Archive | ข่าว

Education New Zealand taps into global market of over 15 million learners through new country-branded platform

Posted on 22 มิถุนายน 2021 by admin

As the world moves online, more than 15 quality New Zealand education providers are taking a selection of online courses to global learners.

Education New Zealand Manapou ki te Ao (ENZ) has today announced a new partnership with FutureLearn, which for the first time will provide courses from more than 15 New Zealand education providers on one centralised platform, to reach more than 15 million learners worldwide.

As part of Education New Zealand’s Partners’ Workshop Week, FutureLearn will be launched to nearly 500 international education stakeholders this week as an example of how New Zealand is diversifying its education offering for those who can’t travel here.

FutureLearn is an online learning platform that offers learners and educators online courses. A selection of quality short courses will be offered by a variety of New Zealand education providers, including four leading universities, EdTech providers and blue-chip private training establishments Media Design School and TechFuturesLab. There will also be courses co-branded between New Zealand’s national vocational education body, Te Pūkenga, and several of its ITP subsidiaries including Wintec and NMIT.

The courses include options for both learners and teachers across areas such as sustainable agriculture, Te Reo Māori, English language and growing a sustainable workforce.

Sustainability is increasingly important in students’ study choices. To cater for this, more than half of the courses are themed around sustainability.

ENZ’s General Manager of Partnerships and Marketing Paul Irwin said the short courses will provide global learners with a taste of a New Zealand international education experience, while also giving education providers a new way to reach learners.

“This is a key step in Education New Zealand’s strategy to take a New Zealand education experience to more learners, without the need to get on a plane.

“For the first time, this online platform gives us a New Zealand ‘shop window’ for learners to sample the innovative ways of learning our education sector has to offer. This pilot will enable us to learn and make adjustments as we diversify the way we deliver and make international education more accessible to more global learners, as well as continuing to reshape what international education looks like in a post-COVID world.

“The sustainability-themed courses also enable us to test interest in study relating to global causes where New Zealand has expertise,” Irwin said.

The FutureLearn pilot will showcase some of New Zealand’s burgeoning EdTech sector with VR, 3D-modellling and animation courses from VR Voom, as well as an introductory Te Reo course from Edumaxi.

Tertiary education organisation The Mind Lab aligns digital skills, technology and capabilities with the demands of the contemporary world. Founder Frances Valintine CNZM said ENZ’s partnership with FutureLearn will support New Zealand education providers to reach a global audience and showcase contemporary learning across a diverse range of subject areas.

“Education New Zealand’s investment in this pilot has helped to remove barriers for New Zealand education providers who want to reach a global audience of learners through innovative modes of delivery.

“This is exciting for the New Zealand sector as we broaden our reach from onshore delivery to online,” Valintine said.

The average length of the courses on offer are seven hours of learning. Learners can access the courses for free, choose to pay to upgrade and receive a digital certificate and longer access to course materials, or subscribe to FutureLearn and get unlimited access to content.

See more here: https://www.futurelearn.com/courses/collections/study-new-zealand

  • Education New Zealand is the government agency responsible for building international education to benefit New Zealand socially, culturally and economically. For more information, visit enz.govt.nz
  • FutureLearn is a London-based online education platform [jointly owned by the UK’s Open University and The SEEK Group] with an existing community of approximately 15 million learners globally
  • All universities in New Zealand are ranked within the top three percent (top 500) worldwide according to the QS World University Rankings
  • Participating New Zealand education providers include:

o  University of Canterbury

o  University of Otago

o  University of Waikato

o  Auckland University of Technology (AUT)

o  Nelson Marlborough Institute of Technology

o  The Mind Lab

o  Chasing Time English

o  Tech Futures Lab

o  VR Voom

o  Languages International

o  Wintec

o  International Culinary Studio

o  Intuto / Edumaxi

o  Amy.app

o  Media Design School.

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ ร่วมส่งเสริมอาชีพผู้พิการ

Posted on 21 มิถุนายน 2021 by admin

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ร่วมส่งเสริมอาชีพผู้พิการและสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พร้อมมอบข้าวสาร อาหาร และของใช้จำเป็นสำหรับน้องๆผู้พิการ ซึ่งเป็นนักเรียนประจำและเจ้าหน้าที่ผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการมากกว่า 800 คน โดยมี นายสัมฤทธิ์ ชาภิรมย์ ผู้จัดการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการฯ เป็นผู้รับมอบ
ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

“จอย ศิริลักษณ์” วอนช่วยเหลือผู้พิการ ร่วมบริจาคข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็น ให้มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ขาดแคลนเข้าขั้นวิกฤติ หลังโควิด-19 ระลอก3 ไม่จบ

Posted on 14 มิถุนายน 2021 by admin

เป็นดาราสาวน้ำใจงามอีกคนที่คอยช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ล่าสุด จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ออกมาวอนพี่น้องคนไทยให้ช่วยบริจาคช่วยมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการ ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤติขาดแคลนข้าวสารอาหารและของใช้จำเป็นอย่างหนัก เพราะต้องดูแลคนพิการที่อยู่ในมูลนิธิฯกว่า 800 ชีวิต ส่งผลกระทบเดือดร้อนกันถ้วนหน้า จึงขอเชิญชวนให้ช่วยกันคนละเล็กคนละน้อยตามกำลังให้แก่มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ เพื่อช่วยเหลือคนพิการให้ผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้…

จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค : “อย่างที่ทราบกันว่าเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทางมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเฉพาะยอดบริจาคลดลงมาก ยิ่งครั้งนี้เป็นการระบาดระลอก 3 ที่รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ขนาดเราเองร่างกายครบ 32 ยังเดือดร้อนขนาดนี้ และนึกถึงผู้พิการเขาย่อมได้รับความเดือดร้อนกว่าเราหลายเท่านัก  วิกฤติโควิดนี้ เราต้องผ่านไปด้วยกันทั้งประเทศ น้ำใจของคนไทยทุกคน เช่น การบริจาคข้าวสาร หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ฯลฯ สิ่งของจำเป็น จะช่วยต่อลมหายใจและเป็นกำลังใจสำคัญแก่ผู้พิการให้มีกำลังใจสู้ต่อไป” หรือหากท่านใดสะดวกจะบริจาคเป็นเงินก็ได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามได้ที่โทรศัพท์ 02-572 4042 ต่อ 8100, 8102 หรือ 099-394 4795”

Comments (0)

SIBA Express ร่วมสนับสนุนส่งอาหารถึงมือนักรบเสื้อกาวน์

Posted on 08 มิถุนายน 2021 by admin

ในช่วงภาวการณ์ระบาดของโควิดรอบใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม ทำให้แพทย์-พยาบาลและทีมงานในโรงพยาบาลมีภาระหนักในการรับมือเพื่อดูแลผู้ป่วยและตรวจหาเชิงรุกอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส-19 ให้เร็วที่สุด และทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมได้เพียงสั่งอาหารอร่อยๆส่งเป็นกำลังใจไปให้เหล่าทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์  ที่อยู่รพ.ต่างๆทั้งกรุงเทพ -ปริมณฑล ซึ่งร้าน SIBA Express ขอร่วมสนับสนุนอาหารกล่องราคาพิเศษเพียง 60 บาท และบริการพิเศษ Food delivery  จัดส่งอาหารให้ถึง รพ. ฟรี! เพื่อร่วมต้านภัยโควิด-19” เติมพลังและเป็นกำลังใจให้นักรบเสื้อกาวน์ที่ต้องปฏิบัติงานใกล้ชิดและมีความเสี่ยงอย่างมากได้รับประทานอาหารที่อร่อย มีคุณภาพ ปลอดภัย และจะได้ใช้เวลาไปสู้รบกับโควิดอย่างเต็มที่

โดยเมนูมีให้เลือกมากมายทั้ง อาหารคาว หวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม อร่อย สดใหม่ทุกวัน อาทิ ผัดไทยกุ้ง ข้าวมันไก่ม้วน ข้าวกะเพราทะเล ข้าวผัดต้มยำทะเล ข้าวผัดกุ้ง สปาเก็ตตี้ขี้เมา ราดหน้าหมู เครื่องดื่ม อาทิ ชาเขียว ชาเย็น นมสด กาแฟ นมเย็น สำหรับเบเกอรี่ อาทิ เอแคลร์  บราวนี่นูเทล่า เค้กฝอยทอง  แซนวิชทูน่า Toffee Cake เป็นต้น เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่เวลา 07.00 -16.00 หยุดทุกวันเสาร์ ท่านที่สนใจโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0960268838 หรือ line @sibaexpress มาร่วมกันเป็นกำลังใจสนับสนุนเคียงข้างกันให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันอีกครั้ง

Comments (0)

รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แบบอย่างการทำความดีในสังคมที่น่ายกย่อง

