Archive | ข่าว

“เอนี่เพย์” ยกระดับความปลอดภัยสารสนเทศสู่มาตรฐานสากล รับรอง ISO/IEC 27001:2022 ตอกย้ำความเชื่อมั่นธุรกรรมดิจิทัล

Posted on 26 สิงหาคม 2026 by admin

          บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) และระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ด้วยได้รับใบรับรองฯ ISO/IEC 27001:2022 มาตรฐานสากลด้านระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management System: ISMS) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนรองรับการเติบโตทุกธุรกรรมดิจิทัลที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          นายสันทวัฒน์ สินาเจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการฟินเทค (Fintech) ด้านระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง กล่าวว่า การได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน โดยเฉพาะในธุรกิจบริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศอย่างรอบด้าน

สำหรับธุรกิจ Payment Technology ความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการให้บริการ เพราะทุกธุรกรรมต้องอาศัยทั้งระบบเทคโนโลยี และกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการดูแลข้อมูล การได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 จึงไม่ใช่เพียงการได้รับใบรับรอง แต่สะท้อนถึงแนวทางการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของเอนี่เพย์ที่มีมาตรฐานเป็นระบบและให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและพันธมิตรที่ไว้วางใจใช้บริการของบริษัทฯ

การรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 บริษัทฯ ครอบคลุมระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศในทุกมิติสำคัญขององค์กร ได้แก่ บริการระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway Service) ระบบการให้บริการและสนับสนุนลูกค้า (Client Support Service) รวมถึง โครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (Supporting Infrastructure and Facilities) เป็นต้น สะท้อนถึงการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศแบบครบวงจร (End-to-End Scope) ตั้งแต่การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานและระบบเซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงการให้บริการและสนับสนุนลูกค้า เพื่อให้ทุกกระบวนการมีการควบคุมและบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างเป็นระบบ

พร้อมกันนี้ ใบรับรองฯ ISO/IEC 27001:2022 เป็นมาตรฐานสากลที่มีข้อกำหนดสำหรับระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ หรือ ISMS โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสารสนเทศอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านบุคลากร กระบวนการ และเทคโนโลยี เพื่อให้การดูแลข้อมูลมีความเหมาะสมใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความลับของข้อมูล (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล (Integrity) และความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Availability) การรักษามาตรฐานดังกล่าวจึงสะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานของเอนี่เพย์ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศในทุกมิติ พร้อมพัฒนาระบบและกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจและการขยายตัวของบริการชำระเงินดิจิทัลในอนาคต

          นายสันทวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เอนี่เพย์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและระบบการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว เรามองว่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยไม่ใช่เป้าหมายที่ทำเพียงครั้งเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการปรับปรุงระบบ กระบวนการ และศักยภาพของบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการที่มีมาตรฐานและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ในทุกธุรกรรม

ทั้งนี้ การรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 นับเป็นการตอกย้ำในการเสริมความแข็งแกร่งด้านระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของเอนี่เพย์ และสะท้อนถึงแนวทางแนวทางการพัฒนาองค์กรที่ให้ความสำคัญกับทั้ง เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความเชื่อมั่น เพื่อยกระดับบริการ Payment Technology ให้มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ และพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกรรมดิจิทัลในอนาคต

Comments (0)

งานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 2569 กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ รวม 70 สถาบันการศึกษาชั้นนำ พร้อมทุนกว่า 2 ลบ. และประกาศทุนรัฐบาล Manaaki Scholarship

Posted on 18 สิงหาคม 2026 by admin

          หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เชิญนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และผู้สนใจร่วมงาน New Zealand Education Fair 2026 งานการศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นิวซีแลนด์ ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00–17.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 2 ชั้น 5 เปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี  https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair

ภายในงานพบกับกว่า 70 โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยี และสถาบันภาษาชั้นนำจากนิวซีแลนด์ ครบทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่หลักสูตรภาษาอังกฤษ ระยะสั้น มัธยมศึกษา ปริญญาตรี ปริญญาโท และหลักสูตรวิชาชีพ พร้อมให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวกับผู้แทนสถาบันโดยตรง โอกาสรับทุนการศึกษารวมมูลค่าสูงสุดกว่า 2 ล้านบาท และร่วมฟังการประกาศ Manaaki New Zealand Scholarships ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์แบบเต็มจำนวน พร้อมข้อมูลการสมัครจากผู้เชี่ยวชาญ (เวลา 10.30 น.) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้ก้าวสู่การศึกษาระดับโลก

นิวซีแลนด์ยังคงได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการศึกษาคุณภาพสูงของโลก ด้วยแนวทางการเรียนรู้ที่เน้น Active Learning การคิดวิเคราะห์ การลงมือปฏิบัติ และการพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคล ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เอื้อต่อการเรียนรู้ และการดูแลนักเรียนต่างชาติอย่างใกล้ชิด มหาวิทยาลัยทั้ง 8 แห่งติดอันดับ Top 3% ของโลก และล่าสุด นิวซีแลนด์ยังได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของโลกด้าน Employment Outcomes หรือผลลัพธ์การจ้างงานของบัณฑิต จาก QS World University Rankings 2027 สะท้อนคุณภาพการศึกษาที่เชื่อมโยงสู่โอกาสในการทำงานและความสำเร็จในอนาคต

นิวซีแลนด์ยังคงครองใจนักศึกษาต่างชาติ ไทยติด Top 10

ความนิยมของนิวซีแลนด์ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการศึกษายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจาก Education New Zealand ระบุว่า ในปี 2025 มีนักเรียนต่างชาติลงทะเบียนเรียนกับสถาบันการศึกษาของนิวซีแลนด์จำนวน 92,580 คน เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2024 และฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 80% ของระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักเรียนและผู้ปกครองทั่วโลกที่มีต่อคุณภาพของระบบการศึกษานิวซีแลนด์

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศที่มีนักเรียนเดินทางไปศึกษาต่อในนิวซีแลนด์มากที่สุด สะท้อนถึงความสัมพันธ์ด้านการศึกษาที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ และความไว้วางใจที่นักเรียนและผู้ปกครองชาวไทยมีต่อการศึกษาของนิวซีแลนด์มาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผลสำรวจ International Student Experience Survey 2025 ยังสะท้อนถึงคุณภาพของประสบการณ์การเรียนในนิวซีแลนด์ โดย 87% ของนักเรียนต่างชาติให้คะแนนความพึงพอใจต่อประสบการณ์โดยรวมในเชิงบวก และ 92% พึงพอใจกับผู้คนและความสัมพันธ์ที่ได้รับระหว่างการใช้ชีวิตในนิวซีแลนด์ ซึ่งสะท้อนถึงสังคมที่เปิดกว้าง เป็นมิตร และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อความสำเร็จของนักเรียนจากทั่วโลกโดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเรียนเลือกนิวซีแลนด์ ได้แก่ ความเป็นมิตรของผู้คนและชุมชน คุณภาพการศึกษาที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ประสบการณ์ที่ดีในนิวซีแลนด์ ความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย รวมถึงระบบการดูแลและการสมัครเรียนที่มีประสิทธิภาพ

ENZ ชวนค้นหาคำตอบในงาน New Zealand Education Fair 2026

ENZ ขอเชิญไปร่วมค้นหาคำตอบในงาน New Zealand Education Fair 2026 และเปิดประสบการณ์กับกิจกรรม NZ Simulated Classroom ห้องเรียนจำลองสไตล์นิวซีแลนด์ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้สัมผัสการเรียนการสอนแบบ Active Learning กับครูชาวนิวซีแลนด์ พร้อมบริการทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษฟรี และคำแนะนำด้านการวางแผนศึกษาต่อจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเสวนาพิเศษ โดย คุณสู่ขวัญ บูลกุล มุมมองผู้ปกครอง ในการเลือกนิวซีแลนด์ตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือพิธีมอบรางวัล “7 Friends for 7 Decades” เพื่อเชิดชูบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่านที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมการประกาศรางวัล Alumni Hall of Fame 2026

พิเศษสุด สำหรับผู้สมัครเรียนภายในงานกับสถาบันที่ร่วมรายการ รับฟรีตั๋วเครื่องบินไป–กลับนิวซีแลนด์ และผู้ลงทะเบียนร่วมงาน ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินจาก Air New Zealand อีกด้วย

ไฮไลต์ภายในงาน

– พบผู้แทนจากกว่า 70 สถาบันการศึกษาชั้นนำ ของนิวซีแลนด์ ครบทุกระดับ

– โอกาสรับทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

– ประกาศผล Manaaki Scholarship ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์เต็มจำนวน เวลา 30 น.

