Archive | ข่าว

สร้างแรงบันดาลใจสู่ YOUNG ANIMATORS

Posted on 22 กรกฎาคม 2022 by admin

          Animator หรือ นักสร้างแอนิเมชั่น ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพท้าทายของคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานภาพ CG สร้างสรรค์ออกแบบและสื่อภาพเคลื่อนไหว ที่เราสามารถพบเจอผ่านจอภาพในสื่อต่างๆ รวมถึงภาพยนตร์แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์อย่าง Avatar, The BFG และ The Hobbit

นับเป็นโอกาสดีของน้องๆเยาวชนไทย ที่ได้ร่วมเวิร์คช็อปแอนิเมชั่นดิจิทัลอย่างใกล้ชิดกับนิโคราล์ งาโรโป (NIKORA NGAROPO) นักสร้างแอนิเมชั่นชาวนิวซีแลนด์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีที่เคยทำงานกับ Weta Workshop บริษัทดังในภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลก เช่น  Avatar, The Hobbit, Planet of the Apes, The BFG และอีกมากมาย ที่ทางสถานทูตนิวซีแลนด์ และหอการค้าไทย-นิวซีแลนด์ (New Zealand Thai Chamber of Commerce – NZTCC)  จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อเชื่อมโยงทางศิลปะ วัฒนธรรมและการศึกษาของทั้งสองประเทศ เนื่องในปีใหม่ MATARIKI 2022 ของชาวเมารี ผ่านโครงการ YOUNG ANIMATORS เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแนะนำเคล็ดลับให้เยาวชนไทยที่สนใจเรียนและทำงานในสายงานนี้ในการไปสู่อาชีพระดับโลกด้านดิจิตัล การทำหนังและอนิเมชั่นในนิวซีแลนด์

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นางเมลิสซา เฮร์ดอน-คลาร์ก (Ms. Melissa Haydon-Clarke) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครทูต สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน Meet-Greet-Grasp Knowledge from World-class Animator Nikora ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยกล่าวเปิดงานว่า ในโอกาส Martariki ปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่น่ายินดี สอดคล้องกับที่ทางรัฐบาลนิวซีแลนด์จะทำการเปิดประเทศแบบเต็มรูปแบบในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยได้มีการจัดช่วงเวลาในการแบ่งปันความรู้ให้กับเยาวชนไทย ในสาขาที่น่าตื่นเต้นและเป็นที่สนใจของโลกบัจจุบันคือ อนิเมชั่น หนัง และเกมส์ ที่นิโคราล์ ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างของความสำเร็จของการศึกษาที่นิวซีแลนด์ทำให้คนที่เรียนมาด้านนี้ มีทักษะที่เหมาะความต้องการของโลก ของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุด และสามารถใช้ทักษะจนสำเร็จและมีชื่อเสียงได้ทำหนังระดับโลกในหลายๆ เรื่อง ในวันนี้ นิโคราล์ได้มาสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนไทยว่า ไม่ว่าใครก็สามารถไปสู่เส้นทางความสำเร็จแบบนิโคราล์ได้ถ้ามีความมุ่งมั่นพอ

            นางมายา เพียร์สัน ประธานสภาหอการค้าไทยนิวซีแลนด์ เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจการจัดงานว่า อยากให้คนไทยรู้จักกับมาตาริกิ (MATARIKI) ปีใหม่ของชาวนิวซีแลนด์ จึงได้เชิญNIKORA ซึ่งเป็น ANIMATORS ที่มีประสบการณ์มากๆมาสร้างแรงบันดาลใจเป็น Pilot Project ปีแรกและหวังว่าจะมีการจัดในปีต่อๆไป

NIKORA ได้นำเสนอ workshop ให้กับนักเรียนไทย ใน Children of the Forest ที่กาญจนบุรี, นักเรียนจาก ISB International School, และเปิดให้นักเรียนไทยทั่วไปเข้าร่วม Workshop และ เสวนาที่ Bangkok C-ASEAN, ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ระหว่างวันที่ 24-29 มิถุนายน 2565 ใน workshop เป็นการสอนเทคนิคแอนิเมชั่นพื้นฐานให้นักเรียน เข้าใจและสามารถไปเรียนรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากการสร้างภาพนิ่งไปสู่ภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเด็กๆ มีความสนุกสนานในการร่วมงาน และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนไทยไปสู่อาชีพในระดับโลกได้ในอนาคต โดย นิโคราล์ งาโรโป อธิบายถึงกระบวนการคิดการทำงานในสายงานนี้ และพูดถึงแรงกระตุ้นที่ทำให้นักเรียนอยากมาเรียนและทำงานในสายงานนี้ ว่าการที่ได้มี่โอกาสเดินทางไปทั่วโลก และผลตอบแทนที่สูงมาก ตัวอย่างเช่น นิโคราล์ ที่เริ่มต้นงานในสายงานนี้เมื่อ 20 ปีก่อนด้วยเงินเดือนกว่า 2 ล้านบาท เป็นข้อดีในการทำงานสายงานนี้

ทั้งนี้อุตสาหกรรมแอนิเมชั่น การทำภาพยนตร์ หรือสายงานที่เกี่ยวข้องเป็นงานที่ค่อนข้างทำงานหนัก แต่ด้วยการวางแผนที่ดี การให้ความสำคัญกับ Work Life Balance ของประเทศนิวซีแลนด์ ทำให้ชั่วโมงงานที่นิวซีแลนด์ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับที่อื่นคือ ประมาณ 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

            นิโคราล์ ยังได้เปิดเผยถึงคุณสมบัติการเป็น Animators ที่ประสบความสำเร็จ คือ ต้องเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทำงานหนัก สามารถเดินทางได้ รวมถึงความสามารถด้านภาษาอังกฤษถือว่าสำคัญในการสื่อสารเพื่องานด้านนี้ แต่ที่นิวซีแลนด์อย่าง Weta Workshop จะดูที่ความสามารถเป็นหลักมากกว่า ซึ่งนิโคราล์กล่าวว่าหลังจากที่ได้สอนและพูดคุยกับนักเรียนไทยทำให้เห็นว่านักเรียนไทยมีความคิดสร้างสรรมาก และประเทศไทยเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมและเรื่องราวที่นักเรียนสามารถนำไปถ่ายทอดอันจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ อย่างเช่นหนังเรื่อง Avatar ที่มีเรื่องราวจากชนเผ่าท้องถิ่นเมารี ทำให้มีเรื่องราวลึกซึ้งได้ใจผู้ชมทั่วโลกอย่างล้นหลาม

ส่วนการไปเรียนด้านดิจิทัลแอนิเมชั่น การทำหนังหรือภาพยนตร์ที่นิวซีแลนด์ก็มีส่วนช่วย เนื่องจากมีอุตสาหกรรมรองรับ และนักเรียนเห็นตัวอย่างจริง เรียนเป็นแนวปฏิบัติ และเมื่อเรียนจบปริญญาตรี หรือ โท ยังจะสามารถทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ต่อถึงสามปีอีกด้วย

เทคโนโลยีในปัจจุบันปรับเปลี่ยนไปเร็วมาก ซึ่งนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีการศึกษาที่ปรับเปลี่ยนสู่ทักษะในอนาคตตลอดเวลา จึงเหมาะในการศึกษาต่อในด้านที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ดิจิตัล นิวซีแลนด์ได้รับเลือกเป็นที่หนึ่งในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษที่เตรียมทักษะนักเรียนสู่อนาคตได้ดีที่สุดในโลกจาก The Economist Intelligence Unit ถึงสามปีซ้อนจาก 2017-2019 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความพร้อมของนิวซีแลนด์ในการที่เป็นแหล่งศึกษาชั้นนำของโลกในด้านนี้

สำหรับน้องๆ ที่แข้าร่วม Workshop ในโครงการ YOUNG ANIMATORS ครั้งนี้ร่วมแชร์ประสบการณ์ เริ่มจาก นางสาว ฐิตาพร คูทองกุล (ป๊อป) เรียนจบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์อินเตอร์ สาขาผลิตสื่อนวัตกรรม กล่าว่า เป็นคนที่ชอบเรียนรู้เบื้องหลังในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในภาพยนตร์ การถ่ายภาพ แอนิเมชั่นฯลฯ การร่วมงานได้เรียนรู้และเห็นมุมมองของคนที่ทำงานสายด้านแอนิเมชั่น วิธีจัดการปัญหาต่างๆ

            นายตติยะ เลิศศรีสัมพันธ์ (ลัคน์) จากมหาลัยกรุงเทพอินเตอร์ กล่าวว่า Animator เป็นความฝันตั้งแต่เรียนอนุบาลครับ อยากสร้างโลกที่อยู่ในจินตนาการให้คนอื่นๆเห็นครับ ดีใจที่ได้เข้าร่วม Workshop กับ NIKORA ได้เรียนรู้เรื่อง pipeline ของอนิเมชั่น และเคล็ดลับการเป็น Animator ที่ยอดเยี่ยม ผมอยากไปเรียนต่อสายงานนี้ที่นิวซีแลนด์ อยากสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และเปิดโลกกว้างให้มากขึ้น

Comments (0)

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เยี่ยมชมการดำเนินงานมูลนิธิฯ

Posted on 22 กรกฎาคม 2022 by admin

2-1_resize

          นางวนิดา วินิจจะกูล ผู้อำนวยการ ฝ่ายสนับสนุนการบริหารงาน สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมคณะ มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นเพื่อสนับสนุนกิจกรรม – การดำเนินงานของมูลนิธิฯ พร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงานของมูลนิธิฯ เพื่อแลกเปลี่ยนการเรียนรู้อีกด้วย โดยมี นายทรงศักดิ์ รีฮุง ผู้จัดการอาวุโส มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ และคณะฯ ให้การต้อนรับ ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา จ. ชลบุรี  เมื่อเร็วๆนี้

ท่านสามารถดูรายละเอียดมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ เพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ www.mahatai.org

Comments (0)

“ชลิต อินดัสทรี” ร่วมใจหล่อเทียนพรรษา รวมพลังจิตอาสาทำความสะอาดวัด สืบสานพุทธศาสนา

Posted on 15 กรกฎาคม 2022 by admin

          วันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกวันหนึ่งของประเทศไทย โดยเฉพาะชาวพุทธอย่างเราก็คือ วันเข้าพรรษา” ซึ่งเป็นวันที่พระสงฆ์จะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งตลอดฤดูฝนเป็นระยะเวลา 3 เดือนตามพระธรรมวินัย เราในฐานะพุทธศาสนิกชนจึงถือโอกาสนี้ บำเพ็ญกุศล เข้าวัดทำบุญตักบาตร ฟังธรรม  และประเพณีปฎิบัติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เราจะถือโอกาสเริ่มต้นพรรษานี้ ด้วยการถวายหลอดไฟ  เทียนเข้าพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน แก่พระสงฆ์ เพื่อไว้ใช้ตลอดในช่วงที่อยู่จำพรรษา…

ด้วยความสำคัญดังกล่าว นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยางรถยนต์รายใหญ่ของไทย ภายใต้แบรนด์ “POP”  พร้อมด้วย นางสุชญา-นางสาววิมล ยงเห็นเจริญ  นำทีมผู้บริหารและพนักงานจัดกิจกรรมส่งเสริมพุทธศาสนาในโครงการ “ชลิต อินดัสทรี ร่วมใจหล่อเทียนพรรษา รวมพลังจิตอาสาทำความสะอาดวัด” ขึ้นเพื่อถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร ณ วัดวิสุทธิวราวาส โดยมี พระครูสังฆรักษ์ วันชัย  ธมฺมิโก เจ้าอาวาสวัด วัดวิสุทธิวราวาส (วัดกลางคลอง) ต.พันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร รับมอบเพื่อใช้ในการดำเนินงานของวัดต่อไป พร้อมกับนำพนักงานทั้งหมดได้มีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา รวมพลังจิตอาสาทำความสะอาดวัด นับเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กรอีกด้วย