Posted on 27 พฤษภาคม 2021 by admin

ในปี พ.ศ.2535 ขณะที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีประทับ ณ พระตำหนักดอยตุง ได้ทอดพระเนตรข่าวความยากลำบากของครูอาสาสมัคร ชื่อ นส.วิไลลักษณ์ สุขสาย ครูโรงเรียนบ้านใหม่ห้วยหวาย อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จากหนังสือพิมพ์  จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายบุญธันว์ มหาวรรณ์ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ความช่วยเหลือ และยังโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการช่วยเหลือพัฒนา สนับสนุนการศึกษา และการสาธารณสุขแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดารในภาคเหนือ โรงเรียน กศน. (การศึกษานอกโรงเรียน) และโรงเรียน ตชด.ต่างๆตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โปรดให้ดำเนินการต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านการศึกษา สาธารณสุขของประชาชนในถิ่นทุรกันดารและบนพื้นที่สูง และประทานนามว่า “โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า” ในทุนการกุศลสมเด็จย่า และได้ประทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินจาก”ทุนการกุศลสมเด็จย่า” และ “ทุนการกุศล กว.” ให้แก่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า เสมอมา

ทุกครั้งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ โดยเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีออกทรงงาน พร้อมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)  เพื่อให้บริการด้านสาธารณสุข พระองค์ยังทรงสนพระทัยด้านการศึกษา เนื่องจากทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น พระองค์มักจะเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ สอบถามครูถึงแนวทางการเรียนการสอนและพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากร นอกจากนั้นยังทรงให้ความสนพระทัยครู กศน.เป็นพิเศษ มักโปรดเกล้าฯ ให้คณะครู กศน.เข้าเฝ้าเวลาที่ประทับ ณ ตำหนักที่ประทับบริเวณเขื่อนต่างๆ

เมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ในปี 2551  เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงเป็นอาจารย์ภาษาฝรั่งเศสในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการพัฒนาการศึกษาภาษาฝรั่งเศสในประเทศไทย และเพื่อสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ที่ทรงเห็นถึงความเสียสละของครูที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร  โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า จึงก่อตั้งโครงการครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละความสุขส่วนตัว โดยการคัดเลือกครูจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) หน่วยงานละ 3 รางวัล  รวมปีละ 9 รางวัล โดยพิธีการมอบ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” กำหนดเป็นวันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับ 1. โล่รางวัลครูเจ้าฟ้าฯ 2. ใบประกาศนียบัตร 3. เงินรางวัล 4. กองทุนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาชุมชน

นับจากปี 2552 มีครูที่ได้รับรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์มาแล้ว13 รุ่นรวม 114 คน สำหรับการมอบ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี 2563 (รุ่นที่ 12) และ ปี 2564 (รุ่นที่ 13) โครงการพระเมตตาสมเด็จย่าได้พิจารณาคัดเลือกครูผู้มีความเหมาะสม มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แล้ว  แต่เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในสภาวะที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนวันทำพิธีมอบรางวัลออกไปก่อน

               สำหรับครูทั้ง 9 คนที่ได้รับ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี2563 (รุ่นที่ 12) ได้แก่

ครูสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

1.สิบตำรวจเอกชายแดน ภู่นายพล ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายบ้านโกแประตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

2.ดาบตำรวจวิโรจน์ ควรแจ่มดี โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่ลอง ตำบลบ้านทับ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

3.ดาบตำรวจหญิงจำเรียม พรมเพ็ชร โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านประกอบออก ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

ครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

1.นางวราภรณ์ กันธะรักษา ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านซอแข่วาคี ตำบลแม่สอง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

2.นางสาวณัฏฐนันท์ สุภาธง ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยปง ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

3.นางศศิมา ไชยเดช ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบันนังสตา ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

1.นายสุพจน์ เรืองแก้ว โรงเรียนนาทวีวิทยาคม ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

2.นางสุชาดา จารงค์ โรงเรียนบ้านตะบิงติงงี ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

3.นายสุกรี แวหะมะ โรงเรียนบ้านท่าสาป ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

สำหรับครูทั้ง 9 คนที่ได้รับ “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ประจำปี 2564 (รุ่นที่ 13) ได้แก่

ครูสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

1.ดาบตำรวจวีรชัย คำแก้ว โรงเรียนตำรวจตระเวนชายเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 4 ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

2.ดาบตำรวจเขตต์ตวัน ยั่งยืนวณิชกุล โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอาชีวศึกษาเชียงราย – พะเยา ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

3.ดาบตำรวจหญิงประพิน มะลิชู ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

ครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

1.นายภัทร แม่หละเจริญพร ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านดูบลอคี ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

2.นายศิริ ถาวรวิจิตร ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านอะบอโด่ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

3.นางพาตีเมาะ ดีรี ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอรามันตำบลเกะรอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา

ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

1.นางมาลี บุญเทพ โรงเรียนบ้านเวียงหวาย ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

2.นางสาวเมธิญา ยะขาว โรงเรียนบ้านผาเดื่อ ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย

3.นายอาดัม ยูโซะ โรงเรียนบ้านชะเอาะ ตำบลมะนังยง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี

               คุณครูที่ได้รับรางวัลครูเจ้าฟ้าฯทุกคนได้ทำงานด้วยความเสียสละ ไม่เพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่ครูสอนหนังสือ แต่ยังได้ให้ความช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส และชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารให้มีการดำรงชีวิตที่ดีขึ้นและช่วยให้ชุมชนมีการพัฒนาตนเอง อย่างยั่งยืน ซึ่งสมควรได้รับการเผยแพร่คุณงามความดีและยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแม่พิมพ์ และแบบอย่างการทำความดีในสังคมต่อไป

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ ชวนรักษ์เล ปล่อยปลา ฟื้นฟูคืนสมดุลระบบนิเวศท้องทะเลไทย

Posted on 27 พฤษภาคม 2021 by admin

กระแสเที่ยวทิพย์ในยุคโควิด-19 เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงภาพอันสวยงามของท้องทะเลไทย เพราะนอกจากความสวยงามของสถานที่ บรรยากาศดี ทะเลสวยน้ำใส หาดทรายขาวเหมาะแก่การพักผ่อนจนทำให้ประเทศไทย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับโลกแล้ว ความสมบูรณ์ของธรรมชาติและความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งทะเล ก็มีส่วนสำคัญช่วยให้ทัศนียภาพอันสวยงามของท้องทะเลไทย มีมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหลและดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ  

แม้ว่าความสวยงามใต้ท้องทะเลไทย จะได้รับการยอมรับว่า มีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลมากที่สุดแห่งหนึ่ง และมีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งทรัพยากรทางทะเลอย่างมากมาย ของพันธุ์พืช และสัตว์ทะเลนานาพันธ์ แต่กระนั้น การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติก็มีมากเช่นกัน ส่งผลให้ปัจจุบันเกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งเริ่มเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาและการคุกคามของฝีมือมนุษย์ ส่งผลให้สัตว์น้ำจำนวนลดน้อยลง บางสายพันธุ์อาจสูญพันธุ์ ดังที่ปรากฏอยู่ในหลายพื้นที่ชายฝั่งทะเล

เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูระบบนิเวศให้กับท้องทะเลไทยและสานต่อนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง ได้จัดกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ” เพื่อร่วมอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง  โดยมี นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วย นางสาววิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ กรรมการบริษัทฯ และ นายรัชกฤต ตันวิไลย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ นำทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของทั้งสองหน่วยงาน ร่วมแรงร่วมใจปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาวและพันธ์กุ้งแชบ๊วยกว่า 300,000 ตัว กลับคืนสู่ธรรมชาติ เพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในทะเล แม้แดดจะร้อนแต่ทุกคนก็ดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสมดุลและฟื้นฟูระบบนิเวศทางชายฝั่งทะเล อันเป็นการแสดงถึงความห่วงใยต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ บริเวณชายหาดแม่รำพึง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง

นายรัชกฤต ตันวิไลย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง กล่าวว่า ระบบนิเวศทางทะเล มีความสำคัญอย่างมากต่อสมดุลโดยรวมของนิเวศบนบกและในน้ำ เป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตอีกมากมาย จึงอยากให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติทางชายฝั่ง โดย

ทางศูนย์วิจัยฯจะเป็นองค์กรกลาง ทำหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การผลิตและขยายพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งชนิดใหม่และที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์นี้รวมทั้งสัตว์น้ำที่หายากและที่ใกล้สูญพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ รวมถึงการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและจำหน่ายแก่เกษตรกร การให้คำปรึกษาด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น  พันธุ์กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย ปลากะพงขาว ปูม้า หมึกหอม หมึกกระดอง หอยหวาน และปลากะรัง  เป็นต้น

“ตามแผนของปี 2564 ทางศูนย์ฯ จะต้องปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ต่ำกว่า 6,640,000 ตัว ได้แก่ ปลากะพงขาว 40,000 ตัว กุ้งกุลาดำ 3,000,000 ตัว กุ้งแชบ๊วย 3,450,000 ตัว หอยหวาน 120,000 ตัว และปลาหมึก 30,000 ตัว โดยที่ผ่านมาทางศูนย์ฯได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกลับคืนสู่ธรรมชาติ” นายรัชกฤต กล่าว

