืออับชื้นด้วย
3.แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างอาณาเขตป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ: การติดตั้งระบบกำจัดปลวกเอาไว้ก่อนทั้งที่ยังไม่เห็นตัวปลวกเมื่อบ้านยังไม่ถูกทำลายนั้น ก็ย่อมเป็นหนทางป้องกันตั้งแต่ที่ต้นเหตุที่รัดกุมกว่าเพราะนอกจากจะเป็นการสร้างแนวป้องกันไม่ให้ปลวกได้มีโอกาสเข้ามารุกรานบ้านของท่านได้แล้ว ยังเป็นการป้องกันไม่ให้บ้านและเฟอร์นิเจอร์ถูกทำลายจนเสียหายไว้ล่วงหน้าด้วยเช่นกัน ซึ่งย่อมส่งผลต่อความเสี่ยงที่ลดลง และค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอย่างแน่นอนค่ะ

ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบวิธีการและสารป้องกันกำจัดปลวกเพิ่มขึ้นมาอีกหลากหลายชนิด ในบรรดาสารกำจัดปลวกที่พัฒนาขึ้นใหม่นั้นสารฟิโพรนิล(Fipronil)เป็นสารที่มีการรายงานว่าเป็นสารที่นิยมใช้กันมากที่สุด สารฟิโพรนิลนี้จัดเป็นสารเคมีในกลุ่มที่ไม่มีฤทธิ์ไล่(non repellent) มีคุณสมบัติพิเศษที่เมื่อได้ทำการใช้สารกลุ่มนี้ไปในบริเวณใดที่ต้องการกำจัดปลวกแล้วปลวกจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามีสารที่เป็นพิษอยู่ในบริเวณนั้นจึงเดินผ่านเข้ามาสัมผัสและได้รับสารพิษติดตัวไป ปรากฏการแบบนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การกำจัดปลวกได้ผลดี สามารถกำจัดปลวกให้หมดไปได้ มีผลงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของสารกลุ่มใหม่นี้ในการกำจัดปลวกได้ดีและต่อเนื่องเมื่อใช้ตามความเข้มข้นและวิธีการที่กำหนด สำหรับการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารฟิโพรนิลกับสารอื่นๆในกลุ่มเดียวกัน ผลปรากฏว่าฟิโพรนิลทำให้ประชากรปลวกภายในรังเกิดปรากฏการณ์ตายต่อเนื่องได้ดีกว่า
ในการกำจัดปลวกโดยสารฟิโพรนิลนั้น เมื่อปลวกได้สัมผัสกับสารแล้วสารตัวนี้จะติดร่างกายปลวกไปโดยไม่รู้ตัว และปลวกเป็นแมลงสังคม มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ปลวกในรังทุกตัวไม่ได้ออกไปหาอาหารแต่จะได้รับอาหารจากปลวกงานที่ออกไปหาอาหารนอกรังและได้รับสารพิษติดมา พฤติกรรมการส่งต่ออาหารซึ่งกันและกัน และการสัมผัสหรือแตะของปลวกงานที่ได้รับสารพิษกับปลวกตัวอื่นๆในรัง ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษในตัวปลวกทั้งรังค่อยๆเพิ่มปริมาณขึ้นจนในที่สุดก็จะตายหมดได้หรืออาจกล่าวได้ว่า ฟิโพรนิลมีคุณสมบัติทำให้ประชากรปลวกในรังค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องและตายหมด ทั้งรัง ในที่สุด (total elimination)