– ห้องเรียนจำลอง NZ Simulated Classroom กับครูชาวนิวซีแลนด์

– ทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษฟรี

– เสวนาพิเศษโดย คุณสู่ขวัญ บูลกุล ถึงเคล็ดลับในการให้ลูกเรียนนิวซีแลนด์

– มอบรางวัล 7 Friends for 7 Decades และ Alumni Hall of Fame 2026

– สมัครเรียนภายในงาน รับสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไป–กลับนิวซีแลนด์ตามเงื่อนไข

ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงาน (ฟรีตลอดงาน) ในวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 2569 นี้  11.00 – 17.00 น. สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 2 ชั้น 5 ลงทะเบียน https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair

Comments (0)

คณะผู้บริหาร Digital CEO รุ่นที่ 9 เยี่ยมชม FUTURIUM ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต

Posted on 30 มิถุนายน 2026 by admin

          นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ต้อนรับคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่9 นำโดย ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล และผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ  พร้อมด้วย นายวิศาล จิรภาพงพันธ์, นายสุพจน์ คาเหลือง , นางราตรีมณี ภาษีผล ฯลฯ เพื่อศึกษาดูงาน ณ FUTURIUM ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมและทดสอบด้านอาชีพ-ทักษะแห่งแรกของประเทศไทยและอาเซียน ณ ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) คลองห้า ปทุมธานี

Comments (0)

ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคายฯ ชวนร่วมสร้างอาชีพคนพิการ ผ่าน 7 หลักสูตรนวัตกรรมตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

Posted on 28 มิถุนายน 2026 by admin

          วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สถานศึกษาเพื่อคนพิการแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลักดันโครงการ “นวัตกรรมอาชีพเพื่อคนพิการ : สร้างงาน สร้างรายได้ สู่คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” ผ่านการฝึกอบรม 7 หลักสูตรอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ ได้แก่ นวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติ การเป็นบาริสต้า การบริหารจัดการธุรกิจเครื่องดื่ม ฯลฯ โครงการฯ มุ่งส่งเสริมให้คนพิการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือวิชาชีพที่ทันสมัย สามารถนำไปต่อยอดสู่การมีงานทำ การประกอบอาชีพอิสระ และการพึ่งพาตนเองได้ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมส่งต่อโอกาสสู่อนาคตที่ยั่งยืนให้คนพิการ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย” ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย เลขที่ 295-6-00370-4 หรือผ่านระบบ e-Donation ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า พร้อมกันนี้ ยังเปิดรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการศึกษา การฝึกอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างยั่งยืน

          นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันวิทยาลัยฯ เปิดการเรียนการสอนให้คนพิการได้เรียนในหลักสูตรต่างๆทั้งปวช.-ปวส. และชั้นเตรียมการศึกษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งค่าเล่าเรียน ที่พัก และอาหาร เพื่อให้ผู้พิการเข้าถึงการศึกษา พร้อมมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้พิการให้มีทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งทักษะอาชีพแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างรายได้ที่มั่นคง การเปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้าถึงอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย จึงเป็นการทลายข้อจำกัดทางร่างกาย และช่วยเปิดประตูสู่การเป็นบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง สามารถต่อยอดสู่อาชีพที่ยั่งยืนได้

          โครงการ “นวัตกรรมอาชีพเพื่อคนพิการ : สร้างงาน สร้างรายได้ สู่คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” ออกแบบขึ้นเพื่อจัดหาอุปกรณ์นวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหลักในการฝึกปฏิบัติจริง ช่วยยกระดับทักษะวิชาชีพของคนพิการให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและตลาดแรงงานยุคปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นสื่อและเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ภายในศูนย์ฝึกอาชีพ รวมถึงการสร้างโมเดลธุรกิจจำลอง เพื่อให้คนพิการได้ฝึกฝนทักษะการบริหารจัดการ การผลิตและการให้บริการในสถานการณ์จริง เพื่อสร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพอิสระ ลดข้อจำกัดในการเดินทางหรือการเข้าสู่ระบบการจ้างงานปกติ  โดยโครงการดังกล่าว เป็นโครงการฝึกอาชีพ 7 หลักสูตร คือ

1.) นวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติ สู่ธุรกิจสร้างสรรค์ : ฝึกออกแบบและผลิตชิ้นงาน 3 มิติ เพื่อพัฒนาสินค้าต้นแบบและจำหน่ายออนไลน์ สนับสนุนเครื่องพิมพ์ 3D งบประมาณ 10,590 บาท

2.)  บาริสต้ายุคใหม่ สู่ธุรกิจร้านกาแฟขนาดย่อม : ฝึกทักษะการชงเครื่องดื่มและบริหารจัดการร้านกาแฟ สนับสนุนเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ งบประมาณ 37,749 บาท

3.)  บริหารจัดการธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจร : เรียนรู้ระบบหลังร้านและการบริหารต้นทุน สนับสนุนเครื่องทำน้ำแข็ง งบประมาณ 10,990 บาท

4.)  ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และฉลากสินค้าดิจิทัล : ฝึกผลิตป้ายโฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ และฉลากสินค้า เพื่อประกอบธุรกิจครบวงจร งบประมาณ 239,000 บาท

5.) นวัตกรรมงานพิมพ์สู่ธุรกิจสินค้าพรีเมียม: ฝึกพิมพ์ลวดลายบนวัสดุหลากหลายเพื่อสร้างสินค้าสั่งทำพิเศษ สนับสนุนเครื่องพิมพ์ UV ขนาด A3 งบประมาณ 89,000 บาท

6.)  ศิลปะตกแต่งเล็บเจล สู่ธุรกิจความงาม : ฝึกทักษะช่างทำเล็บเจลเพื่อประกอบอาชีพอิสระ สนับสนุนชุดอุปกรณ์ทำเล็บครบชุด งบประมาณ 4,207 บาท

7.) พัฒนาทักษะช่างเทคนิค สู่ศูนย์บริการซ่อมบำรุง : ฝึกซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สนับสนุนชุดเครื่องมือช่าง งบประมาณ 7,670 บาท

นายชิด กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการฯ ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างทักษะวิชาชีพให้แก่คนพิการเท่านั้น แต่ยังเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่การประกอบอาชีพและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนภาคธุรกิจ องค์กร และประชาชนทั่วไป ร่วมส่งต่อโอกาสและ “มอบสัมมาชีพ” ให้แก่คนพิการ ผ่านการสนับสนุนโครงการนวัตกรรมอาชีพทั้ง 7 หลักสูตร หรือร่วมบริจาคตามกำลังศรัทธา เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตและอนาคตที่มั่นคงให้แก่คนพิการ

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย” ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย เลขที่บัญชี 295-6-00370-4 หรือผ่านระบบ e-Donation ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการศึกษา การฝึกอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างยั่งยืน

Comments (0)

depa เดินหน้าหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 9 อย่างต่อเนื่อง เสริมศักยภาพผู้นำยุคดิจิทัล

Posted on 25 มิถุนายน 2026 by admin

          สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล เดินหน้าหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 9 โดยได้รับเกียรติจาก ผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรชั้นนำร่วมถ่ายทอดความรู้เพื่อเสริมศักยภาพผู้บริหารระดับสูงในยุคดิจิทัล ครอบคลุมหลากหลายประเด็น ทั้งด้าน AI, Big Data, Chatbot, Cryptocurrency, Digital Transformation และ New Space Economy ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้สำคัญต่อการพัฒนาองค์กร สังคม รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศในยุคดิจิทัล

โดย คุณกนกวิภา วิริยประไพกิจ ประธานกรรมการ บริษัท สตรีม ไอ.ที. คอนซัลติ้ง จำกัด ต้อนรับคณะผู้บริหารจากหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 9 อย่างอบอุ่นพร้อมแชร์แนวคิดและเทรนด์สำหรับผู้บริหารยุคดิจิทัล ก่อนนำเข้าสู่การบรรยายพิเศษจากวิทยากรชั้นนำจากหลากหลายองค์กร ได้แก่ คุณประหยัด รุ่งสมัยทอง CTO Storage & AI บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ในหัวข้อ “10 Mega AI Trends and Business Impact”  ถัดมาเป็นการบรรยายหัวข้อ “The AI Implementation Blueprint: Mapping Strategy to Solution at Scale” โดย คุณธันว์ เหลียงไพบูลย์ และคุณพชร เจนวิทยะเวชกุล จาก บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด นอกจากนี้ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ “การนำ Chatbot AI ไปใช้ในองค์กร” จากคุณชนกานต์ ชินชัชวาล Founder & CEO บริษัท โรโบลิงโก้ จำกัด (ZWIZ.AI) ต่อด้วย “กรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ Big Data เครื่องมือดิจิทัล เพื่อการทำงาน” โดย คุณธีรพล ไทยหิรัญ Head of Data & Insights, The 1 Central Limited – Central Group ก่อนปิดท้ายวันด้วยหัวข้อ “Six Network: Thailand Cryptocurrency” โดย คุณวัชระ เอมวัฒน์ Co-Founder และ Co-CEO ของ Six Network