ทางด้าน นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ”  เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเพื่อสังคมของบริษัทฯ แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ แต่บริษัทฯก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีส่วนช่วยรณรงค์ส่งเสริมให้พนักงานในองค์กร รวมทั้งประชาชนคนไทย มีใจรักษ์และเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้น  โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรมด้านการพัฒนาชุมชนและความรับผิดชอบต่อสังคมในมิติที่หลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการศึกษา และด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ การมอบทุนการศึกษา มอบทุนวิจัยสำหรับนักศึกษาวิศวะ  การมอบอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล  การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพช่าง  กิจกรรมปลูกป่าชายเลน และกิจกรรมปล่อยพันธุ์เต่าคืนสู่ท้องทะเล เป็นต้น

Comments (0)

ร่วมช่วยน้องๆผู้พิการให้ผ่านวิกฤติโควิด-19

Posted on 21 พฤษภาคม 2021 by admin

หญิงแม้น_resize

จากผลกระทบโควิด-19 พวกเราลำบากแค่ไหน น้องๆผู้พิการลำบากเป็น 2 เท่า มาช่วยกันปันน้ำใจช่วยเหลือน้องๆ ผู้พิการให้ผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน หญิงแม้น – ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์–ชูโต ชวนร่วมบริจาคเพื่อช่วยมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ให้ชีวิตของคนพิการมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งและมีโอกาสได้ใช้ชีวิตในสังคมอย่างพึ่งพาตนเองได้ให้มีอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง เลี้ยงครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นคนพิการทั้งสิ้นรวมทั้งบุคลากรและครู ซึ่งอยู่ในความดูแลทั้งหมดกว่า 800 คน บริจาคที่ บ/ช. เลขที่ 342-3-04066-0 ธ.กรุงเทพ สาขาบางละมุง ใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

Poster-final-Ver-2_resize

Comments (0)

SIBA มอบทุนการศึกษา 120 ทุน มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ!

Posted on 18 พฤษภาคม 2021 by admin

         SIBA หรือ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี มอบทุนการศึกษา 120 ทุน แบ่งเป็น ระดับปวช. 60 ทุน และระดับ ปวส. 60 ทุน พร้อมที่พัก รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท โดยทุนการศึกษาระดับ ปวช. สำหรับผู้เรียนจบ มัธยมศึกษาปีที่3, กศน. หรือเทียบเท่า เป็นทุนการศึกษา 50-100% ตลอดหลักสูตร 3 ปี และ สำหรับทุนการศึกษาระดับ ปวส. SIBA  ร่วมกับ สถานประกอบการธุรกิจชั้นนำของประเทศ มอบทุนการศึกษา และมีงานให้ทำ มีรายได้ระหว่างเรียน และรับเข้าทำงานทันทีเมื่อจบฯ เป็นทุนการศึกษา 50-100% ตลอดหลักสูตร 2 ปี สำหรับนักเรียน ผู้เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6, ปวช. หรือเทียบเท่า เน้น “เรียนได้เงิน จบได้งาน” จบแล้วมีงานทำแน่  ทั้งนี้อาชีพมาแรงที่น่าสนใจเป็นที่ต้องการตลาดแรงงาน เช่น นักการตลาดออนไลน์,  นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น, ผู้ดูแลโซเชียลมีเดีย, นักกูรูออนไลน์ หรือ Youtuber, ผู้ดูแลเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ หรือ Programmer, เจ้าของธุรกิจ Start Up, นักบัญชีที่เชี่ยวชาญเรื่องภาษีอากร, เชฟ, ฟู้ดสไตลิสต์ เป็นต้น

         สนใจสมัครด่วน! ตั้งแต่วันนี้ถึง 31พ.ค.64 สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook: siba60ปี60ทุน / website: https://siba.ac.th / Instagram: siba_college/ Twitter: @sibalive หรือโทร. 02-939-3000 และ 092-290-3572

Comments (0)

แจ้งกำหนดการสวดอภิธรรมศพ คุณแม่ เพ็ญประภา ตั้งคารวคุณ

Posted on 13 พฤษภาคม 2021 by admin

กำหนดการสวดอภิธรรมศพ คุณแม่ เพ็ญประภา ตั้งคารวคุณ มารดา วรรณศิริ ตั้งคารวคุณ ณ วัด สระเกศราชวรมหาวิหาร  ศาลา บำเพ็ญกุศล

– วันที่ 13-15 พค. 2564  เวลา 16.00 น.

– วันที่ 16 พค. 2564 บรรจุ ณ สุสานเจ็งเล้ง อ. บางพระ จังหวัด ชลบุรี

คุณแม่เพ็ญประภาเป็นบุคคลที่เรียกได้ว่าเป็น “ผู้หญิงคนเก่ง หัวใจนักสู้” โดยแท้ คุณแม่เป็นผู้ที่มีจิตใจงดงาม ให้ความช่วยเหลือกับทุกคนด้วยความรัก ความเมตตา ประกอบกับท่านเป็นผู้หญิงที่เก่ง แกร่ง มีความเข้มแข็ง เสียสละ อดทน ฉลาดในการดำเนินชีวิตและทันสมัยเสมอ ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของไทยและเป็นที่รักของทุกคนที่ได้รู้จักท่าน

ตลอดเวลาที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ คุณแม่เป็นคนรักครอบครัวมากและพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างได้เพื่อครอบครัว  คุณแม่ได้ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับน้อง ๆ ทั้ง 5 คน รวมทั้งรับผิดชอบธุรกิจการค้าของครอบครัวตั้งแต่อายุได้เพียง 15 ปีเนื่องจากบิดามารดาเสียชีวิตเพราะถูกฆาตกรรม คุณแม่เล่าให้ฟังว่า วันที่ทราบข่าวร้ายนั้น คุณแม่ได้แต่ตะลึง คิดว่าวันนี้ไม่มีพ่อแม่แล้วเหรอ เมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มเรียบเรียงว่าจะจัดการชีวิตตัวเองและน้อง ๆ อีก 5 คนอย่างไร แต่ด้วยหัวใจอันแกร่งและความมุ่งมั่นของคุณแม่ คุณแม่สามารถสานต่องานธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว เริ่มต้นด้วยการเรียนวิธีใช้ลูกคิดเพื่อทำบัญชี หัดขับรถส่งของและต้องปลอมตัวเพื่อขับรถบรรทุกไปส่งไม้ ขายของหน้าร้านและตรากตรำทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เพราะนอกจากงานหลักที่ต้องหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว คุณแม่ยังต้องใช้เวลาทั้งหมดที่เหลือดูแลน้องๆ เพื่อไม่ให้น้องรู้สึกมีปมด้อยและถูกใครว่าได้ว่าเป็นลูกไม่มีพ่อแม่

หลังจากดำเนินธุรกิจมาระยะหนึ่ง คุณแม่ได้พบรักและแต่งงานกับคุณพ่อประเสริฐ ตั้งคารวคุณ และออกมาช่วยธุรกิจของทางครอบครัวคุณพ่อ ในช่วงแรก คุณแม่ต้องทำงานทั้งสองที่และหาเงินส่งให้น้องๆ ภายหลังจึงได้โอนกิจการของครอบครัวคุณแม่ให้ญาติดำเนินการแทน ในปี พ.ศ. 2514 คุณพ่อตัดสินใจออกจากธุรกิจ “กงสี” ของตระกูลตั้งคารวคุณ มาตั้งบริษัทเล็กๆ ประกอบธุรกิจค้าขาย กลุ่มสินค้า ฮาร์ดแวร์ สร้างแบรนด์ตราปลาเบ็ด จนเป็นที่รู้จักและอยู่ในวงการธุรกิจเคมีภัณฑ์มาจนถึงทุกวันนี้ กิจการในช่วงนั้นดำเนินไปด้วยดี แต่มรสุมชีวิตของคุณแม่ก็ยังไม่หมด หลังจากที่ร่วมกันสร้างกิจการมาได้ประมาณ 1-2 ปี ครอบครัวของเราก็ได้รับข่าวร้ายว่า คุณพ่อได้เริ่มป่วยเป็นโรคมะเร็งทางสมอง จนในปี พ.ศ. 2519 ครอบครัวเราได้สูญเสียผู้นำอันเป็นกำลังสำคัญและเป็นที่รักของทุกคน ทำให้คุณแม่ต้องเปลี่ยนบทบาทตนเองจากผู้ตาม ผู้ดูแล เป็นผู้นำของทั้งครอบครัวและบริษัทฯ ชีวิตของคุณแม่ช่วงนี้ถือว่าลำบากและหนักที่สุดก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่คุณพ่อเข้ารับการผ่าตัดแล้ว อาการก็ยังไม่ดีขึ้น คุณแม่จึงตัดสินใจพาไปรักษาแผนโบราณที่หัวหิน ธุรกิจการค้าก็ยังต้องดำเนินต่อไป ช่วงนั้นคุณแม่ต้องขับรถไปหัวหินเช้าเย็นกลับทุกวัน จนวันที่คุณพ่อเสีย คุณแม่ถึงกับคิดที่จะฆ่าตัวตายแต่ด้วยความรักลูก จึงย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองที่เป็นเด็กกำพร้า ลูกคนโตอายุเพียง 14 ปีที่เหลือก็ยังเล็กอยู่ จะไม่มีทางให้ลูกเป็นอย่างตัวเองแน่นอน ภายใต้ความเสียใจก็มีเรื่องดีให้กับผู้หญิงนักสู้คนนี้ ลูกน้องที่ทำงานกันมาเข้ามาคุย ให้กำลังใจและพร้อมจะต่อสู้และลุยธุรกิจไปด้วยกันกับนายหญิงคนนี้ น้องสาวคนเล็กของคุณแม่ก็เข้ามาช่วยงานและช่วยดูแลหลาน ทำให้คุณแม่มีกำลังใจและตัดสินใจสานต่อธุรกิจที่ได้ร่วมกันสร้างมากับคุณพ่อ

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่คุณแม่ต้องดำเนินธุรกิจโดยลำพัง ในสมัยนั้นโลกของธุรกิจเป็นโลกของผู้ชาย นักธุรกิจหญิงมีแทบจะนับคนได้ และก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนในประเทศไทยที่อยู่ในวงการธุรกิจฮาร์ดแวร์เช่นนี้ ด้วยบุคลิกที่โดดเด่นมีความแข็งแกร่ง ทำทุกอย่างด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้าทัศนคติที่ว่าไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้จนสำเร็จในที่สุด ไม่ว่าจะขับรถออกไปส่งของ ไปพบพูดคุยกับลูกค้าทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด คุณแม่ให้ความสนิทสนมและเป็นที่รักของทั้งลูกค้าและคู่ค้าไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายใหญ่ จนในวงการธุรกิจจะไม่มีใครไม่รู้จัก “หยี่ซ้อ” และตั้งสมญานามแม่ว่า “เจ้าแม่ทินเนอร์” ท่านคือผู้บุกเบิกการก่อร่างสร้างตัวและการพัฒนาของอุตสาหกรรมเคมีอย่างแท้จริง

ด้านครอบครัว ด้วยความที่ท่านเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว คุณแม่ก็จะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับลูกทั้ง 6 คน ตั้งแต่อายุได้เพียง 30 ปี คุณแม่เติมเต็มทุกอย่างให้ลูกๆ ไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่าขาด ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกทางด้านจิตใจ หรือความเป็นอยู่ โดยเฉพาะด้านการศึกษา คุณแม่ได้วางแผนอนาคตให้ลูกๆได้เรียนโรงเรียนที่ดี และปูทางถึงรุ่นหลาน ด้วยความที่คุณแม่มีความรู้น้อย จึงตั้งใจอยากให้ลูกได้เรียนให้สูงที่สุด ช่วงนั้นคุณแม่ทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง รู้เพียงตื่นตั้งแต่ตี 5 ดูรายงานว่าวันนี้ส่งของที่ไหน วันนี้ขายดีรึเปล่า การเก็บเงินลูกค้าเป็นอย่างไร วนอยู่อย่างนี้ทุกวัน ในสมองของคุณแม่มีแต่คำว่าต้องหาเงินให้มากที่สุดเพื่อให้ลูกๆทุกคนได้ไปเรียนต่างประเทศ คุณแม่รักครอบครัวมากพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างได้เพื่อครอบครัว โดยเฉพาะกับลูกๆ ซึ่งเป็นดวงใจของท่าน ท่านทุ่มเท ให้ความรัก เลี้ยงเราทุกคนเหมือนเป็นผู้ใหญ่ คอยให้กำลังใจ และคอยสอนด้วยการให้คำอธิบาย ใจเย็น และปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้จากชีวิตด้วยตัวเอง ท่านชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นผู้ใหญ่ใจดี ที่คุยสนุกและมักสอดแทรกคำสอนอยู่เสมอ

คำสอนของคุณแม่ที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้งคือ ให้ซื่อสัตย์ ยึดมั่นคุณธรรม ในการใช้ชีวิตเราต้องไม่ประมาท ชีวิตคนเราไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ทุกสิ่งย่อมมีขึ้นมีลง และเมื่อเราผิด ก็ให้เราเรียนรู้จากความผิดให้เป็นครู คุณแม่ยังสอนพวกเราเสมอว่า ต้องรู้จักให้อภัย ต้องให้โอกาสครั้ง 1 2 3 แล้วค่อยมาพิจารณา อย่ารีบตัดสินโทษใคร อย่าเอาเปรียบคนอื่น อย่าเบียดเบียนใคร แต่ในทางกลับกันเราต้องรู้จักการเป็นผู้ให้ ต้องมีความอดทน และคอยดูตัวเองก่อน ก่อนที่เราจะตัดสินคนอื่น และคุณแม่ก็บอกเสมอว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ให้ทำด้วยความจริงจัง ทำด้วยความจริงใจ

นอกจากความเป็นแม่ผู้ยิ่งใหญ่แล้ว ท่านยังได้อุทิศเวลา กำลังกาย กำลังทรัพย์ เอาใจใส่ด้านงานการศาสนาและการสังคมสงเคราะห์มาโดยตลอด ท่านอุปถัมภ์วัดต่างๆทั้งในกรุงเทพและต่างจังวัด โดยบริจาคเงินสร้างพระ อุโบสถ ทอดกฐิน จัดาทุนช่วยนักเรียน โรงเรียน ทัณฑสถานหญิง มาโดยตลอดและท่านได้สั่งลูกหลานดำเนินการต่อเนื่อง เมื่อ พ.ศ. 2547 ท่านได้ทำบุญใหญ่โดยทำการแจกทานให้กับคนยากจน ที่อยู่บริเวณซอยสุขุมวิท 101 จำนวน 1,400 คน เพื่อช่วยให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

งานด้านสังคมสงเคราะห์นั้น ในสมัยที่ท่านยังมีสุขภาพแข็งแรง ท่านได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกและดำรงตำแหน่งสำคัญๆในองค์กรต่างๆ อาทิได้รับเลือกจากสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสตรีสัมพันธ์ในปี พ.ศ. 2543  นายกสโมสร โรตารีกรุงเทพฯ พระราม 3 ในปี พ.ศ. 2545 ท่านได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจที่จะทำงานเพื่อสังคมและด้วยความตั้งใจของท่านทำให้ท่านได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน แต่รางวัลที่ทำแม่ภาคภูมิใจมากที่สุดคือ รางวัลแม่ดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2543 ประเภทแม่ผู้มีความอดทน ขยัน หมั่นเพียร โดยได้รับพระราชทานรางวัลจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2543

เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกอย่างล้วนเป็น อนิจัง อนัตตา ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว คุณหมอตรวจพบเชื้อมะเร็งในตับของคุณแม่ และแจ้งว่าคุณแม่จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ถึงแม้ว่าลูกๆจะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางเอาชนะโรคนี้ได้ แต่เราทุกคนก็ทำทุกวิถีทาง ไม่ว่ายาอะไรดี หมอที่ไหนเก่ง อะไรที่เราทำได้ เราทำหมดทุกอย่าง เพียงเพื่อซื้อเวลาให้แม่อยู่กับพวกเราไปนานๆ แต่หากต้องถึงเวลาต้องจากกันจริงๆ  ขอเพียงให้แม่หลับให้สบาย

ในวาระสุดท้ายที่คุณแม่ต้องต่อสู้เพื่อรักษาลมหายใจของท่านเอาไว้ ตอนนี้โลกจะไม่มีแม่แล้ว ลูกๆ ทุกคนขอกราบขอบพระคุณคุณแม่จากหัวใจที่อดทนสู้เพื่อพวกเรามา แม่ทำหน้าที่ทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นภรรยาที่อยู่เคียงข้างอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสามี เป็นหยี่แจ้ที่รักและคอยช่วยเหลือน้องเสมอ เป็นแม่นักสู้ที่เสมือนเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกๆ เป็นอาม่าที่น่ารักและใจดีที่สุดของหลานๆเป็นหยี่ซ้อ คนเก่งที่ของคนในวงการธุรกิจ เป็นคุณเพ็ญที่มีแต่คำว่าให้ ของเพื่อนๆและลูกน้อง ขอบคุณแม่เหลือเกินที่คอยปูทางทุกอย่างไว้ให้พวกเรา เราจะขอเดินตามทางทุกอย่างที่แม่ปูไว้เราจะดูแลลมหายใจที่แม่ให้ไว้ต่อไป และจะจดจำคำสอนของแม่ อ้อมกอด รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่เราเคยมีให้กันเพื่อเป็นเครื่องย้ำเตือน เป็นความรัก ความผูกพัน ที่เรามีต่อกันตลอดไป

แม้วันนี้ชีวิตเราจะไม่มีแม่อยู่ตรงนี้แล้ว แต่พวกเรายังมีเลือดเนื้อของแม่อยู่ในร่างกายอยู่ในหัวใจของลูกๆ ทุกคน ชีวิตนี้พวกเราภูมิใจเหลือเกินที่ได้เกิดเป็นลูกของแม่ จากนี้ไปลูกทุกคนจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทำให้แม่ภูมิใจในตัวลูกกว่าที่เคย รักแม่สุดหัวใจ

Comments (0)

อยากเรียนคณะบิสซิเนส ม.ดังนิวซีแลนด์ เชิญฟังสัมมนาออนไลน์ ฟรี “3 ปีจบตรี 1 ปีจบโทคณะบิสซิเนส AUT” เรียนทันที ไม่ต้องรอเปิดประเทศ

Posted on 11 พฤษภาคม 2021 by admin

อยากเรียนต่อป.ตรี-ป.โท คณะบิสซิเนส  ม.ดัง นิวซีแลนด์ ได้ทันที โดยไม่ต้องรอเปิดประเทศ เชิญร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรี  “3 ปีจบตรี 1 ปีจบโทที่คณะบิสซิเนส AUT”   จัดโดยหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทยร่วมกับ มหาวิทยาลัย Auckland University of Technology (AUT) เชิญชวนนักศึกษาไทยที่สนใจศึกษาต่อปริญญาตรีและปริญญาโท และผู้สนใจทั่วไป ร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ฟรีผ่านช่องทาง Zoom  คลิก https://bit.ly/32um10z

          ในวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 นี้  เวลา 10.00 น. 11.00 น.

