Archive | ข่าว

2 สาวเซเลป ชวนคนไทยช่วยน้องพิการได้อิ่มท้อง ช่วยชาวนามีรายได้ ในโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ”

Posted on 21 มิถุนายน 2022 by admin

280643821_5771418266206182_90817_resize

           ด้วยความเมตาของผู้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้าของทุกท่านร่วมบริจาคข้าวของเครื่องใช้ ข้าวสารอาหารแห้ง และปัจจัยจำเป็นต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้พิการอยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นเดินข้ามฝ่าวิกฤติมาได้  และวันนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญหลังวิกฤติเริ่มจะคลี่คลาย พวกเราจะได้รวมพลังกันอีกครั้งเพื่อเดินจูงมือน้องๆ ผู้พิการ ได้เดินต่อไปอย่างมีศักยภาพให้อยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างสง่างาม สามารถช่วยเหลือตนเอง ครอบครัวและไม่เป็นภาระต่อสังคม ที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่และสร้างโอกาสในการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่องเสมอมา แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานและผู้มีจิตศรัทรายื่นมือเข้ามาช่วย แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะผู้พิการเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถช่วยเหลือตนเองได้…

 “ข้าว” นับว่าเป็นอาหารหลักของคนไทยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.)  จัดโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ขึ้นเพื่อรณรงค์จัดหาข้าวสารให้เพียงพอกับการบริโภคของน้องๆ ผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ ซึ่งแต่ละวันจำเป็นต้องใช้อาหารและสิ่งของจำเป็นจำนวนมากเพื่อให้น้องได้อิ่มท้อง มีพลังในการทำกิจกรรม เรียนหนังสือ และฝึกอาชีพต่างๆ ได้อย่างมีสมาธิ  ขณะเดียวกันโครงการฯ ยังช่วยเหลือชาวนาที่ขายข้าวสารโดยตรงถึงผู้บริโภคในราคายุติธรรม จึงขอเชิญชวนผู้ใจบุญทั่วประเทศร่วมบริจาคเงิน 300 บาท เพื่อซื้อข้าวสาร 10 กก. ธกส.จะร่วมสมทบอีก 10 กก. ทันที โดยผู้บริจาคจะได้รับใบเสร็จจากมูลนิธิฯ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

คุณแคท -วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ 1_resize

คุณแคท – วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนสวย “แคท มีลูกชายวัยเรียนรู้ เลยรู้ดีว่าอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาของเด็กๆ หากเขาได้อิ่มท้อง พักผ่อนให้เพียงพอ ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมจะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ แคทมองว่าน้องผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่ ถือว่าโชคดี แคททราบดีว่ามูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ได้ให้ความช่วยเหลือให้คนพิการมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 40 ปี ได้ให้การพัฒนาทักษะทางการเรียนรู้และฝึกอาชีพต่างๆที่หลากหลาย เช่น ครู เจ้าหน้าที่สำนักงาน โปรแกรมเมอร์ ช่างซ่อมอิเล็กทรอนิกส์ นักออกแบบกราฟิก นักออกแบบแม่พิมพ์ คอลเซ็นเตอร์และอีกหลากหลายอาชีพ ให้เขาเหล่านี้ได้มีงานทำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โครงการนี้ถือว่าดีมาก เราช่วยให้น้องได้อิ่มท้องในระหว่างที่เรียนฝึกฝนและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่มูลนิธิฯ  ขณะเดียวกันยังช่วยชาวนาให้มีรายได้จากการขายผลิตผลและมีทุนในการทำนาต่อไป เป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่ายข้าวสารของชาวนา สร้างวิถีสังคมแห่งการแบ่งปันและเห็นคุณค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของชาวนาไทย เรียกว่าโครงการนี้ ทำให้เกิดสังคมการแบ่งปัน เพราะมีส่วนช่วยเหลือซึ่งกันและกันคะ”

คุณชะเอม – ม.ล.เอวิตา ยุคล สาวไฮโซคุณแม่มือใหม่วงการสังคมที่เรารู้จักกันดี  “อาหารนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆในการดำรงชีวิต หากเราขาดอาหารหรือได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนก็ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเราได้ ตอนที่ทราบว่ามูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการซึ่งเป็น

องค์กรสาธารณประโยชน์ด้านคนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ นั้น ได้จัดโครงการรณรงค์ให้บริจาคข้าวสารให้กับผู้พิการในโครงการฯนี้ ดีใจกับน้องๆคะที่มีมูลนิธิฯดีๆ ได้จัดโรงเรียนประจำที่ต้องดูแลผู้พิการที่อยู่ในความดูแลในหลายๆ อย่าง เช่น ที่พัก อาหาร อุปกรณ์การศึกษา การจัดการศึกษา อุปกรณ์กีฬา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องต่างๆมากมาย

S__137691669_resize

“ชะเอม ยังทราบอีกว่าปัจจุบันยอดผู้บริจาคลดน้อยลงด้วยเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของนักเรียนพิการอย่างยากลำบาก จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาหรือผู้สนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวสารที่แต่ละปีใช้มากถึง 70 ตัน หากผู้พิการได้กินข้าวอิ่มท้อง ก็จะมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป และยังได้ช่วยชาวนาให้มีรายได้อีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำบุญเพียงครั้งเดียวแต่ได้บุญถึงสองต่อทีเดียวคะ หรือใครจะบริจาคสิ่งของอื่นๆที่จำเป็น นอกจากเป็นข้าวสาร ไม่ว่าจะเป็นพวกของแห้งต่างๆ ของใช้อื่นๆ ยาสีฟัน สบู่ เสื้อผ้า แชมพู หรือจะเป็นเงินก็ได้ ล้วนจำเป็นต้องการใช้ชีวิตของผู้พิการทั้งสิ้นคะ”

 สำหรับผู้มีจิตการกุศลที่ต้องการช่วยเหลือผู้พิการ และช่วยเหลือชาวนา สามารถบริจาคข้าวสารโดยตรงที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จังหวัดชลบุรี  หรือจะร่วมบริจาคเงินเพื่อซื้อข้าวสารได้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชีมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี 342-3-04066-0  ซึ่งท่านบริจาคเงิน 300 บาท สามารถซื้อข้าวสารได้ 10 กก. และทาง ธกส. จะบริจาคข้าวสารสมทบให้อีก 10 กก. ทันที ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคเงินเพื่อซื้อข้าวสาร หรือบริจาคข้าวสารจะได้รับใบเสร็จการซื้อข้าวสารจากมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้  ส่วนผู้มีจิตศรัทธาสนใจร่วมสนับสนุนโครงการในด้านอื่นๆ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02 572 4042  ต่อ 8300 หรือ 089 936 7598 สนใจรายละเอียดผ่านช่องทางเวปไซด์ www.mahatai.org

Comments (0)

ปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ เปิดรับสมัครถึง 30 มิ.ย.65

Posted on 21 มิถุนายน 2022 by admin

DSC_8932_resize_resize

          นางสาวจารุวรรณ พงษ์จารุวัฒน์ ผู้อำนวยการด้านการศึกษา หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมด้วย ผศ.ดร.นาถรพี  ตันโช คณบดี คณะบริหารธุรกิจ, ผศ.ดร.สันติกร ภมรปฐมกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT) และตัวแทนที่ปรึกษาการศึกษาต่อนิวซีแลนด์ จัดงาน Open House ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรเตรียมความพร้อมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ (Business Foundation Studies Programme) เปิดรับสมัครถึง 30 มิ.ย.65   ณ ศูนย์การเรียนรู้ไทย-นิวซีแลนด์ (TNZC) (ชั้น 7 ศูนย์การค้า DD Mall เขตจตุจักร กรุงเทพฯ)

DSC_8942_resize

หลักสูตรเตรียมความพร้อมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ เกิดจากความร่วมมือของ RMUTT และมหาวิทยาลัย OTAGO ของนิวซีแลนด์  เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆม.5-ม.6 เรียนปรับพื้นฐานและเตรียมความพร้อมก่อนบินไปเรียนต่อป.ตรีที่นิวซีแลนด์ โดยเรียนที่ไทย 1 เทอม และไปต่อปริญญาตรีที่นิวซีแลนด์เพียง   3 ปีกว่า  สามารถเลือกเรียนต่อได้ทุกมหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์ ในหลักสูตรธุรกิจ การท่องเที่ยว และศิลปะศาสตร์ในหลากหลายสาขา เช่น  Communication Studies,  Economics, Film and Media Studies, Psychology,  Sport Development and Management , Statistics และอื่นๆ  เมื่อเรียนจบป.ตรีแล้ว ยังสมารถทำงานที่นิวซีแลนด์ได้สูงสุด 3 ปี น้องๆที่สนใจ (ต้องจบ ม5. หรือ ม.6 และผลสอบ IELTS 5.5) สามารถสมัครได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565  พร้อมรับทุนการศึกษา 10,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ เมื่อเลือกเรียนปริญญาตรีกับม.โอทาโก สมัครด่วน หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่นี่ http://line.me/ti/p/%40nzenglish

Comments (0)

“ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 3” เพื่อโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส

Posted on 17 มิถุนายน 2022 by admin

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” และ นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการบริษัทฯ มอบเงินบริจาค พร้อมอะไหล่รถยนต์และอะไหล่ยาง สนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส เพื่อสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 3” โดยมี พลอากาศโท ศ.นพพล  หาญกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส เป็นผู้รับมอบ ร่วมด้วย นาวาอากาศเอก ปภัณศัก  สายแจ้ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ และ นายอัครเดช  ชูจิตต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน  ณ สำนักงานมูลนิธิพระดาบส เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ร่วมกับ ธกส. ชวนคนไทยใจบุญ ช่วยน้องพิการได้อิ่มท้อง ช่วยชาวนามีรายได้…

Posted on 15 มิถุนายน 2022 by admin

              มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ  องค์กรสาธารณประโยชน์ที่ดำเนินงานด้านการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.)  จัดโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ”  เพื่อหาข้าวสารให้เพียงพอให้กับผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ รวมทั้งยังได้ช่วยเหลือชาวนาซึ่งขายข้าวสารโดยตรงถึงผู้บริโภคในราคายุติธรรม เผย! ทำบุญเพียงครั้งเดียวแต่ได้บุญถึงสองต่อ…  จึงขอเชิญชวนผู้ใจบุญทั่วประเทศร่วมบริจาคเงิน 300 บาท เพื่อซื้อข้าวสาร 10 กก. ธกส.ร่วมสมทบอีก 10 กก. ทันที!!! ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายนนี้ โดยผู้บริจาคจะได้รับใบเสร็จจากมูลนิธิฯ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย…

             ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดเผยถึงโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ว่าได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)  เพื่อรณรงค์หาข้าวสารสำหรับนักเรียนและนักศึกษาพิการของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ให้ได้เพียงพอกับการบริโภคในระหว่างการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และฝึกอาชีพ  เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายข้าวสารของชาวนาไทยให้กับผู้บริโภคโดยตรงในราคาที่เหมาะสม สร้างวิถีสังคมแห่งการแบ่งปันและเห็นคุณค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของชาวนาไทย

“การสนับสนุนของ ธกส. ช่วยให้มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ สามารถช่วยเหลือให้คนพิการได้ต่อเนื่องในการพัฒนาทักษะทางการเรียนรู้และฝึกอาชีพสู่การมีงานทำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  นอกจากนี้ชาวนายังมีรายได้จากการขายผลิตผลและมีทุนในการทำนาอย่างต่อเนื่อง สามารถเลี้ยงดูตนเอง และครอบครัวได้ และที่สำคัญสังคมเกิดการแบ่งปันและตระหนักถึงความสำคัญของสินค้าทางการเกษตรของชาวนาไทยมากขึ้น”

เป็นที่ทราบแล้วว่า มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการนั้น เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านคนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ที่จัดการด้านศึกษาเพื่อให้คนพิการสู่การมีงานทำที่มีคุณค่ามากว่า 40 ปีซึ่งเป็นโรงเรียนประจำและดูแลทุกเรื่อง อาทิ ที่พัก อาหาร อุปกรณ์การศึกษา การจัดการศึกษา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีนักเรียน – นักศึกษาพิการและเจ้าหน้าที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ กว่า 800 คน ปัจจุบันผู้บริจาคลดน้อยลงด้วยสภาวะต่างๆ จึงส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของนักเรียนพิการอย่างยากลำบาก จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาหรือผู้สนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวสารที่แต่ละปีใช้มากถึง 70 ตัน ดังนั้นโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ในครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้พิการให้ได้อิ่มท้อง มีกำลังใจการดำเนินชีวิตต่อไป

          ด้านนายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กล่าวว่า เป็นนโยบายของ ธกส. ที่ต้องการยกระดับชีวิตเกษตรกรไทยสู่สังคมที่ภาคภูมิ และมุ่งมั่นกับภารกิจพัฒนาชนบทภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงมุ่งมั่นต่อพันธกิจที่มีต่อเกษตรกรอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรฯ ทั้งนี้การดำเนินโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ…ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ในครั้งนี้เป็นการรณรงค์ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญในปีใหม่ 2565 โดยการบริจาคข้าวสารหรือบริจาคเงินซื้อข้าวสาร สำหรับการบริโภคของนักเรียนและนักศึกษาพิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ  ซึ่งนอกจากจะทำให้มูลนิธิฯ มีข้าวสารที่เพียงพอสำหรับการดูแลคนพิการได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือชาวนาให้มีช่องทางการจำหน่ายข้าวสารที่ส่งตรงถึงผู้บริโภคในราคายุติธรรมโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำบุญเพียงครั้งเดียวแต่ได้บุญถึงสองต่อ ทั้งช่วยให้คนพิการได้มีโอกาสทางการศึกษาสู่การมีอาชีพที่ยั่งยืน และช่วยให้ชาวนาให้มีรายได้อีกด้วย

ท่านสามารถเข้าร่วม โครงการ “ทำบุญรับปีเสือ…ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ได้ด้วยการบริจาคข้าวสารโดยตรงที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จังหวัดชลบุรี  หรือจะร่วมบริจาคเงินเพื่อซื้อข้าวสารได้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชีมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี 342-3-04066-0  ซึ่งท่านบริจาคเงิน 300 บาท สามารถซื้อข้าวสารได้ 10 กก. และทาง ธกส.จะบริจาคข้าวสารสมทบให้อีก 10 กก. ทันที ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2565 นี้ ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคเงินเพื่อซื้อข้าวสาร หรือบริจาคข้าวสารจจะได้รับใบเสร็จการซื้อข้าวสารจากมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้  ส่วนผู้มีจิตศรัทธาสนใจร่วมสนับสนุนโครงการในด้านอื่น ๆ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02 572 4042  ต่อ 8300 หรือ 089 936 7598

Comments (0)

ครั้งแรกในรอบ 2 ปี นิวซีแลนด์เปิดรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ 31 ก.ค.นี้

Posted on 23 พฤษภาคม 2022 by admin

ENZ_Game on Golf_IMG_1866_resize

          ใครมีแผนเรียนต่อนิวซีแลนด์เตรียมเลย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ที่รัฐบาลนิวซีแลนด์จะเปิดรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ  31 ก.ค.นี้ โดยมีรายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ Education New Zealand (ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำเทศไทย แจ้งว่า นายคริส ฮิปกินส์ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ของนิวซีแลนด์ ได้ประกาศเปิดพรมแดนรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ  เตรียมเปิดให้นักเรียนต่างชาติ รวมถึงนักเรียนไทยสามารถทำวีซ่าไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนตุลาคม 2565

          นายคริส ฮิปกินส์ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ของนิวซีแลนด์ เปิดเผยว่า นิวซีแลนด์กำลังเปิดรับนักศึกษาต่างชาติอย่างเต็มที่รูปแบบอีกครั้งและรัฐบาลนิวซีแลนด์ก็ความมุ่งมั่นที่จะช่วยส่งเสริมและเสริมสร้างภาคเศรษฐกิจส่วนนี้ โดยในช่วง 2-3 ปีผ่านมาภาคการศึกษานานาชาติของนิวซีแลนด์ได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง  เพื่อให้พร้อมต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่มีต่อนักเรียนต่างชาติ และสร้างการศึกษาระดับนานาชาติในนิวซีแลนด์ให้มีคุณภาพสูงระดับโลก

“ก่อนที่จะเกิดโรคระบาดโควิด 19 ภาคการศึกษานานาชาติของนิวซีแลนด์มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ การกลับมาเปิดภาคการศึกษานานาชาติในเร็วๆ นี้ เป็นข่าวอันดียิ่งกับสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิค  รวมถึงโรงเรียนในทุกระดับชั้น โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ และสถานฝึกอบรมต่างๆ โดยปัจจุบันนิวซีแลนด์พร้อมเปิดรับนักเรียนต่างชาติเดินทางมาศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ 5,000 คน และตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคมเป็นต้นไป นักศึกษาต่างชาติทุกคนที่ผ่านเกณฑ์การรับเข้าเรียนต่อสามารถสมัครเรียนต่อและทำวีซ่านักเรียนได้อย่างเต็มรูปแบบ ถึงเวลาแสดงให้โลกเห็นแล้วว่า นิวซีแลนด์เปิดกว้างสำหรับการศึกษาและเรายินดีต้อนรับนักเรียนต่างชาติกลับมา”

ENZ_5079_OULC_3583

นายคริส ฮิปกินส์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า  “นิวซีแลนด์ได้ปรับปรุงเกณฑ์สำหรับการทำวีซ่านักเรียนต่างชาติ เพื่อให้แน่ใจว่านิวซีแลนด์กำลังสร้างภาคการศึกษาระดับนานาชาติที่แข็งแกร่ง การศึกษานิวซีแลนด์ได้รับการยกย่องในระดับสากลว่า เป็นสถานที่ที่นักเรียนต้องการมาเรียน เราได้นำเสนอหลักสูตรการศึกษาชั้นนำของโลก สถานที่เรียนที่ปลอดภัยและเป็นมิตร รวมทั้งชื่อเสียงในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน อีกทั้งเรายังต้องการให้แน่ใจว่า นักเรียนต่างชาติจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการศึกษาที่นี่และสามารถก้าวไปสู่การทำงานที่สำคัญได้ การเปลี่ยนแปลงที่รัฐบาลประกาศครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า นักเรียนเหล่านี้ได้รับการศึกษาเต็มที่ คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป และช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านทักษะ และมีส่วนสนับสนุนต่อเศรษฐกิจ”

รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ยืนยันว่า นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาสามารถสมัครเรียนที่นิวซีแลนด์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนี่เป็นอีกกลุ่มที่การศึกษานิวซีแลนด์ให้ความสำคัญและต้องการให้ศึกษาต่อในนิวซีแลนด์ต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการของนิวซีแลนด์ ยังได้เริ่มต้นกระบวนการปรับปรุงกลยุทธ์การศึกษานานาชาตินิวซีแลนด์ปี 2022-2030 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง การทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นที่การนำเสนอการศึกษาระดับนานาชาติที่มีมูลค่าสูงและส่งเสริมนวัตกรรมทางการศึกษามากขึ้นสำหรับนักเรียนนิวซีแลนด์และนักเรียนต่างชาติ ทั้งในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเรียนด้วยตนเองในสถานที่เรียน เรียนทางออนไลน์ หรือการเรียนกับสถาบันนิวซีแลนด์ในประเทศของตัวเอง ทั้งสิ้นเพื่อผลประโยชน์สูงสุดที่นักศึกษาต่างชาติจะได้รับ

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่ามีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสูงติดอันดับต้นๆของโลกและได้รับการยอมรับด้านระบบการศึกษาที่เหมาะแก่การเรียนรู้สู่อนาคต (future-focused education) โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1  ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit  ทำให้นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติชั้นนำของโลกโดยในแต่ละปีมีนักเรียนนานาชาติจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และในปี 2019 ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด 19 มีนักเรียนต่างชาติกว่า 118,000 คนเรียนในนิวซีแลนด์ รวมถึงนักเรียนไทย ในปี 2019 มีนักเรียนไทยศึกษาอยู่ในนิวซีแลนด์กว่า 3,000 คน

Comments (0)

สปสช. เขต 6 ระยอง เยี่ยมชม-มอบชุดตรวจ ATK ให้มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ

Posted on 20 พฤษภาคม 2022 by admin

          บาทหลวง ภัทรพงศ์ ศรีวรกุล ประธานมูลนิธิฯ และนายสัมฤทธิ์ ชาภิรมย์ ผู้จัดการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ให้การต้อนรับคณะสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง นำโดย นายแพทย์วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางละมุง นายวิศิษฎ์ ยี่สุ่นทอง รองผอ. สปสช. นางพิทยา สิงห์โตทอง นางสาวยุพา วันแย้ม เยี่ยมชมการดำเนินงานของมูลนิธิฯ และมอบชุดเครื่องตรวจ ATK ซึ่งมีน้องๆคนพิการจาก 4 สถาบันการศึกษาภายใต้มูลนิธิฯร่วมต้อนรับ ณ มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ พัทยา จ. ชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้

275833898_3042401922681072_472499864820374245_n_resize

Comments (0)

ร่วมสร้างกุศลครั้งใหญ่… ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา เพื่อน้องๆ รร.สอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ

Posted on 20 พฤษภาคม 2022 by admin

          โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังขาดแคลนงบประมาณจำนวนมาก ส่งผลถึงน้องๆนักเรียนตาบอดโดยตรง จึงจัดกิจกรรมสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ด้วยการขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาของผู้พิการ  เพื่อยกคุณภาพชีวิต สู่การศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดหาทุนซื้ออุปกรณ์การเรียนและหารายได้จัดหาค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ-ค่าไฟ และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสถานศึกษา ท่านสามารถเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีฯ ในครั้งนี้ได้ กองบุญละ 59 บาท จำนวน 1 แสนกอง หรือบริจาคโดยตรงได้ที่ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา  ในพระราชูปถัมภ์  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพัทยาสาย 2 เลขบัญชี 669-2-10787-4 ชื่อบัญชี “ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536)” ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

6c24e679-088c_resize

          นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการ  โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ เป็นโรงเรียนการศึกษาพิเศษฯ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดสอนระดับอนุบาล 1 -มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นคนพิการในความดูแลที่อาศัยอยู่ประจำ เป็นองค์กรการกุศล ซึ่งจัดการศึกษาและฟื้นฟูพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียนตาบอดและตาบอดพิการซ้อน พร้อมขยายโอกาสทางการศึกษาโดยการจัดการศึกษานอกระบบ มีโครงการเรียนรวมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปัจจุบันเป็นนักเรียนอยู่ประจำมีทั้งหมด 102 คน

ทั้งนี้ โรงเรียนยังได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กตาบอดและเด็กตาบอดพิการซ้อนด้วยกระบวนการต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมทางด้านความมั่นคงทางอารมณ์ สังคม สติปัญญา ทักษะการดำรงชีวิตอิสระสำหรับคนตาบอด เช่น การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล การปฏิบัติกิจวัตรในชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวและการเดินทาง การอ่าน การเขียนอักษรเบรลล์ นันทนาการ ตลอดจนการส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ในสังคมเพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นสมาชิกของสังคม นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริม การสร้างความเป็นเลิศด้านการกีฬา ดนตรี งานนวดและงานฝีมือ เพื่อเป็นการสร้างความก้าวหน้าในอนาคต ทั้งหมดนี้มูลนิธิฯดูแลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือคนพิการในทุกๆ เรื่องเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้มีวิชาชีพ สามารถนำไปประกอบอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง ครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม

ปัจจุบันโรงเรียนฯยังขาดแคลนงบประมาณเป็นอย่างมาก  ดังนั้นโรงเรียนจึงร่วมกับคณะกรรมการอุปถัมภ์โรงเรียนฯ ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครู จัดโครงการทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาหารายได้ขึ้น โดยงานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่  19  เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา  ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  โดยได้รับเกียรติจาก พระครูปัญญาพัฒนาภรณ์ (ปัญญา ปุญฺญจโย) เจ้าอาวาสวัดโพธิสัมพันธ์ ประธานฝ่ายสงฆ์ และพลตำรวจตรี จักรทิพย์ – นางศรีนรัตน์ – นายพุทธวัฒน์ ศคพิมลศักดิ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โครงการทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีฯ จัดขึ้นเพื่อจัดหาทุนซื้ออุปกรณ์การเรียน เพื่อจัดหาค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น  ค่าอาหาร  ค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสถานศึกษา จึงขอเรียนเชิญท่านผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพฯได้ กองบุญละ 59 บาท จำนวน 1 แสนกอง สอบถามรายละเอียดได้ที่ ครูประทีป โทร. 0878334198 หรือบริจาคโดยตรงได้ที่ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  ฯ  สยามบรมราชกุมารี โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพัทยาสาย 2 เลขบัญชี 669-2-10787-4 ชื่อบัญชี “ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด(2536)” ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

Comments (0)

เปิดประวัติ ๙ ครูดีเด่นรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2565

Posted on 18 พฤษภาคม 2022 by admin

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาว่า จะเป็นตัวช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ทุกครั้งที่โดยเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีออกหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)  พระองค์จึงมักเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อสอบถามถึงแนวทางการเรียนการสอนและพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรครูอยู่เสมอ

ทั้งยังได้เคยเสด็จเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ ชุมชนชาวไทยภูเขา (ศศช.) บ้านพอกะทะ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ในปี 2542   และโปรดให้นายบุญธันว์ มหาวรรณ์ ประธานโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า นำคณะครู กศน.เข้าเฝ้าด้วย  รวมทั้งโรงเรียน กศน.อนๆอีกด้วย

001

หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ ในปี พศ.2551  โครงการพระเมตตาสมเด็จย่าได้ก่อตั้งโครงการครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์”  ขึ้นในปี พ.ศ.2552 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ เป็นขวัญกำลังใจให้แก่ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละความสุขส่วนตัว โดยคัดเลือกครูจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หน่วยงานละ 3 รางวัล  โดยพิธีการมอบ“รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” กำหนดเป็นวันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

ในปี 2565 นี้ คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกครู 9 คนจาก 3 หน่วยงานดังกล่าวเป็นผู้ได้รับรางวัลครูเจ้าฟ้าฯ ดังนี้

ครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)  ได้แก่

004

          นายนิวัฒน์  เงินงามมีสุข อายุ 46 ปี ครูผู้ช่วยศูนย์การเรียนชุมชนไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านมอโก้คี ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก  อุทิศตนสอนหนังสือ และช่วยเหลือชุมชนบนที่สูงทุรกันดาร มานานกว่า 21 ปี เป็นครูที่มีความสามารถในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง ช่วยปลูกฝังความรู้ และช่วยเหลือชุมชน ให้มีการอนุรักษ์ป่าชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน สร้างองค์ความรู้ จัดทำวีดีทัศน์ขยายผลสู่ สาธารณชน และสื่อ Social Media  ส่งเสริมการเรียนการสอนของนักเรียนชนเผ่าบนพื้นที่สูงให้สามารถแข่งขันจนชนะเลิศรางวัลการแข่งขันทักษะวิชาการ การประดิษฐ์ และงานกิจกรรมต่างๆ ใน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์ที่เคยสอน กลับมาช่วยพัฒนาชุมชน และหมู่บ้านบนพื้นที่สูงหลายราย