รูปแบบของผลิตภัณฑ์กำจัดปลวกที่มีสารฟิโพรนิลเป็นองค์ประกอบหลักที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบันมีด้วยกัน 3 ชนิด คือ
1.แบบน้ำยาราดพื้น โดยน้ำยาจะทำหน้าที่ซึมลงดินเพื่อเน้นกำจัดปลวกที่อยู่ใต้ดิน
2.แบบผง จะสามารถใช้กำจัดปลวกกับพื้นที่ที่ต้องการให้ปลอดจากความชื้น เช่น ภายในแผงสวิชท์ไฟฟ้า เบ้าเสียบสายไฟฯลฯ
3.ชนิดสเปรย์ฉีดในรูปของโฟม ซึ่งมีข้อดีที่แตกต่างกับรูปแบบอื่น คือ เนื้อโฟมจะสามารถขยายตัวซอกซอนลึกเข้าไปตามรอยแตกของพื้นหรือผนัง ช่องว่างภายในผนังสองชั้น และตามรอยต่อของพื้นและผนังที่น้ำยาหรือยาผงไม่สามารถซึมเข้าไปได้ถึง

ไม่ยากใช่มั๊ย…..สำหรับการป้องกันและกำจัดปลวกศัตรูร้ายทำร้ายบ้านเรา ใครๆ ก็ทำได้
******************************************************
อ้างอิงบทความ
จารุณี วงศ์ข้าหลวง และ ขวัญชัย เจริญกรุง : 2551 ปลวก การป้องกันและกำจัด กรุงเทพมหานคร ห้างหุ้นส่วนจำกัด อักษรสยามการพิมพ์ ; A Field Evaluation of Fipronil Used for termite Control. https://www.pctonline.com.
Posted on 18 กรกฎาคม 2019 by admin

นายคมสัน เมธาวิภาส ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และนายนรินทร์ ตรีสุโกศล ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการสายพาณิชย์ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัลสุดยอดโฆษณา Cannes Lions 2019 : BRONZE LION หมวด Film (หมวดภาพยนตร์) เรื่อง “ปลวก” ของผลิตภัณฑ์ “เชนไดร้ท์ โฟม” พร้อมกันนี้ นิตยสาร มาร์เก็ตเธียร์ ได้มอบรางวัลและแสดงความยินดีกับ แบรนด์ไทยด้วยรางวัลภาพยนตร์โฆษณาแห่งความคิดสร้างสรรค์จาก Marketeer Cannes the winner 2019 เพราะ “คุณคือความภาคภูมิใจของประเทศไทย”
“เชนไดร้ท์ โฟม” เป็นสเปรย์โฟมเจ้าแรก – เจ้าเดียวในเมืองไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สเปรย์กำจัดปลวก โดยมีโฆษณาเน้นความสนุกสนาน แต่มีสาระความเป็นนวัตกรรมใหม่ของเชนไดร้ท์ โฟม ที่มาช่วยดึงดูดความน่าสนใจในการสื่อสารข้อมูลถึงผู้บริโภค ที่ให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ณ ห้องศศินทร์ฮอลล์ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเร็วๆ นี้

Posted on 18 กรกฎาคม 2019 by admin
มะเร็งในผู้หญิงในปัจจุบันนี้ นับว่ามีความน่าห่วงเพิ่มมากขึ้น จากการใช้ชีวิตและด้วยสภาพแวดล้อมสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิง คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตามลำดับ และมะเร็งที่ถือได้ว่าเป็นมะเร็งที่น่าห่วงมากที่สุดในผู้หญิงสมัยนี้นั้นก็คือ มะเร็งปากมดลูก จากตัวเลขที่มีเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี และพบผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย และเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ซึ่งมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้ และสามารถตรวจคัดกรองหาความผิดปกติได้ก่อน

ปัจจุบันสถานการณ์มะเร็งในหญิงไทยมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่โชคดีที่เราสามารถมีวิธีการสืบค้นได้มากขึ้น มีการตรวจพบในระยะต้นๆได้มากขึ้น และพบได้กับคนไข้ในกลุ่มที่อายุน้อยมากขึ้น มะเร็งในผู้หญิงเรา มีมะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม
มักพบในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป แต่ก็อาจพบได้ในคนที่มีอายุน้อย ๆ เช่น 20 ปี โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีประวัติการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย มีคู่นอนหรือมีสามีหลายคน หรือมีสามีที่มีความสำส่อนทางเพศ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้