เชิญมาเรียนรู้ว่าทำไมนิวซีแลนด์เป็นที่ 1 จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสร้างเด็กสู่อนาคต พิเศษสุดกับการสัมมนาแนะแนวศึกษาต่อพร้อมเปิดโอกาสถามตอบอย่างละเอียด ดำเนินรายการเป็นภาษาไทย พร้อมให้ข้อมูลแบบจัดเต็มจากเจ้าหน้าที่คณะบิสซิแนส มหาวิทยาลัย AUT ภายในงานพบคำตอบ

 – การเรียนจบป.ตรี Business ที่ AUT ได้ภายใน 3 ปี โดยใช้วุฒิม. 6

– ป.โทปีเดียวจบ ไม่ต้องมีประสบการณ์ทำงาน

– คณะบิสซิเนส ของ AUT เน้นเรียนจบได้งานจริง

– โอกาสการทำงานหลังเรียนจบกับ Post Study Work Visa 3 ปี

– ประเทศยังไม่เปิดก็สามารถเรียนออนไลน์รอ เพื่อพร้อมเรียนต่อเนื่องได้ทันทีที่ประเทศเปิด

– ดำเนินรายการเป็นภาษาไทย พร้อมให้ข้อมูลแบบจัดเต็มจากเจ้าหน้าที่คณะบิสซิแนส มหาวิทยาลัย AUT

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Line https://line.me/ti/p/~00166814239391

Comments (0)

น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ

Posted on 06 พฤษภาคม 2021 by admin

                วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เป็นวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ครบ 98 พรรษา เป็นสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรและพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตลอดพระชนมชีพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายเพื่อแบ่งเบาพระราชภาระพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีโครงการในพระอุปถัมภ์มากมายหลายร้อยโครงการ ทั้งด้านการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ การแพทย์และการสาธารณสุข การต่างประเทศ การศาสนาและอื่น ๆ

ทรงมีความสนพระทัยงานด้านการแพทย์และการสาธารณสุขเป็นพิเศษ ด้วยทรงมีพระดำริว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลเป็นเรื่องสำคัญ จึงทรงรับสืบทอดงานทางด้านการแพทย์สาธารณสุขจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คือ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) หรือ หมอกระเป๋าเขียว รวมทั้งมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ซึ่งมูลนิธิโรคไตฯได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเกี่ยวกับค่ายาค่ารักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการผ่าตัดเปลี่ยนไตอีกด้วย

นอกจากนั้น ยังทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งทรงร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีก่อตั้งขึ้นมา โดยทรงลงพระนามขอจดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิด้วยพระองค์เอง และพระราชทานเงินประเดิมร่วมกับที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระราชทานในการก่อตั้งมูลนิธิขาเทียมฯ เพื่อจัดทำขาเทียมและพระราชทานแก่ผู้พิการขาขาดผู้ยากไร้ในชนบทโดยไม่คิดมูลค่า และค้นคว้า วิจัย พัฒนาชิ้นส่วนขาเทียมจากวัสดุภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ อันเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ในประเทศและลดมูลค่าการขาดดุลการค้าลงด้วย และทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิถันยรักษ์ในพระบรมราชูประถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่างๆ ทางด้านสาธารณสุขไว้ในพระอุปถัมภ์อีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ กองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อพัฒนาการพยาบาล  ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน เป็นต้น

พระกรณียกิจด้านการศึกษา เป็นอีกด้านที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงสนพระทัยเป็นอย่างมาก เพราะทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

เนื่องจากทรงจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ทรงมีความเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศส สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงทรงแนะนำให้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ใช้ความรู้ทางภาษาให้เป็นประโยชน์ จึงทรงรับตำแหน่งเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาต่างประเทศในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเฉพาะที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พระองค์ทรงเป็นพระอาจารย์ประจำนานถึง 8 ปี และทรงเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ ทรงดูแลและจัดทำหลักสูตรการสอนของอาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงจัดทำหลักสูตรปริญญาตรีสาขาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสสำเร็จ ด้วยการผสมผสานความรู้ด้านภาษาและวรรณคดีให้เข้ากันอย่างเหมาะสม โดยทรงได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น ศาสตราจารย์พิเศษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2521

นอกจากนี้ยังทรงสนพระทัยโครงการจัดส่งเยาวชนไทยไปร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ตั้งแต่ปี พ.ศ 2532 โดยได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินกองทุนสมเด็จย่าสนับสนุนโครงการ ทรงติดตามความเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนการแข่งขัน พระราชทานกำลังใจ และทรงแสดงความยินดีแก่เยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณจากการแข่งขันในทุก ๆครั้ง ทรงเป็นองค์พระอุปถัมภ์ ”มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ” (สอวน.) ทำให้บรรดาเยาวชนไทยได้ค้นพบตัวเองและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยติดต่อกันมายาวนานหลายปี ตั้งแต่ปีแรกที่มีการส่งเยาวชนร่วมแข่งขัน

ทุกครั้งที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เสด็จเยี่ยมราษฏรในพื้นที่ห่างไกลกับหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)  พระองค์มักจะเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ สอบถามครูถึงแนวทางการเรียนการสอน โดยเฉพาะโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน อีกทั้งยังทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จาก”ทุนการกุศลสมเด็จย่า” และ “ทุนการกุศล กว.” ให้แก่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านการศึกษา สาธารณสุขของประชาชนผู้ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารและบนพื้นที่สูง เพื่อสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ และเล็งเห็นถึงความเสียสละของครูที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ในปี พ.ศ.2552 หลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า จึงก่อตั้งโครงการครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” ขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละความสุขส่วนตัว โดยการคัดเลือกครูจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)  หน่วยงานละ 3 รางวัลรวมปีละ 9 รางวัล โดยพิธีการมอบ“รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” กำหนดเป็นวันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

นอกจากงานด้านการศึกษาแล้วแล้ว ยังทรงส่งเสริมงานแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น ดนตรีคลาสสิก ละครอุปรากร โดยทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วงดุริยางค์เยาวชนไทย และทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก เป็นต้น

                ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ขอเชิญปวงพสกนิกรชาวไทยได้ร่วมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจในด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วไปทุกคน

Comments (0)

SIBA รับรางวัลเชิดชูเกียรติแห่งปีฯ

Posted on 04 พฤษภาคม 2021 by admin

Thailand Master Youth - 1_resize

          นางพิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ ประธานกรรมการบริหาร และดร.เบญจมาภรณ์ คุณะรังษี ผู้อำนวยการ SIBA วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ร่วมแสดงความยินดีกับ  นายสัญชัย สามารถ นักศึกษารับรางวัลเชิดชูเกียรติ “เยาวชนต้นแบบ” สาขา “ทักษะ ฝีมือ และอาชีพ” ในงานประกาศรางวัลเกียรติยศ เชิดชูเกียรติเยาวชนไทย หรือ THAILAND MASTER YOUTH 2020-2021 เป็นรางวัลเพื่อเชิดชูหน่วยงาน องค์กร บุคคล และเยาวชนคนเก่ง คนดี มีความสามารถ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็ก-เยาวชนเป็นต้นแบบที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศต่อไป เป็นการคัดเลือกของชมรมสร้างสรรค์ พัฒนา เด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย  ณ ห้องอัลตร้าอรีน่า ชั้น5  ศูนย์การค้าโชว์ดีซี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

ลงนามความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ และสภาทนายความ

Posted on 04 พฤษภาคม 2021 by admin

S__30318621_resize

บาทหลวงภัทรพงศ์ ศรีวรกุล, C.Ss.R. ประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้คำปรึกษาทางกฎหมายและปฏิบัติงานทางคดี รวมทั้งพัฒนากฎหมายและนโยบายสาธารณะ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และทำให้สิทธิคนพิการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ ณ ห้องประชุมสภาทนายความ  เมื่อเร็วๆนี้

S__30318617_resize

Comments (0)