005

          นายราชัน  ติญานันต์ อายุ 49 ปี ครูอาสาสมัครศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านผาแดงบน ต.ร่มเย็น  อ.เชียงคำ  จ.พะเยา ปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นทุรกันดารบนดอยสูงมากกว่า 23 ปี มีความสามารถในการบูรณาการเรียนรู้หนังสือ ควบคู่กับกิจกรรมพัฒนาอาชีพ  มีการจัดทำข้อมูลเรียนรู้รายบุคคล และแผนการจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan: IIP) เป็นผู้ริเริ่ม และประสานหน่วยงานภาคีเครือข่าย ส่งเสริมให้ชุมชนทำการเกษตรแบบอินทรีย์ ทดแทนการใช้สารเคมี เพื่อสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับชุมชน เช่น การปลูกองุ่นไร้เมล็ด และการปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือน  ส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ  รณรงค์ให้ชาวบ้านลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อรักษาแหล่งต้นน้ำให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ศิษย์ที่เคยสอนจำนวนมากกลับมาช่วยพัฒนาชุมชนบ้านเกิด เคยได้รับรางวัล ครู ศศช.ดีเด่น ประจำปี 2563 และรางวัลครูอาสาสมัคร ศศช.ดีเด่น ด้านการพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูง ประจำปี 2564 จากสำนักงาน กศน.จังหวัดพะเยา

006

          นางอาอัยเสาะ  ดาจูดา อายุ 42 ปี ครูชำนาญการพิเศษศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ต.เบตง  อ.เบตง  จ.ยะลา อุทิศตนสอนหนังสือให้กับผู้เรียน กศน.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานกว่า 19 ปี เป็นครูผู้พัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทยรูปแบบโมเดลเบตงฮูลู และสามารถขยายผลการสอนไปยังพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สู่โครงการฝึกทักษะอาชีพ เรื่อง กาแฟโบราณเบตง สู่ กศน. Premium ภายใต้แบรนด์ ONIE เป็นต้นแบบของการสร้างแบรนด์สินค้าของชุมชนระดับประเทศ เป็นครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาสู่ชุมชนอย่างเป็นที่ประจักษ์จนได้รับรางวัลครูดีเด่น “คนดีศรีเสมา จชต.” ด้านการส่งเสริมการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2564 จาก ศปบ.จชต. กระทรวงศึกษาธิการ  ปัจจุบันลูกศิษย์ที่เคยสอนยังกลับมาเป็นผู้นำและช่วยพัฒนาชุมชนบ้านเกิดเป็นจำนวนมาก และได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดีปี 2554 จากคุรุสภา

ครูสังกัดหน่วยงาน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้แก่

007

          พันตำรวจตรีพัฒณศักดิ์  พัฒนพงศ์ศา อายุ 50 ปี ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก ต.ศาลาลัย  อ.สามร้อยยอด  จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นครูสอนหนังสือให้กับนักเรียนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลมานานกว่า 27 ปี สามารถพัฒนางานเกษตร และปศุสัตว์ของโรงเรียนให้เพียงพอต่อการประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียนทั้งโรงเรียน และสามารถขยายผลไปสู่ชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผู้ส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนในการงานอาชีพ เช่น การส่งเสริมงานเกษตรครบวงจร จนถึงการจัดทำบัญชีครัวเรือน และส่งเสริมอาชีพเพิ่มเติม เช่น การแปรรูปกาแฟ การแปรรูปกล้วย ริเริ่มโครงการกาแฟคั่วโอ่ง เป็นนวัตกรรมการคั่วกาแฟที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมคุณภาพ และประหยัดต้นทุนดำเนินงานโดยนักเรียน และสามารถขยายผลไปสู่งานอาชีพของชุมชน ศิษย์ที่ครูเคยสอนปัจจุบันสำเร็จการศึกษากลับมาร่วมพัฒนาภูมิลำเนาที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารจำนวนมาก

008

          ดาบตำรวจสมบัติ  แก้วสะอาด อายุ 40 ปี ครูผู้สอนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล๊อกคี่ ต.ปิล๊อก  อ.ทองผาภูมิ  จ.กาญจนบุรี อุทิศตนสอนหนังสือให้นักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลของจังหวัดกาญจนบุรี มากว่า 13 ปี  สามารถสอนงานด้านการเกษตร และปศุสัตว์ให้กับนักเรียน และสามารถขยายผลสู่ชุมชนอย่างเป็นที่ประจักษ์ สามารถในการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ให้กับนักเรียน ชั้น ป.4–6 ส่งผลให้คะแนนการทดสอบระดับชาติ O–NET ปี 2563 วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้น ป.6 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโรงเรียนในระดับประเทศ  เป็นผู้ประสานหน่วยงานภายนอก และเครือข่ายในการร่วมพัฒนาโรงเรียน และชุมชน  เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง เพื่อจัดหา และมอบพันธุ์พืช ไม้ผล พันธุ์สัตว์ ให้กับชาวบ้านในชุมชนจนเป็นที่รักยิ่งของชาวบ้านในชุมชน เคยได้รับรางวัล ข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรม และจรรยาบรรณของตํารวจ ประจำปี 2562 และ 2563 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

009

          ดาบตำรวจหญิงกาญจนา  เขาแดง อายุ 44 ปี ครูผู้สอนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนมหาราช 1ต.เขาแดง  อ.สะบ้าย้อย  จ.สงขลา อุทิศตนสอนหนังสือในพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคใต้มานานกว่า 21 ปี สามารถสอนงานด้านส่งเสริมสหกรณ์ในโรงเรียน จนได้รับการยกย่องให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสหกรณ์ดีเด่นต่อเนื่องกว่า 10 ปี และการขยายผลงานด้านสหกรณ์ และการออมทรัพย์ ไปสู่ชุมชนอย่างที่ประจักษ์ พัฒนาโรงเรียนให้เป็นศูนย์บริการความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงมีฐานการเรียนรู้ 8 ด้านให้ชุมชนสามารถมาศึกษาเรียนรู้ เคยได้รับรางวัลครูดีเด่น ประจำปี 2564 จากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ปัจจุบันลูกศิษย์สำเร็จการศึกษากลับมาเป็นครู  ตำรวจ และข้าราชการ ในภูมิลำเนาจำนวนมาก

ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แก่

010

          นายเสกสรร  ศรีแสวง อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านห้วยหมีศรีสวัสดิ์  ต.เมืองแปง  อ.ปาย  จ.แม่ฮ่องสอน สอนหนังสือในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลบนดอยสูง มากว่า 21 ปี เป็นครูผู้มีความสามารถในการริเริ่มนวัตกรรม STEM มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน และพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน และชุมชนอย่างเป็นที่ประจักษ์  เป็นครูจิตอาสาช่วยสอนวิชาการ และทักษะอาชีพให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนนักเรียนได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติจากการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัด  และระดับประเทศ เป็นประจำทุกปี    อย่างเป็นที่ประจักษ์ มีความสามารถในการประสานหน่วยงาน และเครือข่ายภายนอกเข้ามาพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และอาคารต่างๆ ภายในโรงเรียน ได้รับการยกย่อง และได้รับรางวัลระดับประเทศจำนวนมาก

011

          นางกัลยา  แปดนัด อายุ 38 ปี ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านขอบด้ง  ต.ม่อนปิ่น  อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่ เป็นครูผู้เสียสละสอนหนังสือ ให้กับผู้ด้อยโอกาส บนพื้นที่สูงภาคเหนือมานานกว่า 16 ปี  เป็นครูผู้ริเริ่มพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นหัตถกรรมชนเผ่าหญ้าอิบุแคที่เป็นพืชท้องถิ่นให้กับนักเรียน สร้างนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน โดยใช้โครงงานหญ้าอิบุแคเป็นฐาน (Project – Based Learning) บูรณาการร่วมกับครูทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา  เป็นผู้สอนและแนะนำให้นักเรียนค้นคว้าหาข้อมูลการออกแบบผลิตภัณฑ์ สินค้าเครื่องประดับจากผู้ออกแบบระดับโลกทางอินเตอร์เน็ตเพื่อนำมาประยุกต์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์หญ้าอิบุแคให้ตรงความต้องการของตลาดสมัยใหม่ และเป็นผู้พัฒนางานการขายสู่ร้านค้าขายของที่ระลึก และช่องทางการขายออนไลน์ สร้างรายได้เป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน และชุมชน นักเรียนที่ครูสอนสามารถประกวดชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญทอง การแข่งขันโครงงานอาชีพนักเรียนชั้น ป.4 – ป.6 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับภาค และระดับชาติ จำนวนมากจาก สพฐ.ตั้งแต่ปี 2557 – 2562 สามารถสร้างแบรนด์ของสินค้า (เส้นศิลป์) จากโรงเรียนสู่ชุมชน (Social Enterprise) และร่วมออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต่อยอดสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มให้กับหญ้าอิบุแค