เข้าพรรษาปีนี้จึงขอเชิญชวนทุกท่านได้ร่วมสืบสานวันสำคัญทางศาสนากันด้วยการทำกิจกรรม อาทิหล่อเทียน ถวายเทียนพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน จตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร  ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีลอธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ เพื่อเป็นสิริมงคลทั้งตัวเอง ครอบครัวและคนที่คุณรัก

สำหรับ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ได้รับรองมาตรฐานระบบบริหารงานด้านคุณภาพสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ การรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO9001) และใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว จนได้รับความไว้วางใจอย่างกว้างขวางจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ ช่วยสร้างงานให้คนในชุมชนมีงานทำ พร้อมตอบแทนสังคม ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรต่างๆ เพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง  อาทิ  โครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง” เพื่อโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส และ โครงการ “ชลิต อินดัสทรี รวมพลังจิตอาสาบริจาคโลหิต” เป็นต้น

Comments (0)

เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 2 เพื่อพัฒนาผู้บริหารรัฐและเอกชนที่ต้องการต่อยอดสร้างเมืองอัจฉริยะ

Posted on 11 กรกฎาคม 2022 by admin

             เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 2 โดยเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่ผู้นำเมืองควรรู้ นำโดยผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คน พร้อมการถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ เปิดรับสมัครแล้วถึง 15 สิงหาคม นี้ ดูรายละเอียดได้ทาง https://www.depa.or.th/th/article-view/annouce-smart-city-leadership-program-2

             ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า เมืองอัจฉริยะ หมายถึง เมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรของเมืองและประชากรเป้าหมาย โดยเน้นการออกแบบที่ดีและการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัย ให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างยั่งยืน และแบ่งประเภทของการพัฒนาครอบคลุม 7 ด้าน ประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance)

เมืองอัจฉริยะเป็นวาระแห่งชาติและอยู่ในหมุดหมายที่ 8 ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566-2570) ซึ่งทุกเมืองในประเทศไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะตามแนวทางของคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีดีป้าเป็นเลขานุการ

Dr Passakorn-1_resize

ทั้งนี้ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และ ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรขององค์กรปกครองท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถนำองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคมและเศรษฐกิจ ตามบริบทของเมืองอัจฉริยะ และเพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี  ในการนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับบริษัท โนเนม ไอเอ็มซี จำกัด ได้ร่วมจัดอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 2 ให้ผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนที่อยู่ในส่วนกลางและภูมิภาค โดยโครงสร้างเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้แก่

– Module 1: ความเข้าใจเบื้องต้น โครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย

– Module 2: การจัดทำแผนเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ด้วยวิธีการคิดเชิงออกแบบ และแผนภาพโครงการธุรกิจ

– Module 3: ความรู้ขั้นสูงเรื่องการออกแบบและพัฒนาเมือง

– Module 4: การส่งเสริม สนับสนุนและให้ความรู้การจัดทำโครงการพัฒนาโครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะในพื้นที่จริง

– Module 5: การศึกษาดูงานโครงการเมืองอัจฉริยะในประเทศ

ที่ผ่านมามีผู้จบการศึกษาสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 1 จำนวน 63 คน เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น, นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน, นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ จ.เชียงใหม่, รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี, รองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก, รองนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์, รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ กฟผ., กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน), ผู้จัดการทั่วไป บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นต้น เป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะต่อไป

ระยะเวลาการอบรมเป็นหลักสูตรระยะสั้น 6 วัน ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 15 กันยายน 2565 สัปดาห์ละ 2 วัน รวม 36 ชั่วโมง มีรูปแบบการอบรม Hybrid ทั้งรูปแบบออนไลน์ และ ออฟไลน์ รวมทั้งการดูงานถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ อาทิ Huawei Thailand, FutureTales Lab (ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา), ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ., The Forestias, Creator Space (NEXT) โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คน เช่น คุณภุชพงค์ โนดไธสง, ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ, ดร.การดี เลียวไพโรจน์, ดร.ภาสกรประถมบุตร, ดร.นนท์ อัครประเสริฐกุล, ดร.รพีสุภา หวังเจริญรุ่ง, ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ เป็นต้น พร้อมการ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ถึง 15 สิงหาคม นี้ ผู้บริหารที่สนใจสามารถดูรายละเอียดทาง  https://www.depa.or.th/th/article-view/annouce-smart-city-leadership-program-2 หรือโทร 083-1166581

Comments (0)

การศึกษานิวซีแลนด์ จับมือ 5 โรงเรียนดังระยอง พัฒนาโครงการห้องเรียนดิจิทัล เพิ่มโอกาสเด็กไทย

Posted on 10 กรกฎาคม 2022 by admin

69924_resize

          การศึกษานิวซีแลนด์  จับมือ 5 โรงเรียนดังระยอง ต่อยอดโครงการ New Zealand – Thailand Digital Classroom  เพิ่มโอกาสให้ครูและเด็กไทย ได้แลกเปลี่ยนการเรียน และพัฒนาความสัมพันธ์และสร้างความร่วมมือทางการศึกษาข้ามพรมแดนระหว่างโรงเรียนในนิวซีแลนด์และโรงเรียนไทยในรูปแบบใหม่ที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น

          นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล  ผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทย หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand ; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ New Zealand – Thailand Digital Classroom จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เริ่มตั้งแต่ปี 2020 ช่วงที่มีการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19  ทำให้มีข้อจำกัดและอุปสรรคในการเดินทางทั่วโลก ENZ จึงได้ริเริ่มโครงการ New Zealand – Thailand Digital Classroom เพื่อช่วยสานต่อความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างครูและนักเรียนไทยกับครูและนักเรียนชาวนิวซีแลนด์ผ่านการทำงานและกิจกรรมออนไลน์ร่วมกัน ช่วยให้ความสัมพันธ์ทางการศึกษาข้ามพรมแดนระหว่างโรงเรียนในนิวซีแลนด์และโรงเรียนไทยมีความต่อเนื่องและเกิดผล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ:

– พัฒนาความสัมพันธ์และสร้างความร่วมมือทางการศึกษาข้ามพรมแดนระหว่างโรงเรียนในนิวซีแลนด์และโรงเรียนไทยในรูปแบบใหม่ที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น

– ให้โอกาสนักเรียนในการพัฒนาและสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมและความชื่นชมในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ตลอดจนการพัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น การคิดเชิงวิเคราะห์ การทำงานร่วมกันข้ามวัฒนธรรม และการสื่อสาร

– เปิดโอกาสให้ครูจากทั้งสองโรงเรียนได้แบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของวิธีการสอน ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศ และปรับปรุงความสามารถทางวัฒนธรรม

โครงการ New Zealand – Thailand Digital Classroom มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 300 คน จากโรงเรียนต่างๆ ยกตัวอย่างโรงเรียนในปี 2521 ที่ผ่านมา ได้แก่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ระยอง, โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต, โรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง, โรงเรียนระยองวิทยาคม, โรงเรียนธัญบุรี และ โรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

S__43851906_resize

สำหรับในปี 2022 ทาง ENZ ได้จัดโครงการนี้ร่วมกับ Christchurch Educated ซึ่งเป็นหน่วยงานพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคของเมืองไคร์เชิร์ช นิวซีแลนด์ และ กลุ่มโรงเรียนในจังหวัดระยอง โดยมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ จากเมืองไคร์เชิร์ช นิวซีแลนด์ 5 โรงเรียน  และ จากจังหวัดระยอง 5 โรงเรียน ได้แก่  โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ระยอง, โรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง, โรงเรียนระยองวิทยาคม และโรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา โรงเรียนมาบตพุดพันพิทยาคาร

กิจกรรมในโครงการประกอบด้วยการจับคู่ระหว่างโรงเรียนนิวซีแลนด์และโรงเรียนไทย โดยครูจากสองโรงเรียนตกลงในการคัดเลือกนักเรียนและจำนวนนักเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการ ช่วงวันและเวลาและระยะเวลาในการจัดโครงการตามความเหมาะสม โดยครูจะเป็นผู้กำหนดหัวข้อกิจกรรมแต่ละสัปดาห์ และนักเรียนจากทั้งสองประเทศจะถูกจับกลุ่มร่วมกันเพื่อทำงานกลุ่มที่ได้รับมอบหมาย มีการทำประชุมสดทางออนไลน์ทุกสัปดาห์เพื่อปรึกษาโครงการ และนำเสนอผลการวิจัย หรือกิจกรรมเมื่อสิ้นสุดโครงการ ระยะเวลาเรียนประมาณ 5 สัปดาห์

ทัศนะจากน้องๆนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการในปี 2021 ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ได้แก่

นายวันชัย กระจ่าง (น้องเบียร์)_2_resize

          นายวันชัย กระจ่าง (น้องเบียร์) ปัจจุบันศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ระยอง เล่าว่า ผมรู้สึกประทับใจมากๆที่เด็กต่างจังหวัด ซึ่งขาดแคลนประสบการณ์ด้านภาษาและวัฒนธรรม ได้รับโอกาสดีๆที่จะฝึกภาษาอังกฤษและทักษะต่างๆ แถมเป็นการเปิดโลกให้กับเด็กๆอย่างผมมากที่ได้มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติเราได้เรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานของเขาผ่านห้องเรียนออนไลน์ที่สะดวกสบาย ประสบการณ์ที่ได้คือ การที่เราเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าสู่สังคมโลกภายนอก, ทุกวันนี้โลกของเราก้าวหน้าไปอย่างมากทักษะที่จำเป็นคือทักษะการเรียนรู้ที่จะปรับตัว ทำให้ผมจะต้องปรับตัวเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆจากประเทศนิวซีแลนด์ ทำให้ผมและเพื่อนๆที่ร่วมโครงการกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นมากขึ้นและที่สำคัญคือกล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษอีกด้วยครับ.