การศึกษานิวซีแลนด์ เปิดหลักสูตร “New Global Pathway to New Zealand” เตรียมพร้อมวางแผนอนาคตการศึกษาต่อมหาวิทยาลัย TOP U จากนิวซีแลนด์

Posted on 27 เมษายน 2021 by admin

DSC_1584-1_resize_resize

การศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) ร่วมกับ  University Consortium (NCUK)  และ ศูนย์การศึกษา British Academic Center  จัดงาน Open House พร้อมเปิดตัวหลักสูตรใหม่ “New Global Pathway to New Zealand”  ช่วยให้น้องๆสามารถเริ่มการศึกษานิวซีแลนด์ได้ที่บ้าน การันตีมหาวิทยาลัย TOP U จากนิวซีแลนด์ เมื่อจบหลักสูตรจะได้รับการรับประกันการเข้าเรียนต่อกับมหาวิทยาลัยแห่งใดแห่งหนึ่งของนิวซีแลนด์ โดยมี นางสาว ช่อทิพย์ ประมูลผล (ที่ 4 จากซ้าย)  ผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทย หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ และ นายวรรณวิสุทธิ์ วิรวรรณ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้อำนวยการใหญ่ของ NCUK ศูนย์ประเทศไทย  ณ ศูนย์การศึกษา บริติช อะเคเดมิค เซ็นเตอร์

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.studyinnewzealand.govt.nz/study-options/global-pathways/ หรือติดต่อ บริติช อะเคเดมิค เซ็นเตอร์ โทร. 02-513-3499

Comments (0)

“ชลิต อินดัสทรี” รักษ์เล ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ ชวนทำบุญเนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย

Posted on 26 เมษายน 2021 by admin

          นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ ภายใต้แบรนด์ “POP” ร่วมด้วย นางสาววิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ กรรมการ บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด  ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง จัดกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ”  นำทีมผู้บริหารและพนักงาน ปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว และพันธ์กุ้งแชบ๊วยกว่า 300,000 ตัว เนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย  โดยมี นายรัชกฤต ตันวิไลย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯให้เกียรติร่วมงานด้วย ณ  ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง เมื่อเร็วๆ นี้

Comments (0)

เซเลบสาวรวมใจรณรงค์ชวนคนไทยบริจาค “มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ” ช่วยเหลือคนพิการ ส่งมอบพลังบวกสู้วิกฤติไปด้วยกัน

Posted on 19 เมษายน 2021 by admin

จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ในสังคมไทยปัจจุบันมีคนพิการและทุพพลภาพมากกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจริงๆ พวกเขาเหล่านี้มีศักยภาพ และสามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ แต่ยังขาดการเข้าถึงความช่วยเหลือและโอกาสที่จะช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้นให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่เมื่อเอ่ยถึง “มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ”เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นองค์กรสาธารณกุศลด้านคนพิการระดับสากล ที่ให้ความช่วยเหลือเยาวชน คนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ดำเนินการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการสู่การมีงานทำที่มีคุณค่ามากว่า40 ปี เพื่อให้คนพิการได้พึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ให้ความช่วยเหลือคนพิการเป็นจำนวนมากทั้งด้านการศึกษา การฝึกอาชีพ การจัดหางาน ฯลฯ แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 และสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการทำงาน จึงขอเชิญชวนบริจาคด่วนๆ! เพื่อส่งเสริมให้น้องๆ มีอาชีพและช่วยเหลือตัวเองได้ต่อไป…

ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ 3_resize

ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เผยว่า “ที่ผ่านมารายได้ของมูลนิธิฯ มาจากการสนับสนุนจากภาครัฐและเป็นการรับบริจาคภาคเอกชนทั้งหมดแต่จากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ยอดบริจาคลดลงอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานทางด้านความช่วยเหลือคนพิการ และสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำเนินงานของสถาบันการศึกษาของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการทั้ง 4 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาในพระราชูปถัมภ์ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคายในพระราชูปถัมภ์ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา และโรงเรียนเด็กพิเศษ

ด้วยเหตุนี้ สาวๆเซเลบคนดัง… จึงร่วมมือร่วมใจรณรงค์ให้ผู้ใจบุญทุกท่านได้ร่วมบริจาคเงินหรือข้าวสารอาหารแห้งทั้งหลายเพื่อช่วยมูลนิธิฯ ให้ชีวิตของคนพิการมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งและมีโอกาสได้ใช้ชีวิตในสังคมอย่างพึ่งพาตนเองได้ ให้มีอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง เลี้ยงครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม

คุณหญิงนุ่น – ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล “นุ่นทราบว่าปัจจุบันมูลนิธิฯ มีนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นคนพิการทั้งสิ้น รวมทั้งบุคลากรและครู ซึ่งอยู่ในความดูแลทั้งหมดกว่า 800 คน ซึ่งทั้งหมดมูลนิธิฯ ได้จัดการศึกษาสำหรับคนพิการสู่การมีงานทำที่มีคุณค่าอย่างยั่งยืนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้บริการช่วยเหลือคนพิการในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมอาชีพให้มีงานทำสำหรับคนพิการ ซึ่งนุ่นมองว่าตรงนี้เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ประโยชน์สูงสุดให้คนพิการ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้คนพิการที่อยู่ในชนบทและมีความยากลำบากให้เข้าถึงระบบการศึกษา ได้มีทักษะทางด้านวิชาชีพ และทักษะสังคม นำไปสู่การได้งานทำที่มั่นคงหรือประกอบอาชีพมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ จึงอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคช่วยเหลือคนพิการได้ด้วยสามารถช่วยเหลือโดยบริจาคเงินผ่าน ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0  ซึ่งสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้

คุณจุ๋ย–จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา “สถาบันศึกษาในการดูแลของมูลนิธิฯ เป็นการให้บริการแบบ รร.ประจำที่มูลนิธิฯ จะต้องดูแลทั้งในเรื่องที่พัก อาหารการกิน รวมทั้งการจัดการศึกษาและกิจกรรมอื่นๆเกี่ยวข้อง จุ๋ยรู้มาว่าคนพิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ มีฐานะยากจน มูลนิธิฯ จะต้องหางบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการ ส่วนหนึ่งมาจากการรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา รวมไปถึงการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทำให้มีผู้บริจาคลดลงอย่างมาก การจัดการเรียนการสอนให้กับคนพิการก็อาจหยุดชะงักลง  มูลนิธิฯ ขาดทรัพยากรด้านการสื่อสาร เครือข่ายอินเตอร์ความเร็วสูงและเทคโนยีสารสนเทศอุปกรณ์ จึงอยากเชิญชวนทุกท่านที่พอมีกำลังทรัพย์ได้ร่วมกันทำบุญในเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยด้วยการบริจาคให้กับนักเรียนและคนพิการเหล่านี้ให้โอกาสเขาได้กลับมาเรียนด้วยนะคะ”

ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนพิการที่อยู่ในความดูแลของสถาบันฯ จึงขอความเมตตาผู้มีจิตศรัทธาช่วยบริจาคเงินเพื่อเหลือคนพิการได้ โดยโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0  นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้

Comments (0)

“SIBA” เปิดภาคสมทบออนไลน์ ปวส.เน้น”สาระ กระชับ ชัดเจน ทันสมัย ทันต่อโลก” ส่งเสริม – เพิ่มทักษะวิชาชีพคนทำงานทั้ง Upskill & Reskill

Posted on 16 เมษายน 2021 by admin

            SIBA เปิดเรียนต่อภาคสมทบออนไลน์ ระดับ ปวส.จับกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเพิ่มทักษะด้านวิชาชีพโดยตรง เน้นการเรียนฝึกภาคปฏิบัติ เผยเป็นหลักสูตรเดียวที่ส่งเสริมทั้งการเพิ่มทักษะ Up Skill & Re Skill เน้น สาระ กระชับ ชัดเจน ทันสมัย ทันต่อโลก เพื่อให้ผู้เรียนนำไปประกอบอาชีพได้จริง มีประสิทธิภาพ เพิ่มเงินเดือน พร้อมจัดระบบการเรียนสมดุลระหว่างการเรียนแบบ online กับ onsite ทำให้คุณภาพการจัดการศึกษามีมาตรฐานเทียบเท่ากับหลักสูตรปกติของวิทยาลัยฯ ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมการกําหนดกิจกรรมการเรียนการสอน ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการ เปิดรับแล้วกับหลักสูตรยอดฮิตทั้งบัญชี  เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล การตลาด การโรงแรม ฯลฯ มีทุนและมีสิทธิ์กู้    กยศ. ได้ด้วย สนใจคลิก https://siba.ac.th/