จากข้อมูลจากสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ปี 2560 ระบุว่าในแต่ละปีจะพบว่าสตรีไทยป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ 5,513 ราย และหากลงลึกไปอีกจะพบว่าในแต่ละวันจะมีสตรีป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มถึง 15 ราย และแต่ละปีจะมีสตรีไทยเสียชีวิตเพราะมะเร็งปากมดลูกถึง 2,251 ราย หรือเฉลี่ยจะมีสตรีไทยเสียชีวิตเพราะมะเร็งปากมดลูกวันละ 6 ราย ผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ถึง 8,184 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก
ทั้งนี้ สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก
มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากไวรัสเอชพีวีที่ก่อให้เป็นมะเร็งปากมดลูก
โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้จะติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ทำให้มีรอยถลอกของผิวหรือเยื่อบุในอวัยวะสืบพันธุ์
จึงทำให้เชื้อไวรัสสามารถเข้าไปอยู่ที่ปากมดลูก
ทำให้ปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหรือเซลล์ของปากมดลูก
จนกลายเป็นเซลล์หรือเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง (ระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก)
และเป็นมะเร็งในที่สุด

การรักษาผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก สามารถรักษาด้วยการผ่าตัด การใช้เคมีบำบัด และการฉายแสง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะของโรค และชนิดของเซลที่ทำให้เกิดโรค หากเป็นในระยะเริ่มต้นส่วนใหญ่จะรักษาด้วยการผ่าตัด หากเป็น ระยะ 2 และ 3 ขึ้นไป การรักษาเป็นการฉายแสงและหรือ ร่วมกับยาเคมีบำบัด โดยการรักษาผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 1 มีการประยุกต์เทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องที่ทั่วโลกใช้มานาน เป็นการผ่าตัดแบบไร้แผลให้ผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช แทนการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องหรือส่องกล้องทางหน้าท้องที่ต้องตัดมดลูกออก โดยการสอดกล้องเข้าไปทางช่องคลอดแล้วใช้วิธีการที่พัฒนาขึ้นในการแยกปากมดลูกและท่อปัสสาวะได้ชัดเจน ก่อนจะตัดปากมดลูกที่เป็นมะเร็งออก ทำให้สามารถรักษามดลูกของผู้ป่วยไว้ได้ ซึ่งผู้ป่วยเป็นมะเร็งส่วนใหญ่มักสิ้นหวังกับการมีชีวิต คิดว่าเป็นมะเร็งแล้วจะต้องตายแน่ๆ แต่จริงๆ แล้ว มะเร็งยิ่งรักษาเร็วยิ่งมีโอกาสรอดชีวิตสูง และกำลังใจของผู้ป่วยนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง
และการป้องกันตัวเองจากมะเร็งปากมดลูก สำหรับผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกภายใน 3 ปีหลังการมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เว้นแต่กับผู้ชายที่จะให้เป็นพ่อของลูก และหากยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์อาจเริ่มตรวจได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไปโดยการตรวจแปปสเมียร์ (Pap test) ร่วมกับการตรวจหาเชื้อ HPV ส่วนผู้หญิงที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ที่มีอายุตั้งแต่ 9 – 26 ปีควรฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับต่อต้านเชื้อ HPV ก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก

โดยปีที่ผ่านมา(2561) รพ.ราชวิถีมีผู้ป่วยด้านมะเร็งนรีเวช จำนวน 639 คน อาทิ มะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูกและมะเร็งนรีเวชอื่นๆ เป็นต้น และปัจจุบันยังมีผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รอรับการรักษา ทั้งด้วยการผ่าตัดการให้ยาเคมีบำบัด หากเขาเหล่านั้นได้รับการรักษาเร็วโอกาสที่จะหายและสามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติมากขึ้นจากการที่ รพ.ราชวิถี มีผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รอรับการรักษาอยู่จำนวนมากนั้น เนื่องจากรพ.เป็นศูนย์รับส่งต่อที่ใหญ่ที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงมีการรอคิวในการรักษาที่ค่อนข้างยาวและผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ยากไร้ มีฐานะยากจน ดังนั้นทางรพ.ราชวิถีและมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี จึงได้จัดตั้ง “กองทุนพิชิตมะเร็ง มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ ให้ได้มีโอกาสรับการรักษาและสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว
ดังนั้น จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน สามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 0512163221 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี หรือ สอบถามโทร 02-3547997-9หรือ www.rajavithifondation.com มาร่วมต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษา
Posted on 08 กรกฎาคม 2019 by admin