“ทุกคนล้วนใฝ่ฝันหาโอกาสและประสบการณ์ให้กับตนเอง ผมได้รับความอบอุ่นจากการร่วมกิจกรรม ทั้งจากเพื่อน คณะครู และพี่ๆผู้ประสานงาน ผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้จัดที่จะทำโครงการให้ผมและเพื่อนๆ ซึ่งมันมีค่ามาก เพราะผมยังไม่เคยได้มีโอกาสไปศึกษาแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศเลย หรือการจะมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติสักหนึ่งคนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โครงการนี้จึงเป็นเสมือนโครงการที่มาสานฝันเด็กต่างจังหวัดแบบผมมากๆ ช่วยมอบโอกาสและประสบการณ์ดีๆ ให้กับผมและเพื่อนๆ ผมจึงมองว่าโครงการนี้มีคุณค่าและควรค่าแก่การจัดขึ้นอีกเรื่อยๆเพื่อกระจายโอกาสให้เด็กไทยในต่างจังหวัด ขอขอบคุณมากๆครับ”

นางสาวกัลยา พนรเขต (น้องแป๋ม)_2_resize

          นางสาวกัลยา พนรเขต (น้องแป๋ม) เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนระยองวิทยาคม เล่าว่า ตอนแรกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม New Zealand – Thailand digital classroom  รู้สึกตื่นเต้นและกังวลมากๆค่ะ เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่จะได้เจอได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆชาวต่างชาติ ถึงแม้ว่าจะเป็นการเจอกันแบบออนไลน์ก็ยังคงตื่นเต้นมากๆอยู่ดี แล้วหลังจากที่พวกเราได้ Contacts ของเพื่อนนิวซีแลนด์มาแล้ว พวกเราก็คุยกันค่อนข้างเยอะนะคะเพราะว่าต้องทำงานด้วยกัน ทำพรีเซนต์เกี่ยวกับ Issue facing teener เราก็เลยต้องคุยแลกเปลี่ยนทั้งการใช้ชีวิต การเรียนการศึกษา ประสบการณ์ต่างๆมากมายในชีวิตวัยรุ่น ปัญหาต่างๆที่เราทั้ง 2 ประเทศพบเจอ มันทั้งสนุก ทั้งได้เปิดโลกเปิดมุมมองในที่บางครั้งเราก็ไม่เคยรู้ ที่สำคัญคือพวกเค้าน่ารักมากๆค่ะ คุยสนุกมากเลย ต่างคนต่างสนใจการใช้ชีวิตของกันและกัน ทำให้มีเรื่องให้คุยกันตลอดเลยค่ะ

“หนูคิดว่าเป็นกิจกรรมออนไลน์ในยุคโควิดที่ดีมากๆค่ะ เปิดโอกาสให้เราได้ฝึกฝนทักษะทางด้านภาษารวมถึงการทำงานการเข้าสังคม การแก้ปัญหา ซึ่งทำให้เราได้มิตรภาพที่ดีกับคนต่างเชื้อชาติ ประสบการณ์ราคาแพงที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ เพียงแค่ใช้ใจแลกมันมาเท่านั้นเอง ก็อยากขอบคุณที่จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้มาให้นักเรียนอย่างพวกเรานะคะ แล้วก็ขอบคุณตัวเองและคุณครูที่เชื่อว่า เราจะได้อะไรหลายอย่างจากกิจกรรมนี้ แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆค่ะ

นางสาวอุบลวรรณ สุพรมอินทร์ (กาละแมร์)_2_resize

          นางสาวอุบลวรรณ สุพรมอินทร์ (กาละแมร์) เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง เล่าถึงประสบการณ์การเข้าร่วมโครงการ Digital classroom  ในปี 2021 ว่า โครงการ New Zealand – Thailand digital classroom  ถือเป็นโอกาสที่ดีของใครหลายๆคนที่ไม่สามารถไปสถานที่จริงๆ  แต่การเรียนออนไลน์ก็ทำให้เราสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า สะดวก ได้รับความรู้เหมือนกัน ถึงแม้อาจจะไม่ได้สัมผัสบรรยากาศตรงนั้น เรียนรู้สภาพแวดล้อมตรงนั้นจริงๆ แต่ก็ยังเป็นอะไรที่มอบประโยชน์และประสบการณ์ให้เราได้ไม่น้อยเลย เราได้เปิดโลกมากขึ้น ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมของนิวซีแลนด์มากขึ้น ได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่เป็นต่างชาติจากทางออนไลน์ ทำงานร่วมกัน โชคดีที่ได้เพื่อนในทีมที่น่ารัก เฟรนลี่มากๆ ตั้งใจทำงาน พยายาม Discuss หาเรื่องพูดคุย พยายามให้ได้รู้จักกันมากขึ้น เราก็ได้แชร์วัฒนธรรมอาหารของไทยให้กับเขาด้วยที่  ได้ฝึกให้มีความรับผิดชอบ ที่สำคัญที่สุดได้ฝึกภาษาอังกฤษแน่นอนได้ใช้ในการ communicate (สื่อสาร) กับ Native speaker (ครูพื้นเมือง) ได้ใช้จริงๆ ช่วยเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น เขาก็รู้สึก appreciate (ชื่นชม) กับการเรียนรู้ภาษาของเรา ไม่มีการมา judge (พิพากษา) แถมชมบ่อยมากๆ ประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ถึงจะเหนื่อยหน่อยเพราะเวลาไม่ค่อยตรงกัน แต่ทุกคนทุ่มเทใส่ใจกับงานมากๆ ค่ะ

Comments (0)

พิธีมอบใบประกาศฯ ผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 1

Posted on 27 มิถุนายน 2022 by admin

DSC_3086-1_resize

           ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นประธานในพิธีมอบใบสัมฤทธิบัตร ผู้จบการศึกษาหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 1 จำนวน 63 คน เพื่อร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนที่ต้องการต่อยอดสร้างเมืองอัจฉริยะ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ  ณ รร.โนโวเทล สุขุมวิท 20

DSC_2924_resize

การอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 1 นี้เป็นหลักสูตรระยะสั้น มีรูปแบบการอบรม Hybrid ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งการดูงานถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ อาทิ Microsoft, Creator Space (NEXT), Future Tales Lab , The Forestias , อมตะซิตี้ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมบรรยายกว่า 20 คน

สำหรับรายชื่อผู้ที่จบการศึกษา หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 1 จำนวน 63 คน ดังนี้

  1. นายกรัณย์พล อัศวสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
  2. นายกฤศ โกษานันตชัย             ผู้จัดการทั่วไป บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  3. นายกฤษฎา ปานบำรุง เลขานุการ  สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษรฎร์ธานี
  4. นายกวิน โตวงศ์ศรีเจริญ กรรมการผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ศรีชลธร จำกัด
  5. นางเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ
  6. นายไกรพุฒิ อินทรโยธา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท นิวไดซ์ จำกัด
  7. นายจตุรวิทย์ นิโรจน์ธนรัฐ รองนายกเทศมนตรี  สำนักงานเทศบาลนครนครสวรรค์
  8. ดร.จารุพงษ์ บรรเทา                 อาจารย์  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
  9. นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์                 รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กระทรวงมหาดไทย
  10. ดร.ฉัตรชัย พิศพล                 รองผู้อำนวยการเทคโนธานีฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์ เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  11. นางสาวชณกช ชสิธภนญ์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี
  12. นายชัชชนม์ เกษศรี                 ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี
  13. นางสาวชัชฎา อภิชาสุทธากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง  บริษัท ทัชเทคโนโลยี จำกัด
  14. นายชัยภัทร เขมาภิรักษ์ รองหัวหน้าสายธุรกิจ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน)
  15. นายชาญชัย สุรวัฒนาประเสริฐ ปลัดเทศบาล สำนักงานเทศบาลตำบลสามโคก
  16. นายชาตรี วงษ์วิบูลย์สิน รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา สำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมา
  17. นางสาวชุติพร เสชัง                 รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กระทรวงมหาดไทย
  18. นายฐิติน บัวทอง                 ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม  บริษัท ส.เต็งไตรรัตน์ (น่าน) จำกัด
  19. นายฐิติพันธุ์ ธาดาสีห์ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสื่อสารไร้สาย  บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
  20. นางสาวณัฐทรัชต์ ชามพูนท รองนายกเทศมนตรีนคร  สำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลก
  21. ผศ.ดร.ณัฐธิญา เบือนสันเทียะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  22. นายณัฐพงษ์ ประสารศิวมัย อุปนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครราชสีมา สมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครราชสีมา
  23. ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต สำนักงานเทศบาลนครรังสิต
  24. นายธนวัฒน์ ยอดใจ                 นายกเทศมนตรีเมือง สำนักงานเทศบาลเมืองแม่เหียะ
  25. นายธรรมศักธ์ จิระวิทยพงศ์ นายกเทศมนตรีเมือง  สำนักงานเทศบาลเมืองสามพราน
  26. นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนคร  สำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น
  27. นายนคินทร์ ปิยารมย์ ผู้อำนวยการ Global Business  บริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด
  28. นายประจวบ คำหงษา ผู้จัดการทั่วไป และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม  บริษัท ทัชเทคโนโลยี จำกัด
  29. นายประภัสร์ ภู่เจริญ                 นายกเทศมนตรีเมือง สำนักงานเทศบาลเมืองลำพูน
  30. นายปราชญา รัตตมงคล หัวหน้าบริหารการเงิน  บริษัท ส.เต็งไตรรัตน์ (น่าน) จำกัด
  31. นางสาวพลอยไพลิน ธนกิจวรบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์  บริษัท ดิจิตอล ซิตี้ โซลูชั่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด
  32. นายพรชัย เอี่ยมสุกใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอินโนซิตี้ จำกัด
  33. ดร.พันทิพย์ ปิยะทัศนานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายพันกิจสัมพันธ์ฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  34. นายพีรชัย อัศดาชาตรีกุล ผู้จัดการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
  35. นายพีรวิชญ์ วรรณวิทยาภา กรรมการผู้จัดการ  บริษัท เทคโนโลยี อินฟราสตรัคเจอร์ จำกัด
  36. นายภาวิต บุญชละ                 รองนายกเทศมนตรีตำบล สำนักงานเทศบาลตำบลสันผีเสื้อ
  37. ดร.มัลลิกา สังข์สนิท                 รองอธิการบดี ฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์ฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  38. นายยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา เลขานุการ รองประธานกรรมการฝ่ายขายสายงานช่องทางธุรกิจ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด
  39. แพทย์หญิงรจนา ขอนทอง ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
  40. นายรณชัย จิตรวิเศษ                 ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานจังหวัดพิษณุโลก
  41. นายรังสิต บุญญเศรษฐกุล ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)
  42. นางสาวรัศมี สืบชมภู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีนเนอร์ยี่ อินโนเวชั่น จำกัด
  43. นางรุ่งนภา ทับหนองฮี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล เทศบาลตำบลนาจอมเทียน
  44. นางวนิดา ทาร์ดิเวล                 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลักซูรี กรุ๊ป จำกัด
  45. ดร.วรางคณา อดิศรประเสริฐ ผู้จัดการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
  46. นางสาววิชชุดา มณีณัฏฐกิตติ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สมาร์ท ดิจิทัล แมนเนจเม้นท์ จำกัด
  47. รศ.ดร.วิชัย กาญจนสุวรรณ รองนายกเทศมนตรีนคร สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่
  48. ดร.วิภาวัลย์ วรวรรณปรีชา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
  49. นายวิศิษฏ์ เตชาวัฒนากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอ.ที.โซลูชั่น คอมพิวเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
  50. นายวุฒิชัย วงค์ปัญโญ              ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
  51. นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กระทรวงมหาดไทย
  52. นายสรนนท์ จิโรจน์มนตรี นายกเทศมนตรีเมือง  สำนักงานเทศบาลเมืองกันตัง
  53. นายสราวุธ วงศ์ศุภลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบล็ค ฟินิกซ์ จำกัด
  54. นายสุประวัติ อยู่พัฒน์ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน สำนักงานเทศบาลเมืองทุ่งสง
  55. นายสุเมธ จันทร์สมสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท ซีพี ฟิวเจอร์ ซิตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
  56. นายสุเมธ รอดรัตน์                 นายกเทศมนตรีตำบล สำนักงานเทศบาลตำบลสิเกา
  57. นางสาวสุวภัทร คำกวน เลขานุการ บริษัท ส.เต็งไตรรัตน์ (น่าน) จำกัด
  58. นางสาวแสงเดือน อัศวธีระนันท์ ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด
  59. นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต      รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กระทรวงมหาดไทย
  60. นายอัญชิกา อุทัย                      เลขานุการ นายกเทศมนตรีนครยะลา สำนักงานเทศบาลนครยะลา
  61. นางสาวอิสริยา บวรเศรษฐวัฒน์             กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออล แอดวานซ์ ดิสทริบิวชั่น จำกัด
  62. นายเอกกร รัตนเอกกวิน      หัวหน้าเจ้าหน้าที่ธุรกิจ บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด
  63. ผศ.ดร.เอกชัย มหาเอก      รองอธิการบดี สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Comments (0)