            ดร.เบญจมาภรณ์ คุณะรังษี  ผู้อำนวยการ SIBA (วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี) เปิดเผยว่า SIBA เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มุ่งพัฒนาสมรรถนะของนักศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมบูรณาการสู่มาตรฐานสากล และสามารถดำรงตนอยู่ในประชาคมโลกอย่างมีความสุข ปัจจุบันองค์กรและสถานประกอบการหลายแห่งกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครงานเป็นวุฒิ ปวช. หรือ ปวส. เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ SIBA เองก็มีหลักสูตรที่หลากหลายให้เลือกเรียนตามความต้องการ โดยเฉพาะในระบบภาคสมทบ ระดับ ปวส. ที่ใช้เวลาเรียนต่างกับภาคปกติ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง ไม่กระทบเวลางาน เหมาะกับคนทำงานที่ต้องการยกระดับความรู้ของตนเองในสาขาเฉพาะทาง เพื่อปรับฐานเงินเดือนหรือนำไปใช้สมัครงาน ปัจจุบันเปิดให้มีการเรียนการสอนแบบออนไลน์เป็นหลัก เหมาะกับกลุ่มผู้ทำงานอยู่แล้ว หรือผู้ไม่สะดวกเรียนในเวลาตามปกติ เพราะสามารถเลือกเรียนตามเวลาที่สะดวกอีกทั้งยังสามารถเรียนย้อนหลังได้อีกด้วย

“จุดเด่นของการเรียนต่อระบบภาคสมทบออนไลน์ (ปวส.) ที่ SIBA เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะด้านวิชาชีพโดยตรง เน้นการเรียนฝึกภาคปฏิบัติเพื่อนำไปประกอบอาชีพได้จริงด้วยความมั่นใจ และมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหลักสูตรภาคสมทบจึงเรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรเพิ่มทักษะ ความชำนาญ (Upskill) และการสร้างทักษะใหม่ที่ (New Skill) ที่จำเป็นในการทำงานของผู้เรียน หรือการเพิ่มพูนทักษะเดิมให้สูงขึ้น (Reskill) เพื่อนำกลับมาใช้ประกอบอาชีพ ให้มีความมั่นคง เชี่ยวชาญ ทันสมัย และทันต่อโลกมากยิ่งขึ้น ระบบการเรียนการสอนที่เน้นสาระ กระชับ ชัดเจน สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้ทันที ใช้สื่อการเรียนการสอนที่เข้าใจง่าย ระบบการเรียนแบบ online ในภาคทฤษฎี และ onsite ในการฝึกปฏิบัติ ทำให้เหมาะสมและสะดวกกับผู้เรียน  ที่ต้องทำงานและเรียนไปด้วย”

พร้อมกันนี้ หลักสูตรภาคสมทบออนไลน์ ที่ SIBA ได้วางไว้สำหรับผู้ทำงานแล้ว และต้องการที่จะเพิ่มคุณวุฒิ เพิ่มรายได้ของตนเอง พร้อมๆกับการเรียนรู้เพื่อให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน โดย SIBA เป็นวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับจากภาครัฐ และเอกชนถึงคุณภาพการศึกษา มีการเรียนการสอนทันสมัย ทันต่อสถานการณ์โลกปัจจุบัน และหลักสูตรภาคสมทบยังเปิดสอนในวันและเวลา ที่เหมาะสมกับบุคคลวัยทำงาน ซึ่งมีให้เลือกทั้งภาคค่ำออนไลน์ เรียนเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ ในช่วงเวลาหลังเลิกงาน คือ 18.00-20.30 น. หรือ ลงเรียนเฉพาะวันอาทิตย์ออนไลน์ 1 วันต่อสัปดาห์ เวลา 08.00 -16.30 น. ก็ได้

ผู้อำนวยการ กล่าวอีกว่า “SIBA ได้วางกลยุทธ์และนโยบายในการจัดการเรียนการสอบระบบภาคสมทบ ระดับ ปวส. คือ 1.การเรียนแบบจัดความสมดุลระหว่างการเรียนแบบออนไลน์ กับ ที่วิทยาลัยฯ อย่างมีคุณภาพการจัดการศึกษา ซึ่งมีมาตรฐานเทียบเท่ากับหลักสูตรปกติของวิทยาลัยฯ 2. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกําหนดกิจกรรมการเรียนการสอน ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการเน้นการเรียนออนไลน์เป็นหลัก 3. ส่งเสริมกระบวนการคิดวิเคราะห์ให้กับผู้เรียนให้สามารถเป็นแนวทางในการทำงานในอนาคตได้ 4. สอดแทรกคุณธรรม และจริยธรรมในระหว่างการเรียนการสอน 5. ระยะเวลาในการศึกษาเป็นชุดวิชาแบบต่อเนื่อง ทำให้สามารถควบคุมการเรียนได้ตามระยะเวลาที่กำหนด 6. จัดเวลาเรียนและเนื้อหาให้ตรงใจผู้เรียน เมื่อเรียนแล้วดี แล้วบอกต่อกัน (Word of Mouth) 7. สถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนชั้นนำต่างไว้ใจในคุณภาพการศึกษาของ SIBA”

นอกจากนี้  ยังมีการเรียนการสอนแบบออนไลน์เป็นหลัก ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนตามเวลาที่สะดวก และเรียนย้อนหลังได้ สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนยอดฮิต อาทิ บัญชี เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล การตลาด และการโรงแรม ซึ่ง SIBA ได้ผลิตคนคุณภาพในหลักสูตร ปวช. และปวส. ภาคสมทบ มาไม่น้อยกว่า 5 พันคน ด้วยมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่วิทยาลัยฯ ไม่หยุดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอทุนการศึกษา และ นักศึกษามีสิทธิ์กู้ กยศ. ได้ตามเงื่อนไขของกองทุน และสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี กับมหาวิทยาลัยที่ทำความร่วมมือกับวิทยาลัยได้ โดยมีส่วนลดทุนการศึกษาพิเศษตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดในแต่ละปีการศึกษา และสามารถเทียบโอนหน่วยกิตในการศึกษาต่ออย่างเนื่องได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจเรียนต่อในระบบภาคสมทบ (ปวส.) ที่ SIBA สามารถคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่  https://siba.ac.th/ หรือโทร. 02-939-3000 และ 092-290-3572 สมัครด่วนหมดเขตการรับสมัครเรียน 31 พฤษภาคมนี้

Comments (0)

“ดีป้า” เดินหน้าเตรียมปรับธุรกิจเกษตรรับมือกับเทคโนโลยี Digital Transformation กับหลักสูตรผู้นำเกษตร CDA รุ่น2

Posted on 07 เมษายน 2021 by admin

          สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ “ดีป้า” เดินหน้าเพิ่มทักษะผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร รุ่น2 (Chief of Digital AGRO Business – CDA#2) เริ่มต้นด้วยการแชร์ประสบการณ์จาก ดร.จิตเกษม พรประพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2021 หลังการระบาดไวรัสโควิด-19” ต่อด้วย คุณชนาธิป จริยาวิโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส โครงการ Digital Transformation ธนาคารแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “กรณีศึกษา Digital Transformation ธนาคารแห่งประเทศไทย” และคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร (CDA) รุ่นที่2

เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย อาทิ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ดร. ชินาวุธ ชินะประยูร นายชิษณุชา บุดดาบุญ ดร.สุรจิต  ลักษณะสุต นายเบญจพล พาลี นายวีรวัฒน์ กำจรวงศ์ไพศาล นายวิทวัส  ปัญญาแหลม ดร.อัจฉรา ภาวศุทธิ์ นายภานุ  เนื่องจำนง นางสาวดวงพร อุดมทิพย์  นางลักขณา ตั้งจิตนบ นางทัศนีย์ ทองมี นายรัสชัย เหรียญพาณิชย์  นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย นางพรพนิต รัตนกุล นายอาณัติ กลิ่นส่ง นายศุภชัย สามเสน นายเกรียงไกร  วัฒนาสว่าง นางอัญชนา ตราโช  นางสาวนันทวรรณ สุริย์ นางสาวศลิษา หาญพานิช นายกิติกร ลิมปนพงศ์เทพ  ดร.เมธี พะยอมยงค์ นางสาวอโณทัย ดลพิทักษ์ นายธนบดี สวัสดิ์ศรี นางสาวอินทิรา ฟุ้งมงคลเสถียร นางสาวอรวรรณ ติลกเรืองชัย  นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล นายธำรงเกียรติ  อุทัยสาง  นายสมัย ลี้สกุล เป็นต้น

สำหรับการเพิ่มทักษะในครั้งนี้… คณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรฯ สามารถพัฒนาทักษะให้มีความรู้เรื่อง Digital Transformation  ในการกำหนดนโยบายการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลไปใช้ในการพัฒนาองค์กรเชิงธุรกิจและเชิงบริหารได้ต่อไปในอนาคต

Comments (0)

มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการ… เผยยอดบริจาคลดลงมากส่งผลกระทบต่อการทำงาน ชวนบริจาคด่วน! เพื่อส่งเสริมให้น้องๆ มีอาชีพและช่วยเหลือตัวเองได้