“เชนการ์ด รุกตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงต่อเนื่อง มุ่งเน้นช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และขยายฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ในยุคดิจิตอล 4G ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เอื้ออำนวยความสะดวก –รวดเร็วให้ผู้บริโภค โดยจับมือกับเว็บไซต์ขื่อดัง shopee และ lazada ด้วยการทำธุรกิจ e-commerce พร้อมเสริมความแข็งแกร่งโตแบบก้าวกระโดดด้วยกลยุทธ์การตลาด360 ทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขาย โปรโมชั่น Sampling รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ และใช้ Influencer มั่นใจยอดขายโตตามเป้าอย่างแน่นอน…
นายนรินทร์ ตรีสุโกศล ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการสายพาณิชย์ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยปัจจุบันเมืองไทยเราเป็นยุคดิจิตอล4G ที่มีการซื้อขายหรือบริการส่งถึงที่ทางอินเตอร์เน็ต หรือเรียกว่า e-commerce นั้น นับเป็นธุรกรรมที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะอินเตอร์เน็ตได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันและขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วมาก ประกอบกับการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นวิธีการทำตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว –ต้นทุนในการลงทุนต่ำ รวมทั้งมีความทันสมัยอีกด้วย
ดังนั้น เชนการ์ดจึงสบโอกาส ในการเพิ่มช่องทางการตลาด และขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ทางออนไลน์ด้วยการส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ “เชนการ์ด เฟรซ ออดอร์ โซลูชั่น สเปรย์” สู่ถึงมือผู้บริโภคโดยจับมือ website ecommerce ยอดฮิต ทั้ง “shopee และ lazada” ที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว และเพื่อสร้างความสะดวกสบายในการซื้อขายได้ตลอด 24 ชม.อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถบอกต่อและกระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงแชร์ถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งช่องทางเหล่านี้เป็นตัวช่วยทำให้การขายหรือแนะนำสินค้ามีประสิทธิภาพมากทีเดียว

นอกจากนี้ สินค้า “เชนการ์ด เฟรซ ออดอร์ โซลูชั่น สเปรย์” “Fresh Odor Solution สเปรย์กำจัดกลิ่นสำหรับสัตว์เลี้ยง” มีจุดขายโดดเด่น แห้งเร็ว ดับกลิ่นนาน ปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม ด้วยคุณสมบัติพิเศษสารสกัดจากสมุนไพร OGD-1 (Natural Odorless Absorber) ลิขสิทธิ์เฉพาะของ
เชนการ์ด อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นในราคาพิเศษสุดๆ รวมถึงสินค้าเชนการ์ดทุกชนิดด้วย เฉพาะช่องทางออนไลน์ทั้ง shopee และ lazada เท่านั้น สามารถเลือกดูสินค้าและสั่งซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คาดว่ายอดขายจะได้ตามเป้าที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน นายนรินทร์ กล่าวในตอนท้าย
เชนการ์ด อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นในราคาพิเศษสุดๆ รวมถึงสินค้าเชนการ์ดทุกชนิดด้วย เฉพาะช่องทางออนไลน์ทั้ง shopee และ lazada เท่านั้น สามารถเลือกดูสินค้าและสั่งซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คาดว่ายอดขายจะได้ตามเป้าที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน นายนรินทร์ กล่าวในตอนท้าย