2 สาวเซเลป ชวนคนไทยช่วยน้องพิการได้อิ่มท้อง ช่วยชาวนามีรายได้ ในโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ”

Posted on 21 มิถุนายน 2022 by admin

280643821_5771418266206182_90817_resize

           ด้วยความเมตาของผู้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้าของทุกท่านร่วมบริจาคข้าวของเครื่องใช้ ข้าวสารอาหารแห้ง และปัจจัยจำเป็นต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้พิการอยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นเดินข้ามฝ่าวิกฤติมาได้  และวันนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญหลังวิกฤติเริ่มจะคลี่คลาย พวกเราจะได้รวมพลังกันอีกครั้งเพื่อเดินจูงมือน้องๆ ผู้พิการ ได้เดินต่อไปอย่างมีศักยภาพให้อยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างสง่างาม สามารถช่วยเหลือตนเอง ครอบครัวและไม่เป็นภาระต่อสังคม ที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่และสร้างโอกาสในการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่องเสมอมา แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานและผู้มีจิตศรัทรายื่นมือเข้ามาช่วย แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะผู้พิการเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถช่วยเหลือตนเองได้…

 “ข้าว” นับว่าเป็นอาหารหลักของคนไทยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.)  จัดโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ขึ้นเพื่อรณรงค์จัดหาข้าวสารให้เพียงพอกับการบริโภคของน้องๆ ผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ ซึ่งแต่ละวันจำเป็นต้องใช้อาหารและสิ่งของจำเป็นจำนวนมากเพื่อให้น้องได้อิ่มท้อง มีพลังในการทำกิจกรรม เรียนหนังสือ และฝึกอาชีพต่างๆ ได้อย่างมีสมาธิ  ขณะเดียวกันโครงการฯ ยังช่วยเหลือชาวนาที่ขายข้าวสารโดยตรงถึงผู้บริโภคในราคายุติธรรม จึงขอเชิญชวนผู้ใจบุญทั่วประเทศร่วมบริจาคเงิน 300 บาท เพื่อซื้อข้าวสาร 10 กก. ธกส.จะร่วมสมทบอีก 10 กก. ทันที โดยผู้บริจาคจะได้รับใบเสร็จจากมูลนิธิฯ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

คุณแคท -วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ 1_resize

คุณแคท – วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนสวย “แคท มีลูกชายวัยเรียนรู้ เลยรู้ดีว่าอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาของเด็กๆ หากเขาได้อิ่มท้อง พักผ่อนให้เพียงพอ ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมจะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ แคทมองว่าน้องผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่ ถือว่าโชคดี แคททราบดีว่ามูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ได้ให้ความช่วยเหลือให้คนพิการมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 40 ปี ได้ให้การพัฒนาทักษะทางการเรียนรู้และฝึกอาชีพต่างๆที่หลากหลาย เช่น ครู เจ้าหน้าที่สำนักงาน โปรแกรมเมอร์ ช่างซ่อมอิเล็กทรอนิกส์ นักออกแบบกราฟิก นักออกแบบแม่พิมพ์ คอลเซ็นเตอร์และอีกหลากหลายอาชีพ ให้เขาเหล่านี้ได้มีงานทำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โครงการนี้ถือว่าดีมาก เราช่วยให้น้องได้อิ่มท้องในระหว่างที่เรียนฝึกฝนและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่มูลนิธิฯ  ขณะเดียวกันยังช่วยชาวนาให้มีรายได้จากการขายผลิตผลและมีทุนในการทำนาต่อไป เป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่ายข้าวสารของชาวนา สร้างวิถีสังคมแห่งการแบ่งปันและเห็นคุณค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของชาวนาไทย เรียกว่าโครงการนี้ ทำให้เกิดสังคมการแบ่งปัน เพราะมีส่วนช่วยเหลือซึ่งกันและกันคะ”

คุณชะเอม – ม.ล.เอวิตา ยุคล สาวไฮโซคุณแม่มือใหม่วงการสังคมที่เรารู้จักกันดี  “อาหารนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆในการดำรงชีวิต หากเราขาดอาหารหรือได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนก็ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเราได้ ตอนที่ทราบว่ามูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการซึ่งเป็น

องค์กรสาธารณประโยชน์ด้านคนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ นั้น ได้จัดโครงการรณรงค์ให้บริจาคข้าวสารให้กับผู้พิการในโครงการฯนี้ ดีใจกับน้องๆคะที่มีมูลนิธิฯดีๆ ได้จัดโรงเรียนประจำที่ต้องดูแลผู้พิการที่อยู่ในความดูแลในหลายๆ อย่าง เช่น ที่พัก อาหาร อุปกรณ์การศึกษา การจัดการศึกษา อุปกรณ์กีฬา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องต่างๆมากมาย

S__137691669_resize

“ชะเอม ยังทราบอีกว่าปัจจุบันยอดผู้บริจาคลดน้อยลงด้วยเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของนักเรียนพิการอย่างยากลำบาก จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาหรือผู้สนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวสารที่แต่ละปีใช้มากถึง 70 ตัน หากผู้พิการได้กินข้าวอิ่มท้อง ก็จะมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป และยังได้ช่วยชาวนาให้มีรายได้อีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำบุญเพียงครั้งเดียวแต่ได้บุญถึงสองต่อทีเดียวคะ หรือใครจะบริจาคสิ่งของอื่นๆที่จำเป็น นอกจากเป็นข้าวสาร ไม่ว่าจะเป็นพวกของแห้งต่างๆ ของใช้อื่นๆ ยาสีฟัน สบู่ เสื้อผ้า แชมพู หรือจะเป็นเงินก็ได้ ล้วนจำเป็นต้องการใช้ชีวิตของผู้พิการทั้งสิ้นคะ”

 สำหรับผู้มีจิตการกุศลที่ต้องการช่วยเหลือผู้พิการ และช่วยเหลือชาวนา สามารถบริจาคข้าวสารโดยตรงที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จังหวัดชลบุรี  หรือจะร่วมบริจาคเงินเพื่อซื้อข้าวสารได้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชีมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี 342-3-04066-0  ซึ่งท่านบริจาคเงิน 300 บาท สามารถซื้อข้าวสารได้ 10 กก. และทาง ธกส. จะบริจาคข้าวสารสมทบให้อีก 10 กก. ทันที ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคเงินเพื่อซื้อข้าวสาร หรือบริจาคข้าวสารจะได้รับใบเสร็จการซื้อข้าวสารจากมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้  ส่วนผู้มีจิตศรัทธาสนใจร่วมสนับสนุนโครงการในด้านอื่นๆ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02 572 4042  ต่อ 8300 หรือ 089 936 7598 สนใจรายละเอียดผ่านช่องทางเวปไซด์ www.mahatai.org

Comments (0)

ปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ เปิดรับสมัครถึง 30 มิ.ย.65

Posted on 21 มิถุนายน 2022 by admin

DSC_8932_resize_resize

          นางสาวจารุวรรณ พงษ์จารุวัฒน์ ผู้อำนวยการด้านการศึกษา หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมด้วย ผศ.ดร.นาถรพี  ตันโช คณบดี คณะบริหารธุรกิจ, ผศ.ดร.สันติกร ภมรปฐมกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT) และตัวแทนที่ปรึกษาการศึกษาต่อนิวซีแลนด์ จัดงาน Open House ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรเตรียมความพร้อมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ (Business Foundation Studies Programme) เปิดรับสมัครถึง 30 มิ.ย.65   ณ ศูนย์การเรียนรู้ไทย-นิวซีแลนด์ (TNZC) (ชั้น 7 ศูนย์การค้า DD Mall เขตจตุจักร กรุงเทพฯ)

DSC_8942_resize

หลักสูตรเตรียมความพร้อมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ เกิดจากความร่วมมือของ RMUTT และมหาวิทยาลัย OTAGO ของนิวซีแลนด์  เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆม.5-ม.6 เรียนปรับพื้นฐานและเตรียมความพร้อมก่อนบินไปเรียนต่อป.ตรีที่นิวซีแลนด์ โดยเรียนที่ไทย 1 เทอม และไปต่อปริญญาตรีที่นิวซีแลนด์เพียง   3 ปีกว่า  สามารถเลือกเรียนต่อได้ทุกมหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์ ในหลักสูตรธุรกิจ การท่องเที่ยว และศิลปะศาสตร์ในหลากหลายสาขา เช่น  Communication Studies,  Economics, Film and Media Studies, Psychology,  Sport Development and Management , Statistics และอื่นๆ  เมื่อเรียนจบป.ตรีแล้ว ยังสมารถทำงานที่นิวซีแลนด์ได้สูงสุด 3 ปี น้องๆที่สนใจ (ต้องจบ ม5. หรือ ม.6 และผลสอบ IELTS 5.5) สามารถสมัครได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565  พร้อมรับทุนการศึกษา 10,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ เมื่อเลือกเรียนปริญญาตรีกับม.โอทาโก สมัครด่วน หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่นี่ http://line.me/ti/p/%40nzenglish

Comments (0)

“ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 3” เพื่อโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส

Posted on 17 มิถุนายน 2022 by admin

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” และ นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการบริษัทฯ มอบเงินบริจาค พร้อมอะไหล่รถยนต์และอะไหล่ยาง สนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส เพื่อสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 3” โดยมี พลอากาศโท ศ.นพพล  หาญกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส เป็นผู้รับมอบ ร่วมด้วย นาวาอากาศเอก ปภัณศัก  สายแจ้ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ และ นายอัครเดช  ชูจิตต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน  ณ สำนักงานมูลนิธิพระดาบส เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ร่วมกับ ธกส. ชวนคนไทยใจบุญ ช่วยน้องพิการได้อิ่มท้อง ช่วยชาวนามีรายได้…

Posted on 15 มิถุนายน 2022 by admin

              มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ  องค์กรสาธารณประโยชน์ที่ดำเนินงานด้านการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.)  จัดโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ”  เพื่อหาข้าวสารให้เพียงพอให้กับผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ รวมทั้งยังได้ช่วยเหลือชาวนาซึ่งขายข้าวสารโดยตรงถึงผู้บริโภคในราคายุติธรรม เผย! ทำบุญเพียงครั้งเดียวแต่ได้บุญถึงสองต่อ…  จึงขอเชิญชวนผู้ใจบุญทั่วประเทศร่วมบริจาคเงิน 300 บาท เพื่อซื้อข้าวสาร 10 กก. ธกส.ร่วมสมทบอีก 10 กก. ทันที!!! ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายนนี้ โดยผู้บริจาคจะได้รับใบเสร็จจากมูลนิธิฯ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย…

             ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดเผยถึงโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ว่าได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)  เพื่อรณรงค์หาข้าวสารสำหรับนักเรียนและนักศึกษาพิการของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ให้ได้เพียงพอกับการบริโภคในระหว่างการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และฝึกอาชีพ  เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายข้าวสารของชาวนาไทยให้กับผู้บริโภคโดยตรงในราคาที่เหมาะสม สร้างวิถีสังคมแห่งการแบ่งปันและเห็นคุณค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของชาวนาไทย

“การสนับสนุนของ ธกส. ช่วยให้มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ สามารถช่วยเหลือให้คนพิการได้ต่อเนื่องในการพัฒนาทักษะทางการเรียนรู้และฝึกอาชีพสู่การมีงานทำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  นอกจากนี้ชาวนายังมีรายได้จากการขายผลิตผลและมีทุนในการทำนาอย่างต่อเนื่อง สามารถเลี้ยงดูตนเอง และครอบครัวได้ และที่สำคัญสังคมเกิดการแบ่งปันและตระหนักถึงความสำคัญของสินค้าทางการเกษตรของชาวนาไทยมากขึ้น”

เป็นที่ทราบแล้วว่า มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการนั้น เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านคนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ที่จัดการด้านศึกษาเพื่อให้คนพิการสู่การมีงานทำที่มีคุณค่ามากว่า 40 ปีซึ่งเป็นโรงเรียนประจำและดูแลทุกเรื่อง อาทิ ที่พัก อาหาร อุปกรณ์การศึกษา การจัดการศึกษา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีนักเรียน – นักศึกษาพิการและเจ้าหน้าที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ กว่า 800 คน ปัจจุบันผู้บริจาคลดน้อยลงด้วยสภาวะต่างๆ จึงส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของนักเรียนพิการอย่างยากลำบาก จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาหรือผู้สนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวสารที่แต่ละปีใช้มากถึง 70 ตัน ดังนั้นโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ในครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้พิการให้ได้อิ่มท้อง มีกำลังใจการดำเนินชีวิตต่อไป

          ด้านนายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กล่าวว่า เป็นนโยบายของ ธกส. ที่ต้องการยกระดับชีวิตเกษตรกรไทยสู่สังคมที่ภาคภูมิ และมุ่งมั่นกับภารกิจพัฒนาชนบทภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงมุ่งมั่นต่อพันธกิจที่มีต่อเกษตรกรอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรฯ ทั้งนี้การดำเนินโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ…ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ในครั้งนี้เป็นการรณรงค์ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญในปีใหม่ 2565 โดยการบริจาคข้าวสารหรือบริจาคเงินซื้อข้าวสาร สำหรับการบริโภคของนักเรียนและนักศึกษาพิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ  ซึ่งนอกจากจะทำให้มูลนิธิฯ มีข้าวสารที่เพียงพอสำหรับการดูแลคนพิการได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือชาวนาให้มีช่องทางการจำหน่ายข้าวสารที่ส่งตรงถึงผู้บริโภคในราคายุติธรรมโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำบุญเพียงครั้งเดียวแต่ได้บุญถึงสองต่อ ทั้งช่วยให้คนพิการได้มีโอกาสทางการศึกษาสู่การมีอาชีพที่ยั่งยืน และช่วยให้ชาวนาให้มีรายได้อีกด้วย

ท่านสามารถเข้าร่วม โครงการ “ทำบุญรับปีเสือ…ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ได้ด้วยการบริจาคข้าวสารโดยตรงที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จังหวัดชลบุรี  หรือจะร่วมบริจาคเงินเพื่อซื้อข้าวสารได้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชีมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี 342-3-04066-0  ซึ่งท่านบริจาคเงิน 300 บาท สามารถซื้อข้าวสารได้ 10 กก. และทาง ธกส.จะบริจาคข้าวสารสมทบให้อีก 10 กก. ทันที ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2565 นี้ ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคเงินเพื่อซื้อข้าวสาร หรือบริจาคข้าวสารจจะได้รับใบเสร็จการซื้อข้าวสารจากมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้  ส่วนผู้มีจิตศรัทธาสนใจร่วมสนับสนุนโครงการในด้านอื่น ๆ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02 572 4042  ต่อ 8300 หรือ 089 936 7598

Comments (0)

ครั้งแรกในรอบ 2 ปี นิวซีแลนด์เปิดรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ 31 ก.ค.นี้

Posted on 23 พฤษภาคม 2022 by admin

ENZ_Game on Golf_IMG_1866_resize

          ใครมีแผนเรียนต่อนิวซีแลนด์เตรียมเลย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ที่รัฐบาลนิวซีแลนด์จะเปิดรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ  31 ก.ค.นี้ โดยมีรายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ Education New Zealand (ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำเทศไทย แจ้งว่า นายคริส ฮิปกินส์ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ของนิวซีแลนด์ ได้ประกาศเปิดพรมแดนรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ  เตรียมเปิดให้นักเรียนต่างชาติ รวมถึงนักเรียนไทยสามารถทำวีซ่าไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนตุลาคม 2565

          นายคริส ฮิปกินส์ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ของนิวซีแลนด์ เปิดเผยว่า นิวซีแลนด์กำลังเปิดรับนักศึกษาต่างชาติอย่างเต็มที่รูปแบบอีกครั้งและรัฐบาลนิวซีแลนด์ก็ความมุ่งมั่นที่จะช่วยส่งเสริมและเสริมสร้างภาคเศรษฐกิจส่วนนี้ โดยในช่วง 2-3 ปีผ่านมาภาคการศึกษานานาชาติของนิวซีแลนด์ได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง  เพื่อให้พร้อมต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่มีต่อนักเรียนต่างชาติ และสร้างการศึกษาระดับนานาชาติในนิวซีแลนด์ให้มีคุณภาพสูงระดับโลก

“ก่อนที่จะเกิดโรคระบาดโควิด 19 ภาคการศึกษานานาชาติของนิวซีแลนด์มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ การกลับมาเปิดภาคการศึกษานานาชาติในเร็วๆ นี้ เป็นข่าวอันดียิ่งกับสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิค  รวมถึงโรงเรียนในทุกระดับชั้น โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ และสถานฝึกอบรมต่างๆ โดยปัจจุบันนิวซีแลนด์พร้อมเปิดรับนักเรียนต่างชาติเดินทางมาศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ 5,000 คน และตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคมเป็นต้นไป นักศึกษาต่างชาติทุกคนที่ผ่านเกณฑ์การรับเข้าเรียนต่อสามารถสมัครเรียนต่อและทำวีซ่านักเรียนได้อย่างเต็มรูปแบบ ถึงเวลาแสดงให้โลกเห็นแล้วว่า นิวซีแลนด์เปิดกว้างสำหรับการศึกษาและเรายินดีต้อนรับนักเรียนต่างชาติกลับมา”

ENZ_5079_OULC_3583

นายคริส ฮิปกินส์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า  “นิวซีแลนด์ได้ปรับปรุงเกณฑ์สำหรับการทำวีซ่านักเรียนต่างชาติ เพื่อให้แน่ใจว่านิวซีแลนด์กำลังสร้างภาคการศึกษาระดับนานาชาติที่แข็งแกร่ง การศึกษานิวซีแลนด์ได้รับการยกย่องในระดับสากลว่า เป็นสถานที่ที่นักเรียนต้องการมาเรียน เราได้นำเสนอหลักสูตรการศึกษาชั้นนำของโลก สถานที่เรียนที่ปลอดภัยและเป็นมิตร รวมทั้งชื่อเสียงในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน อีกทั้งเรายังต้องการให้แน่ใจว่า นักเรียนต่างชาติจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการศึกษาที่นี่และสามารถก้าวไปสู่การทำงานที่สำคัญได้ การเปลี่ยนแปลงที่รัฐบาลประกาศครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า นักเรียนเหล่านี้ได้รับการศึกษาเต็มที่ คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป และช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านทักษะ และมีส่วนสนับสนุนต่อเศรษฐกิจ”

รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ยืนยันว่า นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาสามารถสมัครเรียนที่นิวซีแลนด์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนี่เป็นอีกกลุ่มที่การศึกษานิวซีแลนด์ให้ความสำคัญและต้องการให้ศึกษาต่อในนิวซีแลนด์ต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการของนิวซีแลนด์ ยังได้เริ่มต้นกระบวนการปรับปรุงกลยุทธ์การศึกษานานาชาตินิวซีแลนด์ปี 2022-2030 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง การทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นที่การนำเสนอการศึกษาระดับนานาชาติที่มีมูลค่าสูงและส่งเสริมนวัตกรรมทางการศึกษามากขึ้นสำหรับนักเรียนนิวซีแลนด์และนักเรียนต่างชาติ ทั้งในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเรียนด้วยตนเองในสถานที่เรียน เรียนทางออนไลน์ หรือการเรียนกับสถาบันนิวซีแลนด์ในประเทศของตัวเอง ทั้งสิ้นเพื่อผลประโยชน์สูงสุดที่นักศึกษาต่างชาติจะได้รับ

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่ามีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสูงติดอันดับต้นๆของโลกและได้รับการยอมรับด้านระบบการศึกษาที่เหมาะแก่การเรียนรู้สู่อนาคต (future-focused education) โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1  ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit  ทำให้นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติชั้นนำของโลกโดยในแต่ละปีมีนักเรียนนานาชาติจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และในปี 2019 ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด 19 มีนักเรียนต่างชาติกว่า 118,000 คนเรียนในนิวซีแลนด์ รวมถึงนักเรียนไทย ในปี 2019 มีนักเรียนไทยศึกษาอยู่ในนิวซีแลนด์กว่า 3,000 คน

Comments (0)

สปสช. เขต 6 ระยอง เยี่ยมชม-มอบชุดตรวจ ATK ให้มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ

Posted on 20 พฤษภาคม 2022 by admin

          บาทหลวง ภัทรพงศ์ ศรีวรกุล ประธานมูลนิธิฯ และนายสัมฤทธิ์ ชาภิรมย์ ผู้จัดการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ให้การต้อนรับคณะสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 6 ระยอง นำโดย นายแพทย์วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางละมุง นายวิศิษฎ์ ยี่สุ่นทอง รองผอ. สปสช. นางพิทยา สิงห์โตทอง นางสาวยุพา วันแย้ม เยี่ยมชมการดำเนินงานของมูลนิธิฯ และมอบชุดเครื่องตรวจ ATK ซึ่งมีน้องๆคนพิการจาก 4 สถาบันการศึกษาภายใต้มูลนิธิฯร่วมต้อนรับ ณ มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ พัทยา จ. ชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้

275833898_3042401922681072_472499864820374245_n_resize

Comments (0)

ร่วมสร้างกุศลครั้งใหญ่… ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา เพื่อน้องๆ รร.สอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ

Posted on 20 พฤษภาคม 2022 by admin

          โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังขาดแคลนงบประมาณจำนวนมาก ส่งผลถึงน้องๆนักเรียนตาบอดโดยตรง จึงจัดกิจกรรมสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ด้วยการขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาของผู้พิการ  เพื่อยกคุณภาพชีวิต สู่การศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดหาทุนซื้ออุปกรณ์การเรียนและหารายได้จัดหาค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ-ค่าไฟ และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสถานศึกษา ท่านสามารถเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีฯ ในครั้งนี้ได้ กองบุญละ 59 บาท จำนวน 1 แสนกอง หรือบริจาคโดยตรงได้ที่ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา  ในพระราชูปถัมภ์  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพัทยาสาย 2 เลขบัญชี 669-2-10787-4 ชื่อบัญชี “ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536)” ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

6c24e679-088c_resize

          นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการ  โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ เป็นโรงเรียนการศึกษาพิเศษฯ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดสอนระดับอนุบาล 1 -มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นคนพิการในความดูแลที่อาศัยอยู่ประจำ เป็นองค์กรการกุศล ซึ่งจัดการศึกษาและฟื้นฟูพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียนตาบอดและตาบอดพิการซ้อน พร้อมขยายโอกาสทางการศึกษาโดยการจัดการศึกษานอกระบบ มีโครงการเรียนรวมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปัจจุบันเป็นนักเรียนอยู่ประจำมีทั้งหมด 102 คน