Posted on 24 มีนาคม 2021 by admin

คนพิการ ไม่ใช่ผู้ไร้ความสามารถ แต่เป็นผู้มีศักยภาพ หากได้รับการส่งเสริมและโอกาสที่ดีจากสังคม จะเห็นได้จากมีคนพิการมากมายที่สามารถประกอบอาชีพดำเนินชีวิตและสร้างรายได้ช่วยเหลือครอบครัวได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งทุกคนในสังคมสามารถมีส่วนร่วมสร้างโอกาสให้คนพิการเหล่านี้ยืนอยู่ในสังคมด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน ด้วยการให้พัฒนาและสร้างอาชีพแก่พวกเขา ดั่งพระราชดำรัสในหลวง ร.9 ที่พระราชทานไว้เมื่อ
4 ธันวาคม 2541 ความว่า “เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรจะให้เบ็ดตกปลา และสอนให้รู้จักวิธีตกปลาจะดีกว่า” แสดงถึงการที่เราจะให้อะไร หรือช่วยเหลือใครสักคน

มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านคนพิการระดับสากล ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ดำเนินการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการสู่การมีงานทำที่มีคุณค่ามากว่า 40 ปี เพื่อให้คนพิการได้พึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งมีโอกาสได้ช่วยเหลือครอบครัว ผลงานในด้านนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานองค์กรระดับดีมาก ที่ผ่านมาเราได้ให้ความช่วยเหลือคนพิการเป็นจำนวนมากทั้งด้านการจัดการศึกษา การฝึกอาชีพ บริการจัดหางาน รณรงค์ด้านการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของคนพิการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 และสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำเนินงานของสถาบันการศึกษาของมูลนิธิฯทั้ง 4 แห่ง คือ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย  วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา และโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์  ซึ่งให้ความช่วยเหลือเยาวชนคนพิการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ พร้อมเปิดสายด่วนคนพิการ 1479 เพื่อให้บริการแก่คนพิการในทุกมิติหรือทุกเรื่อง เผยที่ผ่านมายอดบริจาคลดลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเราต้องหยุดชะงัก ประกาศขอความช่วยเหลือด่วน! หากจำเป็นอาจส่งกลับภูมิลำเนาเป็นภาระต่อสังคมต่อไป สามารถช่วยเหลือโดยบริจาคเงินผ่าน ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0  นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้

          ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดเผยว่าถึงแม้ปัจจุบันจะมีวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของของโควิด-19 แล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำเนินงานของสถาบันการศึกษาของมูลนิธิ ฯทั้ง 4 แห่ง ซึ่งให้ความช่วยเหลือเยาวชนคนพิการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ปัจจุบันมูลนิธิ ฯ มีสถานศึกษาทั้งหมด มีนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นคนพิการในความดูแลที่อาศัยอยู่ประจำประมาณ 524 คน  ยังไม่รวมบุคลากรและครู ซึ่งอยู่ในความดูแลอีกกว่า 300 คน ซึ่งทั้งหมดมูลนิธิฯ ได้จัดการศึกษาสำหรับคนพิการสู่การมีงานทำที่มีคุณค่าอย่างยั่งยืน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้บริการช่วยเหลือคนพิการในทุกมิติหรือทุdเรื่องบริการโดยคนพิการเพื่อคนพิการอย่างแท้จริง การส่งเสริมอาชีพคนพิการสู่การมีงานทำที่มีคุณค่าอย่างยั่งยืน เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ประโยชน์อย่างสูงสุดกับคนพิการ โดยเปิดโอกาสให้คนพิการที่อยู่ในชนบทและมีความยากลำบากให้เข้าถึงระบบการศึกษา ได้มีทักษะทางด้านวิชาชีพ และทักษะสังคม นำไปสู่การได้งานทำที่มั่นคงหรือประกอบอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง ครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมและประเทศ

นอกจากนี้ สถาบันศึกษาในการดูแลของมูลนิธิ ฯ เป็นการให้บริการแบบประจำที่มูลนิธิ ฯจะต้องดูแลทั้งในเรื่องที่พัก อาหาร การจัดการศึกษาและกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคนพิการส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ดังนั้นมูลนิธิ ฯ จะต้องหางบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการ โดยการรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

นับตั้งแต่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 และสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้บริจาคลดลงอย่างมาก การจัดการเรียนการสอนให้กับคนพิการก็ได้หยุดชะงักลง ด้วยเพราะมูลนิธิ ฯ ขาดแคลนงบประมาณด้านการบริหารจัดการ และทรัพยากรด้านการสื่อสาร เครือข่ายอินเตอร์ความเร็วสูง เทคโนยีสารสนเทศและอุปกรณ์ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ที่ตั้งไว้

“พร้อมกันนี้ สื่อการเรียนและการสอนไม่ทันสมัย ไม่สามารถดำเนินการจัดการศึกษาให้กับคนพิการทั้งในสถาบันศึกษาและที่กระจายอยู่ตามบ้านทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้ใช้การจัดการอบรมอย่างต่อเนื่องตลอดมาได้ส่งผลให้มูลนิธิฯ ไม่สามารถรับดูแลนักเรียนนักศึกษาพิการเหล่านี้หรืออาจจำเป็นต้องส่งกลับภูมิลำเนาเป็นภาระต่อสังคมต่อไป ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือคนพิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิ ฯ จึงขอความเมตตาผู้มีจิตศรัทธา ช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ได้ โดยโอนเงินผ่าน ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี : 342-3-04066-0 ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ โทรศัพท์ 02-572 4042 ต่อ 8100, 8102 มือถือ 099-394-4795, 094-665-2223” เลขาธิการมูลนิธิฯ กล่าวในท้ายสุด

Comments (0)

“ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 2” เพื่อโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้

Posted on 24 มีนาคม 2021 by admin

โรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สังกัดมูลนิธิพระดาบส) ที่เกิดจากพระราชหฤทัยห่วงใยของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งขึ้นด้วยพระราชหฤทัยห่วงใยเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริว่าเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัญหาสำคัญคือขาดโอกาสการศึกษาและขาดแคลนทุนทรัพย์ จึงได้พระราชทานแนวทางการศึกษา โดยจะเน้นการเรียนการสอนภาคปฏิบัติให้เกิดทักษะและนำไปประกอบอาชีพได้จริง ตามรูปแบบและวิธีการเดียวกับโรงเรียนพระดาบสแห่งแรกที่กรุงเทพฯโดยมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบททางสังคม ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้เยาวชนนอกระบบ  ได้มีโอกาสเล่าเรียนด้านอาชีพที่เหมาะสมมีคุณธรรมและจิตสำนึกที่ดีในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย รวมทั้งมีอาชีพอันเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างเยาวชนเหล่านี้ให้เป็นพลเมืองดี เป็นที่พึ่งของตนเองครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ

เพื่อร่วมส่งเสริมการศึกษาและเสริมสร้างวิชาชีพให้แก่เยาวชนไทย บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้  แบรนด์ “POP” ได้สานต่อโครงการ  “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 2”  โดยเมื่อเร็วๆ นี้  นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วย นางมนัสนันท์-นายอธิวัฒน์ เปรมพุฒิพันธ์  กรรมการ  บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด มอบเงิน พร้อมอะไหล่รถยนต์และอะไหล่ยาง เพื่อใช้ในการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลนิธิพระดาบส โดยมี พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข  องคมนตรี กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เป็นผู้รับมอบ ณ สำนักงานมูลนิธิพระดาบส

          นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาและการสร้างอาชีพมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 บริษัทฯได้ริเริ่มโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง” มอบเงินบริจาคพร้อมอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์และอะไหล่ยาง เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนและการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบส กรุงเทพฯ และในปี พ.ศ. 2564 นี้ บริษัทฯยังมีความมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ในการดำเนินโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อ ก่ออาชีพช่าง”

ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางศึกษาให้กับน้องๆจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีวิชาชีพและสามารถสร้างรายได้ดูแลตนเองและครอบครัวได้

          นายสมโชค ใหม่ชุม  ผู้อำนวยการ โรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า โรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดการศึกษาตามรูปแบบโรงเรียนพระดาบสที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้แก่เยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาและขาดแคลนทุนทรัพย์ที่มีอายุระหว่าง 18 – 25 ปี ไม่มีอาชีพและความรู้พื้นฐานเข้าฝึกอบรม หลักสูตร ช่างอุตสาหกรรม (หลักสูตร 1 ปี) ได้แก่ ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ช่างซ่อมรักษารถยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตร ช่างไฟฟ้า และช่างเชื่อม พร้อมทั้งให้มีการอบรมคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปในระหว่างเรียน ผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นโรงเรียนประจำ เน้นสอนภาคปฏิบัติได้ลงมือทำจริง โดยในปี พ.ศ. 2564 ได้เปิดรับสมัครศิษย์พระดาบสเป็นรุ่นที่ 12 เข้าศึกษาต่อ จำนวน  80 คน จาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส, สตูล และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (อำเภอเทพา, สะบ้าย้อย, จะนะ และอำเภอนาทวี) โดยจะเริ่มเปิดการเรียนการสอนในเดือนพฤษภาคม 2564 นี้

 สำหรับผู้สนใจ อยากมีส่วนร่วมสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับน้องๆ สามารถติดต่อมูลนิธิพระดาบสโทรศัพท์ 02-282-7000 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.phradabos.or.th

Comments (0)

เรื่องล่าสุด