เหล่าสาวกคนรักสัตว์เลี้ยง… ไม่ควรพลาดและสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวและเรื่องราวน่ารักๆ พร้อมโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ : https://www.facebook.com/ChaingardThai
Posted on 08 กรกฎาคม 2019 by admin

เนื่องในโอกาสครบรอบ 150 ปี สัมพันธไมตรีไทย-ออสเตรีย สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศออสเตรีย และมหาวิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง ณ กรุงเวียนนา (University of Music and Performing Arts Vienna) ได้ร่วมกันดำเนินการจัด “การแสดงดนตรีฉลอง 150 ปี สัมพันธไมตรีไทย-ออสเตรีย” เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันดีระหว่างสาธารณรัฐออสเตรียและประเทศไทย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 เวลา 15.00 น. ณ โรงแสดงละคร พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace Theater) กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย บรรเลงเพลงโดยวงดุริยางค์เฉพาะกิจระหว่างสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา และมหาวิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง ณ กรุงเวียนนา ภายใต้การอานวยเพลงของวาทยกรที่มีชื่อเสียงชาวออสเตรีย โจฮันเนส ไมเซิล (Prof.Johannes Meissl) ที่ผ่านมานั้น
ทั้งนี้จะมีกำหนดการจัดแสดงขึ้นในประเทศไทย วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562 เวลา 16.00 น. ณ ห้องสังคีตวัฒนา สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา โดยความร่วมมือของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา และสถานทูตออสเตรีย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการแสดงคอนเสิร์ต PYO 6th Season Finale Concert ปิดฤดูกาลแสดงที่ 6 ของวงดุริยางค์เยาวชนสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ภายใต้การอานวยเพลงของวาทยกรที่มีชื่อเสียงชาวออสเตรีย โจฮันเนส ไมเซิล (Prof. Johannes Meissl) บรรเลงโดยวงดุริยางค์เยาวชนสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา
รายการแสดง ดังนี้
สามารถสารองที่นั่งนั่งออนไลน์ (จำนวนจากัด 50 ที่นั่ง) ได้ที่ www.reservation.pgvim.ac.th หรือผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 0 2447 8597 ต่อ 1130 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
Posted on 04 กรกฎาคม 2019 by admin

นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ ผ่าตัดผ่านกล้องบาดเจ็บน้อย ครั้งที่ 5 “5th MISUR : UNBOUND MIS UROLOGY” จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่นวัตกรรม – เทคโนโลยีด้านการแพทย์ในการผ่าตัดผ่านกล้องทำให้คนไข้บาดเจ็บน้อยที่สุด ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และแบ่งปันความรู้ด้านวิชาการให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งไทยและต่างประเทศ ในหัวข้อที่น่าสนใจ โดยมี นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์สุกรม ซีเจริญ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหารโรงพยาบาลราชวิถี และทีม MIS Urology Rajavithi ให้การต้อนรับ
งานนี้… มีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน ณ ห้องประชุมชั้น 12 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อเร็วๆนี้
Posted on 24 มิถุนายน 2019 by admin
เพราะหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของสมองและร่างกายที่แข็งแรง คือ อาหารที่มีประโยชน์อาหารที่เราเลือกรับประทานเข้าไปจะส่งผลต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ดังนั้นนักกำหนดอาหารจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำว่าเราควรรับประทานอาหารประเภทใด เพื่อช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับร่างกาย รวมทั้งเพื่อป้องกันการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่อาจจะเกิดกับร่างกายได้