ทั้งนี้ โรงเรียนยังได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กตาบอดและเด็กตาบอดพิการซ้อนด้วยกระบวนการต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมทางด้านความมั่นคงทางอารมณ์ สังคม สติปัญญา ทักษะการดำรงชีวิตอิสระสำหรับคนตาบอด เช่น การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล การปฏิบัติกิจวัตรในชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวและการเดินทาง การอ่าน การเขียนอักษรเบรลล์ นันทนาการ ตลอดจนการส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ในสังคมเพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นสมาชิกของสังคม นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริม การสร้างความเป็นเลิศด้านการกีฬา ดนตรี งานนวดและงานฝีมือ เพื่อเป็นการสร้างความก้าวหน้าในอนาคต ทั้งหมดนี้มูลนิธิฯดูแลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือคนพิการในทุกๆ เรื่องเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้มีวิชาชีพ สามารถนำไปประกอบอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง ครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม

ปัจจุบันโรงเรียนฯยังขาดแคลนงบประมาณเป็นอย่างมาก  ดังนั้นโรงเรียนจึงร่วมกับคณะกรรมการอุปถัมภ์โรงเรียนฯ ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครู จัดโครงการทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาหารายได้ขึ้น โดยงานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่  19  เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา  ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  โดยได้รับเกียรติจาก พระครูปัญญาพัฒนาภรณ์ (ปัญญา ปุญฺญจโย) เจ้าอาวาสวัดโพธิสัมพันธ์ ประธานฝ่ายสงฆ์ และพลตำรวจตรี จักรทิพย์ – นางศรีนรัตน์ – นายพุทธวัฒน์ ศคพิมลศักดิ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โครงการทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีฯ จัดขึ้นเพื่อจัดหาทุนซื้ออุปกรณ์การเรียน เพื่อจัดหาค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น  ค่าอาหาร  ค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสถานศึกษา จึงขอเรียนเชิญท่านผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพฯได้ กองบุญละ 59 บาท จำนวน 1 แสนกอง สอบถามรายละเอียดได้ที่ ครูประทีป โทร. 0878334198 หรือบริจาคโดยตรงได้ที่ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  ฯ  สยามบรมราชกุมารี โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพัทยาสาย 2 เลขบัญชี 669-2-10787-4 ชื่อบัญชี “ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด(2536)” ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

Comments (0)

เปิดประวัติ ๙ ครูดีเด่นรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2565

Posted on 18 พฤษภาคม 2022 by admin

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาว่า จะเป็นตัวช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ทุกครั้งที่โดยเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีออกหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)  พระองค์จึงมักเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อสอบถามถึงแนวทางการเรียนการสอนและพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรครูอยู่เสมอ

ทั้งยังได้เคยเสด็จเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ ชุมชนชาวไทยภูเขา (ศศช.) บ้านพอกะทะ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ในปี 2542   และโปรดให้นายบุญธันว์ มหาวรรณ์ ประธานโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า นำคณะครู กศน.เข้าเฝ้าด้วย  รวมทั้งโรงเรียน กศน.อนๆอีกด้วย

001

หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ ในปี พศ.2551  โครงการพระเมตตาสมเด็จย่าได้ก่อตั้งโครงการครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์”  ขึ้นในปี พ.ศ.2552 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ เป็นขวัญกำลังใจให้แก่ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละความสุขส่วนตัว โดยคัดเลือกครูจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หน่วยงานละ 3 รางวัล  โดยพิธีการมอบ“รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” กำหนดเป็นวันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

ในปี 2565 นี้ คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกครู 9 คนจาก 3 หน่วยงานดังกล่าวเป็นผู้ได้รับรางวัลครูเจ้าฟ้าฯ ดังนี้

ครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)  ได้แก่

004

          นายนิวัฒน์  เงินงามมีสุข อายุ 46 ปี ครูผู้ช่วยศูนย์การเรียนชุมชนไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านมอโก้คี ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก  อุทิศตนสอนหนังสือ และช่วยเหลือชุมชนบนที่สูงทุรกันดาร มานานกว่า 21 ปี เป็นครูที่มีความสามารถในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง ช่วยปลูกฝังความรู้ และช่วยเหลือชุมชน ให้มีการอนุรักษ์ป่าชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน สร้างองค์ความรู้ จัดทำวีดีทัศน์ขยายผลสู่ สาธารณชน และสื่อ Social Media  ส่งเสริมการเรียนการสอนของนักเรียนชนเผ่าบนพื้นที่สูงให้สามารถแข่งขันจนชนะเลิศรางวัลการแข่งขันทักษะวิชาการ การประดิษฐ์ และงานกิจกรรมต่างๆ ใน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์ที่เคยสอน กลับมาช่วยพัฒนาชุมชน และหมู่บ้านบนพื้นที่สูงหลายราย

005

          นายราชัน  ติญานันต์ อายุ 49 ปี ครูอาสาสมัครศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านผาแดงบน ต.ร่มเย็น  อ.เชียงคำ  จ.พะเยา ปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นทุรกันดารบนดอยสูงมากกว่า 23 ปี มีความสามารถในการบูรณาการเรียนรู้หนังสือ ควบคู่กับกิจกรรมพัฒนาอาชีพ  มีการจัดทำข้อมูลเรียนรู้รายบุคคล และแผนการจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan: IIP) เป็นผู้ริเริ่ม และประสานหน่วยงานภาคีเครือข่าย ส่งเสริมให้ชุมชนทำการเกษตรแบบอินทรีย์ ทดแทนการใช้สารเคมี เพื่อสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับชุมชน เช่น การปลูกองุ่นไร้เมล็ด และการปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือน  ส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ  รณรงค์ให้ชาวบ้านลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อรักษาแหล่งต้นน้ำให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ศิษย์ที่เคยสอนจำนวนมากกลับมาช่วยพัฒนาชุมชนบ้านเกิด เคยได้รับรางวัล ครู ศศช.ดีเด่น ประจำปี 2563 และรางวัลครูอาสาสมัคร ศศช.ดีเด่น ด้านการพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูง ประจำปี 2564 จากสำนักงาน กศน.จังหวัดพะเยา

006

          นางอาอัยเสาะ  ดาจูดา อายุ 42 ปี ครูชำนาญการพิเศษศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ต.เบตง  อ.เบตง  จ.ยะลา อุทิศตนสอนหนังสือให้กับผู้เรียน กศน.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานกว่า 19 ปี เป็นครูผู้พัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทยรูปแบบโมเดลเบตงฮูลู และสามารถขยายผลการสอนไปยังพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สู่โครงการฝึกทักษะอาชีพ เรื่อง กาแฟโบราณเบตง สู่ กศน. Premium ภายใต้แบรนด์ ONIE เป็นต้นแบบของการสร้างแบรนด์สินค้าของชุมชนระดับประเทศ เป็นครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาสู่ชุมชนอย่างเป็นที่ประจักษ์จนได้รับรางวัลครูดีเด่น “คนดีศรีเสมา จชต.” ด้านการส่งเสริมการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2564 จาก ศปบ.จชต. กระทรวงศึกษาธิการ  ปัจจุบันลูกศิษย์ที่เคยสอนยังกลับมาเป็นผู้นำและช่วยพัฒนาชุมชนบ้านเกิดเป็นจำนวนมาก และได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดีปี 2554 จากคุรุสภา

ครูสังกัดหน่วยงาน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้แก่

007

          พันตำรวจตรีพัฒณศักดิ์  พัฒนพงศ์ศา อายุ 50 ปี ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก ต.ศาลาลัย  อ.สามร้อยยอด  จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นครูสอนหนังสือให้กับนักเรียนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลมานานกว่า 27 ปี สามารถพัฒนางานเกษตร และปศุสัตว์ของโรงเรียนให้เพียงพอต่อการประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียนทั้งโรงเรียน และสามารถขยายผลไปสู่ชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผู้ส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนในการงานอาชีพ เช่น การส่งเสริมงานเกษตรครบวงจร จนถึงการจัดทำบัญชีครัวเรือน และส่งเสริมอาชีพเพิ่มเติม เช่น การแปรรูปกาแฟ การแปรรูปกล้วย ริเริ่มโครงการกาแฟคั่วโอ่ง เป็นนวัตกรรมการคั่วกาแฟที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมคุณภาพ และประหยัดต้นทุนดำเนินงานโดยนักเรียน และสามารถขยายผลไปสู่งานอาชีพของชุมชน ศิษย์ที่ครูเคยสอนปัจจุบันสำเร็จการศึกษากลับมาร่วมพัฒนาภูมิลำเนาที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารจำนวนมาก

008

          ดาบตำรวจสมบัติ  แก้วสะอาด อายุ 40 ปี ครูผู้สอนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล๊อกคี่ ต.ปิล๊อก  อ.ทองผาภูมิ  จ.กาญจนบุรี อุทิศตนสอนหนังสือให้นักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลของจังหวัดกาญจนบุรี มากว่า 13 ปี  สามารถสอนงานด้านการเกษตร และปศุสัตว์ให้กับนักเรียน และสามารถขยายผลสู่ชุมชนอย่างเป็นที่ประจักษ์ สามารถในการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ให้กับนักเรียน ชั้น ป.4–6 ส่งผลให้คะแนนการทดสอบระดับชาติ O–NET ปี 2563 วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้น ป.6 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโรงเรียนในระดับประเทศ  เป็นผู้ประสานหน่วยงานภายนอก และเครือข่ายในการร่วมพัฒนาโรงเรียน และชุมชน  เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง เพื่อจัดหา และมอบพันธุ์พืช ไม้ผล พันธุ์สัตว์ ให้กับชาวบ้านในชุมชนจนเป็นที่รักยิ่งของชาวบ้านในชุมชน เคยได้รับรางวัล ข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรม และจรรยาบรรณของตํารวจ ประจำปี 2562 และ 2563 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

009

          ดาบตำรวจหญิงกาญจนา  เขาแดง อายุ 44 ปี ครูผู้สอนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนมหาราช 1ต.เขาแดง  อ.สะบ้าย้อย  จ.สงขลา อุทิศตนสอนหนังสือในพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคใต้มานานกว่า 21 ปี สามารถสอนงานด้านส่งเสริมสหกรณ์ในโรงเรียน จนได้รับการยกย่องให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสหกรณ์ดีเด่นต่อเนื่องกว่า 10 ปี และการขยายผลงานด้านสหกรณ์ และการออมทรัพย์ ไปสู่ชุมชนอย่างที่ประจักษ์ พัฒนาโรงเรียนให้เป็นศูนย์บริการความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงมีฐานการเรียนรู้ 8 ด้านให้ชุมชนสามารถมาศึกษาเรียนรู้ เคยได้รับรางวัลครูดีเด่น ประจำปี 2564 จากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ปัจจุบันลูกศิษย์สำเร็จการศึกษากลับมาเป็นครู  ตำรวจ และข้าราชการ ในภูมิลำเนาจำนวนมาก

ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แก่

010

          นายเสกสรร  ศรีแสวง อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านห้วยหมีศรีสวัสดิ์  ต.เมืองแปง  อ.ปาย  จ.แม่ฮ่องสอน สอนหนังสือในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลบนดอยสูง มากว่า 21 ปี เป็นครูผู้มีความสามารถในการริเริ่มนวัตกรรม STEM มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน และพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน และชุมชนอย่างเป็นที่ประจักษ์  เป็นครูจิตอาสาช่วยสอนวิชาการ และทักษะอาชีพให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนนักเรียนได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติจากการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัด  และระดับประเทศ เป็นประจำทุกปี    อย่างเป็นที่ประจักษ์ มีความสามารถในการประสานหน่วยงาน และเครือข่ายภายนอกเข้ามาพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และอาคารต่างๆ ภายในโรงเรียน ได้รับการยกย่อง และได้รับรางวัลระดับประเทศจำนวนมาก

011

          นางกัลยา  แปดนัด อายุ 38 ปี ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านขอบด้ง  ต.ม่อนปิ่น  อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่ เป็นครูผู้เสียสละสอนหนังสือ ให้กับผู้ด้อยโอกาส บนพื้นที่สูงภาคเหนือมานานกว่า 16 ปี  เป็นครูผู้ริเริ่มพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นหัตถกรรมชนเผ่าหญ้าอิบุแคที่เป็นพืชท้องถิ่นให้กับนักเรียน สร้างนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน โดยใช้โครงงานหญ้าอิบุแคเป็นฐาน (Project – Based Learning) บูรณาการร่วมกับครูทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา  เป็นผู้สอนและแนะนำให้นักเรียนค้นคว้าหาข้อมูลการออกแบบผลิตภัณฑ์ สินค้าเครื่องประดับจากผู้ออกแบบระดับโลกทางอินเตอร์เน็ตเพื่อนำมาประยุกต์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์หญ้าอิบุแคให้ตรงความต้องการของตลาดสมัยใหม่ และเป็นผู้พัฒนางานการขายสู่ร้านค้าขายของที่ระลึก และช่องทางการขายออนไลน์ สร้างรายได้เป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน และชุมชน นักเรียนที่ครูสอนสามารถประกวดชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญทอง การแข่งขันโครงงานอาชีพนักเรียนชั้น ป.4 – ป.6 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับภาค และระดับชาติ จำนวนมากจาก สพฐ.ตั้งแต่ปี 2557 – 2562 สามารถสร้างแบรนด์ของสินค้า (เส้นศิลป์) จากโรงเรียนสู่ชุมชน (Social Enterprise) และร่วมออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต่อยอดสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มให้กับหญ้าอิบุแค

012

          นางสาวปิยะรัตน์  เสนีย์ชัย อายุ 45 ปี ครูชำนาญการ โรงเรียนนิคมพัฒนา 10  ต.มาโมง  อ.สุคิริน  จ.นราธิวาส อุทิศตนสอนหนังสืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มากว่า 20 ปี เป็นครูสอนศิลปะที่สามารถสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนศิลปะให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ศิลปะบำบัดพัฒนาสมาธิ (Art Therapy, Development, Concentration)  และการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสมาธิเสริมความรู้สู่ปัญญา (Concentration of Knowledge to Wisdom) สามารถสอน และพัฒนาจนนักเรียนชนะเลิศการแข่งขันประกวดศิลปะระดับภูมิภาค และระดับชาติจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นวิทยากรจิตอาสาด้านการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้ถ่ายทอดงานศิลปะให้กับชุมชน สามารถต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพ เช่น การทำผ้ามัดย้อม งานย้อมสีผ้าบาติก และดอกไม้ประดิษฐ์   เป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์ศึกษาต่อ และกลับมาเป็นครูสอนศิลปะ ในพื้นที่ทุรกันดารจำนวนมาก

ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 9 คนจะได้รับโล่รางวัลครูเจ้าฟ้าฯ  ใบประกาศนียบัตร และเงินรางวัลคนละ 30,000.-บาท แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คณะกรรมการฯ จึงมีมติให้มอบเงินรางวัลแก่ครูที่ได้รับรางวัลก่อน และจะมีการมอบโล่รางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับครูเจ้าฟ้าฯ ในภายหลังจากที่สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

015

พิธีมอบรางวัลครูเจ้าฟ้า ครั้งที่ 11  ประจำปี 2562

ครูเจ้าฟ้า ฯ ทั้ง 9 คนได้ทํางานด้วยความเสียสละ ไม่เพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่สอนหนังสือ แต่ยังได้ให้ความช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารให้มีการดํารงชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยให้ชุมชนมีการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์หลายคนกลับมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดเมื่อจบการศึกษาแล้วอีกด้วย ซึ่งสมควรได้รับการเผยแพร่คุณงามความดีและยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแม่พิมพ์และแบบอย่างการทําความดีในสังคมต่อไป

Comments (0)

เชิญครูภาษาอังกฤษทั่วประเทศ ร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรี “เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบ Hybrid ให้เข้าใจง่ายและได้ผล”

Posted on 17 พฤษภาคม 2022 by admin

หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแมสซีย์ (Massey University) ประเทศนิวซีแลนด์ ขอเชิญครูสอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรี ในหัวข้อเรื่อง “เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบ Hybrid ให้เข้าใจง่ายและได้ผล” ในวันอังคารที่ 14  มิถุนายน 2565 เวลา 9.30-11.30 น. (ผ่านโปรแกรม Zoom ) โดย “ดร.คาเรน แอชตัน” (Dr. Karen Ashton, Senior Lecturer in Applied Linguistics and Language Education) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์ประยุกต์และภาษาเพื่อการศึกษาจาก Massey University ประเทศนิวซีแลนด์ ที่มีประสบการณ์การเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และส่งเสริมการสอนและการเรียนรู้ภาษาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ครูผู้สอนมีกลยุทธ์ในการสอนแบบสร้างการมีส่วนร่วมกับนักเรียนทั้งในการเรียนการสอนแบบออนไลน์และในห้องเรียน เป็นแนวทางการวางรากฐานการเรียนและการสอนภาษาอังกฤษให้สำเร็จ โดยครูที่ผ่านการอบรม จะได้รับใบประกาศนียบัตร จาก Education New Zealand

ครูที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี ได้ที่  https://bit.ly/34HpQ7i   ( รับจำนวนจำกัด)

Comments (0)

ปฎิทินข่าวสังคม

Posted on 06 พฤษภาคม 2022 by admin

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกทักษะวิชาชีพสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหว ในวันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.30 น. ณ  วังสระปทุม

Comments (0)

99 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

Posted on 06 พฤษภาคม 2022 by admin

          สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

15983323665427_resize

          ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอนสหราชอาณาจักร เป็นพระธิดาพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระนามแรกประสูติตามที่โรงพยาบาลตั้งถวายคือ  May Songkla ซึ่งเป็นเดือนประสูติ  ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้รับประกาศเฉลิมพระเกียรติยศขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา

          ในวโรกาสสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเจริญพระชันษาครบ 6 รอบ ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการสถาปนา เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

childen_resize

          ทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี จากมหาวิทยาลัยโลซานน์  ทรงได้รับ Diplôme de Chimiste A ขณะที่ทรงศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์นั้น ยังทรงศึกษาหลักสูตรสังคมศาสตร์ Diplôme de Sciences Sociales Pédagogiques อันประกอบด้วยวิชาต่าง ๆ ในสาขาวิชาการศึกษาวรรณคดีปรัชญา และจิตวิทยาด้วย

          ตลอดชนมชีพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายเพื่อแบ่งเบาพระราชภาระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยทรงรับโครงการต่าง ๆ ไว้ในพระอุปถัมภ์มากมาย ทั้งทางด้านการศึกษาสังคมสงเคราะห์การแพทย์และสาธารณสุขการต่างประเทศศาสนาและอื่น ๆ

          ทรงมีความสนพระทัยงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นพิเศษ ด้วยทรงมีพระดำริว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลเป็นเรื่องสำคัญ จึงทรงรับสืบทอดงานทางด้านนี้ต่อจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คือ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) หรือ หมอกระเป๋าเขียวที่ชาวบ้านเรียกกัน

ทรงเป็นประธานมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงก่อตั้งขึ้นร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยทรงลงพระนามขอจดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิด้วยพระองค์เอง พร้อมทั้งได้พระราชทานเงินทุนประเดิมร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในการก่อตั้งอีกด้วย มูลนิธิขาเทียมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำขาเทียมให้แก่ผู้พิการขาขาดที่ยากไร้ในชนบทโดยไม่คิดมูลค่า และค้นคว้า วิจัย พัฒนาชิ้นส่วนขาเทียมจากวัสดุภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ อันเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ในประเทศและลดมูลค่าการขาดดุลการค้าลงด้วย และทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิถันยรักษ์ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย

และทรงเป็นประธานมูลนิธิหม่อมเจ้าบุญจิราธร (ชุมพล) จุฑาธุช ซึ่งมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการให้ทุนการศึกษาแพทย์ตามโครงการแพทย์ชนบท ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาลที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้ที่จะสมัครเป็นอาจารย์วิชาการพยาบาล

15959427942684_resize

ในปี พ.ศ.2529  สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรง รับ “กองทุนหมอเจ้าฟ้า” ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไว้ในพระอุปถัมภ์ และได้พระราชทานเงินจากทุนการกุศลสมเด็จย่า และทุนการศึกษา กว. สมทบเข้ากองทุนเป็นประจำทุกปีเสมอมามิได้ขาด เพื่อให้อาจารย์แพทย์ไปศึกษาฝึกอบรมยังต่างประเทศ และเป็นทุนอุดหนุนการศึกษาจัดสรรให้นักศึกษาที่เรียนดีแต่ขัดสนสำหรับนักศึกษาแพทย์และนักศึกษาอีก 5 คณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ คณะทันตแพทยศาสตร์  เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ และสัตวแพทยศาสตร์

นอกจากนี้ ยังทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่าง ๆ ทางด้านสาธารณสุขไว้ในพระอุปถัมภ์อีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย กองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อพัฒนาการพยาบาล  ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน

นอกจากนี้ เมื่อปี พ.ศ.2545  ยังโปรดเกล้าฯ ให้ทีมสัตวแพทย์ 4 คน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามเสด็จไปออกหน่วยเคลื่อนที่กับ พอ.สว. เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาโรคสัตว์และการดูแลสัตว์เลี้ยงแก่ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ เชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พะเยา และพิษณุโลก

4yT7APXJ239M08dA0P5gD5yX_resize

เนื่องในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2566 จะเป็นวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประเทศไทยจึงได้เสนอพระนามให้องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ องค์การยูเนสโก (UNESCO) พิจารณาประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก เพราะพระองค์ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการด้วยพระปณิธานแนวแน่ที่จะทำประโยชน์เพื่อประชาชนชาวไทย และสังคมโลก ทั้งยังทรงยึดมั่นในคุณค่าของมนุษย์ และศักยภาพของการพัฒนาจึงทรงอุปถัมภ์กิจการทั้งปวงที่เกี่ยวกับด้านการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ การแพทย์และการสาธารณสุข สังคมสงเคราะห์ ด้านสัมพันธไมตรี การสื่อสารและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและพสกนิกรชาวไทย  ซึ่งองค์การยูเนสโกได้พิจารณาแล้ว และมีประกาศรับรองพระนามให้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ซึ่งทางรัฐบาลไทยจะร่วมมือกับภาคเอกชนจัดงานฉลองวาระดังกล่าวต่อไป

ตลอดระยะเวลา 84 ปี ที่ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 99 พรรษา ขอเชิญปวงพสกนิกรชาวไทยได้ร่วมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจในด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วไปทุกคน

Comments (0)

เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 1 ร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนที่ต้องการต่อยอดสร้างเมืองอัจฉริยะ

Posted on 27 เมษายน 2022 by admin

           เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 1 โดยเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่ผู้นำเมืองควรรู้ นำโดยผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คน พร้อมการถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ

           ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า เมืองอัจฉริยะเป็นวาระแห่งชาติและอยู่ในหมุดหมายที่ 8 ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566-2570) ซึ่งทุกเมืองในประเทศไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะตามแนวทางของคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีดีป้าเป็นเลขานุการ โดยมีกลไกสนับสนุนจากภาครัฐและแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลแก่ภาคเอกชน และการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้นำเมืองและประชาชนไปพร้อมๆกัน และเพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจนคณะกรรมการขับเคลื่อนฯได้กำหนดนิยามคำว่าเมืองอัจฉริยะว่า หมายถึง เมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรของเมืองและประชากรเป้าหมาย โดยเน้นการออกแบบที่ดีและการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัย ให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างยั่งยืน และแบ่งประเภทของการพัฒนาครอบคลุม 7 ด้าน ประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance)

ทั้งนี้ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และ ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรขององค์กรปกครองท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถนำองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคมและเศรษฐกิจ ตามบริบทของเมืองอัจฉริยะ และเพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี  ในการนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับบริษัท โนเนม ไอเอ็มซี จำกัด ได้ร่วมจัดอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 1 ให้ผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนที่อยู่ในส่วนกลางและภูมิภาค โดยโครงสร้างเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้แก่

           Module 1: ความเข้าใจเบื้องต้น โครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย (Smart City Thailand Essentials)

           Module 2: การจัดทำแผนเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ด้วยวิธีการคิดเชิงออกแบบ และแผนภาพโครงการธุรกิจ (Design Thinking and Business Model Canvas for Smart City Promotion)

           Module 3: ความรู้ขั้นสูงเรื่องการออกแบบและพัฒนาเมือง (Advanced Knowledge in Smart City Design and Development)

Module 4: การส่งเสริม สนับสนุนและให้ความรู้การจัดทำโครงการพัฒนาโครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะในพื้นที่จริง (Smart City Project Piloting and Mentoring)

           Module 5: การศึกษาดูงานโครงการเมืองอัจฉริยะในประเทศ (Smart City Best Practice Study Visit and On-Site Workshop with Experts)

ระยะเวลาการอบรมเป็นหลักสูตรระยะสั้น 6 วัน ระหว่างวันที่ 11-26 พฤษภาคม 2565 สัปดาห์ละ 2 วัน รวม 36 ชั่วโมง มีรูปแบบการอบรม Hybrid ทั้งรูปแบบออนไลน์ และ ออฟไลน์ รวมทั้งการดูงานถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ อาทิ Microsoft, Huawei Thailand, Future Tales Lab , Samyan Smart City โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คน เช่น คุณภุชพงค์ โนดไธสง, ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ, ดร.ชาลี วรกุลพิพัฒน์, ดร.สันติสุข ลิ้มปีติเจริญโชติ, ดร.รพีสุภา หวังเจริญรุ่ง, ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ เป็นต้น

Comments (0)

นิวซีแลนด์เปิดรับนักเรียนต่างชาติล็อตแรก 5,000 คน ไทยเปิดรับหลักสูตร English Pathway พร้อมบินเรียนภาษา

Posted on 20 เมษายน 2022 by admin

รายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย แจ้งว่า นิวซีแลนด์ได้เปิดรับนักเรียนต่างชาติล็อตแรก จำนวน 5,000 คนแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก สำหรับนักเรียนไทยในช่วงแรกนี้ การศึกษานิวซีแลนด์ได้เปิดรับผู้สนใจสมัครเข้าเรียนในหลักสูตร English Pathway เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เหมาะสำหรับน้องๆนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการเตรียมพร้อมเข้ามหาวิทยาลัยนิวซีแลนด์แต่ยังไม่ผ่าน IELTS รวมถึงวัยทำงานที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจและการทำงาน ผู้สนใจสามารถสมัครเรียนได้แล้ววันนี้ และพร้อมบินไปเรียนที่นิวซีแลนด์ได้ทันทีกับสถาบันภาษาชั้นนำของนิวซีแลนด์ ผู้สนใจสามารถสมัครเรียนหลักสูตร English Pathway ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รับนักเรียนจำนวนจำกัด สมัครก่อนได้สิทธิก่อน โดยนักเรียนสามารถเลือกชำระค่าเล่าเรียนผ่านบัตรเครดิต KTC และสะสมคะแนนได้ 4 เท่าอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติม:learnenglishnewzealand.com

สถาบันภาษานิวซีแลนด์ ที่เข้าร่วมโครงการ English Pathway ที่สามารถเดินทางไปเรียนได้เลยในครั้งนี้ ได้แก่

1.) Languages International สถาบันภาษาอังกฤษที่เก่าแก่ที่สุดในนิวซีแลนด์ เป็นสถาบันระดับสูงสุด Category 1 จากรัฐบาลนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ที่สวนอัลเบิร์ต เมืองโอ๊คแลนด์ ทำให้นักเรียนได้มีโอกาสพบปะผู้คนจากทั่วโลก อาจารย์ที่เป็นมิตรเข้าถึงนักเรียน มีหลักสูตรที่น่าสนใจคือ General English, Conversation และ English for University

2.) ICL Education Group สถาบันภาษาที่มีมาตรฐานในระดับ Category 1 มี Auckland English Academy และ Bridge International College เป็นสถาบัน และโรงเรียนในเครือ  โดย Auckland English Academy มีคอร์สที่น่าสนใจ คือ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและการสอบ IELTS ส่วน Bridge International College เปิดสอนหลากหลายหลักสูตรเน้นทางด้าน Academic purposes อาทิ IELTS preparation, APA และ Postgraduate Diploma programmes ทั้งนี้อาคารเรียน ICL Education Centre ตั้งอยู่บนถนนลอร์น ใจกลางเมืองย่านศูนย์กลางธุรกิจ ไม่ไกลจากโอ๊คแลนด์สกายทาวเวอร์ อีกทั้งยังใกล้กับหอศิลป์โอ๊คแลนด์ สวนสาธารณะ อัลเบิร์ตพาร์ค และหอสมุดกลางเมืองโอ๊คแลนด์

นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษกับหลักสูตร Communication English เพื่อใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน ร่วมกิจกรรมต่างๆ เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเพื่อนจากหลากหลายชาติอีกด้วย  สำหรับหลักสูตรออนไลน์มี New Zealand Certificate in English Language (NZCEL) สำหรับนักเรียนที่ต้องการเตรียมความพร้อม เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น สำหรับเรียนต่อ เรียน 16 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม สำหรับสถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัย เช่น University of Auckland, AUT, Linclon University and University of Otago จะเริ่มเปิดทำวีซ่านักเรียนใหม่ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป

นิวซีแลนด์ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1  ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางจากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 อีกทั้งยังเป็นประเทศมีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม ปลอดภัย ผู้คนเป็นมิตร ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนในนิวซีแลนด์สามารถทำงานนอกเวลาได้ 20 ชั่วโมง และสำหรับนักเรียนที่เรียน ระดับปริญญาตรีขึ้นไปอย่างน้อย 1 ปี ในนิวซีแลนด์ยังสามารถสมัครวีซ่าทำงานหลังการศึกษาได้อีกด้วย ทำให้นิวซีแลนด์เป็นจุดหมายปลายทางในลำดับต้นๆของนักศึกษาต่างชาติ

Comments (0)

ร่วมสร้างกุศลครั้งใหญ่… ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา เพื่อน้องๆ รร.สอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ

Posted on 19 เมษายน 2022 by admin

          โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังขาดแคลนงบประมาณจำนวนมาก ส่งผลถึงน้องๆนักเรียนตาบอดโดยตรง จึงจัดกิจกรรมสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ด้วยการขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาของผู้พิการ  เพื่อยกคุณภาพชีวิต สู่การศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดหาทุนซื้ออุปกรณ์การเรียนและหารายได้จัดหาค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ-ค่าไฟ และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสถานศึกษา ท่านสามารถเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีฯ ในครั้งนี้ได้ กองบุญละ 59 บาท จำนวน 1 แสนกอง หรือบริจาคโดยตรงได้ที่ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา  ในพระราชูปถัมภ์  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพัทยาสาย 2 เลขบัญชี 669-2-10787-4 ชื่อบัญชี “ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536)” ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

6c24e679-088c_resize

          นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการ  โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ เป็นโรงเรียนการศึกษาพิเศษฯ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดสอนระดับอนุบาล 1 -มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นคนพิการในความดูแลที่อาศัยอยู่ประจำ เป็นองค์กรการกุศล ซึ่งจัดการศึกษาและฟื้นฟูพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียนตาบอดและตาบอดพิการซ้อน พร้อมขยายโอกาสทางการศึกษาโดยการจัดการศึกษานอกระบบ มีโครงการเรียนรวมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปัจจุบันเป็นนักเรียนอยู่ประจำมีทั้งหมด 102 คน

ทั้งนี้ โรงเรียนยังได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กตาบอดและเด็กตาบอดพิการซ้อนด้วยกระบวนการต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมทางด้านความมั่นคงทางอารมณ์ สังคม สติปัญญา ทักษะการดำรงชีวิตอิสระสำหรับคนตาบอด เช่น การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล การปฏิบัติกิจวัตรในชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวและการเดินทาง การอ่าน การเขียนอักษรเบรลล์ นันทนาการ ตลอดจนการส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ในสังคมเพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นสมาชิกของสังคม นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริม การสร้างความเป็นเลิศด้านการกีฬา ดนตรี งานนวดและงานฝีมือ เพื่อเป็นการสร้างความก้าวหน้าในอนาคต ทั้งหมดนี้มูลนิธิฯดูแลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือคนพิการในทุกๆ เรื่องเพื่อให้พวกเขาเหล่านี้มีวิชาชีพ สามารถนำไปประกอบอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง ครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม

ปัจจุบันโรงเรียนฯยังขาดแคลนงบประมาณเป็นอย่างมาก  ดังนั้นโรงเรียนจึงร่วมกับคณะกรรมการอุปถัมภ์โรงเรียนฯ ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครู จัดโครงการทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาหารายได้ขึ้น โดยงานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่  19  เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา  ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  โดยได้รับเกียรติจาก พระครูปัญญาพัฒนาภรณ์ (ปัญญา ปุญฺญจโย) เจ้าอาวาสวัดโพธิสัมพันธ์ ประธานฝ่ายสงฆ์ และพลตำรวจตรี จักรทิพย์ – นางศรีนรัตน์ – นายพุทธวัฒน์ ศคพิมลศักดิ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โครงการทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีฯ จัดขึ้นเพื่อจัดหาทุนซื้ออุปกรณ์การเรียน เพื่อจัดหาค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น  ค่าอาหาร  ค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสถานศึกษา จึงขอเรียนเชิญท่านผู้มีจิตอันเป็นกุศลร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพฯได้ กองบุญละ 59 บาท จำนวน 1 แสนกอง สอบถามรายละเอียดได้ที่ ครูประทีป โทร. 0878334198 หรือบริจาคโดยตรงได้ที่ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  ฯ  สยามบรมราชกุมารี โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพัทยาสาย 2 เลขบัญชี 669-2-10787-4 ชื่อบัญชี “ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด(2536)” ทั้งนี้นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

Comments (0)

เรื่องล่าสุด