จากนั้นได้รับเกียรติจาก คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานคณะกรรมการกำกับ depa และประธานกรรมการบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษหัวข้อ “Digital Transformation Framework for CEOs” ถ่ายทอดแนวคิดและกรอบการทำงานการขับเคลื่อนองค์กรสู่ดิจิทัลที่ผู้บริหารระดับสูงควรคำนึงถึง ต่อด้วยหัวข้อ “Digital Consumer Trends” โดย ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย กรรมการอำนวยการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จากนั้นเป็นหัวข้อ “New Space Economy” โดยคุณปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ยังมีหัวข้อ “Digital Agenda for Thailand” ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก่อนปิดท้ายด้วยเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Digital Transformation & Manpower: Opportunities & Threats” จากรุ่นพี่ Digital CEO ได้แก่ รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , คุณรัชพล วงศ์สถิตย์พร – CIO เซ็นทรัล กรุ๊ป, พลตรี นพ.โชคชัย ขวัญพิชิต รองเจ้ากรมแพทย์ทหารบก, คุณทศพร เพ็ชรโปรี – รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน , คุณชมนาถ พรสมผล  รองผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค, คุณธีรพงษ์ วิชญเรืองรมย์ รองกรรมการผู้จัดการ ด้าน Strategic and Digital Transformation จาก AXONS, ดร.วิชัย สีสุด รองผู้อำนวยการ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ นพ.ภุชงค์ ชื่นชม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน

Comments (0)

เอนี่เพย์ ช่วยการศึกษาน้องๆ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์

Posted on 27 พฤษภาคม 2026 by admin

         นายสันทวัฒน์ สินาเจริญ (ยืนกลางซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการฟินเทค (Fintech) ด้านระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง มอบเงินบริจาคช่วยการศึกษาแก่น้องเด็กพิเศษ โดยมีนางสาววรรณวนัช กันพรม  (ยืนขวา)ผู้จัดการ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนการสอนให้กับน้องๆ ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก รวมถึงมุ่งสู่การพัฒนาทักษะวิชาชีพ ทักษะทางสังคม และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป  โดยมี ดร. ศศมน มันทะเล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอนี่เพย์ฯ ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ณ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ จ.ชลบุรี  เมื่อเร็วๆนี้

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนช่วยเหลือน้องๆเด็กพิเศษ ผ่านการบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น ได้ที่ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ หรือผ่านระบบ e donation โดยสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 092 739 0990

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 5 ให้ 1 ได้ 2 โรงเรียนพระดาบส มอบโอกาส สร้างอาชีพ

Posted on 25 พฤษภาคม 2026 by admin

ชลิต อินดัสทรีฯ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 5” เพื่อร่วมสนับสนุนโครงการ “ให้ 1 ได้ 2” ของโรงเรียนพระดาบส มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาทักษะวิชาชีพแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

เมื่อเร็วๆนี้  นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ได้มอบเงินสมทบทุนการศึกษาเพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน โครงการให้ 1 ได้ 2 โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส  โดยมี พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข  กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย นางสาวอักษรา พฤติสุนากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส ฝ่ายบริหารงานบุคคลและงานธุรการ เข้าร่วมด้วย ณ สำนักงานองคมนตรี

ในโอกาสนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ ยังได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส โดยมี นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส ร่วมด้วย นาวาอากาศเอก สุรสิทธิ์ อิ่มฤทธา รองผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส  และนายวิทูล สายแก้ว หัวหน้าหลักสูตรวิชาชีพช่างยนต์ พาเยี่ยมชมการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติวิชาชีพของศิษย์พระดาบส ณ โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

“โรงเรียนพระดาบส” ถือเป็นต้นแบบของสถานศึกษาที่มุ่ง “สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างอนาคต” ตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส ผ่านการเรียนสายวิชาชีพที่เน้นการฝึกปฏิบัติจริง ควบคู่การปลูกฝังคุณธรรม วินัย และการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพและสร้างอนาคตที่มั่นคงได้อย่างยั่งยืน

นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงเรียนพระดาบสได้ขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังหลายพื้นที่ เพื่อรองรับเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้สามารถเข้าถึงการเรียนสายอาชีพที่มีคุณภาพและนำไปประกอบอาชีพได้จริง ประกอบด้วย โรงเรียนพระดาบส และโรงเรียนลูกพระดาบส อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่พิเศษ

ด้าน นาวาอากาศเอก สุรสิทธิ์ อิ่มฤทธา รองผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส เปิดเผยว่า  หลักสูตรของโรงเรียนพระดาบส เน้นการฝึกทักษะวิชาชีพควบคู่กับการฝึกวินัยและคุณธรรม โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแต่งกาย อาหารและที่พักอาศัย  เปิดรับสมัครนักเรียนอายุ 18–35 ปี หลักสูตรระยะเวลา 1 ปี เน้น “ลงมือจริง”  โดยช่วง 4 เดือนแรกเป็นการเรียนพื้นฐานเตรียมช่าง ก่อนเข้าสู่การฝึกวิชาชีพเฉพาะทาง 5 เดือน ในสาขาต่างๆ อาทิ ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ การเกษตรพอเพียง ช่างซ่อมบำรุง ช่างไม้เครื่องเรือนและช่างสีอาคาร ช่างเชื่อม ช่างก่อสร้าง และเคหบริบาล จากนั้นนักเรียนจะได้ฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการอีก 2 เดือน และอีก 1 เดือนสุดท้ายนักเรียนจะได้ทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ฝีมือแรงงาน ก่อนจบการศึกษาและออกไปประกอบอาชีพจริง

ปัจจุบัน โรงเรียนพระดาบส มีผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว 48 รุ่น รวมจำนวน 2,942 คน นับตั้งแต่ปีการศึกษา 2542–2568 สำหรับปีการศึกษา 2569 ซึ่งเป็นรุ่นที่ 49 มีนักเรียนผ่านการคัดเลือกจำนวน 107 คน สะท้อนให้เห็นว่า “โอกาสทางการศึกษา” สามารถเปลี่ยนชีวิตเยาวชนได้จริง ผ่านการสร้างคนที่มีทั้งความรู้ ทักษะวิชาชีพ และคุณธรรม พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะยังคงเป็นพลังสำคัญในการสานต่อภารกิจแห่งการสร้างอาชีพและสร้างอนาคตให้กับเยาวชนไทยต่อไปอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจร่วมสนับสนุนด้านการศึกษา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-282-7000 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ มูลนิธิพระดาบส www.phradabos.or.th  หรือ facebook : โรงเรียนพระดาบส สมุทรปราการ

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 5 เพื่อโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส

Posted on 19 พฤษภาคม 2026 by admin

          พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข  กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส รับมอบเงินบริจาคจาก นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” สานต่อโครงการ  “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการให้ ๑ ได้ ๒ โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส  โดยมี นางสาวอักษรา พฤติสุนากร   ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบุคลากรและงานธุรการโรงเรียนพระดาบส และ ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ร่วมด้วย ณ ทำเนียบองคมนตรี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

depa – Digital CEO รุ่นที่ 9 เสริมศักยภาพผู้นำสู่ยุคดิจิทัลต่อเนื่อง

Posted on 27 เมษายน 2026 by admin

        สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ดำเนินการอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 9 อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกเพื่อยกระดับศักยภาพผู้บริหารไทยให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง

การอบรมครั้งนี้นำโดย ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ พร้อมคณะผู้บริหารหลักสูตรฯ Digital CEO รุ่นที่ 9 เข้าศึกษาดูงาน ณ CDG GROUP  โดยได้รับเกียรติจากคุณทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี President บริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น จากนั้นคุณวิทวัท กันยารอง  Vice President – Digital Excellence บริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด บรรยาย “กรณีศึกษา The Future Digital Citizen Services” ก่อนเข้าสู่การเรียนรู้ด้านภูมิสารสนเทศในหัวข้อ “Geospatial Big Data, GIS and Applications” โดย คุณจนิษฐ์ ประเสริฐยูรณะกุล Senior Vice President – Aerospace Mapping & Senior Technical Consultant บริษัท จีไอเอส จำกัด  นอกจากนี้ CDG Group ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าอบรมได้ศึกษานวัตกรรมผ่านการเยี่ยมชมบูธและโชว์เคสที่น่าสนใจ ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะเข้าสู่การบรรยาย “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม”  โดย คุณกำพล โชคสุนทสุทธิ์ นายกสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม (DPAI) และต่อด้วยหัวข้อ “The Next Frontier of Sustainable Finance: Tokenized Carbon Credit and Green Investment” โดย ดร.วิชัย ณรงค์วณิชย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

Comments (0)

สร้างการเรียนรู้เด็กผ่าน “Sensory Stimulation Room” ยกระดับพัฒนาการเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน

Posted on 24 เมษายน 2026 by admin

          การพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัยถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็น “จุดเริ่มต้นที่สำคัญของชีวิต” หากเด็กได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสม ย่อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ทั้งด้านความรู้ ความคิด และการใช้ชีวิตในสังคม เด็กๆเรียนรู้โลกผ่านประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส หรือการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตามยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความต้องการด้านการเรียนรู้เป็นพิเศษ เช่นเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา และกลุ่มออทิสติก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเหมาะสม โดยพบว่าในอดีตเด็กออทิสติกอาจพบได้น้อย แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลการศึกษาทางระบาดวิทยาในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่าความชุกเฉลี่ยประมาณ 4.8 คนต่อประชากร 2,000 คน

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกลุ่มงานฟื้นฟูสมรรถภาพ สถาบันราชานูกุล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการทางด้านกิจกรรมบำบัดในเด็กที่มีปัญหาด้านสติปัญญาและพัฒนาการล่าช้า มีผู้ที่ภาวะออทิสติกเพิ่มขึ้น จำนวนเฉลี่ยเดือนละ 30 ราย ซึ่งเด็กที่มีภาวะออทิสติกจะมีปัญหาหลักๆ ด้วยกัน 3 ด้าน ได้แก่ 1.) พัฒนาทางภาษาล่าช้า 2.) พัฒนาทางสังคมช้า และ3.) พฤติกรรมซ้ำที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กออทิสติก (รายงานวิจัยเรื่อง “ผลของการบำบัดรักษาทางกิจกรรมบำบัดโดยใช้เทคนิค สโนซีเล็น ที่มีต่อการลดพฤติกรรมซ้ำในเด็กออทิสติกของสถาบันราชานุกูล, 2554 ) และเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา มักเผชิญกับภาวะความผิดปกติของการบูรณาการประสาทสัมผัส ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์ สมาธิ และพฤติกรรมการเรียนรู้  “ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กพิเศษคือ ปัญหาการบกพร่องทางการทำงานของสมองด้านประสาทสัมผัสทั้ง 7 (มองเห็น, ได้ยิน, สัมผัส, ได้กลิ่น, รับรส, ทรงตัว, ข้อต่อ) ซึ่งเปรียบได้ว่าเป็นฐานอันดับล่างสุดของการพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความบกพร่อง ส่งผลให้เด็กไม่สามารถพัฒนาไปสู่ขั้นต่อไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ส่งผลออกมาในด้านการแสดงออก การควบคุมอารมณ์ และการเคลื่อนไหวได้” (น.ส.กนกนุช ป้อมน้อย: การออกแบบพื้นที่ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อกระตุ้นการรับรู้ประสาทสัมผัสของเด็กพิเศษ(กรณีศึกษาโรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี จ.สุรินทร์) 2561)

โดยเด็กในกลุ่มนี้มี ต้องการการเรียนรู้ที่แตกต่างออกไปจากเด็กปกติทั่วๆไป เพื่อให้เกิดการเริ่มต้นพัฒนาอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นก็จะสามารถช่วยให้เขาได้พัฒนาได้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านสมาธิ อารมณ์ และพฤติกรรมการเรียนรู้ในระยะยาวต่อไป และด้วยความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่าง “ห้อง Sensory Stimulation Room” จึงเกิดขึ้นโดยโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ซึ่งเปิดสอนในระดับชั้นประถมศึกษาถึงระดับชั้นมัธยมศึกษา

          นางสาววรรณวนัช กันพรม ผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เผยถึงความสำคัญและความจำเป็นของห้อง “Sensory Stimulation Room” หรือห้องกระตุ้นประสาทสัมผัสต่างๆ ของเด็ก เช่น การมองเห็น แสง สี การฟังเสียง การสัมผัสเนื้อผิวต่างๆ รวมถึงการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยใช้อุปกรณ์เฉพาะทางที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและประสบการณ์ตรง ทั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กในหลายด้าน โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการล่าช้า หรือความต้องการพิเศษ ผ่านการเล่นที่สนุก การเล่นของเล่นต่างๆ  อุปกรณ์กระตุ้นประสาทสัมผัส และอุปกรณ์ฝึกทักษะการทรงตัว  ในกิจกรรมทั้งหมดนี้อยู่ภายในกรอบของ Sensory Integration โดยนักกิจกรรมบำบัดจะจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ทำกิจกรรมด้วยตนเองให้มากที่สุด ออกแบบสภาพแวดล้อมให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ที่เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านการเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ สู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้

พร้อมกันนี้ ห้องกระตุ้นประสาทสัมผัส (Sensory Stimulation Room) มีความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กพิเศษอย่างรอบด้าน ทั้งการกระตุ้นการเรียนรู้และสมาธิ ช่วยให้เด็กสามารถจดจ่อและเข้าใจสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น การฝึกควบคุมตนเองและจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนการพัฒนาทักษะด้านร่างกายและภาษา ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ การทรงตัว และการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เด็กเกิดความผ่อนคลาย ลดพฤติกรรมก้าวร้าว และเป็น พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Zone) สำหรับการเรียนรู้ ปัจจุบันห้องดังกล่าวจะรองรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในความดูแลของโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ จำนวน 170 คน โดยเด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านอุปกรณ์มาตรฐานที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 7 ด้าน ควบคู่กับกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างการรับรู้ การควบคุมอารมณ์ และพัฒนาการทางร่างกายอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ สร้างความสนุกสนาน และเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและปลอดภัย ที่เป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาเด็กอย่างยั่งยืน

และยังได้รับเกียรติจากเซเลปสาวที่มีจิตกุศล ได้ช่วยเหลือเด็กพิเศษเหล่านี้เสมอมา…

          คุณน้ำอบ – ม.ล. อรณิช กิติยากร กล่าวถึงความสำคัญของการให้ว่า อาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ แต่สามารถเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้อย่างยิ่งใหญ่ น้ำอบขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนับสนุนการสร้างห้องกระตุ้นประสาทสัมผัส (Sensory Stimulation Room) นี้เพื่อให้น้องๆเด็กพิเศษได้มีพื้นที่ในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม เพราะทุกโอกาสที่เรามอบให้ คือก้าวสำคัญของอนาคตพวกเขา เชื่อว่าเด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการเติบโตอย่างเท่าเทียม ห้องพัฒนาการเด็กพิเศษจึงเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ ทักษะและความมั่นใจให้กับเด็กๆ ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงในการเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าไปพร้อมกันนะคะ”

ทั้งนี้ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมเป็นพลังสำคัญในการ “เปลี่ยนโอกาสเล็กๆ ให้กลายเป็นอนาคตที่ยิ่งใหญ่” ของน้องๆ ร่วมบริจาคเงินพัฒนาห้อง Sensory Stimulation Room  หรือสิ่งของจำเป็นต่างๆ ได้ที่ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี “โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์” หรือผ่านระบบ e-Donation ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 092-739-0990

“เพราะทุกการให้ของคุณ…คือพลังที่ทำให้เด็กพิเศษได้เติบโตอย่างยั่งยืนและเท่าเทียม”

Comments (0)

สยามโกลบอลเฮ้าส์ สนับสนุนโอกาสดีๆให้น้องๆ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์

Posted on 11 เมษายน 2026 by admin

นางสาวกชพรรณ สืบสมบัติ รองผู้อำนวยการฝ่ายขาย สาขาชลบุรี (ที่3จากซ้าย) บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โกลบอลเฮ้าส์” ผู้นำศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านแบบครบวงจร มอบการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กพิเศษ โดยมีนางสาววรรณวนัช กันพรม (ยืนขวาสุด) ผู้จัดการ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน รวมถึงการยกระดับสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของนักเรียนให้มีความเหมาะสมให้กับน้องๆ ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก ช่วยเติมเต็มโอกาส สร้างรอยยิ้มและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับเด็กพิเศษ
ณ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ จ.ชลบุรี  เมื่อเร็วๆนี้

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนช่วยเหลือน้องๆเด็กพิเศษ ผ่านการบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น ได้ที่ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ หรือผ่านระบบ
e donation โดยสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 092 739 0990

Comments (0)

“อาชีวะอาสา” ว.การอาชีพบ้านแพ้ว จับมือ ชลิต อินดัสทรีฯ ตรวจรถฟรี! ลดอุบัติเหตุสงกรานต์ 7 วันอันตราย 10–16 เม.ย. 69