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมนักกำหนดอาหารจัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2562 เรื่อง “ความร่วมมือของเครือข่ายนักกำหนดอาหารในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค” เพื่ออัพเดทข้อมูล และนำเสนองานวิจัยใหม่ เพื่อยกระดับความรู้ของวงการนักกำหนดอาหารในประเทศไทย ซึ่งหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากนักกำหนดอาหารที่เข้าร่วมประชุมกว่า 800 คนเป็นอย่างมาก คือการนำเสนอผลงานวิจัยเกี่ยวกับ “เปปไทด์จากไก่ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองในด้านความคิดและการจดจำ” ณ ห้องเมย์แฟร์ แกรนด์ บอลรูม โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพ (สหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการวิจัยทางคลีนิกที่น่าสนใจในหัวข้อ “เปปไทด์จากไก่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองในด้านความคิดและการจดจำ” ซึ่งเปปไทด์จากไก่ เป็น เปปไทด์โมเลกุลเล็กที่ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ในทันที การศึกษาล่าสุดซึ่งเป็นการวิจัยทางคลีนิกแบบสุ่ม ในกลุ่มอาสาสมัครสุขภาพดี ถึงผลของเปปไทด์จากไก่ ต่อความจำระยะสั้น ความจำขณะทำงาน และความตั้งใจ โดยพบว่ากลุ่มทดลองที่ดื่มซุปไก่สกัด ซึ่งเป็นเปปไทด์จากไก่ และกลุ่มควบคุมซึ่งดื่มซุปไก่หลอก (โปรตีนสกัดจากปลา) เป็นประจำทุกวันต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่าซุปไก่สกัดช่วยเพิ่มประสิทธิผลการทำงานของสมองในด้านความจำ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีภาวะเครียดในระดับปานกลางและสูงได้ดี ซึ่งจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงในส่วนของความจำระยะสั้นดีขึ้นเมื่อครบสัปดาห์แรกของการทดลอง กล่าวโดยสรุปได้ว่าซุปไก่สกัดมีผลช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมองในด้านความจำและมีผลช่วยเพิ่มความจำระยะสั้นในกลุ่มผู้ใหญ่ คนวัยทำงานที่มีภาวะเครียดจากใช้ชีวิตประจำวันได้ดี

นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยในระดับนานาชาติมากมายที่พบว่า ซุปไก่สกัดหรือเปปไทด์จากไก่ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารฟังก์ชั่นที่ช่วยบำรุงสมอง สามารถช่วยเพิ่มคลื่นสมองแบบอัลฟ่าที่ช่วยเรื่องสมาธิ และยังช่วยเพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนหน้า ซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับความคิด ความจำให้ทำงานดีขึ้นจึงช่วยลดความเหนื่อยล้าของสมองจากการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และความจำ นอกจากนี้ ซุปไก่สกัดยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมและคุณภาพของน้ำนมของคุณแม่ตั้งครรภ์ อีกด้วย

เพราะอาหารไม่ใช่กินให้หายหิวเท่านั้น แต่การกินควรคำนึงถึงคุณค่าสารอาหารและประโยชน์ที่จะได้รับเป็นสิ่งสำคัญ ดังคำพูดของบิดาทางการแพทย์ของชาวกรีกล่าวไว้ว่า “จงใช้อาหารเป็นยารักษาโรค”หากเรารู้จักเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยส่งเสริมความสามารถของสมอง ก็จะช่วยให้เราใช้สมองได้เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังสามารถป้องกันความเสื่อมที่เกิดกับสมองได้อีกด้วย
Posted on 24 มิถุนายน 2019 by admin
โรคมะเร็งเป็นภัยเงียบ คร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับ1 ถึง 70,000 คนต่อปี หรือเกือบ 200 คนต่อวัน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 ราย การรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และการเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็วจะทำให้มีโอกาสรอดชีวิตสูง ดังนั้น “มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” ชวนคนไทยทั่วประเทศผนึกกำลังเป็น “ทีมราชวิถี ซูเปอร์ฮีโร่ พิชิตมะเร็ง” สานต่อพลังบุญ ต่อชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง ร่วมบริจาคสมทบกองทุนพิชิตมะเร็ง มูลนิธิรพ.ราชวิถีโดยมีเหล่าศิลปิน ดารา – นักร้องใจบุญทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กเข้าร่วมทีม ซูเปอร์ฮีโร่กว่า 80 คน พร้อมเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์ให้กับโครงการฯ อาทิ คุณสมบัติ เมทะนี, คุณรอง เค้ามูลคดี , คุณดาวใจ ไพจิตร, คุณตุ๊ก วิยะดา, คุณวาววา -ณิชารีย์ , คุณศิริลักษณ์ ผ่องโชค, คุณกรุง ศรีวิไล , คุณวินัย พันธุรักษ์,คุณปราโมทย์ วิเลปะนะ เป็นต้น โดยภายในงาน ยังมีการเสวนาแนวทางพิชิตมะเร็ง “มะเร็งศีรษะ-คอมะเร็งที่ถูกมองข้าม และมะเร็งน่าห่วงในสตรีไทยยุคใหม่” โดย นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี นพ.ณัฐ นิยมอุดมวัฒนา แพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก และผศ.พิเศษ.พญ.อรัญญา ยันตพันธ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช รพ.ราชวิถี พร้อมประสบการณ์จริงจากผู้ป่วยมะเร็งด้วย

นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า โรคมะเร็งเป็นภัยเงียบ คร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับ 1 และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในส่วนโรงพยาบาลราชวิถี ได้ดูแลรักษาป่วยมะเร็งจากทั่วประเทศ ทั้งในส่วนผู้ป่วยของรพ.เอง และผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอื่น โรงพยาบาลราชวิถีมีศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งอย่างครบวงจร ทั้งการฉายแสง เคมีบำบัด รวมทั้งการผ่าตัด ครอบคลุมมะเร็งในทุกด้าน เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งนรีเวช มะเร็งศีรษะและลำคอ มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น
ในปี 2561 ที่ผ่านมา รพ.ราชวิถี รักษาผู้ป่วยมะเร็งมากถึง 15,670 คน หรือเฉลี่ยวันละ 43 คน เป็นผู้ป่วยมะเร็งที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศปีละ 10,250 คน หรือเฉลี่ยวันละ 28 คน แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ บุคลากรทางการแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งที่จำเป็นต้องรักษาอาจต้องรอคิวการรักษายาวนานซึ่งการรอเพื่อรับการรักษาในผู้ป่วยโรคมะเร็งเหล่านี้ เป็นปัญหาสำคัญ หากผู้ป่วยได้รับการรักษาเร็วโอกาสที่จะหายและสามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติจะมีมากขึ้น]

ดังนั้นมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี จึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลราชวิถี ได้ก่อตั้งโครงการ “ทีมราชวิถี ซูเปอร์ฮีโร่ พิชิตมะเร็ง” ขึ้น เพื่อสนับสนุนให้เกิดการรักษามะเร็งที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และส่งเสริมดำเนินงานของโรงพยาบาลราชวิถี ในด้านการบริการผู้ป่วยตลอดจนงานด้านการศึกษาวิจัย ค้นคว้าทางวิชาการในด้านการรักษาผู้ป่วยมะเร็งซึ่งการพิชิตมะเร็ง หากรู้เร็ว และรักษาได้ไว โอกาสมีชีวิตรอดก็สูง การรักษามะเร็งมีค่อนข้างสูง การระดมทุนในการทำกิจกรรมส่งเสริมครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยในการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ทันสมัยให้เพียงพอ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากจะได้ไม่ต้องรอรักษานาน
โครงการฯ จึงเป็นกิจกรรมหนึ่งเพื่อรณรงค์ ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับทีมซูเปอร์ฮีโร่ พิชิตมะเร็ง พร้อมเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์โครงการให้มีผู้ร่วมบริจาคสมทบ “กองทุนพิชิตมะเร็ง มูลนิธิ รพ.ราชวิถี” ในการนำไปรักษาผู้ป่วยมะเร็ง

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแคมเปญ“กองทุนพิชิตมะเร็ง มูลนิธิรพ.ราชวิถี” โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 0512163221 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี หรือ สอบถามโทร 02-3547997-9หรือ www.rajavithifondation.com มาร่วมต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษา