Archive | ข่าว

แพทย์ราชวิถี เตือน! “ไขมันพอกตับ” อันตรายภัยเงียบ

Posted on 06 มิถุนายน 2019 by admin

เป็นที่ทราบกันดีว่า “ตับ” เป็นอวัยวะสำคัญเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ มีบทบาทในกระบวนการทำงานของร่างกายเพื่อให้ดำรงชีวิตได้เป็นปกติ ทำหน้าที่คัดกรองสิ่งต่างๆ ในร่างกาย และปรับสภาพให้เหมาะสำหรับการใช้งานในแต่ละอวัยวะ รวมทั้งเป็นแหล่งเก็บสะสมพลังงานสำรองของร่างกายด้วย ซึ่งหากตับมีความผิดปกติย่อมส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างแน่นอน ซึ่งมีสาเหตุได้หลายประการไดแก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ แบคทีเรีย เชื้อรา สารเคมีหรือสารพิษต่างๆ รวมถึง แอลกอฮอล์และภาวะไขมันพอกตับ  ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งและภาวะแทรกซ้อนรวมถึงมะเร็งตับ เป็นต้น

ดังนั้นเรามารู้หน้าที่สำคัญๆของ “ตับ” คือ…

1.เป็นแหล่งเก็บสะสมพลังงานของร่างกายและเปลี่ยนแปลงสารอาหารที่สะสมไว้มาเป็นพลังงานในการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายเช่น เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นน้ำตาล เปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงานเพื่อให้เซลล์ต่างๆนำไปตามความต้องการของร่างกาย

2.ทำลายสารพิษต่างๆ ที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญของร่างกายหรือจากสิ่งที่เรานำเข้าสู่ร่างกาย

3.สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น

4.สังเคราะห์โปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นในร่างกาย

ปัจจุบันไขมันพอกตับถือว่าเป็นโรคตับที่พบมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะประเทศในแถบอเมริกาและยุโรปซึ่งมีคนอ้วนจำนวนมาก สำหรับในเอเชียรวมทั้งประเทศไทยแม้ขณะนี้จะมีจำนวนผู้ป่วยน้อยกว่าฝรั่ง แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีข้อมูลจากการศึกษาต่างๆพบว่า ผู้ป่วยเบาหวาน 100 คน เป็นไขมันพอกตับประมาณ 50-70 คน ผู้ป่วยโรคอ้วน100 คน พบภาวะไขมันพอกตับถึง 40-90 คน แต่ทั้งนี้ ภาวะไขมันพอกตับเปรียบเสมือนภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำร้ายร่างกายเราโดยไม่รู้ตัว

สาเหตุของการเกิดไขมันพอกตับ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1.ภาวะไขมันพอกตับจากการดื่มแอลกอฮอล์ เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอันตรายต่อโดยเกิดการสะสมของไขมันที่ตับ ตับอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง ตับแข็งและเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

2.ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง จนทำให้เกิดไขมันจำนวนมากสะสมอยู่ที่ตับ

ไขมันพอกตับ เป็นภาวะที่ไขมันเข้าไปแทรกที่เซลล์ของตับ ซึ่งหากสะสมมากกว่า 5-10% ของน้ำหนักตับ (เป็นภาวะไขมันพอกตับ) ทำให้ตับเกิดการอักเสบ หรือเซลล์ตับตาย และเกิดพังผืดภายในตับ จนกลายเป็นโรคตับแข็งและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นมะเร็งตับได้

ไขมันพอกตับเริ่มแรกจะไม่มีอาการ แต่จะเริ่มมีอาการหลังจากที่ไขมันสะสมอยู่ในตับจำนวนมาก โดยอาการที่พบคือ เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง รู้สึกไม่สบายท้อง น้ำหนักลดผิดปกติ ความอยากอาหารลดลง คลื่นไส้  มึนงง ความสามารถในการตัดสินใจและสมาธิลดลง นอกจากโรคไขมันพอกตับ ทำให้เกิดโรคอื่นๆ ด้วย เช่น ตับโต เกิดอาการปวดที่บริเวณท้องด้านบนขวา หรือกลางท้อง และอาจพบรอยปื้นคล้ำที่ผิวหนังบริเวณ คอ หรือใต้รักแร้ ในขณะที่ผู้ป่วยไขมันพอกตับที่มีภาวะบางอย่างร่มด้วยเช่นการดื่มแอลกอฮอล์ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี จะมีเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับแข็งได้มากกว่าคนปกติ และหากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปโรคตับแข็งและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น  มีของเหลวจำนวนมากในช่องท้องหรือที่เรียกว่าอาการท้องมาน การติดเชื้อของของเหลวในช่องท้อง  ภาวะซึมเนื่องจากของเสียคั่งในกระแสโลหิตและสมอง ภาวะตับวายระยะสุดท้าย ส่งผลให้ตับหยุดการทำงานโดยสิ้นเชิงและการเกิดมะเร็งตับซึ่งเป็นโรคที่มีความร้ายแรงและรักษาได้ยาก

ดังนั้น หลักปฏิบัติง่ายๆ ที่ทุกท่านควรตระหนักถึงการเกิดไขมันพอกตับ เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใกล้ตัวเรา เพราะปัจจุบันวิถีการกินที่เปลี่ยนแปลงไปใกล้เคียงประเทศตะวันตกมากขึ้นเน้นการกินแบบฟาสต์ฟูดทำให้มีคนอ้วนมากขึ้น นั่นคือสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้ แต่ท่านสามารถปฏิบัติตัวง่ายๆเพียง…

1.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชชนิดต่าง ๆ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง เปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีไขมันดี เช่น ถั่วเปลือกแข็ง อะโวคาโด ปลาทะเล เป็นต้น

2.ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที เป็นประจำก็จะช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักและกระตุ้นระบบเผาผลาญ

3.หากเป็นผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ก็ต้องควบคุมปริมาณการดื่มแต่พอดี หรืองดดื่มไปเลย

4.ตรวจสุขภาพเป็นประจำรวมทั้งตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสตับอักเสบและการทำงานของตับเนื่องจากโรคตับในระยะแรกจะยังไม่แสดงอาการออกมา

ปัจจุบัน รพ.ราชวิถี ยังมีผู้ป่วยด้อยโอกาสอยู่เป็นจำนวนมากที่รอคอยการรักษา  ดังนั้นจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์กับโรงพยาบาลราชวิถีได้ที่ ชื่อบัญชี “เงินบริจาคของโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 051-276128-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถีหรือสอบถามโทร02-3548108-37 ต่อ 3032 หรือกรอกข้อมูลผ่าน http://www.rajavithi.go.th

Comments (0)

“รพ.ราชวิถี” จัดประชุมวิชาการ “หัวใจและหลอดเลือด” Rajavithi Heart Symposium

Posted on 04 มิถุนายน 2019 by admin

          นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์  อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการหัวใจและหลอดเลือด (Rajavithi Heart Symposium) โดยมี นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศาผู้อำนวยการและคณะผู้บริหารโรงพยาบาลราชวิถี ให้การต้อนรับ โดยงานประชุมวิชาการฯ  จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่นวัตกรรม – เทคโนโลยีด้านการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาล และแบ่งปันความรู้ด้านวิชาการให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนทั่วไป ในหัวข้อต่างๆ มากมาย อาทิ Focused Update in HT 2019, CPR and ECPR, Case of the year 2019 และcardiac electrophysiology experience in ChoRay hospital Vietnum เป็นต้น

งานนี้… มีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมกว่า 800 คน ณ ห้องประชุมชั้น 12 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

แพทย์ราชวิถี แนะ สูงวัยอย่างมีความสุข – มีคุณภาพและสง่างาม

Posted on 04 มิถุนายน 2019 by admin

       ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในภาวะสังคมผู้สูงวัย ที่มีโครงสร้างประชากรวัยสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องราว 10-20  ปี และกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลานั้นสัดส่วนประชากรผู้สูงวัยจะเพิ่มขึ้นจนส่งผลกระทบต่อสังคมไทย

       จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดการณ์และประมาณประชากรในปี 2583 ว่าจำนวนผู้สูงอายุในช่วงวัย 60-69 ปี จะเพิ่มสูงขึ้น 14% ช่วงวัย 70-79 ปี เพิ่มขึ้น 12% และช่วงอายุ 80-89 ปี เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นนอกจากการเตรียมพร้อมสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว การพัฒนาผู้สูงอายุให้มีศักยภาพสามารถพึ่งตนเองได้ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ซึ่งผู้สูงอายุเป็นกลุ่มประชากรที่ต้องดูแลเป็นพิเศษซึ่งแตกต่างจากวัยผู้ใหญ่ทั่วไป ผู้สูวัยไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่เจ็บไข้ได้ป่วย แต่เป็นกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย จิตใจ สังคม สมอง ความสามารถ ฯลฯ  ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความตื่นตัว – เตรียมการเพื่อรองรับและดูแลประชากรสูงวัยมากขึ้น ทำให้เรื่องผู้สูงวัยเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจจากสังคมปัจจุบันเป็นอย่างมาก

โดยเราแบ่งผู้สูงวัยเป็น3 ช่วง คือ
       1.อายุระหว่าง 60-69 ปี คือผู้ที่เพิ่งเริ่มย่างเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่ยังมีสุขภาพแข็งแรงดี อาจมีโรคประจำตัวบ้าง เช่น เบาหวาน ความดัน ดังนั้นการดูแลจะเน้นไปที่การป้องกันหรือประเมินหาความเสี่ยงของโรค เช่น ตรวจภาวะกระดูกพรุน ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะทราบว่าเป็นโรคกระดูกพรุนก็อายุ 80 ปีไปแล้ว

       2.อายุระหว่าง 70-85 ปี เป็นช่วงอายุที่เริ่มมีโรคประจำตัวมากขึ้น ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง ขณะเดียวกันผู้สูงอายุกลุ่มนี้ก็อยากจะพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด ดังนั้นเป้าหมายของการดูแลจึงเป็นการทำให้ผู้สูงอายุคงคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการดูแลสุขภาพร่างกาย เช่น ดูแลกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อไม่ให้ติด  ช่วยให้ผู้สูงอายุเดินได้แม้มีภาวะเข่าเสื่อม และได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างพอเพียง เป็นต้น

       3.อายุตั้งแต่ 86 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่พึ่งตัวเองได้ลดลงและต้องการการดูแลจากลูกหลานญาติพี่น้อง พยาบาลหรือผู้ดูแลพิเศษ ซึ่งการดูแลผู้สูงอายุในช่วงวัยนี้จะเป็นการอบรมหรือให้คำแนะนำแก่ผู้ดูแลในเรื่องต่างๆ อาทิ โภชนาการ กายภาพบำบัด และให้ผู้ดูแลเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ ผู้สูงวัยมีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย จิตใจ สังคม สมอง ความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน ฯลฯ จึงเป็นช่วงวัยที่คนส่วนใหญ่กลัว ดังนั้นการได้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ก็จะช่วยให้ผู้สูงวัยได้ปรับตัว และเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งบุตรหลานหรือผู้ใกล้ชิดมีส่วนสำคัญมากที่จะช่วยให้ผู้สูงวัยได้อยู่อย่างมีความสุข โดยให้เกียรติและให้ท่าน

มีความภาคภูมิใจ ท่านจะรู้สึกว่าตนเองยังมีความสำคัญต่อครอบครัวยังมีคนห่วงใยคอยดูแลอยู่ทำให้ท่านรู้สึกอบอุ่นใจ สามารถที่จะต่อสู้กับชีวิตในวัยสูงอายุได้อย่างมีความสุขและสง่างาม…

ดังนั้น ผู้สูงวัยจะต้องปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขสมวัย ง่ายๆ คือ…

1.เตรียมใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นธรรมชาติของวัยนี้ เช่น สูญเสียสมรรถภาพทางกาย ลูกหลานจากไปมีครอบครัว หรือทำงานในเวลากลางวัน บางครั้งต้องอยู่ตามลำพังคนเดียว

2.ดูแลสุขภาพอนามัยให้ถูกต้อง เช่น ดูแลสุขอนามัยของช่องปาก รับประทานอาหารที่มีคุณค่าครบ 5 หมู่ มีโปรตีนปานกลาง ไขมันน้อย วิตามินมาก เน้นผัก- ผลไม้ ไฟเบอร์ และ น้ำ รับประทานอาหารให้ถูกต้องตามหลักธงโภชนาการ เป็นต้น

3.เฝ้าระวังและชะลอความเสื่อมของร่างกาย โดย ช่วยเหลือตนเองในการประกอบกิจวัตรประจำวันให้ได้มากที่สุด เพิ่มความกระฉับกระเฉง

4.ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัย มีความหลากหลาย และเหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เพื่อชะลอความเสื่อมด้านร่างกายและสมอง

5.ไม่ควรคิดถึงอายุซึ่งล่วงเลยไป หรืออดีตด้วยความวิตกกังวล ควรสร้างความภาคภูมิใจในประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา

6.ผู้สูงอายุมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล ซึ่งแตกต่างกันตามความรู้ ความสามารถและความถนัด ดังนั้น ผู้สูงอายุสามารถปรึกษาเรื่องที่ไม่เชี่ยวชาญจากผู้อื่นได้ ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอายในการปรึกษาปัญหาต่างๆ จากผู้ที่มีอายุน้อยกว่าตน

7.เข้าใจต่อสังคมโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การคิด ความเชื่อ หรือหลักในการดำเนินชีวิตประจำวันอาจแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มวัย ซึ่งความเข้าใจนี้จะช่วยให้ลูกหลาน และคนรอบข้างรู้สึกอบอุ่น ครอบครัวมีความสุข

8.ควรมีการพักผ่อนหย่อนใจและทำงานอดิเรกเล็กๆน้อยๆเพื่อความเพลิดเพลินใจ ทำจิตใจให้เบิกบานอยู่เสมอ รู้จักสร้างอารมณ์ขัน และพัฒนาทักษะการเข้าสังคมเพื่อกระตุ้นสมองและความจำ เช่น ปลูกต้นไม้ เข้าร่วมชมรมผู้สูงอายุ ทำกิจกรรมสังคม ไปวัดทำบุญศึกษาและปฏิบัติธรรม

9.ในขณะที่ยังทำงานมีรายได้ก็ควรจัดการทรัพย์สิน ลงทุนและออมทรัพย์ไว้เพื่อจุนเจือใช้จ่ายในวัยสูงอายุเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้

10.ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ เพื่อเฝ้าระวังภาวะโรคหรือความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น หากมีโรคประจำตัวควรพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง รับประทานยาสม่ำเสมอ

สังคมไทยต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดการเตรียมพร้อมระดับประเทศ ทั้งการออกนโยบายและแผน การจัดสวัสดิการสังคมต่างๆ การปรับมุมมอง การเปลี่ยนความคิดจากผู้สูงวัยที่ต้องพึ่งพิงผู้อื่นมาเป็นวัยแห่งการ

เรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาตนเองและสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจและสังคม เพื่อการก้าวเดินบนเส้นทาง “ผู้สูงวัย” ได้อย่างมีคุณภาพและสง่างาม

Comments (0)

Sunell Fisheye กล้องวงจรปิดพาโนรามาเลนส์ฟิชอายส์มัลติฟังก์ชั่นสุดล้ำ

Posted on 31 พฤษภาคม 2019 by admin

Sunell Fisheye กล้องวงจรปิดพาโนรามาเลนส์ฟิชอายส์มัลติฟังก์ชั่นสุดล้ำ

หูตาอัจฉริยะของคนยุคดิจิตอล ทุกการเคลื่อนไหวไม่มีทางหลุดรอดสายตา

          เพราะความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ และใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค 5.0 ดังนั้นเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างกล้องวงจรปิด จึงถูกพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง ล่าสุด…กับ Sunell Fisheye กล้องวงจรปิดพาโนรามา 360 องศาพร้อมเลนส์ฟิชอายส์สุดอัจฉริยะ มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชั่นในหนึ่งเดียว ที่ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวอยู่ในสายตา แจ้งเตือนทันทีที่เกิดเหตุ หรือเกิดการบุกรุก ปกป้องพื้นที่หวงห้าม หรือป้องกันเหตุร้ายได้อย่างทันท่วงที

Sunell Fisheye

นายสุนทร ทองมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอสดี ดิสทริบิวชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันกล้องวงจรปิดเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ที่ช่วยรักษาความปลอดภัย และปกป้องทรัพย์สินสำคัญขององค์กร ธุรกิจ และบ้านเรือนของเราทุกคน ล่าสุด…กับ SUNELL PANO สุดยอดเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดพาโนรามาเลนส์ฟิชอายส์มัลติฟังก์ชั่นสุดอัจฉริยะ”  ด้วยระบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถเรียกดูและบันทึกได้ทั้งภาพและเสียง ด้วยความละเอียดกล้อง 5 ล้านและ 12 ล้านพิกเซลทำให้เห็นชัดเจนทุกมุมมองทั่วบริเวณ เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี H.265 Plus ใหม่ล่าสุด ทีบีบอัดไฟล์ได้ดีขึ้น ทำให้ประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Hard disk) ได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งแบนด์วิธที่ใช้ในการส่งข้อมูลก็ดีกว่าเช่นกัน สามารถแจ้งเตือนทันทีที่เกิดการบุกรุก หรือมีเหตุร้ายผ่านอีเมลล์ และไลน์ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนทุกมุมโลกก็สามารถดูผ่านมือถือได้

Sunell Fisheye2

Sunell Fisheye เหมาะสำหรับ 1) ป้องกันการบุกรุกพื้นที่หวงห้าม เช่น ในสถานที่ราชการ องค์กร บริษัท หรือโรงงานต่างๆ 2) การป้องกันสิ่งของล้ำค่าสูญหาย ในพิพิธภัณฑ์ งานแสดงสินค้าเป็นต้น 3) ตรวจจับวัตถุแปลกปลอมที่เข้ามาในพื้นที่ เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สนามกีฬา สถานที่จัดคอนเสิร์ต หรืองานแฟร์ต่างๆ

ข้อดีเหนือกล้องวงจรปิดรุ่นอื่นๆ เพียงติดกล้อง Sunell Fisheye แค่ตัวเดียวก็สามารถมองเห็นภาพรวมของสถานที่นั้นๆ ได้อย่างชัดเจนทุกมุมมอง ทำให้ไม่ต้องติดกล้องหลายตัว ประหยัดงบประมาณ และยังประหยัดเวลาในการติดตั้งอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นที่สามารถแบ่งการแสดงภาพได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งมุม 180 องศา หรือ 360 องศา รวมทั้งแบ่งภาพเป็นหลายๆ ส่วนตามความต้องการของผู้ใช้  มีฟังก์ชั่น VIDEO Intelligence Analytics 12 ฟังก์ชั่น โดยไม่ต้องซื้อ Software เพิ่ม ที่สำคัญเป็นกล้องแบบ OnVIF ที่สามารถใช้งานเชื่อมต่อร่วมกับสินค้าแบรนด์อื่นๆ ได้อีกด้วย

26 - Sunell Fisheye camera - Conference room

“ทางบริษัทมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยทุกรูปแบบที่สามารถตอบสนองความต้องการทุกด้านของลูกค้าทุกท่าน รวมทั้งบริการให้คำปรึกษา และบริการติดตั้งที่รวดเร็วครบวงจรแบบ One-Stop-Service ลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถาม พร้อมสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ ที่บริษัท ASD Distribution Co.,Ltd. เว็บไซต์ www.asd.co.th หรือ LINE ID : @asd.co.th หรือ Tel:02-451-1055” นายสุนทร กล่าวในท้ายสุด

Comments (0)

ประธานนักศึกษาหลักสูตร วบส.2 พาเพื่อนๆ จัดทริปดูงานเมืองจีน

Posted on 29 พฤษภาคม 2019 by admin

เเม้จะเรียนจบมาหลายเดือนแล้วแต่ ประภา ปูรณโชติ ประธานนักศึกษาผู้บริหารหลักสูตร วบส. 2 นิด้า ยังจัดให้เพื่อนๆกว่า 30 คน อาทิ ศรีสุภางค์ มอฤทธิ์ พิศุทธิ์ อารีมิตร ศักดา เด่นแดนโดม พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา หทัยรัตน์ ฐิตยวานิชย์ ปัทมา วงษ์ถ้วยทอง อำนาจ ประสิทธิดำรง ดร.มลวิภา เตชาวัฒนากูล ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ คเณตร์ เลิศหิรัญวิบูลย์ พีรพล นนทสูติ และ ประภาพรรณ เวลเซอร์

ไปดูงาน อาลีบาบา หัวเว่ย AI town และห้าง Super Brand Mall ที่เซี่ยงไฮ้และหังโจว ทริปนี้นอกจากจะได้ความรู้เต็มที่แล้วยังได้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นทุกคนเพราะจัดหนักอาหารจีนสุดอร่อยทุกมื้อ รับประกันจาก ไทยสิริทัวร์ เพราะเจ้าของทัวร์ จรินทร์ทิพย์ ปฐมศักดิ์

เป็นนักศึกษาร่วมรุ่นนี้ไปด้วย นอกจากนี้ยังมีรูปสวยๆมากเพราะได้ กรภัคร์ มีสิทธิตา เป็นตากล้องกิตติมศักดิ์ให้รุ่นด้วย

Comments (0)

การนำเสนอทางวิชาการ Digital CEO รุ่นที่ 2

Posted on 29 พฤษภาคม 2019 by admin

Digital CEO#2

          พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง เป็นประธานเปิดงานการนำเสนอทางวิชาการ เรื่อง “Thailand Digital Transformation in 2023” ของนักศึกษาหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 2 และเป็นประธานมอบใบสัมฤทธิบัตรให้ผู้สำเร็จการศึกษา พร้อมมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมด้วย อาทิ หม่อมราชวงศ์ จัตุมงคล โสณกุล อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ดร. ปรเมธี วิมลศิริ ดร.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี เกศรา มัญชุศรี ดร. ธัชพล กาญจนกูล รศ ดร.นฤมล กิมภากรณ์ ผศ.ดร.จิระเสกข์ ตรีเมธสุนทร ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ พิศุทธิ์ อารีมิตร ละเอียด โควาวิสารัช เป็นต้น โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ให้การต้อนรับ ในวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2562 เวลา 09.30 – 21.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 5 อาคารลาดพร้าวฮิลล์ ลาดพร้าว ซอย 4 กรุงเทพมหานคร

Comments (0)

สพม. 4 จับมือการศึกษานิวซีแลนด์จัดอบรมผู้บริหาร รร. เตรียมความพร้อมการศึกษาสำหรับเด็ก GEN Z

Posted on 28 พฤษภาคม 2019 by admin

DSC_0279-1_resize

ดร.งามพิศ ลวากร ผอ.สนง.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 4 (สพม.4) ร่วมกับ .ส.ช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้จัดการตลาด หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย จัดสัมมนาวิชาการผู้บริหารโรงเรียน ในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมการศึกษาในยุคเจเนอเรชั่นแซด (How to future proof education for generation Z) โดยมี .ส.มารี แบรนนิแกน จาก Massey University และ ดร.โมฮัมเมด อลันซารี จาก the university of Auckland ประเทศนิวซีแลนด์ มาบรรยายพิเศษ ถึงทิศทางแห่งการเรียนรู้ในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลง และการคาดการณ์แนวโน้มความสำเร็จของการศึกษาว่าผู้นำโรงเรียนจะทำอะไรเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนในอนาคตได้ ณ ห้องประชุมโรงเรียนสายปัญญารังสิต ปทุมธานี เมื่อเร็วๆ นี้

จากซ้าย:

1) น.ส.ช่อทิพย์ ประมูลผล 2) น.ส.มารี แบรนนิแกน 3) ดร.งามพิศ ลวากร 4) ดร.โมฮัมเมด อลันซารี 5) น.ส.จารุวรรณ พงษ์จารุวัฒน์

Comments (0)

“เชนการ์ด” ขนขบวนทัพสินค้า ร่วมงาน “PET Expo 2019”

Posted on 28 พฤษภาคม 2019 by admin

บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดแชมพูสำหรับสุนัข แบรนด์ เชนการ์ด” (Chaingard) ร่วมกิจกรรมออกบูธในงาน PET Expo Thailand 2019 ยกขบวนสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ได้รับรางวัล Superbrand เป็นแบรนด์แรกในประเทศไทย โดยเฉพาะสินค้าสำหรับสุนัขและแมวมาเพียบ!!!! อาทิ แชมพู สเปรย์ แป้ง ฯลฯ พร้อมทั้งจัดโปรโมชั่นพิเศษมากมาย โดยเฉพาะสินค้าใหม่ เชนการ์ด เฟรซ ออเดอร์ โซลูชั่น สเปรย์” เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์เชนการ์ดครบ 499 บาท แถมฟรี! เสื้อ Chaingard Dog Gang Limited Edition และซื้อครบ 999 บาท แถมฟรีกระเป๋า Chaingard Trio Dog Limited Edition พร้อมทั้งกิจกรรมพิเศษที่พลาดไม่ได้ที่บูธ C27 – C29 หรือสามารถติดตามดูรายละเอียดความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊ค เชนการ์ด Chaingard Thailand หรือเว็บไซต์ www.chaingardthailand.com

งานนี้… เหล่าสาวกคนรักสัตว์เลี้ยงไม่ควรพลาด…. พบกันได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม – วันอาทิตย์ที่2 มิถุนายน 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ได้ที่ฮอลล์ 105 และ 107 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

Comments (0)

เชิญร่วมอบรม “การส่งเสริมสุขภาพและชะลอวัยด้วยอาหาร โภชนาการและสมุนไพร”

Posted on 27 พฤษภาคม 2019 by admin

เชิญร่วมอบรม “การส่งเสริมสุขภาพและชะลอวัยด้วยอาหาร โภชนาการและสมุนไพร”

กับวิทยากรชื่อดังของเมืองไทย พร้อมก้าวทันความก้าวหน้าทางการดูแลสุขภาพ

          มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย และชมรมโภชนวิทยามหิดล ขอเชิญบุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้ที่ทำงานด้านอาหาร และโภชนาการ รวมทั้งผู้ที่สนใจทั่วไป สมัครเข้าร่วมโครงการอบรมความรู้ เรื่อง “การส่งเสริมสุขภาพและชะลอวัยด้วยอาหาร โภชนาการและสมุนไพร” ด้วยเล็งเห็นว่าทุกวันนี้อาหารโภชนาการและสมุนไพรได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและช่วยชะลอวัย หากเราสามารถนำหลักโภชนาการที่ถูกต้องมาใช้และรู้จักนำสมุนไพรมาใช้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้คนเรามีสุขภาพที่ดี มีอายุยืนยาว ป้องกันความแก่ก่อนวัย และอยู่อย่างมีความสุข

          ผศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ กล่าวถึงโครงการอบรมความรู้ “การส่งเสริมสุขภาพและชะลอวัยด้วยอาหาร โภชนาการและสมุนไพร” (Certificate Program in Food, Nutrition and Herb for Health Promotion and Anti-Aging) ว่าเพื่อต้องการให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมสุขภาพและชะลอวัยด้วยอาหารโภชนาการและสมุนไพร สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลตนเอง และคนที่คุณรักห่วงใย อีกทั้งยังมีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ต่างๆ ของผู้เข้ารับการอบรมและวิทยากรชั้นแนวหน้าของเมืองไทย

ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าของวิวัฒนาการทางการดูแลสุขภาพและชะลอวัยมีมากขึ้น หากเราสามารถนำหลักโภชนาการที่ถูกต้องมาใช้และรู้จักนำสมุนไพรมาใช้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้คนเรามีสุขภาพที่ดี มีอายุยืนยาว ป้องกันความแก่ก่อนวัย และอยู่อย่างมีความสุขได้”

โดยมีวิทยาการผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญ และมีชื่อเสียงหลายท่านร่วมบรรยายและให้ความรู้ในครั้งนี้ อาทิ ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์, ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์, คุณพล ตัณฑเสถียร, คุณนก-ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ, คุณหมอโอ๊ค-นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล, ผศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์, ผศ.ดร.ชนิดา ปโชติการ, อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช, ผศ.ดร.สุนาฏ เตชางาม, และ รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่  โดยจะเปิด อบรม 7 วันทุกวันอาทิตย์ ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมเจ้าพระยา ปาร์ค และห้องปฏิบัติการอาหาร ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล โดยผู้อบรมจะได้รับประกาศนียบัตร Certificate Program in Food, Nutrition and Herb for Health Promotion and Anti-Aging

S__41124123-tile

            สนใจสมัครเข้าร่วมอบรมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ( รับจำนวนจำกัด) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุดารัตน์  ไหวพริบ โทรศัพท์ 086 744 4155, 02 718 3800-5 ต่อ 134 / คุณชัยวัฒน์ เลิศรัตนานนท์ โทรศัพท์ 086 310 0047, 02 718 3800-5 ต่อ 203 Email: nutritionseminar2019@gmail.com หรือ ตามลิ้งค์ http://phnu.ph.mahidol.ac.th/download/Proposal_62.pdf

Comments (0)

เวิลด์ ฟูดส์ อินเตอร์ฯ ยกทัพสินค้า ร่วมงาน THAIFEX 2019 28 พ.ค.-1มิ.ย. 2562 ณ อาคารชาเลนจ์เจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Posted on 24 พฤษภาคม 2019 by admin

thaifex 4x6

บริษัท เวิลด์ ฟูดส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว และขนมขบเคี้ยว มานานกว่า 25 ปี ขนทัพสินค้าคุณภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ “เจ-มิกซ์” และ“เอ็ม-จอย” ข้าวเกรียบผสมผัก ตรา “เมจิโกะ (MAJIKO)” แป้งมันฝรั่งทอดกรอบ ตรา “โปเตโต้” ข้าวโพดอบกรอบ ตรา “ปาริ ปาริ” ข้าวโพดอบกรอบสอดไส้ช็อกโกแลต ตรา “จัมโบ้ช็อกมิกซ์” และข้าวโพดอบกรอบสอดไส้นม ตรา “จัมโบ้มิลค์กี้” ร่วมงาน “THAIFEX – World of Food ASIA 2019” งานแสดงสินค้าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ ประเทศเยอรมนี ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเจรจาธุรกิจกับผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายสินค้าในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจากไทยและทั่วโลก

ขอเชิญนักธุรกิจและผู้สนใจเยี่ยมชมและซื้อสินค้าของบริษัท เวิลด์ ฟูดส์ฯ ได้ที่บูธหมายเลข HH45 อาคาร ชาเลนจ์เจอร์ 2 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2562 โดยในวันที่ 28-31 พฤษภาคม เวลา 10.00-18.00 น. เป็นวันสำหรับเจรจาธุรกิจ ส่วนวันที่ 1 มิถุนายน เวลา 10.00-20.00 น. เป็นวันเจรจาธุรกิจและจำหน่ายปลีก

รายละเอียดเพิ่มเติมทาง https://www.facebook.com/worldfoodinter/

Comments (0)

รพ.ราชวิถี จัดงานประชุมวิชาการหัวใจและหลอดเลือด

Posted on 22 พฤษภาคม 2019 by admin

          นพ.สมศักดิ์  อรรฆศิลป์  อธิบดีกรมการแพทย์  จะเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการ โรงพยาบาลราชวิถีกับ หัวใจและหลอดเลือด( Rajavithi Heart Symposium) เพื่อเผยแพร่นวัตกรรม รวมถึงเทคโนโลยีด้านการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลราชวิถี และเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนทั่วไป โดยมี นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการและคณะผู้บริหารโรงพยาบาลราชวิถี ให้การต้อนรับ โดยงานประชุมวิชาการฯ จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 25-26 พฤษภาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมชั้น12 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถี

และ… สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมประชุมฯสามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์www.rajavithi.go.th หรือสามารถลงทะเบียนได้หน้างาน

Comments (0)

“เชนไดร้ท์” โชว์นวัตกรรมใหม่! ในงานสถาปนิก’62

Posted on 22 พฤษภาคม 2019 by admin

          เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท เชอร์วู้ดฯ ได้ร่วมกิจกรรมกับสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในงานสถาปนิก62 ภายใต้แนวคิด “กรีน อยู่ดี : Living Greenเพื่อให้สถาปนิกชุมชนและเมืองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันงานฯสู่อาเซียน รวมถึงการส่งออกสินค้าไทย และ made in Asean ซึ่งงานสถาปนิกในอนาคตจะเป็นงานแสดงสินค้าที่สำคัญในแวดวงวัสดุก่อสร้าง เพื่อสถาปัตยกรรม อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายและทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ งานนี้ได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายทั้งไทยและอาเซียนเป็นจำนวนมาก ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพคเมืองทองธานี

นำโดย นายคมสัน เมธาวิภาส ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และนายวิสุทธิ์ กาญจนขวัญดี  ผู้จัดการการตลาด บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกิจกรรมในงานสถาปนิก’62 ครั้งนี้ พร้อมนำ”นวัตกรรมใหม่! เชนไดร้ท์ โฟม”  รูปแบบสเปรย์โฟมเจ้าแรก – เจ้าเดียวในเมืองไทย ที่มีจุดเด่น คือ (1). เป็นสินค้ากำจัดปลวกด้วยสารฟิโพรนิล เมื่อปลวกได้รับสารตัวนี้ติดตัวไป  จะส่งผลต่อตัวอื่นๆ (2). ซอกซอนลึก เนื่องจากผลิตภัณฑ์อยู่ในรูปแบบเนื้อโฟมจึงสามารถเข้าซอกซอนถึงจุดหรือ ซอกที่เข้าถึงได้ยาก (3).ไม่ทิ้งคราบ เมื่อฉีดพ่นโฟมในจุดที่มีปลวกหรือซอกต่างๆ ก็จะสลายภายใน 10 นาที  โดยมีปลวก เป็นสื่อกลางและร่วมโชว์ภายในงาน รวมทั้งได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสุด! อีกด้วย

โดยงานนี้… ได้รับเกียรติจากนักแสดง พิธีกร และสถาปนิกไฟแรงอย่าง แก๊ป –ธนเวทย์ สิริวัฒน์ ธนกุล มาร่วมพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ พร้อมให้คำแนะนำดีๆ ในการดูแลบ้านด้วยตัวเอง พร้อมแจกต้นไม้ประดับโต๊ะกิ๊บเก๋ – ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสำหรับผู้ที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเองด้วย

Comments (0)

ชี้แจงเรื่องการพัฒนานวัตกรรมตามความต้องการภาครัฐ

Posted on 22 พฤษภาคม 2019 by admin

159539_resize

ปลัด ก.วิทย์ฯ แจ้งประกาศ ก. วิทย์ฯ เรื่อง “กำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของฝ่ายบริหาร” เพื่อประโยชน์ในการสนับสนุนงบวิจัยและนวัตกรรม ชี้ไม่กระทบมหาวิทยาลัย และทุกหน่วยงานขึ้นกับสังกัดเดิม(7 เมษายน 2562) รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชี้แจงว่า เรื่อง ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “กำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของฝ่ายบริหาร” ที่ประกาศในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2562 กำหนดให้หน่วยงาน 46 แห่ง เป็น หน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของฝ่ายบริหาร ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนา นวัตกรรมตามความต้องการของภาครัฐ พ.ศ. 2562 นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานที่มีชื่อในประกาศฉบับนี้ จัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างและ พัฒนานวัตกรรมตามความต้องการของหน่วยงานเพื่อตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาความท้าทายของประเทศ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐเป็นพิเศษ และเมื่อสร้างนวัตกรรมได้ แล้วสามารถนำมาขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เป็นเจ้าของโจทย์หรือที่ ต้องการใช้งานจัดซื้อจัดจ้างนวัตกรรมอย่างน้อยร้อยละ 30 ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวนี้ไม่เกี่ยวข้องกับต้นสังกัด โดยทุกหน่วยงานยังคงสังกัดหน่วยงานเดิม ส่วนมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้รับผลกระทบ ยังเข้าสู่โครงสร้าง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามแผนที่ได้วางไว้ แต่หน่วยงานจะได้รับ ประโยชน์จากงบประมาณในการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมเพิ่มมากขึ้น

การพัฒนานวัตกรรมตามความต้องการของภาครัฐ คือแนวทางใหม่ในการแก้ปัญหาที่เป็นความท้าทาย ของหน่วยงานภาครัฐทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ซึ่งผลิตภัณฑ์/บริการ หรือ Solution ที่ ต้องการใช้นั้น อาจยังไม่มีจำหน่ายหรือให้บริการในประเทศ หรือยังไม่สามารถระบุคุณสมบัติได้ อีกทั้งยังต้อง อาศัยการวิจัยและพัฒนาอีกระยะหนึ่ง แนวคิดนี้เรียกอีกอย่างว่า Research Procurement หรือ RDI for Government Demand

การดำเนินการแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ช่วงการศึกษาแนวคิดและความเป็นไปได้ ช่วงการพัฒนาต้นแบบ และช่วงการผลิตต้นแบบจำนวนหนึ่งเพื่อทดลองใช้งานและทดสอบคุณภาพ หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้กำหนด ความต้องการจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานวิจัย/สถาบันการศึกษา ร่วมกับภาคเอกชน ส่งข้อเสนอโครงการเพื่อ พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์และความต้องการดังกล่าว โดยในแต่ละช่วงอาจมีหลายทีมได้รับ การสนับสนุนทุนเพื่อดำเนินการตามข้อเสนอ และเมื่อสิ้นสุดการดำเนินการในแต่ละระยะจะมีการประเมินผลงานและคัดเลือกทีมที่มีผลงานมีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จสูง เพื่อดำเนินการในช่วงต่อไป จนกระทั่งสิ้นสุด ระยะที่ 3 ภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำนวัตกรรมที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาไปผลิตหรือให้บริการ ในเชิงพาณิชย์ แล้วนำมาขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐจัดซื้อจัดจ้างเพื่อใช้ในการ แก้ปัญหาความท้าทายในวงกว้างต่อไป

โดยการดำเนินการนี้จะเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน เริ่มตั้งแต่การส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐริเริ่ม โครงการนวัตกรรมช่วยสร้างวัฒนธรรมในการใช้การวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาของประชาชนลดการนำเข้า และพึ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยให้มีขีดความสามารถในการ พัฒนานวัตกรรมโดยผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยและสถาบันอุดมศึกษา สามารถลดขั้นตอนและ ระยะเวลาในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทำให้งบประมาณของรัฐที่ใช้ในการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมเกิด ความคุ้มค่าทั้งในภาครัฐ การวิจัย ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม และเมื่อนวัตกรรมสามารถขึ้นทะเบียน บัญชีนวัตกรรมไทยได้ ภาครัฐสามารถใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างตรงตามความต้องการ เพราะ เป็นผู้กำหนดโจทย์ตั้งแต่ต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิผลของการดำเนินนโยบายบัญชีนวัตกรรมไทยด้วยอีกทาง หนึ่ง เกิดความคุ้มค่าและเป็นไปตามวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐ เกิดการพัฒนาและถ่ายทอด เทคโนโลยีไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง และยังช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนาของประเทศให้ สูงขึ้น อันจะทำให้อันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะยาวจะลด การขาดดุลชำระเงินทางเทคโนโลยี รวมถึง เป็นเพิ่มความมั่นคงทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ :

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่วนสื่อสารองค์กร โทร. 02 333 3728 Email: pr@most.go.th

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช. (คุณลัญจนา : โทร. 02 564 7000 ต่อ 1162 Email: pr@nstda.or.th

Comments (0)

รพ.ราชวิถี รับมอบเครื่องชุดตรวจตาฯ

Posted on 22 พฤษภาคม 2019 by admin

rj--1_resize

         นพ.สุกรม  ชีเจริญ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ทีมแพทย์ และพยาบาล โรงพยาบาลราชวิถี รับมอบชุดเครื่องตรวจตาพร้อมกล้องจุลทรรศน์ดิจิตอล สำหรับการผ่าตัด จากนายรุ่งทิวา  พืชอำนวย รองประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ไทย ยูไนเต็ด โปรดักท์ จำกัด ผู้ผลิตขนมทองม้วนมินิอบกรอบ  ณ โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

“เชนไดร้ท์” แนะนำนวัตกรรมใหม่! “เชนไดร์ท์ โฟม” สเปรย์กำจัดปลวกในรูปแบบโฟมเจ้าแรก – เจ้าเดียวในเมืองไทย

Posted on 21 พฤษภาคม 2019 by admin

          บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันและกำจัดแมลงในเมืองไทยมานานกว่า 20 ปี ภายใต้แบรนด์ “เชนไดร้ท์” ขอแนะนำ “เชนไดร์ท์ โฟม” นวัตกรรมใหม่! กำจัดปลวกและแมลงในรูปแบบสเปรย์ ด้วยจุดเด่น คือ 1. เป็นสินค้ากำจัดปลวกด้วยรูปแบบโฟมที่มีสารฟิโพรนิล เมื่อปลวกได้รับสารตัวนี้ติดตัวไปก็จะส่งผลต่อตัวอื่นๆ 2. ซอกซอนลึกได้ทุกพื้นที่ 3.ไม่ทิ้งคราบ เมื่อฉีดพ่นโฟมในจุดที่มีปลวกหรือซอกต่างๆ ก็จะค่อยๆ สลายไปภายใน 10 นาที โดยมีขนาด 250 กรัม ราคา 149 บาท เท่านั้น

สำหรับท่านที่สนใจ ผลิตภัณฑ์ “เชนไดร์ท โฟม” สูตรกำจัดปลวกสามารถหาซื้อได้แล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีก – สะดวกซื้อ และร้านค้าตัวแทน TOA ทั่วประเทศ

Comments (0)

สพฐ. ร่วมลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยโอทาโก พัฒนาภาษาให้ครู-นักเรียน เครือ รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย

Posted on 21 พฤษภาคม 2019 by admin

          ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมด้วย ผศ.ดร.ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ รองประธานกรรมการ คณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยให้เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสนับสนุน แลกเปลี่ยนข้อมูลการทำวิจัยในสาขาต่างๆ และอบรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน ร่วมกันกับ ศ.เฮเลน นิโคลสัน รองอธิการบดี ฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอก และ ดร.พอล เบคเกอร์ ผู้อำนวยการศูนย์ภาษา มหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อเร็วๆ นี้

Comments (0)

“เชนไดร้ท์” ร่วมงานสถาปนิก’62

Posted on 17 พฤษภาคม 2019 by admin

          นายคมสัน เมธาวิภาส ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด นายวิสุทธิ์ กาญจนขวัญดี ผู้จัดการการตลาด บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมกิจกรรมในงานสถาปนิก’62  โดยนำนวัตกรรมใหม่! “เชนไดร์ท์ โฟม” สเปรย์โฟมเจ้าแรก – เจ้าเดียวในเมืองไทย มาเป็นไฮไลต์ในงาน
ด้วยจุดเด่นของสินค้ากำจัดปลวกตัวโฟมมีสารฟิโพรนิล เมื่อปลวกได้รับสารตัวนี้ติดตัวไปและจะส่งผลต่อตัวอื่นๆ ซอกซอนลึก ไม่ทิ้งคราบ  รวมทั้งได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสุด! อีกด้วย

โดยได้รับเกียรติจากนักแสดง พิธีกร และสถาปนิกไฟแรงอย่าง แก๊ป -ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล มาร่วมพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ และให้คำแนะนำดีๆ ในการดูแลบ้านด้วยตัวเอง พร้อมแจกต้นไม้ประดับโต๊ะกิ๊บเก๋ – ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับผู้ที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเองด้วย ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3  อิมแพค
เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆนี้

Comments (0)

“อาหารเสริม” สามารถช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับ “ดวงตา” ได้จริงหรือ ??

Posted on 15 พฤษภาคม 2019 by admin

ปัญหาสุขภาพตา ถือเป็นปัญหาสำคัญระดับต้นๆ ที่เราจะให้ความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุที่มากขึ้น เริ่มมีดวงตาฝ้าฟาง มองเห็นไม่ชัด บ้างก็กังวลว่าจะเป็นต้อหิน ต้อกระจก และปัญหาอื่นๆ เนื่องจากเมื่อมีกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ ผู้ผลิตอาหารเสริมจึงเริ่มมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงดวงตา ในรูปแบบต่างๆ เริ่มวางขายกันทั้งตามแผงลอยท้องตลาด และในร้านค้าออนไลน์ ⊙﹏⊙ ทั้งนี้ เราพบว่าในขณะนี้

ยังไม่มียาวิตามิน หรืออาหารเสริมใด ที่สามารถป้องกันและรักษาโรคทางตาทุกชนิดได้ นอกจากจะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริงแล้ว หากผู้ป่วยละเลย ไม่ได้มาตรวจติดตาม หรือรักษาโรคทางตาเหล่านั้นกับจักษุแพทย์อย่างเหมาะสมและทันท่วงที อาจส่งผลเสียให้เกิดตาบอดถาวรณ์ตามมาได้ ซึ่งเป็นการสูญเสียที่สำคัญ และไม่มีผู้ใดอยากให้เกิดขึ้น

ดังนั้น การตรวจคัดกรองโรคทางตา เหมือนการตรวจสุขภาพทั่วไปเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย อีกทั้งควรตรวจรักษาโรคทางตากับจักษุแพทย์เมื่อมีความผิดปกติทางตานะคะ
(^з^)-☆

‘ อาหารเสริม ‘ สามารถช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับ ‘ดวงตา ‘ ◕‿ ◕ ได้จริงหรือ ??ปัญหาสุขภาพตา ถือเป็นปัญหาสำคัญระดับต้นๆ ที่เราจะให้ความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุที่มากขึ้น เริ่มมีดวงตาฝ้าฟาง มองเห็นไม่ชัด บ้างก็กังวลว่าจะเป็นต้อหิน ต้อกระจก และปัญหาอื่นๆ ,,,,,, เนื่องจากเมื่อมีกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ ผู้ผลิตอาหารเสริมจึงเริ่มมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงดวงตา ในรูปแบบต่างๆ เริ่มวางขายกันทั้งตามแผงลอยท้องตลาด และในร้านค้าออนไลน์ ⊙﹏⊙ทั้งนี้ เราพบว่าในขณะนี้‘ ยังไม่มียาวิตามิน หรืออาหารเสริมใด ที่สามารถป้องกันและรักษาโรคทางตาทุกชนิดได้ ‘นอกจากจะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริงแล้ว หากผู้ป่วยละเลย ไม่ได้มาตรวจติดตาม หรือรักษาโรคทางตาเหล่านั้นกับจักษุแพทย์อย่างเหมาะสมและทันท่วงที อาจส่งผลเสียให้เกิดตาบอดถาวรณ์ตามมาได้ ซึ่งเป็นการสูญเสียที่สำคัญ และไม่มีผู้ใดอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้น การตรวจคัดกรองโรคทางตา เหมือนการตรวจสุขภาพทั่วไปเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย อีกทั้งควรตรวจรักษาโรคทางตากับจักษุแพทย์เมื่อมีความผิดปกติทางตานะคะ (^з^)-☆** หมายเหตุ : ในปัจจุบัน มีงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับวิตามิน ชื่อว่า The Age-Related Eye Disease Study 2 (AREDS2) พบว่าวิตามินซี, วิตามินอี, ลูทีน (lutein), ซีแซนทีน (zeaxanthin), สังกะสี (zinc) และคอปเปอร์ (copper) สามารถป้องกันโรคจอตาเสื่อมในระยะกลาง ไม่ให้กลายไปเป็นระยะที่รุนแรงขึ้นได้ แต่ในผู้ป่วยที่เป็นโรคจอตาเสื่อมในระยะเริ่มแรก และในคนปกติ พบว่าวิตามินดังกล่าว ไม่สามารถป้องกันโรคจอตาเสื่อมชนิดนี้ได้ด้วยรักและปรารถนาดี ♡ ♡ ,,, จากชมรมต้อหินแห่งประเทศไทยค่ะ

โพสต์โดย ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทย เมื่อ วันพุธที่ 10 เมษายน 2019

** หมายเหตุ : ในปัจจุบัน มีงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับวิตามิน ชื่อว่า The Age-Related Eye Disease Study 2 (AREDS2) พบว่าวิตามินซี, วิตามินอี, ลูทีน (lutein), ซีแซนทีน (zeaxanthin), สังกะสี (zinc) และคอปเปอร์ (copper) สามารถป้องกันโรคจอตาเสื่อมในระยะกลาง ไม่ให้กลายไปเป็นระยะที่รุนแรงขึ้นได้ แต่ในผู้ป่วยที่เป็นโรคจอตาเสื่อมในระยะเริ่มแรก และในคนปกติ พบว่าวิตามินดังกล่าว ไม่สามารถป้องกันโรคจอตาเสื่อมชนิดนี้ได้

ด้วยรักและปรารถนาดี จากชมรมต้อหินแห่งประเทศไทยค่ะ

(ข้อมูลจาก FB:ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทย)

https://www.facebook.com/ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทย

Comments (0)

ดีป้าเปิดหลักสูตร “ผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร” รุ่นที่ 1

Posted on 15 พฤษภาคม 2019 by admin

ดีป้าเปิดหลักสูตร “ผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร” รุ่นที่ 1

พัฒนาทักษะ วิสัยทัศน์ ครอบคลุมเทคโนโลยีดิจิทัลทางการเกษตรที่ทันสมัยทุกมิติ

            ดีป้าเปิดหลักสูตรอบรม  “ผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร” รุ่นที่ 1 ให้ผู้บริหารระดับสูงภาคเกษตร อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหารไทยได้ความรู้ ความเข้าใจและพัฒนาทักษะ วิสัยทัศน์ ให้สอดคล้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลด้านการเกษตรสมัยใหม่ ครอบคลุมเทคโนโลยีดิจิทัลทางการเกษตรที่ทันสมัยครบทุกมิติ รวมถึงการบริหารจัดการผลิตผลเกษตรแบบครบวงจร เพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุคสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำของประเทศจากภาครัฐและเอกชนกว่า 50 ท่าน พร้อมศึกษาดูงานเพื่อการสร้างเครือข่ายและการถอดแบบเรียนรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 10 องค์กรชั้นนำ สมัครเลยคลิก http://www.depa.or.th/th/cda

depa - CDA#1-2

           ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า การเกษตรเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย นวัตกรรมเกษตรจะมีบทบาทมากขึ้น โดยนวัตกรรมเกษตรจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และจะส่งเสริมให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตสำคัญของผลิตผลทางการเกษตรของโลกต่อไป สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรที่จะเกิดขึ้น การเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนกรรมวิธีการผลิต การเตรียมองค์กร กำลังคนให้มีองค์ความรู้ที่ทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรม และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับองค์กรและการผลิต จึงได้จัดหลักสูตรอบรม “ผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร(Chief of Digital Agro Business) รุ่นที่ 1  ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นกำลังพลในการขับเคลื่อนของประเทศชาติ ได้มีองค์ความรู้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยด้านนวัตกรรมเกษตร แนวทางการบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีการเกษตรต่างๆ ที่ทันสมัย พัฒนาเข้ากับเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมมาช่วยในการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก เพิ่มผลผลิตและเพิ่มคุณภาพของผลิตผลและผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยใช้การตลาดนำการผลิต รวมทั้งสามารถบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ได้และสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศชาติ โดยเนื้อหาหลักสูตรมุ่งพัฒนาทักษะ ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลด้านการเกษตรสมัยใหม่ในมิติต่างๆ เช่น IoT, AI, Cloud, Robot, AR & VR, Drone, Big Data Management, Blockchain เป็นต้

รวมถึงความรู้ทางการบริหารจัดการและการตลาด ที่จะมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการนโยบายและแผนงานในยุคสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล และสามารถนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหาร เพื่อเป็นเครือข่ายในการพัฒนาอนาคตของประเทศชาติ ดังนั้นผู้บริหารที่ผ่านการศึกษาจากโครงการหลักสูตรนี้จะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันและอนาคต เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

depa - CDA#1-1

ขอเรียนเชิญผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สมัครเข้าร่วมหลักสูตรอบรม “ผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร” รุ่นที่ 1  เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหารระดับสูงภาคเกษตร อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้เข้าร่วมศึกษาหาความรู้ ความเข้าใจและพัฒนาทักษะ วิสัยทัศน์ การกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลด้านการเกษตรสมัยใหม่ ทั้งนี้ครอบคลุมเทคโนโลยีดิจิทัลทางการเกษตรที่มีความทันสมัยทุกมิติ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญคือ

  • – The First Digital Agro Business Program in Thailand
  • – ครอบคลุมเทคโนโลยีดิจิทัลทางการเกษตรที่มีความทันสมัยทุกมิติ เช่น Iot, Robot, AI, Drone, Cloud, AR & VR, Blockchain เป็นต้น
  • – ศึกษาดูงานเพื่อการสร้างเครือข่ายและการถอดแบบเรียนรู้ในประเทศกว่า 10 องค์กร
  • – ศึกษาดูงาน Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity
  • – ศึกษาดูงาน Anuga 2019 : Worldwide Leading Trade Fair for Food and Beverages และ Smart Farm ณ เมืองโคโลญจน์ และนครแฟรงค์เฟิร์ต
  • – วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่า 50 ท่าน
  • – หลักสูตร 4 เดือน ตั้งแต่ 25 กรกฎาคม ถึง 16 พฤศจิกายน (26 วัน)

“เชื่อว่าผู้ที่ผ่านหลักสูตรการอบรม “ผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร” รุ่นที่ 1 ในครั้งนี้จะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปบริหารจัดการผลิตผลเกษตรแบบครบวงจร ช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรไทยและธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้วยนวัตกรรมการเกษตรที่ทันสมัยและประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคมและประเทศชาติต่อไป”

เปิดรับสมัครผู้เข้าอบรมจำนวนจำกัด ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562 หรือคลิกเข้าไปดูได้ที่  http://www.depa.or.th/th/cda อีเมล์ cda1@depa.or.th ประสานงานหลักสูตรฯไดที่ คุณวรฉัตร 089 2030183 คุณชัยวัฒน์ 083 1166581

Comments (0)

“เชนไดร้ท์” ส่งนวัตกรรมใหม่! “เชนไดร้ท์ โฟม” ตอกย้ำผู้นำเบอร์1 เขย่าตลาดสเปรย์กำจัดปลวก เจ้าแรก – เจ้าเดียวในเมืองไทย

Posted on 13 พฤษภาคม 2019 by admin

“เชนไดร้ท์” ตอกย้ำผู้นำตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ในด้านการป้องกันและกำจัดแมลงในเมืองไทยมานานกว่า 20 ปี ส่ง “เชนไดร้ท์ โฟม” นวัตกรรมใหม่ เขย่าตลาด สเปรย์กำจัดปลวกในรูปแบบโฟม เจ้าแรก – เจ้าเดียวในเมืองไทย พร้อมทุ่มงบการตลาดกว่า 100 ล้านบาท ให้ครอบคลุมและครบวงจร ทั้ง Below the line และAbove the line รวมทั้งสื่อออฟไลน์ – ออนไลน์ อาทิ โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และออนไลน์ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย เพื่อเข้าถึงผู้บริโภค ณ จุดขาย รวมทั้งโรดโชว์ทั่วประเทศ  มั่นใจยอดขายโตอย่างแน่นอน…

          นายสิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันและกำจัดปลวก-แมลงในเมืองไทยมานานกว่า 20 ปี ภายใต้แบรนด์ “เชนไดร้ท์” เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้มีการทำวิจัยผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง พบว่าผู้บริโภคเน้นเรื่องประสิทธิภาพในการใช้งาน – ไม่มีกลิ่นฉุนและมีความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อ (Purchasing Criteria) ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง  ดังนั้น ทางเชนไดร้ท์ จึงได้มีการพัฒนา-วิจัย-ค้นคว้าผลิตภัณฑ์ไม่หยุดนิ่ง มีการทดสอบหลายขั้นตอนเพื่อให้ลูกค้าได้สิ่งที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตอบโจทย์ด้วยมาตรฐานระดับสากลให้กับลูกค้า จนที่สุดได้นวัตกรรมใหม่ “เชนไดร้ท์ โฟม”สูตรสารฟิโพรนิล ที่เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในเมืองไทย

ปัจจุบันธุรกิจตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงมีการแข่งขันที่สูง และบริษัทได้วางตำแหน่งทางการตลาดเป็นผู้ผลิตสินค้าคุณภาพสูงและได้การรับรองมาตรฐานต่างๆ โดยระดับราคาของสินค้าดังกล่าว อยู่ในระดับกลาง – สูง นับเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจและคาดว่าจะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งตลาดยังมีผู้เล่นน้อยทำให้มั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายเพิ่มมากขึ้น โดยบริษัทฯจะเน้นการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับสินค้าเพื่อเป็นทางเลือกที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค

@ ส่ง เชนไดร้ท์ โฟม นวัตกรรมใหม่! เขย่าตลาดเมืองไทย

เชนไดร้ท์ ผู้นำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์กำจัดปลวกและแมลงดีเดย์ส่ง “เชนไดร์ท์ โฟม” ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบสเปรย์โฟมเจ้าแรก – เจ้าเดียวในเมืองไทย ด้วยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ “เชนไดร้ท์โฟม” คือ (1). เป็นสินค้ากำจัดปลวกที่มีสารฟิโพรนิล เป็นสารอยู่ในตระกูลที่ไม่ขับไล่ จึงทำให้ปลวกไม่สามารถรับรู้ได้ว่าบริเวณที่ฉีดผลิตภัณฑ์มีสารติดอยู่เพราะมีกลิ่นน้อยมากเมื่อปลวกมาบริเวณดังกล่าวจะได้รับสารตัวนี้ และจะส่งผลต่อตัวอื่นๆ ด้วย (2). ซอกซอนได้ทุกพื้นที่ เนื่องจากผลิตภัณฑ์อยู่ในรูปแบบเนื้อโฟมจึงสามารถเข้าซอกซอนถึงจุดหรือ ซอกที่เข้าถึงได้ยาก (3).ไม่ทิ้งคราบ เมื่อฉีดพ่นโฟมในจุดที่มีปลวกหรือซอกต่างๆ ก็จะสลายภายใน 10 นาที

โดยกลุ่มเป้าหมาย ยังคงเน้นที่ลูกค้าทั่วไป ที่ป้องกัน – กำจัดปลวกและแมลงด้วยตัวเอง และกลุ่มช่างที่ต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการกำจัดปลวกให้กับลูกบ้านที่ต้องการกำจัดปัญหาปลวกให้หมดไป นับเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้าและต้องการตอกย้ำความเป็นเบอร์1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สเปรย์กำจัดปลวก

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ “เชนไดร์ท โฟม” สูตรกำจัดปลวกมีขนาด 250 กรัม ราคา 149 บาท โดยมีจำหน่ายแล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีก – สะดวกซื้อ และร้านค้าตัวแทน TOA ทั่วประเทศ

 @ ส่งหนังโฆษณา “ตายเหมือนกัน” เข้าใจง่าย – ถึงกลุ่มเป้าหมาย

บริษัทฯ ได้นำเสนอภาพยนตร์โฆษณา ชื่อชุด “ตายเหมือนกัน” ถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเริ่มออนแอร์ตั้งแต่ปลายเดือน เมษายน ที่ผ่านมา ด้วยเนื้อหาของโฆษณาสื่อสารออกมาในรูปแบบของความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของเมืองไทย ที่เน้นความสนุกสนาน แต่มีสาระความเป็นนวัตกรรมใหม่ของเชนไดร้ท์ โฟม ที่มาช่วยดึงดูดความน่าสนใจในการสื่อสารข้อมูลถึงผู้บริโภค ที่ให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อน โดยมี 3 เวอร์ชั่น คือ เวอร์ชั่น โฆษณาทางทีวี 30 วินาที 15 วินาที และโฆษณาทางออนไลน์ 2 นาที โดยได้ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณามือดีระดับประเทศ  คุณธนญชัย ศรศรีวิชัย (ต่อ-ฟีโน่มีน่า) มาช่วยให้หนังมีความสนุกสนานและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ติดตามได้รับรองไม่ทำให้ผู้บริโภคผิดหวังอย่างแน่นอน หลังจากได้มีการออกโฆษณาชุดนี้ไปได้รับการตอบรับอย่างดีจนมีการเอาไป แชร์ต่อกันถึงในระดับต่างประเทศ

@ แผนกลยุทธ์การตลาด มั่นใจยอดโตตามเป้า ยืนหยัดอันดับ 1 ในด้านการกำจัดปลวก

เมื่อปีที่ผ่านมา (2018) เชนไดร้ท์ได้รุกตลาดอย่างหนักด้วยการโปรโมทผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มกำจัด ยุง มด แมลงสาบ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มียอดขายเพิ่มสูงขึ้น และยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดในกลุ่มสเปรย์กำจัดปลวกที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดในเซกเมนต์นี้สูงถึง 95% และสามารถขึ้นตำแหน่งเบอร์ 2 จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ สเปรย์กำจัดแมลง ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดรวมที่ 23% (ข้อมูลจากรายงานดัชนีค้าปลีกของ Nielsen มี.ค. 2019) เชนไดร้ท์ ต้องการตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มสินค้ากำจัดปลวกจึงส่งนวัตกรรมใหม่! สเปรย์กำจัดปลวกรูปแบบโฟม “เชนไดร้ท์ โฟม” เข้าสู่ตลาด

สำหรับปีนี้ “เชนไดร้ท์ โฟม” ได้วางแผนกลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศา ผ่านเครื่องมือทางการตลาดอย่างครบวงจร โดยมีกิจกรรมการตลาดที่หลากหลายรูปแบบ-แคมเปญให้กับกลุ่มเป้าหมายทั้งในกลุ่มอุปโภคและกลุ่มผู้แทนจำหน่าย เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในกระแสตลาดตลอดเวลา โดยจะครอบคลุมทั้งการจัดโปรโมชั่นกิจกรรมการส่งเสริมการขาย การจัดโรดโชว์กับกลุ่มเป้าหมายทั้งในกลุ่มลูกค้าอุปโภคและผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งแคมเปญใหญ่ตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้วางงบประมาณในการจัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์กว่า 100 ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมและครบวงจรทั้งแบบ Below the line และ Above the line โดยมีทั้งสื่อ โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ ครบวงจร รวมถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ ด้วย

ทั้งนี้ปัจจุบันตลาดรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์สเปรย์กำจัดแมลง มีมูลค่าตลาดประมาณ 2,550 ล้านบาท ซึ่งแบ่งสัดส่วนเป็นกลุ่มกำจัดแมลงรวม 59% กลุ่มกำจัดปลวกและแมลงคลาน 24% กลุ่มกำจัดยุง 17% โดยในแต่ละปีเชนไดร้ท์ มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีเฉลี่ยปีละประมาณ 5-10 % (ข้อมูลจากรายงานดัชนีค้าปลีกของ Nielsen มี.ค. 2019) นายสิริณัฏฐ์ กล่าวในท้ายสุด

Comments (0)

เรื่องล่าสุด