Posted on 09 เมษายน 2026 by admin

แม้บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ปีนี้อาจไม่คึกคักเท่าทุกปี จากปัจจัยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังคงเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่คนไทยจำนวนมากเตรียมเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การจราจรที่หนาแน่นในช่วงเทศกาลยังคงมาพร้อมความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุบนท้องถนน

เพื่อร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยางอะไหล่รถยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” จัดโครงการ “ชลิต อินดัสทรี ขับขี่ปลอดภัย ตรวจเช็คก่อนสตาร์ท” ชวนประชาชนเช็กรถก่อนเดินทาง สงกรานต์กลับบ้านปลอดภัย พร้อมสนับสนุนกิจกรรม “อาชีวะ-ขนส่งอาสาช่วยประชาชน เทศกาลสงกรานต์ 2569” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ “อาชีวะ-ขนส่งอาสาช่วยประชาชน เทศกาลสงกรานต์ 2569”  ซึ่งดำเนินการโดยวิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร  ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์เบื้องต้นให้แก่ประชาชน ฟรี! พร้อมทีมช่างอาสาและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย  เปิดให้บริการทุกวันระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 เวลา 06.00–18.00 น. ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านแพ้ว กม.17 แยกกระโจม ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

โอกาสนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ได้มอบวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการตรวจซ่อมบำรุงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อสนับสนุนโครงการ “อาชีวะ-ขนส่งอาสา รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569” โดยมี นายฐิติปกรณ์ ภคุโล ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ครู และตัวแทนนักเรียน นักศึกษา ณ ห้องประชุมอาคารวิทยบริการ วิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว

          นายฐิติปกรณ์ ภคุโล เปิดเผยว่า วิทยาลัยฯ ได้นำนักเรียน นักศึกษาสาขาช่างยนต์ ร่วมเป็นทีมช่างอาสา ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมซ่อมแซมเบื้องต้นในกรณีฉุกเฉิน ภายใต้การดูแลของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ภายในจุดบริการ มีบริการตรวจเช็ครถ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมแซมเบื้องต้น ให้คำแนะนำเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนตลอดช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์  ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนแล้ว ยังเป็นการช่วยเสริมสร้างทักษะวิชาชีพ ประสบการณ์จริงและปลูกฝังจิตสำนึกจิตอาสาให้กับนักเรียน นักศึกษา อาชีวะอาสาอีกด้วย

ด้าน นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ไทยมมากว่า 30 ปี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมควบคู่กับธุรกิจ โดยโครงการ “ชลิต อินดัสทรี ขับขี่ปลอดภัย ตรวจเช็คก่อนสตาร์ท” มุ่งส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุในช่วงที่มีการเดินทางจำนวนมาก จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้ารับบริการตรวจเช็ครถฟรี เพื่อให้ทุกการเดินทางช่วงสงกรานต์เป็นไปอย่างปลอดภัย

สำหรับจุดบริการ “อาชีวะ-ขนส่งอาสาช่วยประชาชน เทศกาลสงกรานต์ 2569”  ของวิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว ตั้งอยู่บริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านแพ้ว กม.17 แยกกระโจม ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อสำคัญระหว่างถนนพระราม 2 และถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยเป็นหนึ่งในกว่า 150 จุดบริการทั่วประเทศ ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกรมการขนส่งทางบก โดยประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ระหว่างวันที่ 10–16  เมษายน 2569 ณ จุดบริการใกล้เคียงทั่วประเทศ

Comments (0)

น้ำมันแพงต้องวางแผน! แนะขับทางไกลให้ประหยัด-ปลอดภัย

Posted on 08 เมษายน 2026 by admin

          ช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นฤดูกาลแห่งการเดินทางของคนไทย หลายครอบครัวเลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น การขับรถทางไกลในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงเรื่องความสะดวกสบายเท่านั้น หากยังต้องคำนึงถึงทั้ง “ความประหยัดน้ำมัน” และ “ความปลอดภัย” เพื่อให้การเดินทางราบรื่นตลอดเส้นทาง ผู้ขับขี่จึงควรเตรียมความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง และปรับพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงรถเสียระหว่างการเดินทาง

ข้อมูลจาก นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากกว่า 30 ปี เปิดเผยว่า ปัญหาที่มักพบในช่วงเดินทางเทศกาลสงกรานต์คือ สภาพการจราจรติดขัดต่อเนื่อง ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก เกิดความร้อนสะสมสูง ขณะเดียวกันผู้ขับขี่ก็มีโอกาสเกิดความเหนื่อยล้า ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านความปลอดภัยโดยตรง

ดังนั้น การเตรียมรถให้พร้อมและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดทั้งความเสี่ยงและต้นทุน โดยเฉพาะในยุคน้ำมันแพง การวางแผนเส้นทางและตรวจเช็กรถก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้การเดินทางมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีคำแนะนำเบื้องต้น เมื่อต้องขับรถทางไกล ยุคน้ำมันแพง ดังนี้

  1. เช็กรถก่อนเดินทาง ลดเสี่ยงรถเสียกลางทาง สิ่งสำคัญที่สุด คือเตรียมรถให้พร้อม ควรตรวจสอบระบบพื้นฐานของรถให้ครบถ้วน โดยเฉพาะระบบเบรก เช่น ผ้าเบรก น้ำมันเบรก รวมถึงแบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง ระบบไฟส่องสว่าง และระบบหล่อเย็น เพื่อให้มั่นใจว่ารถพร้อมใช้งานจริง ทั้งนี้ สาเหตุหลักของรถเสียระหว่างทางมักเกิดจากการขาดการบำรุงรักษา โดยเฉพาะระบบหล่อเย็น แบตเตอรี่ และยางรถยนต์
  2. ขับรถด้วยความเร็วคงที่ ช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบรกกระชาก การขับรถด้วยความเร็วสม่ำเสมอประมาณ 80–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพและใช้น้ำมันอย่างคุ้มค่า ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง  ขณะที่การเร่งหรือเบรกกะทันหันบ่อยครั้ง จะทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
  3. ลดน้ำหนักสัมภาระ ไม่บรรทุกเกินจำเป็น ผู้ขับขี่ทางไกลควรลดน้ำหนักสัมภาระที่ไม่จำเป็น เพราะรถที่บรรทุกสัมภาระมากเกินไป จะทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนัก ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น จึงควรจัดสัมภาระเท่าที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการวางสัมภาระบนหลังคารถ เนื่องจากจะเพิ่มแรงต้านลม
  4. วางแผนเส้นทางล่วงหน้า เลี่ยงรถติด ผู้ขับขี่ควรวางแผนการเดินทาง และศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนออกเดินทาง และเลือกเส้นทางที่ลดการจราจรติดขัด การศึกษาสภาพการจราจรล่วงหน้าจะช่วยลดการติดขัดบนท้องถนน โดยผู้ขับขี่สามารถใช้แอปพลิเคชันนำทาง เช่น Google Maps เพื่อเลือกเส้นทางที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงจุดที่มีการจราจรหนาแน่น จะช่วยลดเวลาและประหยัดน้ำมัน
  5. ตรวจสภาพยางและลมยางให้เหมาะสม ยางรถยนต์มีผลโดยตรงต่อทั้งความปลอดภัยและการประหยัดน้ำมัน ควรตรวจสอบดอกยางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และเติมลมยางตามค่ามาตรฐาน ลมยางที่เหมาะสมช่วยลดแรงต้าน และดอกยางที่ดีช่วยการยึดเกาะถนน ส่วนลมยางที่อ่อนเกินไปจะเพิ่มแรงต้าน ทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นและยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการสึกหรอของยางเร็วกว่าปกติดังนั้น ควรตรวจเช็กลมยางให้เหมาะสมตามค่ามาตรฐานก่อนเดินทางทุกครั้ง
  6. วางแผนเติมน้ำมันให้เพียงพอ ผู้ขับขี่ทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนออกเดินทาง และไม่ปล่อยให้น้ำมันอยู่ในระดับต่ำเกินไป โดยควรเติมเมื่อน้ำมันเหลือประมาณ 1/4 ถัง แต่ในปัจจุบันในยุคที่น้ำมันแพงและอาจขาดแคลน หรือมีปั๊มน้ำมันไม่เพียงพอในบางพื้นที่ ผู้ขับขี่ควรเติมเมื่อน้ำมันเริ่มพร่องถัง เพื่อช่วยให้การเดินทางราบรื่นไม่สะดุด และหากเกิดเหตุฉุกเฉินน้ำมันใกล้หมดถัง ควรรีบวางแผนหาปั๊มใกล้ที่สุด ไม่ควรฝืนขับจนน้ำมันหมดถัง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบเชื้อเพลิงและความปลอดภัย
  7. ในกรณีฉุกเฉิน หากรถเสียระหว่างทาง ควรจอดรถในจุดที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน และตั้งป้ายเตือนให้รถคันอื่นมองเห็นได้ชัด หลีกเลี่ยงการจอดในจุดอับสายตาหรือทางโค้ง และไม่ควรซ่อมรถเองหากไม่มีความพร้อม นอกจากนี้ ควรมีอุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถ เช่น สายพ่วงแบตเตอรี่ ไฟฉาย ป้ายสะท้อนแสง ยางอะไหล่ และเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน

          นายชวิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเดินทางไกลในช่วงเทศกาลให้ปลอดภัย  ควรเริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมรถให้พร้อม วางแผนเส้นทางล่วงหน้า และปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้เหมาะสม เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การเดินทางราบรื่น ประหยัด และปลอดภัยตลอดเส้นทาง

“การเดินทางที่ดีไม่ใช่แค่ไปถึง แต่ต้องปลอดภัยและคุ้มค่า การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดทั้งความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย ชลิต อินดัสทรีฯ ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี มุ่งพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพ เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง ชิ้นส่วน POP ของเราอาจไม่ได้อยู่ในรถของคุณ แต่เราอยู่ใต้รถของคุณเสมอ ทุกชิ้นส่วนถูกออกแบบเพื่อให้รถพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ” นายชวิศ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ยังคงเดินหน้าพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “POP” อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางรองแท่นเครื่อง เพลากลาง กันฝุ่นเพลาขับ และบู๊ชปีกนก ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคลไปจนถึงรถเพื่อการพาณิชย์ โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ  หรือเว็บไซต์ https://chalitindustry.comโทร. 02-802-6400 และอีเมล info@chalitindustry.com

Comments (0)

Digital CEO รุ่นที่ 9 เรียนรู้ผ่านองค์กรชั้นนำระดับโลก PwC Thailand อัปเดตมุมมองและเทคโนโลยีดิจิทัล

Posted on 21 มีนาคม 2026 by admin

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล และผศ.(พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ นำคณะผู้อบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 9 เรียนรู้ผ่านองค์กรชั้นนำระดับโลก PwC Thailand พร้อมเสริมองค์ความรู้จากวิทยากรชั้นนำ เพื่ออัปเดตเทรนด์ให้แก่ผู้นำยุคดิจิทัล ณ อาคารบางกอกซิตี้ทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้ เมื่อเร็วๆนี้

ในการนี้ คุณพิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด (PwC Thailand) ได้มาต้อนรับผู้อบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลรุ่นที่ 9 พร้อมบรรยายพิเศษเรื่อง “29th Global CEO Survey : Leading through uncertainty in the age of AI” ต่อด้วยการบรรยาย “กลยุทธ์การพัฒนาคนในองค์กรรองรับยุคดิจิทัล” โดย ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในหัวข้อ “Navigating Global and Thailand Sustainability and Climate Opportunities” โดย คุณชยาธร ฉันท์เรืองวณิชย์ หุ้นส่วน PwC Thailand

ดร.ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ หุ้นส่วนที่ปรึกษา บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (PwC) ให้ข้อมูลว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ไม่ได้เป็นเพียงคำศัพท์ทางเทคโนโลยีที่ไกลตัวอีกต่อไป หากแต่ได้แทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานของคนไทยอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ระบบอัตโนมัติในโรงงาน เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลในสำนักงาน ไปจนถึง Generative AI ที่ช่วยเขียน คิด และออกแบบงานได้ในเวลาไม่กี่วินาที การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างทั้ง “ความหวัง” และ “ความกังวล” ควบคู่กันไป ซึ่งสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในรายงาน ผลสำรวจความหวังและความกังวลของกำลังแรงงานไทย ประจำปี 2568 ของ PwC โดยรายงานฉบับนี้เก็บข้อมูลจากแรงงานไทยกว่า 1,000 คน ครอบคลุมทุกช่วงวัยและระดับตำแหน่งงาน ภาพรวมที่ปรากฏคือ แรงงานไทยมีทัศนคติเชิงบวกต่อ AI มากกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความไม่แน่นอนและแรงกดดันซ่อนอยู่ใต้กระแสการเปลี่ยนผ่านสู่โลกการทำงานยุคใหม่

หนึ่งในประเด็นสำคัญของรายงานคือ การเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้งาน Generative AI ในที่ทำงาน แรงงานไทยที่ใช้ GenAI เป็นประจำทุกวันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กลุ่มที่ใช้งานเพียงเป็นครั้งคราวลดลง สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังเปลี่ยนสถานะจากเทคโนโลยีทดลอง มาเป็นเครื่องมือทำงานหลักในหลายองค์กร

แรงงานจำนวนมากยอมรับว่า AI ช่วยยกระดับคุณภาพของงาน เพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาในการทำงานซ้ำซ้อน และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้งาน AI เป็นประจำทุกวัน ซึ่งเกือบทั้งหมดระบุว่าเห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างชัดเจน นี่คือสัญญาณว่าคนทำงานไทยไม่ได้เพียง “ตามทัน” เทคโนโลยี แต่กำลังเรียนรู้ที่จะใช้มันเป็นแต้มต่อในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม การใช้งาน AI ในรูปแบบที่ก้าวหน้ากว่านั้น เช่น AI agents ซึ่งสามารถตัดสินใจและทำงานได้อย่างอิสระ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น องค์กรจำนวนมากยังคงทดลองและประเมินความเสี่ยง ทำให้การนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบยังไม่แพร่หลาย

แม้แรงงานไทยส่วนใหญ่จะรู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ AI มากกว่ารู้สึกกังวลหรือสับสน แต่รายงานก็ชี้ให้เห็นความแตกต่างที่สำคัญระหว่างกลุ่มแรงงาน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาตามระดับตำแหน่งงาน

แรงงานระดับเริ่มต้นจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกกังวลว่า AI อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพ ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากเชื่อว่า AI จะลดจำนวนงานในระดับเริ่มต้นในอนาคต ช่องว่างทางมุมมองนี้สะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานไทย กล่าวคือ แม้เทคโนโลยีจะสร้างโอกาสใหม่ แต่หากไม่มีการเตรียมความพร้อมอย่างทั่วถึง ก็อาจขยายความเหลื่อมล้ำในที่ทำงานให้รุนแรงขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง แรงงานไทยจำนวนมากยังต้องเผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านทักษะ ความคาดหวังในการทำงาน และภาระทางการเงิน แม้กว่าครึ่งจะได้รับการขึ้นเงินเดือนในปีที่ผ่านมา แต่ยังมีแรงงานจำนวนมากที่รายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และรู้สึกตึงเครียดทางการเงินอย่างต่อเนื่อง

จุดแข็งที่น่าสนใจของประเทศไทยคือ ระดับความเชื่อมั่นของพนักงานต่อผู้บริหารและผู้จัดการ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ แรงงานไทยจำนวนมากรู้สึกว่าสามารถสื่อสารกับหัวหน้างานได้อย่างเปิดเผย และเชื่อว่าผู้นำใส่ใจต่อความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะคงอยู่ได้โดยอัตโนมัติ เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผู้นำองค์กรจำเป็นต้องแสดงความโปร่งใสในการนำเทคโนโลยีมาใช้ ตั้งแต่การออกแบบระบบ การกำกับดูแล ไปจนถึงความปลอดภัยของข้อมูล หากองค์กรละเลยมิติด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบ ความไว้วางใจที่สะสมมาอาจสั่นคลอนได้ง่าย

ทักษะ อนาคต และคำถามที่ต้องตอบร่วมกัน

รายงานของ PwC สะท้อนว่าแรงงานไทยจำนวนมากรู้สึกว่าสามารถควบคุมผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่องานของตนได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่รู้สึกว่าตนเองแทบไม่มีอำนาจต่อรอง การลงทุนในการยกระดับทักษะ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสร้างระบบสนับสนุนที่เข้าถึงได้ จึงไม่ใช่เพียง “สวัสดิการเสริม” แต่เป็นหัวใจของความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ท้ายที่สุด การมาถึงของ AI ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยี หากแต่เป็นเรื่องของ “คน” และ “การออกแบบอนาคตการทำงาน” คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์หรือไม่ แต่คือ เราจะทำอย่างไรให้แรงงานไทยทุกกลุ่มสามารถเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีได้อย่างมั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน

ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะรอใคร การสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรม ความเป็นอยู่ที่ดี และความไว้วางใจ อาจเป็นคำตอบสำคัญที่สุดของตลาดแรงงานไทยในทศวรรษข้างหน้า สามารถอ่านรายงานได้ที่ https://www.pwc.com/th/en/research-and-insights/hopes-and-fears-2025-th.html

นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรชั้นนำมาร่วมอัปเดตความรู้ให้แก่เหล่าผู้นำยุคดิจิทัล โดยมี คุณอรอุมา มั่นศิลป์  ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เนชั่นแนล ดิจิทัล ไอดี จำกัด บรรยาย “NDID: Digital Identity for All” ต่อด้วยหัวข้อ “Next Generation Digital ID” โดย คุณปกรณ์ ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟีนีม่า จำกัด และปิดท้ายอย่างเข้มข้นในหัวข้อ “Quantum Computing: The New Frontier” โดย ดร.จิรวัฒน์ ตั้งปณิธานนท์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอนตัม เทคโนโลยี ฟาวเดชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

depa มุ่งยกระดับศักยภาพผู้นำไทย เพื่อขับเคลื่อนองค์กร สังคม และประเทศชาติด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรอบด้าน

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรี ผนึก ประมงจังหวัดสมุทรสาคร จัดกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปี 4” ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ

Posted on 19 มีนาคม 2026 by admin

     บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ร่วมกับ จังหวัดสมุทรสาคร โดยสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการ “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อร่วมฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและเสริมสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศชายฝั่ง

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ศูนย์เรียนรู้และปฏิบัติการอนุรักษ์ชายฝั่งและสิ่งแวดล้อมฝั่งตะวันตกมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งธรรมชาติ สนับสนุนอาชีพประมงพื้นบ้าน เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลแก่ทุกภาคส่วน โดยได้รับเกียรติจาก นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัด เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย  นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด และ ดร.อัจฉรีย์ งามพร้อมสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ตลอดจนคณะผู้บริหารบริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด นำทีมพนักงานเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมในครั้งนี้ โดยภายในงานมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประกอบด้วย กุ้งกุลาดำ จำนวน 200,000 ตัว และปูทะเล จำนวน 10,000 ตัว ซึ่งเพาะขยายพันธุ์โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสมุทรสาคร

นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ หน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เกษตรกร  ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมแรงร่วมใจปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล และสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศชายฝั่งอย่างยั่งยืน

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง กิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ”ในปีที่ 4 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของบริษัทฯ ในการร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างความสมดุลให้ระบบนิเวศชายฝั่ง อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีที่บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และชุมชนท้องถิ่นในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม พร้อมทั้งรณรงค์ให้พนักงานและประชาชนในพื้นที่ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน   ขอขอบคุณจังหวัดสมุทรสาร สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงทุกหน่วยงานและทุกองค์กรที่มีส่วนร่วมสนับสนุนและผลักดันให้เกิดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ขึ้น

ด้าน นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศและรักษาสมดุลของแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่เพียงช่วยเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำ แต่ยังส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทำให้สิ่งมีชีวิตในห่วงโซ่อาหารสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสมดุล เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติยังคงอยู่คู่กับคนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน และกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่องของจังหวัดสมุทรสาคร ภายใต้มาตรการที่ 7 การฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งมุ่งเน้นการสำรวจแหล่งน้ำต่าง ๆ และดำเนินกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศทางน้ำ ลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่ส่งผลต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่น และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพประมงของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ จังหวัดสมุทรสาคร โดยสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร และบริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ยังคงมุ่งมั่นบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรประมงให้เกิดความยั่งยืนต่อไป.

Comments (0)

รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ชวนคนไทยร่วมบุญติดโซล่าเซลล์ลดค่าไฟ สร้างอนาคตเด็กพิเศษอย่างยั่งยืน…

Posted on 13 มีนาคม 2026 by admin

         โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ภายใต้มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จัดโครงการ  “ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์)” เพื่อบริหารจัดการพลังงาน
ลดภาระค่าไฟฟ้า และนำงบฯมาพัฒนาการเรียนการสอนให้กับน้องๆ ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติกอย่างต่อเนื่อง โครงการฯนี้มุ่งลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมดูแลระบบไฟฟ้าและความปลอดภัยภายในโรงเรียน ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ยั่งยืนในระยะยาวจึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นพลังสำคัญสนับสนุนโครงการด้วยการบริจาคผ่านธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี
591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์หรือบริจาคผ่านระบบ e-Donation สอบถามรายละเอียด โทร. 092-739-0990 ใบเสร็จสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้

         นางสาววรรณวนัช กันพรม ผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ กล่าวว่า โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เป็นหน่วยงานภายใต้การบริหารของ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2550 เพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและฝึกอาชีพให้แก่เด็กพิเศษ  เช่น เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก อายุระหว่าง 7–30 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะวิชาชีพ ทักษะทางสังคม และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนและบุคลากรรวมกว่า 200 คน ส่งผลให้มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าตลอดทั้งวัน ทั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สื่อการสอน ระบบอินเทอร์เน็ต ตลอดจนระบบเสียงและอุปกรณ์สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการเรียนการสอนและการบริหารงาน  ทั้งนี้การใช้ไฟฟ้าไม่ได้จำกัดเฉพาะในห้องเรียน แต่ครอบคลุมถึงอาคารและพื้นที่ใช้งานทั้งหมด โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวันซึ่งเป็นช่วงที่มีการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนเป็นภาระงบประมาณจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ทางโรงเรียนฯ จึงให้ความสำคัญในการหาแนวทางลดต้นทุนด้านพลังงานอย่างจริงจัง

ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์จึงจัดโครงการ “ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์)” ขึ้นเพื่อใช้พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในโรงเรียน
ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว ควบคุมการใช้พลังงานและระบบความปลอดภัยไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงานขององค์กร

โครงการฯ ดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อให้งบประมาณที่ประหยัดได้สามารถนำกลับมาสร้างโอกาสพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กพิเศษในทุกมิติ ตามเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ ที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาการและศักยภาพของเด็กฯอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น จึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนโครงการการติดติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ บริจาคผ่านธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ หรือผ่านระบบ
e donation โดยสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายลละเอียดเพิ่มเติมโทร 092 739 0990

Comments (0)

depa จัดพิธีมอบสัมฤทธิบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่ 3 พร้อมเวทีนำเสนอผลงานโครงการดิจิทัล

Posted on 25 กุมภาพันธ์ 2026 by admin

          depa จัดพิธีมอบสัมฤทธิบัตรแก่ 48 ผู้สำเร็จหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่ 3 และกิจกรรมนำเสนอผลงานของผู้เข้ารับการอบรม ส่งมอบผู้บริหารรุ่นใหม่คุณภาพต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้พัฒนาธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป ณ โรงแรมควีนส์แลนด์ ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ  

          พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบสัมฤทธิบัตรแก่ ผู้สำเร็จหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่3 จำนวน 48 ราย ที่จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ก่อนที่จะร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานของผู้เข้ารับการอบรมร่วมกับคณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ หม่อมราชวงศ์ จัตุมงคล โสณกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ ประธาน Digital CEO คุณโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย คุณชัยนต์ ศรีมาศ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร อดีตวุฒิสมาชิกและรองประธานคณะกรรมาธิการ กมธ. การท่องเที่ยววุฒิสภา คุณภาสกร ชัยรัตน์รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม อดีตปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พลโท พงษ์ศักดิ์ หมื่นกล้าหาญ รองเสนาธิการทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์สุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฯลฯ

พร้อมแลกเปลี่ยนทัศนะและมอบข้อเสนอแนะ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผลงาน ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปสู่เครื่องมือเปลี่ยนผ่านประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมดิจิทัลในอนาคต

          ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ depa กล่าวว่า หลักสูตร Digital Jumpstart มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารรุ่นใหม่ทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อให้มีความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพขององค์กร โดยมุ่งให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
ในกระบวนการผลิตและบริการของภาคอุตสาหกรรมหลัก รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อันจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาวสืบไป

ด้านพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านวิวัฒนาการเทคโนโลยีจากยุคระบบเมนเฟรมในปี 2520 สู่ยุคดิจิทัล ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานและการตัดสินใจในโลกยุคใหม่ อีกทั้งได้เน้นย้ำให้ผู้สำเร็จหลักสูตรนำองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรและประเทศชาติ อีกทั้งยังกล่าวว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจและสนับสนุนการเติบโตของ GDP ของประเทศไทยท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในภูมิภาค อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