012

          นางสาวปิยะรัตน์  เสนีย์ชัย อายุ 45 ปี ครูชำนาญการ โรงเรียนนิคมพัฒนา 10  ต.มาโมง  อ.สุคิริน  จ.นราธิวาส อุทิศตนสอนหนังสืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มากว่า 20 ปี เป็นครูสอนศิลปะที่สามารถสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนศิลปะให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ศิลปะบำบัดพัฒนาสมาธิ (Art Therapy, Development, Concentration)  และการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสมาธิเสริมความรู้สู่ปัญญา (Concentration of Knowledge to Wisdom) สามารถสอน และพัฒนาจนนักเรียนชนะเลิศการแข่งขันประกวดศิลปะระดับภูมิภาค และระดับชาติจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นวิทยากรจิตอาสาด้านการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้ถ่ายทอดงานศิลปะให้กับชุมชน สามารถต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพ เช่น การทำผ้ามัดย้อม งานย้อมสีผ้าบาติก และดอกไม้ประดิษฐ์   เป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์ศึกษาต่อ และกลับมาเป็นครูสอนศิลปะ ในพื้นที่ทุรกันดารจำนวนมาก

ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 9 คนจะได้รับโล่รางวัลครูเจ้าฟ้าฯ  ใบประกาศนียบัตร และเงินรางวัลคนละ 30,000.-บาท แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คณะกรรมการฯ จึงมีมติให้มอบเงินรางวัลแก่ครูที่ได้รับรางวัลก่อน และจะมีการมอบโล่รางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับครูเจ้าฟ้าฯ ในภายหลังจากที่สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

015

พิธีมอบรางวัลครูเจ้าฟ้า ครั้งที่ 11  ประจำปี 2562

ครูเจ้าฟ้า ฯ ทั้ง 9 คนได้ทํางานด้วยความเสียสละ ไม่เพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่สอนหนังสือ แต่ยังได้ให้ความช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารให้มีการดํารงชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยให้ชุมชนมีการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์หลายคนกลับมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดเมื่อจบการศึกษาแล้วอีกด้วย ซึ่งสมควรได้รับการเผยแพร่คุณงามความดีและยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแม่พิมพ์และแบบอย่างการทําความดีในสังคมต่อไป

Comments (0)

เชิญครูภาษาอังกฤษทั่วประเทศ ร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรี “เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบ Hybrid ให้เข้าใจง่ายและได้ผล”

Posted on 17 พฤษภาคม 2022 by admin

หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแมสซีย์ (Massey University) ประเทศนิวซีแลนด์ ขอเชิญครูสอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรี ในหัวข้อเรื่อง “เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบ Hybrid ให้เข้าใจง่ายและได้ผล” ในวันอังคารที่ 14  มิถุนายน 2565 เวลา 9.30-11.30 น. (ผ่านโปรแกรม Zoom ) โดย “ดร.คาเรน แอชตัน” (Dr. Karen Ashton, Senior Lecturer in Applied Linguistics and Language Education) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์ประยุกต์และภาษาเพื่อการศึกษาจาก Massey University ประเทศนิวซีแลนด์ ที่มีประสบการณ์การเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และส่งเสริมการสอนและการเรียนรู้ภาษาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ครูผู้สอนมีกลยุทธ์ในการสอนแบบสร้างการมีส่วนร่วมกับนักเรียนทั้งในการเรียนการสอนแบบออนไลน์และในห้องเรียน เป็นแนวทางการวางรากฐานการเรียนและการสอนภาษาอังกฤษให้สำเร็จ โดยครูที่ผ่านการอบรม จะได้รับใบประกาศนียบัตร จาก Education New Zealand

ครูที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี ได้ที่  https://bit.ly/34HpQ7i   ( รับจำนวนจำกัด)

Comments (0)

ปฎิทินข่าวสังคม

Posted on 06 พฤษภาคม 2022 by admin

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกทักษะวิชาชีพสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหว ในวันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.30 น. ณ  วังสระปทุม

Comments (0)

99 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

Posted on 06 พฤษภาคม 2022 by admin

          สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

15983323665427_resize

          ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอนสหราชอาณาจักร เป็นพระธิดาพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระนามแรกประสูติตามที่โรงพยาบาลตั้งถวายคือ  May Songkla ซึ่งเป็นเดือนประสูติ  ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้รับประกาศเฉลิมพระเกียรติยศขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา

          ในวโรกาสสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเจริญพระชันษาครบ 6 รอบ ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการสถาปนา เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

childen_resize

          ทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี จากมหาวิทยาลัยโลซานน์  ทรงได้รับ Diplôme de Chimiste A ขณะที่ทรงศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์นั้น ยังทรงศึกษาหลักสูตรสังคมศาสตร์ Diplôme de Sciences Sociales Pédagogiques อันประกอบด้วยวิชาต่าง ๆ ในสาขาวิชาการศึกษาวรรณคดีปรัชญา และจิตวิทยาด้วย

          ตลอดชนมชีพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายเพื่อแบ่งเบาพระราชภาระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยทรงรับโครงการต่าง ๆ ไว้ในพระอุปถัมภ์มากมาย ทั้งทางด้านการศึกษาสังคมสงเคราะห์การแพทย์และสาธารณสุขการต่างประเทศศาสนาและอื่น ๆ

          ทรงมีความสนพระทัยงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นพิเศษ ด้วยทรงมีพระดำริว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลเป็นเรื่องสำคัญ จึงทรงรับสืบทอดงานทางด้านนี้ต่อจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คือ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) หรือ หมอกระเป๋าเขียวที่ชาวบ้านเรียกกัน

ทรงเป็นประธานมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงก่อตั้งขึ้นร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยทรงลงพระนามขอจดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิด้วยพระองค์เอง พร้อมทั้งได้พระราชทานเงินทุนประเดิมร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในการก่อตั้งอีกด้วย มูลนิธิขาเทียมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำขาเทียมให้แก่ผู้พิการขาขาดที่ยากไร้ในชนบทโดยไม่คิดมูลค่า และค้นคว้า วิจัย พัฒนาชิ้นส่วนขาเทียมจากวัสดุภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ อันเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ในประเทศและลดมูลค่าการขาดดุลการค้าลงด้วย และทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิถันยรักษ์ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย

และทรงเป็นประธานมูลนิธิหม่อมเจ้าบุญจิราธร (ชุมพล) จุฑาธุช ซึ่งมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการให้ทุนการศึกษาแพทย์ตามโครงการแพทย์ชนบท ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาลที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้ที่จะสมัครเป็นอาจารย์วิชาการพยาบาล

15959427942684_resize

ในปี พ.ศ.2529  สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรง รับ “กองทุนหมอเจ้าฟ้า” ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไว้ในพระอุปถัมภ์ และได้พระราชทานเงินจากทุนการกุศลสมเด็จย่า และทุนการศึกษา กว. สมทบเข้ากองทุนเป็นประจำทุกปีเสมอมามิได้ขาด เพื่อให้อาจารย์แพทย์ไปศึกษาฝึกอบรมยังต่างประเทศ และเป็นทุนอุดหนุนการศึกษาจัดสรรให้นักศึกษาที่เรียนดีแต่ขัดสนสำหรับนักศึกษาแพทย์และนักศึกษาอีก 5 คณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ คณะทันตแพทยศาสตร์  เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ และสัตวแพทยศาสตร์

นอกจากนี้ ยังทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่าง ๆ ทางด้านสาธารณสุขไว้ในพระอุปถัมภ์อีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย กองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อพัฒนาการพยาบาล  ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน

นอกจากนี้ เมื่อปี พ.ศ.2545  ยังโปรดเกล้าฯ ให้ทีมสัตวแพทย์ 4 คน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามเสด็จไปออกหน่วยเคลื่อนที่กับ พอ.สว. เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาโรคสัตว์และการดูแลสัตว์เลี้ยงแก่ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ เชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พะเยา และพิษณุโลก

4yT7APXJ239M08dA0P5gD5yX_resize

เนื่องในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2566 จะเป็นวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประเทศไทยจึงได้เสนอพระนามให้องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ องค์การยูเนสโก (UNESCO) พิจารณาประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก เพราะพระองค์ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการด้วยพระปณิธานแนวแน่ที่จะทำประโยชน์เพื่อประชาชนชาวไทย และสังคมโลก ทั้งยังทรงยึดมั่นในคุณค่าของมนุษย์ และศักยภาพของการพัฒนาจึงทรงอุปถัมภ์กิจการทั้งปวงที่เกี่ยวกับด้านการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ การแพทย์และการสาธารณสุข สังคมสงเคราะห์ ด้านสัมพันธไมตรี การสื่อสารและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและพสกนิกรชาวไทย  ซึ่งองค์การยูเนสโกได้พิจารณาแล้ว และมีประกาศรับรองพระนามให้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ซึ่งทางรัฐบาลไทยจะร่วมมือกับภาคเอกชนจัดงานฉลองวาระดังกล่าวต่อไป

ตลอดระยะเวลา 84 ปี ที่ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 99 พรรษา ขอเชิญปวงพสกนิกรชาวไทยได้ร่วมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจในด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วไปทุกคน

Comments (0)

เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 1 ร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนที่ต้องการต่อยอดสร้างเมืองอัจฉริยะ

Posted on 27 เมษายน 2022 by admin

           เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 1 โดยเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่ผู้นำเมืองควรรู้ นำโดยผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คน พร้อมการถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ

           ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า เมืองอัจฉริยะเป็นวาระแห่งชาติและอยู่ในหมุดหมายที่ 8 ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566-2570) ซึ่งทุกเมืองในประเทศไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะตามแนวทางของคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีดีป้าเป็นเลขานุการ โดยมีกลไกสนับสนุนจากภาครัฐและแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลแก่ภาคเอกชน และการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้นำเมืองและประชาชนไปพร้อมๆกัน และเพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจนคณะกรรมการขับเคลื่อนฯได้กำหนดนิยามคำว่าเมืองอัจฉริยะว่า หมายถึง เมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรของเมืองและประชากรเป้าหมาย โดยเน้นการออกแบบที่ดีและการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัย ให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างยั่งยืน และแบ่งประเภทของการพัฒนาครอบคลุม 7 ด้าน ประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance)

ทั้งนี้ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และ ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรขององค์กรปกครองท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถนำองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคมและเศรษฐกิจ ตามบริบทของเมืองอัจฉริยะ และเพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี  ในการนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับบริษัท โนเนม ไอเอ็มซี จำกัด ได้ร่วมจัดอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 1 ให้ผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนที่อยู่ในส่วนกลางและภูมิภาค โดยโครงสร้างเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้แก่

           Module 1: ความเข้าใจเบื้องต้น โครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย (Smart City Thailand Essentials)

           Module 2: การจัดทำแผนเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ด้วยวิธีการคิดเชิงออกแบบ และแผนภาพโครงการธุรกิจ (Design Thinking and Business Model Canvas for Smart City Promotion)

           Module 3: ความรู้ขั้นสูงเรื่องการออกแบบและพัฒนาเมือง (Advanced Knowledge in Smart City Design and Development)

Module 4: การส่งเสริม สนับสนุนและให้ความรู้การจัดทำโครงการพัฒนาโครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะในพื้นที่จริง (Smart City Project Piloting and Mentoring)

           Module 5: การศึกษาดูงานโครงการเมืองอัจฉริยะในประเทศ (Smart City Best Practice Study Visit and On-Site Workshop with Experts)

ระยะเวลาการอบรมเป็นหลักสูตรระยะสั้น 6 วัน ระหว่างวันที่ 11-26 พฤษภาคม 2565 สัปดาห์ละ 2 วัน รวม 36 ชั่วโมง มีรูปแบบการอบรม Hybrid ทั้งรูปแบบออนไลน์ และ ออฟไลน์ รวมทั้งการดูงานถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ อาทิ Microsoft, Huawei Thailand, Future Tales Lab , Samyan Smart City โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คน เช่น คุณภุชพงค์ โนดไธสง, ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ, ดร.ชาลี วรกุลพิพัฒน์, ดร.สันติสุข ลิ้มปีติเจริญโชติ, ดร.รพีสุภา หวังเจริญรุ่ง, ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ เป็นต้น

Comments (0)

นิวซีแลนด์เปิดรับนักเรียนต่างชาติล็อตแรก 5,000 คน ไทยเปิดรับหลักสูตร English Pathway พร้อมบินเรียนภาษา

Posted on 20 เมษายน 2022 by admin

รายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย แจ้งว่า นิวซีแลนด์ได้เปิดรับนักเรียนต่างชาติล็อตแรก จำนวน 5,000 คนแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก สำหรับนักเรียนไทยในช่วงแรกนี้ การศึกษานิวซีแลนด์ได้เปิดรับผู้สนใจสมัครเข้าเรียนในหลักสูตร English Pathway เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เหมาะสำหรับน้องๆนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการเตรียมพร้อมเข้ามหาวิทยาลัยนิวซีแลนด์แต่ยังไม่ผ่าน IELTS รวมถึงวัยทำงานที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจและการทำงาน ผู้สนใจสามารถสมัครเรียนได้แล้ววันนี้ และพร้อมบินไปเรียนที่นิวซีแลนด์ได้ทันทีกับสถาบันภาษาชั้นนำของนิวซีแลนด์ ผู้สนใจสามารถสมัครเรียนหลักสูตร English Pathway ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รับนักเรียนจำนวนจำกัด สมัครก่อนได้สิทธิก่อน โดยนักเรียนสามารถเลือกชำระค่าเล่าเรียนผ่านบัตรเครดิต KTC และสะสมคะแนนได้ 4 เท่าอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติม:learnenglishnewzealand.com

สถาบันภาษานิวซีแลนด์ ที่เข้าร่วมโครงการ English Pathway ที่สามารถเดินทางไปเรียนได้เลยในครั้งนี้ ได้แก่

1.) Languages International สถาบันภาษาอังกฤษที่เก่าแก่ที่สุดในนิวซีแลนด์ เป็นสถาบันระดับสูงสุด Category 1 จากรัฐบาลนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ที่สวนอัลเบิร์ต เมืองโอ๊คแลนด์ ทำให้นักเรียนได้มีโอกาสพบปะผู้คนจากทั่วโลก อาจารย์ที่เป็นมิตรเข้าถึงนักเรียน มีหลักสูตรที่น่าสนใจคือ General English, Conversation และ English for University

2.) ICL Education Group สถาบันภาษาที่มีมาตรฐานในระดับ Category 1 มี Auckland English Academy และ Bridge International College เป็นสถาบัน และโรงเรียนในเครือ  โดย Auckland English Academy มีคอร์สที่น่าสนใจ คือ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและการสอบ IELTS ส่วน Bridge International College เปิดสอนหลากหลายหลักสูตรเน้นทางด้าน Academic purposes อาทิ IELTS preparation, APA และ Postgraduate Diploma programmes ทั้งนี้อาคารเรียน ICL Education Centre ตั้งอยู่บนถนนลอร์น ใจกลางเมืองย่านศูนย์กลางธุรกิจ ไม่ไกลจากโอ๊คแลนด์สกายทาวเวอร์ อีกทั้งยังใกล้กับหอศิลป์โอ๊คแลนด์ สวนสาธารณะ อัลเบิร์ตพาร์ค และหอสมุดกลางเมืองโอ๊คแลนด์

นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษกับหลักสูตร Communication English เพื่อใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน ร่วมกิจกรรมต่างๆ เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเพื่อนจากหลากหลายชาติอีกด้วย  สำหรับหลักสูตรออนไลน์มี New Zealand Certificate in English Language (NZCEL) สำหรับนักเรียนที่ต้องการเตรียมความพร้อม เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น สำหรับเรียนต่อ เรียน 16 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม สำหรับสถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัย เช่น University of Auckland, AUT, Linclon University and University of Otago จะเริ่มเปิดทำวีซ่านักเรียนใหม่ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป

นิวซีแลนด์ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1  ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางจากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 อีกทั้งยังเป็นประเทศมีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม ปลอดภัย ผู้คนเป็นมิตร ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนในนิวซีแลนด์สามารถทำงานนอกเวลาได้ 20 ชั่วโมง และสำหรับนักเรียนที่เรียน ระดับปริญญาตรีขึ้นไปอย่างน้อย 1 ปี ในนิวซีแลนด์ยังสามารถสมัครวีซ่าทำงานหลังการศึกษาได้อีกด้วย ทำให้นิวซีแลนด์เป็นจุดหมายปลายทางในลำดับต้นๆของนักศึกษาต่างชาติ

Comments (0)

ร่วมสร้างกุศลครั้งใหญ่… ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา เพื่อน้องๆ รร.สอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ

Posted on 19 เมษายน 2022 by admin

          โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังขาดแคลนงบประมาณจำนวนมาก ส่งผลถึงน้องๆนักเรียนตาบอดโดยตรง จึงจัดกิจกรรมสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ด้วยการขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาของผู้พิการ  เพื่อยกคุณภาพชีวิต สู่การศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดหาทุนซื้ออุปกรณ์การเรียนและหารายได้จัดหาค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ-ค่าไฟ และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสถานศึกษา ท่านสามารถเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีฯ ในครั้งนี้ได้ กองบุญละ 59 บาท จำนวน 1 แสนกอง หรือบริจาคโดยตรงได้ที่ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา  ในพระราชูปถัมภ์  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพัทยาสาย 2 เลขบัญชี 669-2-10787-4 ชื่อบัญชี “ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536)” ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

6c24e679-088c_resize

          นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการ  โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ เป็นโรงเรียนการศึกษาพิเศษฯ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดสอนระดับอนุบาล 1 -มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นคนพิการในความดูแลที่อาศัยอยู่ประจำ เป็นองค์กรการกุศล ซึ่งจัดการศึกษาและฟื้นฟูพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียนตาบอดและตาบอดพิการซ้อน พร้อมขยายโอกาสทางการศึกษาโดยการจัดการศึกษานอกระบบ มีโครงการเรียนรวมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปัจจุบันเป็นนักเรียนอยู่ประจำมีทั้งหมด 102 คน

ทั้งนี้ โรงเรียนยังได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กตาบอดและเด็กตาบอดพิการซ้อนด้วยกระบวนการต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมทางด้านความมั่นคงทางอารมณ์ สังคม สติปัญญา ทักษะการดำรงชีวิตอิสระสำหรับคนตาบอด เช่น การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล การปฏิบัติกิจวัตรในชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวและการเดินทาง การอ่าน การเขียนอักษรเบรลล์ นันทนาการ ตลอดจนการส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ในสังคมเพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นสมาชิกของสังคม นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริม การสร้างความเป็นเลิศด้านการกีฬา ดนตรี งานนวดและงานฝีมือ เพื่อเป็นการสร้างความก้าวหน้าในอนาคต ทั้งหมดนี้มูลนิธิฯดูแลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือคนพิการในทุกๆ เรื่องเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้มีวิชาชีพ สามารถนำไปประกอบอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง ครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม

ปัจจุบันโรงเรียนฯยังขาดแคลนงบประมาณเป็นอย่างมาก  ดังนั้นโรงเรียนจึงร่วมกับคณะกรรมการอุปถัมภ์โรงเรียนฯ ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครู จัดโครงการทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาหารายได้ขึ้น โดยงานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่  19  เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา  ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  โดยได้รับเกียรติจาก พระครูปัญญาพัฒนาภรณ์ (ปัญญา ปุญฺญจโย) เจ้าอาวาสวัดโพธิสัมพันธ์ ประธานฝ่ายสงฆ์ และพลตำรวจตรี จักรทิพย์ – นางศรีนรัตน์ – นายพุทธวัฒน์ ศคพิมลศักดิ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โครงการทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีฯ จัดขึ้นเพื่อจัดหาทุนซื้ออุปกรณ์การเรียน เพื่อจัดหาค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น  ค่าอาหาร  ค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสถานศึกษา จึงขอเรียนเชิญท่านผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพฯได้ กองบุญละ 59 บาท จำนวน 1 แสนกอง สอบถามรายละเอียดได้ที่ ครูประทีป โทร. 0878334198 หรือบริจาคโดยตรงได้ที่ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  ฯ  สยามบรมราชกุมารี โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพัทยาสาย 2 เลขบัญชี 669-2-10787-4 ชื่อบัญชี “ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด(2536)” ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ ร่วม ว.เทคนิคสมุทรสาคร ตรวจซ่อมรถให้ฟรีช่วงสงกรานต์ หนุน “อาชีวะอาสาลดอุบัติเหตุทางถนน” ปี 65

Posted on 12 เมษายน 2022 by admin

         บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด โดยโครงการ  “ชลิต อินดัสทรี ขับขี่ปลอดภัย ตรวจเช็คก่อนสตาร์ท”  ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “อาชีวะอาสา รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน” วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร เปิดให้บริการตรวจเช็คสภาพรถ ซ่อมแซมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะในเบื้องต้นให้กับประชาชน ฟรี โดยทีมช่างอาสานักเรียนอาชีวะจากวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ที่มีทักษะทางด้านช่างและมีจิตอาสา ดำเนินการร่วมกับ อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร และเครือข่ายองค์กรต่างๆช่วยรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2565  ในช่วง 7 วันอันตราย 11-17 เมษายน 2565 ที่หลายคนเตรียมตัวเดินทางไกลกลับบ้าน หรือเดินทางท่องเที่ยวกันมากกว่าปกติเนื่องจากมีวันหยุดยาว  เปอร์เซ็นต์การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนก็มากตามไปด้วย

ทั้งนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี  จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้มอบวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการตรวจซ่อมบำรุงรถยนต์และรถจักรยานยนต์เบื้องต้น เพื่อบริการให้กับประชาชน ฟรี  โดยมี นายสมเกียรติ ภูมิชัยสุวรรณ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร เป็นผู้รับมอบ และ ร้อยตรี ประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร ให้เกียรติเป็นประธาน เปิดงาน ณ ศูนย์อาชีวะอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน จุดบริการถนนพระราม 2 กม. ที่ 41 บริเวณหน้าปั๊มปตท อิสรีรุ่งเรืองบริการ ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งดำเนินการโดย แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ร่วมกับ อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน สถานีตำรวจ ตำบล บางโทรัด โรงพยาบาลสมุทรสาคร อบต.บางโทรัด และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมออกหน่วยให้บริการประชาชน ฟรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2565 ตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น.

บริษัท ชลิต อินดัสทรี  จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “POP” ผลิตภัณฑ์ไทยคุณภาพที่ได้รับตราสัญลักษณ์  Thailand Trust  Mark (T MARK) ระบบบริหารงานด้านคุณภาพสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (IATF 16949: 2016 Automotive Quality Management System Standard) และการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO9001) จนได้รับการยอมรับและความไว้วางใจอย่างกว้างขวาง จากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ยางแท่นเครื่อง, ยางแท่นเกียร์, ยางกันกระแทก,ยางเพลากลาง, บู๊ชปีกนก และ บูชโช๊คอัพล่าง เป็นต้น โดยบริษัทฯมีส่วนช่วยสร้างงานให้คนในชุมชนมีงานทำ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายให้ความสำคัญในการพัฒนาชุมชนและตอบแทนสังคม ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรต่างๆ รวมทั้งการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่างๆ เพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง

         นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี  จำกัด กล่าวว่า โครงการ “ชลิต อินดัสทรี ขับขี่ปลอดภัย ตรวจเช็คก่อนสตาร์ท” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่บริษัทฯ จัดขึ้นเพื่อร่วมรณรงค์ช่วยเหลือประชาชนขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนน โดยได้ร่วมสนับสนุน “โครงการอาชีวะอาสา รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน” ที่ทางวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาครได้ดำเนินการร่วมกับเครือข่ายอาชีวะอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง เป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชน และสอดคล้องกับนโยบายเพื่อสังคมของบริษัทฯ

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรีฯ เติมน้ำใจให้น้องมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ร่วมสมทบทุนการศึกษา – อาหารกลางวันเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

Posted on 30 มีนาคม 2022 by admin

          ยังมีเด็กๆ มากมายในสังคมไทย ที่รอคอยความช่วยเหลือจากท่านผู้มีเมตตา เด็กบางคนอาศัยในชุมชนแออัด บางคนพ่อแม่ทอดทิ้ง ไร้บ้านไร้ที่อยู่อาศัย ขาดโอกาสทางการศึกษาหรือการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี  พวกเขาเหล่านี้ยังรอคอยความช่วยเหลือจากท่านอยู่เป็นจำนวนมาก จะดีแค่ไหนหากเด็กๆ เหล่านี้ได้รับการช่วยเหลือและได้รับการส่งเสริม พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างถูกต้องเหมาะสม ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้พวกเขาได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญที่มีส่วนช่วยพัฒนาประเทศและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข..

มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นองค์การสาธารณกุศล ก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กอ่อนวัย 0 – 5 ปี  ในชุมชนแออัดในเขตกรุงเทพฯ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นแหล่งเสื่อมโทรม และบางแห่งเต็มไปด้วยปัญหายาเสพติด และอันตรายต่างๆ ซึ่งมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ได้ให้การช่วยเหลือเด็กๆที่อยู่ในชุมชนแออัดเหล่านี้  ได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมทั้งทางร่างกาย และจิตใจ มุ่งเน้นการทำงานด้านการพัฒนาเด็ก ให้ได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมตามวัย ได้รับการปกป้องคุ้มครอง และการมีชีวิตในวัยเด็กที่มีความสุข โดยมูลนิธิฯมีบ้านเด็กอ่อนที่อยู่ในความดูแล 4  หลัง  ได้แก่  บ้านสมวัย  (ชุมชนคลองเตย) บ้านศรีนครินทร์  (ชุมชนกองขยะหนองแขม) บ้านแห่งความหวัง  (ซอยอ่อนนุช 88 แยก 10)  และบ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่  (ชุมชนเสือใหญ่ประชาอุทิศ)  ทั้ง 4 บ้าน ให้การดูแลเด็กแรกเกิด-5ปี วันละประมาณ  250  คน

เพื่อร่วมเติมน้ำใจให้น้องๆมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมในพระอุปถัมภ์ฯ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” พร้อมด้วย นางสุชญา นางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ นำคณะผู้บริหาร -นางสาววิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ และนางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์  มอบเงินสมทบทุนอาหารกลางวันและทุนการศึกษา ร่วมเติมน้ำใจให้น้องๆมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์ฯ โดยมี นางสาวศีลดา รังสิกรรพุม ผู้จัดการ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมในพระอุปถัมภ์ฯ และ นางสาวลัดดา  ทองแสงแก้ว  รองผู้จัดการ มูลนิธิฯ เป็นตัวแทนรับมอบ ณ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม บ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่ รัชดา 36 เมื่อเร็วๆ นี้

มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ได้ให้การช่วยเหลือรับดูแลเด็กเล็กจากครอบครัวยากจนและเด็กที่เกิดมาท่ามกลางปัญหาของพ่อแม่ สภาพแวดล้อมแออัดเสื่อมโทรม  เช่น ครอบครัวยากจน  แตกแยก พ่อ-แม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกเมื่อไม่พร้อม หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงยาเสพติด โดยทางมูลนิธิฯจะให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการศึกษาและสาธารณสุข  เพื่อให้เด็กๆได้รับโอกาสและได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมทั้งทางร่างกาย และจิตใจไม่เป็นปัญหาของสังคม โดยเด็กๆเหล่านี้ยังคงรอความช่วยเหลือจากท่านผู้มีศรัทราจากผู้ใจบุญ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กน้อย…ด้อยโอกาส ได้ที่บัญชีมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี  017-1-05777-9 หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี   028-3-03936-5 (ใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้) หรือร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับเด็ก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-541 6092-5

Comments (0)

มทร.ธัญบุรี – ม.โอทาโก นิวซีแลนด์ เปิดรับสมัครแล้ว หลักสูตรเตรียมพร้อมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์รุ่น 2

Posted on 29 มีนาคม 2022 by admin

          โอกาสมาแล้วสำหรับน้องๆม.ปลายที่มีแผนศึกษาต่อต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT) และมหาวิทยาลัย.โอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ ประกาศเปิดรับสมัครนักเรียนไทยระดับมัธยมปลาย ที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรเตรียมความพร้อมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ รุ่นที่ 2 โดยผู้ที่เรียนจบหลักสูตรเตรียมความพร้อมปริญญาตรีนี้ (เทียบเท่าจบป.ตรีปี1) จะสามารถนำไปยื่นเข้าศึกษาต่อปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ได้ทันที และเรียนต่อป.ตรีอีกเพียง 3 ปี ในมหาวิทยาลัยโอทาโกและมหาวิทยาลัยทุกแห่งของนิวซีแลนด์ หลังเรียนจบยังสามารถทำงานต่อในนิวซีแลนด์ได้สูงสุดอีก 3 ปี  โดยน้องๆที่สนใจสามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้-30 เมษายน 2565 สำหรับน้องๆ ที่ภาษาอังกฤษเทียบเท่า IELTS 5.0 ทางมหาวิทยาลัยโอทาโกมีทุนการศึกษาเรียนภาษาอังกฤษ 8 สัปดาห์ก่อนเริ่มเรียน พร้อมเปิดโอกาสรับทุนการศึกษา 10,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์สำหรับทุนปริญญาตรี ม.โอทาโก สมัครด่วน รับจำนวนจำกัด

181121_1040x1040_Joint Foundation_2_resize

หลักสูตรเตรียมความพร้อมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ (Business Foundation Studies Programme)  ถือเป็นความร่วมมือของสองมหาวิทยาลัยชื่อดังของไทยและนิวซีแลนด์ ที่ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.2564 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนไทยที่เรียนจบมัธยมปลายและต้องการศึกษาต่อในมหาวิยาลัยของนิวซีแลนด์ ให้สามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้ต่อเนื่อง โดยไม่หยุดชะงัก ในช่วงสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19

          ผศ.ดร.นาถรพี  ตันโช คณบดี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT) เปิดเผยว่า เป็นโอกาสที่ดี ที่น้องๆทุกคนจะได้เรียนออนไลน์ที่เมืองไทย ได้เตรียมความพร้อมสำหรับเรียนปริญญาตรี ขณะเดียวกันก็ได้เรียนออนไลน์แบบ Face to face กับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยโอทาโก และยังเป็นโอกาสครั้งแรกที่ทางการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) ได้เปิดโอกาสให้น้องๆที่จบจากหลักสูตรนี้ จะสามารถเรียนต่อปริญญาตรีกับมหาวิทยาลัยโอทาโก รวมทั้งมหาวิทยาลัยอื่นๆของนิวซีแลนด์ ถือเป็นการเชื่อมโยงการศึกษาระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ได้เป็นอย่างดี

ผศ.ดร.นาถรพี_resize

หลักสูตรดังกล่าว เป็นหลักสูตรเร่งรัดเรียน 8  เดือน เป็นการเรียนออนไลน์ 70%  ดำเนินการสอนโดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยโอทาโก และอีก 30% จะดำเนินการสอนในชั้นเรียนจริงโดยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ศูนย์การเรียนรู้ไทย-นิวซีแลนด์ (TNZC) กรุงเทพฯ  และเปลี่ยนเป็นบินไปเรียนนิวซีแลนด์ได้ทันทีเมื่อนิวซีแลนด์เปิดประเทศ   โดยเทอม 1 จะเริ่มเรียนตั้งแต่วันที่  27 มิถุนายน – 7 ตุลาคม 2565 และเทอม 2 เรียน 25 ตุลาคม 2565 – 10 กุมภาพันธ์ 2566 หลังเรียนจบหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรรับประกันคุณสมบัติในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยโอทาโกและมหาวิทยาลัยอื่นๆในนิวซีแลนด์ ในสาขาวิชาต่างๆ อาทิ  พาณิชยศาสตร์บัณฑิต (BCom) ศิลปศาสตร์บัณฑิต (BA) และ ศิลปศาสตร์และพาณิชยศาสตร์บัณฑิต (BACom) สำหรับค่าเล่าเรียนอยู่ที่ประมาณ 19,999 เหรียญดอลลาร์นิวซีแลนด์ ซึ่งถูกลง 20% เมื่อเทียบกับหลักสูตรปรับพื้นฐานของนิวซีแลนด์และหลักสูตรเตรียมความพร้อมอื่นๆ และยังประหยัดค่าครองชีพอื่นๆ เมื่อเทียบกับการเรียนที่นิวซีแลนด์ในปีแรก

2022-01-29_10-13-39_resize

รับสมัครนักเรียนที่มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ ม. 5 และมีผล IELTS อย่างน้อย 5.0 ผู้สนใจสามารถสมัครเรียนได้แล้วตั้งแต่วันนี้  – 30 เม.ย. 65  (รับจำนวนจำกัด) สอบถามรายละเอียดหลักสูตรและสมัครเรียนได้ที่ Line : @nzenglish

Comments (0)

ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เซ็นสัญญาความร่วมมือกับ ม.โอทาโก ม.ดังนิวซีแลนด์ เสริมแกร่งภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ ย่นเวลาเรียน ป.ตรี – ป.โทในนิวซีแลนด์

Posted on 29 มีนาคม 2022 by admin

พิธีลงนามสัญญาความร่วมมือระหว่างสถาบัน (Articulation Agreement) ทางวิชาการ ระหว่าง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) และมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ โดยมี ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม ผู้ช่วยรองอธิการบดี สายงานภาคีสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ ศาสตราจารย์ เดวิด เมอดอช  (David Murdoch) รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยโอทาโก ร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือระหว่างสถาบัน ในการพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ และหลักสูตรป.ตรี-ป.โท โดยมี นางลิซ่า ฟุทเชค (Ms.Lisa Futchek) ผู้จัดการทั่วไปสาขาต่างประเทศ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ประจำกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ (General Manager – International) พร้อมด้วยทีมผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยโอทาโกและมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

สัญญาความร่วมมือระหว่างสถาบันนี้มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ของไทย และมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อก้าวสู่ความเป็นสากลทางด้านการศึกษา ช่วยให้นักเรียนไทยได้รับโอกาสใหม่ๆทางการศึกษา โดยสัญญาความร่วมมือระหว่างสถาบันครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการตกลงร่วมกันพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ (IBEC) ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์แล้ว ยังเป็นเส้นทางเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้ไปศึกษาต่อในหลักสูตรปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ โดยสามารถเรียนจบปริญญาภายใน 1 ปีครึ่ง (เรียนปริญญาตรีที่ DPU  2 ปีครึ่ง และไปต่อที่มหาวิทยาลัยโอทาโกอีก 1 ปีครึ่ง ) อีกทั้งยังสามารถเรียนต่อปริญญาโท จบภายใน 1 ปี โดยที่นักเรียนสามารถไปเรียนต่อได้ในหลากหลายสาขานอกจากสาขาภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยโอทาโกอีกด้วย ซึ่งถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกสำหรับหลักสูตรการเชื่อมต่อปริญญาตรี-โทของโอทาโก ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดและสมัครได้ที่อีเมล์  interaffairs@dpu.ac.th หรือ https://arts.dpu.ac.th/th  หรือ https://iao.dpu.ac.th/

Comments (0)

รางวัลสตรีพิการดีเด่น…

Posted on 22 มีนาคม 2022 by admin

          พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานงานวันสตรีสากล ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด “เสริมพลังสตรี ร่วมตัดสินใจ ลดผลกระทบภัยพิบัติจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สตรีพิการดีเด่น นางสาวสายใจ สกุลวงศ์ธนา ผู้จัดการสำนักงานบริหาร มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแบบอย่างกับสตรีทำงานคนอื่นๆ ได้ตระหนักถึงคุณค่าของตน รู้จักพัฒนาความรู้ความสามารถให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม รวมถึงประเทศชาติด้วย ณ ห้องประชุม อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

Comments (0)

คณะผู้บริหาร ดิจิทัล ซีอีโอ รุ่นที่4 ศึกษาดูงานทรู ดิจิตอล

Posted on 20 มีนาคม 2022 by admin

            นายกิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษหัวข้อ “True 5G เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม”  คณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 4 คน อาทิ ดร.ชัยวุฒิ เลิศวนสิริวรรณ  นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ  สพ.ญ.หทัยรัตน์ พรรณาปยุกต์  นางสาวอรนุช ศรีนนท์ นางอารุณี ไทยบัณฑิตย์ คาร์บอน  รศ.นพ.ณัฐพล ธรรมโชติ  นายพัฒนา วงศ์นิรันดร์  นายอุดร คงคาเขตร  ศึกษาดูงาน ทรู ดิจิตลอล  ที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาระยุกต์ใช้ในองค์กรตัวเอง ซึ่งคณะผู้บริหารต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ณ True Digital Park ถนนสุขุมวิท 101 เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

เรื่องล่าสุด