ในการนำเสนอผลงาน ผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้นำองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลที่ได้รับจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือน มาต่อยอดเป็นแนวคิดโครงการเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในหลากหลายมิติ โดยแบ่งการนำเสนอออกเป็น 4 กลุ่มตามแกนเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ กลุ่มแรก Digital Big Data นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านการใช้ Big Data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการบริหารจัดการพื้นที่ สร้างแพลตฟอร์มกลางเชื่อมโยงข้อมูล และใช้ AI คำนวณและจัดสรรคิวการเข้าจอดรถให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น กลุ่มที่สอง Digital Automation นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาขยะอินทรีย์ที่ล้นเมืองและต้นทุนการขนส่งขยะที่สูงเกินความจำเป็น ด้วยเครื่องย่อยสลายขยะอัตโนมัติที่ใช้ AI และเซนเซอร์ตรวจจับสภาพการย่อยสลาย เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ยและสร้างมูลค่าทางสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยลดภาระการขนส่งไปยังบ่อฝังกลบและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อมาคือกลุ่ม Digital Access นำเสนอแนวทางยกระดับความปลอดภัยในการสื่อสารของกองทัพในภาวะวิกฤต ผ่านแอปพลิเคชัน SAP (Security and Personnel Application) ที่ผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสรุปและวิเคราะห์สถานการณ์แบบเรียลไทม์บนเซิร์ฟเวอร์ของหน่วยงาน ช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ และสนับสนุนการตัดสินใจสั่งการของผู้บังคับบัญชาให้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ขณะที่กลุ่มสุดท้าย Digital Connect นำเสนอแนวทางรับมือปัญหาการขาดแคลนพยาบาลและภาระงานเอกสารที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ด้วยการใช้ AI Smartwatch ตรวจวัดสัญญาณชีพแบบเรียลไทม์ ร่วมกับกล้อง AI เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง และระบบประมวลผลอัตโนมัติที่บันทึกข้อมูลสุขภาพเข้าสู่ฐานข้อมูลดิจิทัลอย่างเป็นระบบ

depa มุ่งมั่นเสริมแกร่งผู้นำดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้บริหารรุ่นใหม่ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่สนใจเข้ารับการอบรมในหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่4 สามารถติดตามกำหนดการเปิดรับสมัครได้ที่ www.depa.or.th

Comments (0)

เอนี่เพย์ ช่วยการศึกษาเด็กพิการ ของ ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย

Posted on 24 กุมภาพันธ์ 2026 by admin

นายสันทวัฒน์ สินาเจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการฟินเทค (Fintech) ด้านระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง มอบเงินบริจาคช่วยการศึกษาแก่เด็กนักเรียนผู้พิการ โดยมี นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและมุ่งสู่การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนต่อไป ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดหนองคาย เมื่อเร็วๆนี้

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนช่วยเหลือน้องๆผู้พิการ ผ่านการบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น ได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย บัญชีเลขที่ 295-6-00370-4 หรือผ่านระบบ e -Donation สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-4246-5645

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรี ร่วมสานต่อก่ออาชีพผู้พิการ ปี 3

Posted on 17 กุมภาพันธ์ 2026 by admin

      “เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรจะให้เบ็ดตกปลา และสอนให้รู้จักวิธีตกปลาจะดีกว่า”

      พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง รัชกาลที่ 9) เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2541 ถือเป็นหลักคิดสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่มุ่งเน้นการสร้างอาชีพ ถ่ายทอดความรู้ พัฒนาทักษะ และมอบเครื่องมือในการดำรงชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง มากกว่าการช่วยเหลือเพียงระยะสั้น

จากแนวคิดดังกล่าว การส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา  ช่วยเหลือในระยะยาวที่แท้จริง เนื่องจากข้อจำกัดด้านร่างกาย เศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพและการมีอาชีพในอนาคต การเปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างเหมาะสมจึงไม่เพียงช่วยเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ แต่ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเปิดพื้นที่ให้ศักยภาพ ความสามารถ และคุณค่าของผู้พิการได้รับการยอมรับในสังคม

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว นางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” จึงเดินหน้าจัดโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพผู้พิการ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมอบเงินสมทบทุนเพื่อการศึกษา พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น ให้แก่นักเรียนพิการประจำวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การฝึกอาชีพ และการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างยั่งยืน

ในการนี้ นางวิภา อรรถจารุสิทธิ์ หัวหน้าฝ่ายธุรการการเงิน วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา พร้อมด้วยคณะครูและตัวแทนนักเรียนผู้พิการ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เมื่อเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เป็นสถานศึกษาเพื่อคนพิการที่มุ่งผลิตบุคลากรด้านวิชาชีพ ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในทุกมิติ เพื่อพัฒนาสู่การมีงานทำ พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม จัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมดูแลด้านที่พัก อาหาร การศึกษา และกิจกรรมเสริมทักษะชีวิต เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้พิการเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น โดยจัดการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และมีงานทำเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน อาทิ หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล รวมถึงหลักสูตรระยะสั้นด้านการเตรียมพื้นฐานวิชาชีพและคอมพิวเตอร์สำนักงาน ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือคนพิการมาแล้วมากกว่า 5,000 คน

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า ผู้พิการมีศักยภาพในการสร้างอาชีพและสามารถก้าวสู่ความเป็น “ช่างมืออาชีพ” เพื่อเลี้ยงดูตนเองได้ไม่แพ้คนทั่วไป หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม บริษัทฯ จึงเดินหน้าสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพผู้พิการ” ปีที่ 3 สนับสนุนวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการศึกษาทักษะวิชาชีพช่าง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้เรียนรู้เชิงปฏิบัติ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

การลงทุนด้านการศึกษาผู้พิการเป็นการสร้างโอกาสระยะยาว และเสริมพลังให้ผู้พิการก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญของสังคม   ผู้มีจิตศรัทธาและสถานประกอบการสามารถร่วมสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการศึกษาและการฝึกอาชีพแก่ผู้พิการ ด้วยการมอบทุนการศึกษา ทุนอาหาร หรือสิ่งของจำเป็น โดยร่วมบริจาคได้ที่บัญชีเลขที่ 342-4-73627-4 ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ประเภทออมทรัพย์

Comments (0)

ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคายฯ เปิดรับน้องผู้พิการเรียนกินอยู่ฟรี! สร้างโอกาสสู่อาชีพยั่งยืน…

Posted on 12 กุมภาพันธ์ 2026 by admin

วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดรับสมัครนักเรียน นักศึกษาคนพิการ เข้าศึกษาประจำปีการศึกษา 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งค่าเล่าเรียน ที่พัก และอาหาร กับหลักสูตรต่างๆ ทั้งระดับ ปวช. ปวส. และชั้นเตรียมการศึกษา (สำหรับคนพิการที่ไม่มีวุฒิมัธยมศึกษาตอนต้น อายุ 15 ปี ขึ้นไป) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้มีโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพ และต่อยอดสู่อาชีพอย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป เริ่มสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 มีนาคม 2569 และผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาน้องๆ ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

          นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า วิทยาลัยฯ เป็นสถานศึกษาสำหรับคนพิการแห่งแรกของภาคอีสาน ก่อตั้งขึ้นปี 2560 มุ่งจัดการศึกษาและฝึกอาชีพให้กับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ให้ดูแลตนเองและครอบครัวได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับวิทยาลัย ไว้ในพระราชูปถัมภ์ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาวิทยาลัยฯ สามารถผลิตบุคลากรคนพิการเข้าสู่ตลาดแรงงานระดับมืออาชีพเพื่อทำงานรับใช้สังคมมาแล้วกว่า 628 คน

สำหรับปีการศึกษา 2569 วิทยาลัยฯ จะเปิดรับสมัคร 3 หลักสูตร คือ

1.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล (ผู้จบ ม.3 หรือเทียบเท่า)

2.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล (ผู้จบ ม.6)  มุ่งเน้นการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม การออกแบบกราฟิก และการพัฒนาเว็บไซต์  ฯลฯ

3.) หลักสูตรขั้นเตรียมการศึกษา สำหรับคนพิการที่ไม่มีวุฒิมัธยมศึกษาตอนต้นอายุ 15ปี ขึ้นไป

ทั้งนี้เอกสารที่ใช้ในการสมัคร ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน  สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่าย 1.5 นิ้ว 4 รูป  สำเนาบัตรคนพิการ สำเนาวุฒิการศึกษา ใบสูติบัตร(ถ้ามี) ใบรับรองแพทย์ (ไม่เป็นโรคติดต่อ) โดยน้องๆ ผู้เรียนจะได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาจนจบระดับ ปวช.–ปวส. เพื่อให้สามารถมีงานทำ ดูแลตนเองและครอบครัวได้

ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ พร้อมอาหาร 3 มื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เป็นสื่อทันสมัย โดยเปิดรับตั้งแต่วันนี้ถึง 28 มีนาคม 2569 ซึ่งผู้พิการทางการเคลื่อนไหวสามารถสมัครได้แล้วที่ ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ  หรือ fb วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ฯ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่คุณแพร โทร 064 109 4401 หรือ 042 465 645 หรือ ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ www.nrtc.ac.th

ทั้งนี้ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย เลขที่ 295 6 00370 4 หรือผ่านระบบ e -Donation โดยสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ รายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้ในการจัดการศึกษา ฝึกอาชีพ บริหารจัดการ และยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างยั่งยืนต่อไป

Comments (0)

เรื่องล่าสุด